Kitsunez

สามารถคอมเม้นแนะนำ ติชม ได้เต็มที่เลยนะคะทางเราจะนำไปแก้ไข ขอกำลังใจเล็กๆของทุกคนด้วยน้า

ตอนที่ 2 หวังดีหรือหวังร้าย?

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 หวังดีหรือหวังร้าย?

คำค้น : หวังดี หวังร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 12:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 หวังดีหรือหวังร้าย?
แบบอักษร

หลังจากที่ปล่อยให้ลูกทัวร์ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศด้านบนของปราสาทโอซาก้ากันอย่างสมใจแล้ว ผมก็เรียกรวมให้ทุกคนลงไปด้านล่างเพื่อไปสวนสาธารณะนั่งชมซากุระพร้อมทานข้าวกล่องเบนโตะกัน โดยอธิบายเก็บตกเกี่ยวกับปราสาทอีกมากมาย รวมทั้งชี้แคปซูลขนาดใหญ่ที่มีบริเวณของปราสาทโอซาก้าที่ดูสะดุดตานักท่องเที่ยวทุกคนของที่นี่ 

"แคปซูลที่เราเห็นกัน คนญี่ปุ่นเขาเชื่อกันว่าเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบซึมซับกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของคนญี่ปุ่นครับ ไม่ว่าจะรูปแบบเค้าโครงเดิม วิถีของชาวญี่ปุ่น" 

ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ละเอียดอ่อนของคนที่นี่จริงๆนั้นแหละครับ ไม่นานพวกเราก็มาถึงสวนสาธารณะ ต้องขอบคุณพี่ยามที่ช่วยติดต่อหาสถานที่ว่างๆพร้อมมีเสื่อให้ยืมด้วยทำให้ลูกทัวร์ได้พอมีที่นั่งชมกันอย่างสบาย ๆ 

"เอ่อ กรุณาแบ่งเป็น 4ท่านต่อ1ผืนนะครับ เนื่องจากมีเพียงแค่5ผืนเท่านั้นต้องขออภัยด้วยครับ" ผมอธิบายพร้อมขอโทษลูกทัวร์ทุกคนที่อาจจะทำให้ไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่เนื่องจากของแบบนี้ต้องจองที่กันไวมากเพราะทั้งคนต่างชาติ คนที่มาแบบทัวร์เหมือนพวกเราและชาวญี่ปุ่นเองก็ชอบที่จะมานั่งทานข้าวกล่องเบนโตะที่นี่เช่นกันทำให้พื้นที่ถูกจับจองค่อนข้างไวและเสื่อที่ไว้ปูนั่งค่อนข้างมีจำกัดอีกด้วย อย่างที่ได้บอกไปว่าทัวร์รอบนี้เป็นทัวร์ที่กระทันหันมาก หากได้เตรียมพร้อมกว่านี้ก็ดีสิ....แต่ผมจะชดเชยด้วยสถานที่อื่นๆให้เต็มที่เลยแล้วกัน

พอไม่มีใครตำหนิอะไรก็โล่งใจนิดหน่อย ทุกๆคนก็เริ่มจับกลุ่มกันให้มันเรียบร้อยโดยทางเราได้สถานที่ชมซากุระแถบต้นใหญ่เลยด้วยครับ มีแสงไฟนิดหน่อยเผื่อยามค่ำคืน คนญี่ปุ่นส่วนมากเขามักจะมาชมดอกซากุระกันหลังเลิกงานบ้างมาพร้อมกับซาเกทำให้มีเสื่อมากมายถูกวางจับจองพื้นที่ไว้

"พี่สแตมป์ฮะ ทำไมมีเสื่อเยอะแยะเลย?" ทิวาเด็กชายตัวน้อยถามขึ้นเมื่อผมเดินมาแจกเบนโตะให้ผมคลี่ยิ้มกว้างให้ก่อนจะตอบเด็กน้อยออกไป

"เพราะว่าเขาจองที่กันแล้วไงละครับ พอเลิกงานจะได้มีที่นั่งกัน"

"แล้วพวกเขาไม่กลัวมีใครขโมยเหรอฮะ?"

