Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่3 “ถูกชะตา”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่3 “ถูกชะตา”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2561 09:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่3 “ถูกชะตา”
แบบอักษร

บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หลังบ้านมีบึงบัวขนาดใหญ่ ในน้ำมีปลาหลายสายพันธุ์ รอบๆบ้านมีต้นไม้น้อยใหญ่รายล้อม ซึ่งมีนกนานาชนิดมาทำรังอาศัยอยู่ ทำให้ดูร่มรื่นยิ่งนักในสายตาผู้พบเห็น

ภายในบ้านมีห้องแบ่งเป็นโซนใช้สอยอย่างชัดเจนซึ่งประกอบไปด้วย

ห้องพระขนาดใหญ่ที่ภายในจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ที่พื้นปูพรมอย่างดี มีโต๊หมู่บูชาที่วางพระพุทธรูปไล่เรียงระดับ หรือแม้กระทั่งมีเบาะรองนั่งไว้สำหรับนั่งสมาธิ

ห้องนอนขนาดใหญ่จำนวนสี่ห้อง ที่มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงนอน และห้องน้ำในตัว

ห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหม้อ ตะหลิว กระทะ หรือแม้แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย เช่น ไมโครเวฟ เตาอบ เป็นต้น

ห้องรับประทานอาหาร จัดให้มีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยเก้าอี้ และมีกระจกหมุนบนโต๊ะเพื่อให้สะดวกในการเลือกทานอาหารได้

ห้องนั่งเล่น ที่ปูด้วยพรมขนนุ่มๆไว้ที่พื้น มีโซฟารูปตัวแอล เก้าอี้โซฟาเบดที่ปรับนอนได้ มีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ติดที่ฝาผนัง และมีมุมเครื่องดื่มเล็กๆ

ห้องรับแขก จะจัดติดอยู่กับด้านสวนดอกไม้ มีประตูกระจกเลื่อนบานใหญ่สำหรับเปิดรับลมธรรมชาติได้ ภายในห้องรับแขกจะมีโซฟารูปตัวยูวางไว้เท่านั้น

และห้องโฮมเธียเตอร์ไว้สำหรับดูหนัง ฟังเพลง ภายในห้องจะมีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มีลำโพงฝังไว้รอบๆ ผนังห้องเพื่อให้เสียงดังทั่วทุกทิศทาง ที่ผนังห้องบุนวมและตัวเก็บเสียง มีเครื่องเล่นแบบไฮเดฟ(HD)ที่ทันสมัย มีแม้กระทั่งไมค์เพื่อใช้ร้องเพลงคาราโอเกะ

แต่ผู้ที่อยู่อาศัยนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น คือ คุณธนาคม กับ คุณอารดา ที่เป็นเจ้าของบ้าน และลูกชายคนเดียวของท่านคือ คุณธนาธิป

ใกล้กับริมบึงบัวจะมีเรือนไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ปลูกอยู่ ซึ่งที่นี่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีห้องนอนขนาดใหญ่หนึ่งห้องด้วย บ้านหลังนี้จะใช้เป็นที่นั่งสังสรรค์ของคุณธนาธิปและเพื่อนๆ

นอกจากนี้คุณธนาคมยังให้ปลูกสร้างเรือนพักหนึ่งหลังสำหรับแม่บ้าน คนขับรถ และคนสวนเอาไว้ด้วย คุณธนาคมแบ่งบริเวณระหว่างผู้ชายและผู้หญิงไว้อย่างชัดเจน ห้องพักมีความกว้างขวาง ซึ่งท่านจัดเตรียมไว้ให้ทุกคนอย่างเพียงพอ เรือนพักนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันไว้ให้ใช้ด้วย เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น พัดลม โทรทัศน์ เป็นต้น

วันนี้คุณอารดาพึ่งจะไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ดีที่มนสิชาช่วยไว้ได้ทัน และดีที่คนร้ายคิดแค่กระชากกระเป๋าอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าคนร้ายลงมือทำร้ายร่างกายด้วย ป่านนี้คุณอารดาได้ไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแทนที่บ้านเป็นแน่ เรื่องราวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดให้ผู้เป็นสามีและบุตรชายฟัง

“แล้วคุณแม่เป็นอะไรมั๊ยครับ เจ็บตรงไหนบ้างมั๊ยครับคุณแม่” ธนาธิปรีบสอบถามอาการของมารดาด้วยความเป็นห่วง

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอกลูก ห่วงก็แค่ยายหนูคนนั้น คนอะไรตัวเล็กนิดเดียว แต่ใจกล้าซะเหลือเกิน นี่ถ้าแม่ไม่ได้เธอช่วยไว้ ป่านนี้ไอ้พวกโจรก็คงได้กระเป๋าแม่ไปแล้วแหละลูก” คุณอารดาตอบบุตรชาย พร้อมกับชื่นชมมนสิชาให้บุตรชายฟังไปด้วย

“คุณแม่อย่าไว้ใจคนมากสิครับ เผื่อผู้หญิงคนนี้อาจเป็นนางนกต่อก็ได้นะครับ เดี๋ยวนี้พวกโจรมันฉลาดนะครับ พวกมันทำกันเป็นขบวนการเลย” ธนาธิปพูดเตือนมารดา เขาไม่อยากให้มารดาไว้ใจใครง่ายๆ แบบนี้

