Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 [ กราวิตี้รูม ]

ชื่อตอน : บทที่ 10 [ กราวิตี้รูม ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2561 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 [ กราวิตี้รูม ]
แบบอักษร

ย้อนกลับไปในช่วงที่การ์ลิคไล่ล่าสังหารทหารเลวของฟรีเซอร์ ภายในขณะนั้นเองในซอกหรืบเงามีหนุ่มสองคนที่น่าจะเป็นมนุษย์บังเอิญเดินทางมายังดาวดวงนี้ด้วยเป้าหมายอะไรบางอย่าง แต่เมื่อมาถึงพวกมันก็พบกับภาพที่น่าแปลกใจจึงรีบพากันหลบซ่อนตัว พลางจดจ้องการกระทำทั้งหมดของการ์ลิคและเบลล่าที่ได้ต่อสู้กับคิ้วปี้อย่างดุเดือด รวมถึงฉากอันทรงพลังของการ์ลิค พวกเขาจดจำภาพนี้ด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด

"ดูเหมือนการมาครั้งนี้ จะไม่ได้มีแค่พวกเรานะ"ชายหนุ่มหน้าบางภายในเงามืดกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

"นั่นสิแต่มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่หรอ โดยเฉพาะเจ้าเด็กชายชาวไซย่านั่น ไม่คิดเลยว่าชาวไซย่าจะมีคนแข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ด้วย แถมมันยังเป็นเด็กอีกต่างหาก"ชายหนุ่มหน้าเข้มอีกคนกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

"ช่างเรื่องนั้นก่อนดีกว่า ดูเหมือนดาวดวงนี้ใกล้จะล่มสลายแล้ว ยังไงเราก็ได้สิ่งของตามเป้าหมายแล้วด้วย ควรจะรีบกลับกันได้แล้วละ"

"อืม ไปกันเถอะ"

ชายผู้หนึ่งเดินเข้าไปแตะไหล่ชายอีกคน และก็เกิดภาพที่น่าตกใจขึ้นเมื่อชายที่ถูกแตะไหล่นำนิ้วชี้และกลางไปแตะที่ระหว่างคิ้วก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะค่อยๆหายไปจากจุดที่เคยอยู่ ซึ่งวิชานี้ก็ไม่ใช่วิชาอื่นนอกจากวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตานั่นเอง

จนมาถึงปัจจุบันที่หลังจากที่การ์ลิคพาเบลล่ากลับมายังโลก เขาก็นำซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ได้มาไปมอบให้กับดร.บรีฟ โดยช่วงแรกการ์ลิคที่พอมีความรู้ด้านเทคโนโลยีพอสมควรจึงลงมือช่วยติดตั้งซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ให้กับดร.บรีฟ ส่วนเบลล่าหรอ ? หลังจากที่เธอกลับมาก็รีบออกไปหาอะไรกินในเมืองหลวงก่อนเลย แถมเมื่อกลับมาถึงแคปซูลฯ ก็นอนตีพุงอย่างหน้าหมั่นใส้

"ลุงบรีฟ เรามีเรื่องจะถามหน่อย ตอนนี้ปฏิทินที่โลกอยู่ในช่วงปีอะไร ?"ในขณะที่การ์ลิคกำลังต่อไล่สายเพื่อติดตั้งซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่บรรจุแปลข้อมูลมากมายไว้ในนั้นกล่าวถามขึ้นเพื่อยืนยันความแน่ใจ

"ตอนนี้ปฏิทินอยู่ในปี 733 ใกล้ขึ้นปี 734 แล้ว"

"แสดงว่าบลูม่าลูกสาวของลุงบรีฟเกิดแล้วสินะ"การ์ลิคที่เผลอกล่าวขึ้นมาลอยๆ ถึงกับทำให้ดร.บรีฟตื่นตกใจ

"เธอรู้ได้ไง ? แถมยังรู้แม้แต่ชื่อของลูกสาวลุงด้วย เธอเป็นใครกันแน่การ์ลิคคุง"

"อ่อเมื่อกี้เราได้ยินคุณนายบรีฟพูดชื่อลูกสาวของลุงละ"