"ที่นี่ไม่มีขโมยหรอกครับ ทุกๆคนเขามาเพื่อพักผ่อนนะเหมือนพวกเราต่างหากละเนอะ เอ้า ทานเยอะๆนะ" 

ผมยื่นข้าวกล่องให้ทิวารับมันมาถือไว้ก่อนจะยิ้มให้ผม ส่วนตะวันก็วิ่งเข้ามารับบ้างโดยส่งให้พ่อแม่ก่อน น่ารักกันจัง....ถ้าผมมีน้องชายน่ารักๆแบบนี้สักคนคงอดใจไม่ไหวแน่ๆ แต่น่าเสียดายที่ในครอบครัวผมมีลูกสองคน ซึ่งผมเป็นน้องคนเล็กผมยังมีพี่ชายคนหนึ่งอยู่ครับแต่เขาทำงานอยู่ที่แถวยุโรปนู้น!

ในกล่องข้าวที่ผมแจกนั้นมี ข้าวหน้าหมูทงคัตสึ ซุปเต้าเจี้ยว สลัดผักและของหวานเล็กๆน้อยๆในกล่องซึ่งมันน่าจะพออิ่มสำหรับมื้อหนึ่งได้อยู่แล้วผมมีของพวกขนมปังเผื่อลูกทัวร์ที่อาจจะหิวอยู่บนรถต่อด้วยเพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการกินเลยด้วยซ้ำไป

"เมื่อไหร่จะแจกเสร็จน่ะ หิวแล้วนะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นผมสะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปมองแล้วพบว่าเป็นพี่เมซเซจคนเดิมนั้นเองที่บ่นอยู่โดยสายตาของเขาก็กำลังมองผมอยู่เหมือนกัน ผมกำลังจะอ้าปากพูดพี่เขาก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผมแล้วแย่งถุงข้างกล่องเบนโตะจากมือของผมไปโดยไม่ทันได้พูดอะไร


"ขอโทษครับ ผมจะแจกให้เดี๋ยวนี้ ขอถุงคืนได้ไหมครับ?" ผมพูดออกมารัวอย่างประหม่าเพราะยังตั้งตัวไม่ถูกสักเท่าไหร่มือของผมก็ยื่นมาเพื่อจะขอถุงข้าวกล่องเบนโตะคืนดีๆ

"คุยกับลูกทัวร์เขาก้มหน้ากันเหรอ?" พี่เมซเซจเหมือนจะไม่จบแล้วเชยคางผมขึ้นมาให้สบตาเขา ผมสบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของพี่เมซเซจ ทรงผมเปิดหน้าผากเนียนกับสีน้ำตาลช็อกโกแลตทำให้ดูดีไม่ใช่น้อยกำลังจับจ้องดวงตาผมอยู่เช่นกันแม้จะผ่านเลนส์แว่นตา นี่พี่เขาเปลี่ยนไปมากกว่าตอนมัธยมมากจนแทบอยากจะเอารูปตอนมัธยมกับตอนนี้มาเทียบแล้วถามว่าคนเดียวกันรึเปล่ามากๆ

"เอ่อ......." มือที่กำลังจะยื่นข้าวกล่องให้ถูกแช่ค้าง แต่ไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

"สแตมป์! ให้พี่ช่วยไหม? หนักแย่" เสียงของพี่สกายดังขึ้นมานี่เอง ผมเลยรีบผละตัวออกมาทันที ก่อนจะรีบยิ้มแป้นให้พี่สกาย

"ไม่เป็นไรครับ พี่สกายกับคุณเมซเซจไปนั่งรอเถอะนะครับ เดี๋ยวผมจะแจกน้ำตามไป นี่ครับของคุณเมซเซจ" ผมจงใจใช้คำว่า 'คุณ' ก็เขาไม่ได้สนิทกับผมแล้วนี่นา เรื่องของเรามัน 'จบ' ตั้งแต่วันนั้นแล้ว...ความสัมพันธ์ตอนนี้มีเพียง ลูกทัวร์-ไกด์ เท่านั้นเอง.....