“เฮ้อ!! ตาจอมทัพนี่ เคยมองใครในแง่ดีบ้างมั๊ยฮึ!! แม่ละเหนื่อยใจจริงๆ แม่หนูคนนั้นที่ช่วยแม่ไว้ไม่เรียกร้องเอาอะไรจากแม่เลยด้วยซ้ำ” คุณอารดาพยายามอธิบายให้บุตรชายฟัง

“คร๊าบ ครับ ผมเชื่อแม่ก็ได้ครับ” ธนาธิปไม่อยากเถียงกับมารดา กลัวจะทำให้ท่านอารมณ์เสีย

“คุณดาทีหลังคุณอย่าเดินลงไปคนเดียวอีกนะ ให้นายมั่นไปเป็นเพื่อนก็ได้ ผมเป็นห่วงคุณนะ” คุณธนาคมเอ่ยเตือนภรรยา พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง

“ค่ะคุณ คราวหลังดาจะให้นายมั่น หรือหวานไปด้วยนะคะ” คุณอารดารับปากสามี เพราะเธอรู้ว่าสามีเป็นห่วงเธอจริงๆ

“เอ่อ...คุณพ่อคุณแม่ครับ เสาร์อาทิตย์นี้ผมไม่อยู่บ้านนะครับ” ธนาธิปรีบบอกมารดาเกี่ยวกับเรื่องที่จะพานิชาภาไปเที่ยวน้ำตก

“จอมทัพแกจะไปไหนอีก แทนที่วันหยุดแม่จะได้เห็นหน้าลูกชายบ้าง นี่อะไร เฮ้อ!!!” คุณอารดารีบถามบุตรชาย พร้อมทั้งบ่นธนาธิปไปด้วย

“ผมนัดกับนิชาว่าจะไปเที่ยวน้ำตกกันครับคุณแม่” ธนาธิปบอกถึงสาเหตุที่จะไม่อยู่บ้านช่วงเสาร์อาทิตย์นี้

“เอาที่แกสบายใจก็แล้วกัน” คุณอารดาพูดประชด ท่านอดที่จะน้อยใจไม่ได้

“อย่างอนผมเลยนะครับคุณแม่ ผมขอไปเที่ยวสองวันเองนะครับ” ธนาธิปรีบเข้าไปกอดมารดาเพื่อง้อท่าน

“อืม ขับรถดีๆหละ” คุณอารดารู้ว่าท่านคงห้ามบุตรชายไม่ได้

“ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมลานะครับคุณพ่อคุณแม่” ธนาธิปหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่พร้อมกับกล่าวขอบคุณ และเอ่ยลาบุพการี

เมื่อบุตรชายสุดที่รักไปแล้ว คุณอารดายังเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อมนสิชาให้สามีฟังต่อ

“คุณคมค่ะ ไม่รู้ป่านนี้ยายหนูคนนั้นจะเป็นยังงัยบ้างก็ไม่รู้นะคะ” คุณอารดานึกถึงมนสิชาว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็คุณบอกว่าเด็กไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่หรือ” คุณธนาคมพูดตอบภรรยา

“ใช่ค่ะ เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ดาอยากตอบแทนน้ำใจเธอบ้าง แต่เธอก็ไม่รับเงินของดานะคะคุณคม” คุณอารดารีบอธิบายให้สามีฟัง

“อืม เอาอย่างนี้สิ เราก็ไปช่วยอุดหนุนขนมที่แม่หนูคนนั้นขายก็ได้นี่” คุณธนาคมช่วยเสนอทางออกให้

“อุ๊ย!! จริงด้วย น้องลืมไปได้ยังงัยนะ” คุณอารดาคิดตัดพ้อตัวเอง

“ทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแม่หนูคนนี้แล้วนะคุณดา” คุณธนาคมกล่าวย้ำอีกครั้ง

“ค่ะ แต่ดาขอไปซื้อด้วยตัวเองนะคะ ดาอยากเจอแก” คุณอารดาเอ่ยขออนุญาตที่จะออกไปซื้อขนมด้วยตัวเองกับสามี

“ได้สิ แต่คุณเอานายมั่นไปขับรถให้นะ แล้วเอาหวานไปช่วยถือของด้วย ตอนลงจากรถให้ทั้งสองคนไปกับคุณด้วยนะคุณดา ผมเป็นห่วง” คุณธนาคมบอกภรรยาด้วยความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย

“รับทราบค่ะคุณสามีที่รัก” คุณอารดากระเซ้าคุณธนาคมเล่น

“แล้วจะไปตอนไหนหละคุณดา” สามีถามคำถามกลับมาอีกครั้ง

“เอ่อ น่าจะเป็นพรุ่งนี้ตอนเย็นๆ ค่ะ ดาจำได้ว่าแม่หนูบอกว่าจะออกมาขายในช่วงเย็น” คุณอารดารีบบอกสามี

ตอนนี้คุณอารดาก็ยังไม่เลิกคิดถึงมนสิชา คุณอารดารู้สึกถูกชะตากับมนสิชาเป็นอย่างมาก ท่านก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ท่านสัมผัสได้ว่ามนสิชาต้องเป็นคนดีแน่นอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น