'แย่ละสิเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เพราะถ้าเราจำไม่ผิด เบจิต้าเกิดตอนปี 732 ส่วนซุนโกคูเกิดปี 737 ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะปี 734 แล้วเรามีเวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น ถ้าหลังจากนี้เราไม่สามารถแข็งแกร่งกว่าเจ้าฟรีเซอร์มีหวังแย่แน่'

การ์ลิคที่กล่าวตอบดร.บรีฟอย่างไม่ใส่กลับกำลังทำหน้าเคร่งเครียดไม่น้อย เวลาสามปีสำหรับเขาถือว่าน้อยมาก ตอนแรกเขานึกว่าคงอีกหลายปีกว่าดาวเบจิต้าจะเริ่มก่อกบฏที่นำโดยราชาเบจิต้า และถูกทำลาย แต่ดูเหมือนความคิดนั้นจะต้องพังทลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อแท้จริงแล้วตอนนี้เวลาที่เขาเหลือจริงๆคือ 3 ปีเท่านั้นแถมเขายังรู้สึกกังวัล เพราะไม่รู้เลยว่ายานแรงโน้มถ่วงจะสร้างเสร็จเมื่อไหร่ จะต้องใช้เวลากี่เดือนหรือกี่ปี จะทำยังไงดีถ้าไม่รีบฝึกให้แข็งแกร่งในตอนนี้แล้วละก็มีหวังทุกอย่างได้พังหมดแน่

"โอ้จริงสิ หลังจากนี้พวกเธอสองคนจะไปพักที่ไหนกันละ ถ้าไม่มีจะมาพักที่บ้านลุงกันก่อนก็ได้นะ แถมตอนนี้ลุงยังสร้าง กราวิตี้รูมไว้ให้พวกเธอเสร็จแล้วด้วย"ในขณะที่การ์ลิคกำลังคิดหาวิธีอยู่นั้นจู่ๆก็มีเสียงสวรรค์ของดร.บรีฟมาเรียกสติจนเขาออกจากห้วงภวังค์

"ที่พูดมาจริงหรอลุงบรีฟ ? เราขอยืมห้องตอนนี้เลยได้หรือเปล่า ?"

"เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้ว จริงสิเธอจะลองไปทดสอบระบบเลยด้วยไหม ลุงจะได้สอนให้"

การ์ลิคพยักหน้ารัว ๆ นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการในยามนี้ ถ้าเขามีเจ้านี่และฝึกฝนร่างกายภายในห้องนี้สักปีหนึ่ง ร่างกายของเขาคงแข็งแกร่งขึ้นตามที่เขาต้องการอย่างแน่นอน เพราะยิ่งเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งมันก็สามารถช่วยให้เขาสามารถใช้พลังที่มีได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แม้จะมีพลังต่อสู้มหาศาลแค่ไหนแต่ถ้าใช้มันได้เพียงไม่นานในศึกยืดเยื้อ สุดท้ายคนที่จะพ่ายแพ้ก็คงไม่พ้นตัวเขาเอง

ถ้าเขาไม่ฝึกฝนร่างกายยามที่เขาต้องใช้พลังต่อสู้สูงสุดอาจทำให้ตัวเขาพังทลายก็เป็นได้ ดีไม่ดีพลังต่อสู้ของเขาอาจจะตกลงจนแทบไม่เหลือ เหมือนช่วงหนึ่งของซุนโกฮังลูกชายคนโตของซุนโกคู ที่ขาดการฝึกซ้อมทำให้พลังต่อสู้ลดลงอย่างมหาศาลซึ่งมันก็หมดหล่อกันเลยทีเดียว

และเมื่อดร.บรีฟและการ์ลิคตกลงกันได้ เขาก็พาการ์ลิคไปยังห้องแห่งหนึ่งซึ่งภายในห้องแห่งนี้ใหญ่ไม่ใช่น้อย ภายในนั้นเป็นที่โล่งกว้างเหมาะแกการฝึกซ้อม แต่ก็มีอยู่จุดหนึ่งที่ในห้องมีเครื่องไม้ เครื่องมือมากมายจนการ์ลิคยังตื่นเต้น แต่เขาก็ต้องหยุดความตื่นเต้นเอาไว้ก่อน เพราะนี่คือช่วงเวลาสำคัญ นั่นก็คือวิธีการใช้เครื่องควบคุมแรงโน้มถ่วง

โดยในขณะนั้นดร.บรีฟก็อธิบายการเปิดปิด การปรับระดับแรงโน้มถ่วง รวมถึงระดับด่านต่อสู้ที่ถูกคิดค้นเพื่อการ์ลิคโดยเฉพาะ แม้มันจะไม่ได้เลศหรู แต่ถ้าเขาใช้อุปกรณ์พวกนี้ในยามที่ถูกแรงโน้มถ่วงตึงไว้อาจจะทำให้ตัวเขาลำบากมากพอสมควร

"ขอบคุณมากลุงบรีฟ"

"ฮ่า ๆ ไม่ต้องเกรงใจ แล้วจะให้เรียกเบลล่าจังมาฝึกด้วยกันเลยไหม ?"

"ก็ดี เราขอฝากเรื่องเบลล่าด้วยนะ"การ์ลิคกล่าวพลางโค้งตัวขอบคุณอย่างนอบน้อม

และเมื่อบรีฟจากไปการ์ลิคก็ไม่รีรอเดียวไปที่เครื่องควบคุมแรงโน้ม ถ่วงก่อนที่จะเริ่มเปิดเครื่อง พลางปรับระดับแบบออโต้ โดยระบบนี้ที่ถูกสร้างโดยดร.บรีฟจะเพิ่มแรงโน้มถ่วง 10 เท่าทุกๆ 1 ชั่วโมง โดยเริ่มแรกของระบบแรงโน้มถ่วงอยู่ที่ 50 G

และทันทีที่เครื่องถูกเปิดใช้งาน จู่น้ำหนักระดับสูงก็พุ่งกระชากร่างของการ์ลิคลงดิ่งที่พื้นอย่างรุนแรง  ร่างของเขานอนแนบพื้นห้อง ไม่ว่าจะพยายามออกแรงใช้มือดันตัวขึ้นแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถทำมันได้เลย ยิ่งตัวเขาที่ยังคงสวมชุดถ่วงน้ำหนัก 1 ตันของมิสเตอร์โปโป้ทำให้ความหนักหน่วงนั้นรุนแรงจนร่างกายของเขาแทบพังทลาย

"แค่ก ๆ แย่แฮะดูเหมือนเราจะฝืนร่างกายเกินไป แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ มีหวังคงไม่ทันเวลาอย่างแน่นอน"

แม้ความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากทั่วทั้งร่างจะยังคงอยู่ แต่การ์ลิคก็ไม่คิดจะยอมแพ้ เขาพยายามปรับตัวให้ชินกับแรงโน้มถ่วงระดับนี้อย่างช้า ๆโดยไม่คิดจะฝืนร่างกายเกินไป จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็เริ่มค่อยๆชินกับแรงโน้มถ่วงระดับนี้ จนในที่สุดผลจากการไม่ยอมแพ้ การ์ลิคก็สามารถยืนขึ้นได้ในขณะที่ถูกแรงโน้มถ่วง 50 G สวนชุดถ่วงเขาถอดทิ้งไปแล้ว

"เราต้องรีบเร่งสักหน่อย เพราะอีกไม่นานระบบออโต้ที่เราตั้งไว้จะเริ่มทำงาน"

ปิ๊งง ฟู่ววววววววววว~!

"ขี้โกงนี่นาการ์ลิค แอบมาฝึกคนเดียวแบบนี้ได้ไง"เสียงบ่นคล้ายไม่พอใจของเด็กหญิงที่คุ้นเคยดังมาทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก

"อย่าพึ่งเข้ามาเบลล่า ห้องนี้มัน..."

"ไม่มีวัน ถ้านายฝึกได้เราก็จะขอฝึกด้วย..."เบลล่าที่ไม่ฟังคำเตือนของการ์ลิคก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่ระวัง

ตู้มมมมมมม!

"อ๊ายยยยยยยยยยย~"

'นั่นไงตรูว่าแล้วเชียว ก็พูดไม่ฟังนี่นา' การ์ลิคที่คิดในใจตอนนี้มองเบลล่าด้วยความสงสาร เพราะเมื่อครู่ดูเหมือนร่างกายของเธอจะถูกกระชากลงพื้นห้องอย่างรุนแรง มันแรงระดับเดียวกับเขาเลยละ และยิ่งเบลล่าที่มีพลังต่อสู้และร่างกายที่ด้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วง ทำให้ความเจ็บปวดที่เธอได้รับในตอนนี้มากมายเกินจะคาดเดา

"ช่วยไม่ได้แฮะ"

การ์ลิคเดินไปปิดเครื่องแรงโน้มถ่วง ทำให้เบลล่าถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อครู่เธอนึกว่าจะตายเสียแล้ว ใจแทบขาดเลยละ ไม่รู้ว่าถ้าปล่อยไว้นานอีกสัก 5 นาทีเธออาจะกลายเป็นผีเฝ้าห้องนี้เลยก็ได้ และถึงตอนนี้เครื่องจะถูกปิดแล้ว แต่ร่างกายของเธอก็ยังคงบอบช้ำอยู่ดี โดยเฉพาะอวัยวะภายใน

"เอานี่ไปกินสิเบลล่า ว่าจะให้ตั้งนานแล้วก็ลืม"

ควับบบ~!

"จะ เจ้านี่คือ ?"เบลล่าที่คว้าถุงผ้าสีน้ำตาลที่เด็กชายโยนมาให้ถามด้วยความสงสัย

"เจ้านั่นคือถั่วเซียน มันสามารถช่วยให้เธอฟื้นฟูพลังต่อสู้และอาการบาดเจ็บทั้งหมด และจำไว้ว่าพวกเรามีมันไม่มาก ตอนนี้ควรกินแค่เม็ดเดียว และเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น เข้าใจ ?"

"อืม"

กรุบ ๆ กร็อบ ๆ

หลังจากที่เบลล่ากินถั่วเซียน อาการบาดเจ็บที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง มันจึงสร้างความตื่นตะหนักให้เธอไม่น้อย โดยเฉพาะยิ่งตอนที่เธอสัมผัสได้ว่าตัวเธอมีพลังต่อสู้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเกือบสองเท่า เธอจึงต้องถามเหตุผลเรื่องนี้จากการ์ลิคอย่างเร่งรีบ

"นี่เป็นความสามารถของชาวไซย่า ยามที่เราบาดเจ็บ เมื่อฟื้นฟูเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น"การ์ลิคตอบด้วยเสียงราบเรียบ

"อย่างนี้นี่เอง"เบลล่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ว่าแต่เธอมาก็ดีแล้วเบลล่า หลังจากนี้พวกเราจะรีบฝึกวิชากันที่ห้องนี้ 1 ปี หลังจากนั้นเราจะพาเธอไปยังที่แห่งหนึ่ง"

เบลล่าพยักหน้า แม้เธอจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม เพราะการ์ลิคในตอนนี้ดูหน้ากลัวมากจนเธอไม่กล้าถาม และหลังจากนั้นเมื่อตกลงกันได้ การ์ลิคก็คิดจะช่วยให้เบลล่าแข็งแกร่งขึ้นในเร็ววันโดยการฝึกซ้อมกับเขา โดยช่วงแรกเขาให้เบลล่าไปถอดชุดถ่วงน้ำหนักและค่อยมาฝึกปรับตัวกับแรงโน้มถ่วง 50 สิบเท่าให้ได้ซะก่อน ซึ่งก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าเธอจะชินกับแรงโน้มถ่วงระดับนี้

"ดีมากหลังจากนี้ เราจะฝึกร่างกายและวิชาต่อสู้กัน หลังจากครบหนึ่งเดือนแรกเราจะเพิ่มระดับแรงโน้มถ่วงขึ้นอีก 50 G ยังไงเธอก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อยก็ดีนะเบลล่า"

"จัดมาเลยการฝึกแค่นี้ เราไม่หวั่นอยู่แล้ว"เบลล่ากล่าวพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยไม่รู้ว่าหลังจากนี้เธอจะไม่มีวันลืมความหน้ากลัวที่แท้จริงของครูฝึกการ์ลิค

____________________________________________________________________________________________________________

โทษทีพึ่งกลับมาถึงละ

ความคิดเห็น