ผมไม่ควรจะใช้คำว่าพี่เหมือนแต่ก่อนอีกแล้วด้วย ผมดึงถุงข้าวกล่องกลับมาตอนที่คุณเมซเซจเผลอแล้วยื่นข้าวกล่องเบนโตะให้กับเมซเซจเพื่อตัดปัญหาการรอดนานของเจ้าตัว

"พูดอะไรแบบนั้นละ พวกเรากินช้าแล้วไปเที่ยวกันไม่ทันพอดีน่า" พี่สกายเลยส่ายหัวให้ผมแล้วแบมือตรงหน้าเชิงขอให้ผมยื่นถุงข้าวกล่องไม่ก็ถุงน้ำเพื่อลดภาระการแจกมื้อกลางวันให้ลูกทัวร์

"ไม่ได้หรอกครับ นี่หน้าที่ผม ผมจะแจกให้ไวขึ้น" ผมปฎิเสธอีกครั้งหนึ่งแล้วชักถุงหนีจากมือพี่สกายทันแต่...


ฟึ่บ!


"ก็แค่นั้น" พี่เมซเซจยักไหล่เพราะตอนนี้ถุงเบนโตะทั้งหลายอยู่ในมือพี่เขาอีกแล้วแล้วเดินไปหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจผมกับพี่สกายอีก ผมทำหน้าเหวอก่อนจะรีบเดินตามพี่เมซเซจไปทันที 

"พี่...เอ่อ..คุณเมซเซจ! คืนถุงมานะครับ !" เหมือนเขาจะไม่ได้ยินผมหรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่รู้ เขายังคงเดินจากคนอื่นๆแทนด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร....รอยยิ้มที่เคยมอบให้ผม...แต่ตอนนี้คงไม่ได้มีไว้ให้ผมอีกแล้วล่ะ

ผมนิ่งไปเล็กน้อย สงบไว้สิสแตมป์เรื่องมันผ่านไปแล้วนะ...ไม่มีวันที่จะกลับมาแล้วนะ ทัวร์มันจะพังเอานะถ้าเกิดยังเป็นแบบนี้น่ะ

ผมหันหลังกลับไปหลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว แจกน้ำ ใช่...ผมต้องรีบทำ จะปล่อยให้ลูกทัวร์รอไม่ได้นะ ผมรีบเดินไปทางที่ผมวางของไว้ เอ....น่าจะอยู่แถวนี้นี่นา? ผมมองซ้ายขวาหาถุงขวดน้ำใหญ่ๆของตัวเองแต่ก็ไม่พบเลย จนสายตาสะดุดกับร่างที่คุ้นเคย พี่สกาย...พี่สกายกำลังแจกน้ำให้คนอื่นอย่างคล่องแคล้วแล้วแจกไปเรื่อยๆ ผมกำมือนิดหน่อย

นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย พวกเขาแย่งงานผมทำรึไง...เฮ้อ

ผมสะบัดหัวตัวเองไปมาอย่างแรง พอๆเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วไอ้แสตมป์เอ้ย แกไม่โชคร้ายซ้ำซ้อนกันแบบนั้นอยู่แล้วละ ผมรีบวิ่งเข้าไปช่วยสกาย ใช่กับพี่เมซเซจปล่อยเขาไปเถอะแต่กับพี่สกายผมต้องเข้าไปช่วยให้ได้!

มันเป็นหน้าที่ของไกด์นะ ไม่ใช่หน้าที่ของลูกทัวร์! 


"อาหารอร่อยไหมละ สแตมป์?"

"พี่เมซเซจคะ ป้อนเบลล่าหน่อยค่ะ อ้ามม"

ทำไมนะ...ทำไม ผมต้องมาอยู่ตรงนี้ด้วย! ย้อนกลับไปเมื่อผมช่วยพี่สกายกับพี่เมซเซจ(แม้พี่เมซเซจจะแจกข้าวคนเดียวก็ตาม)เสร็จ ผมก็หาที่นั่งว่างๆที่จะนั่งกินข้าวพร้อมดูแลลูกทัวร์แต่ผมกลับโดนพี่สกายลากให้มานั่งด้วยกันเนื่องจากที่นั่งมันเหลือที่หนึ่งครับ แล้วไม่ยอมให้ผมนั่งผืนหญ้าเปล่าๆคนเดียวด้วยแม้ผมจะปฎิเสธไปหลายรอบแล้วก็ตาม..ถ้าถามว่ามีใครบ้าง ผมว่าคุณผู้อ่านต้องเดาถูกแน่นอนครับ ใช่...มีพี่สกาย พี่เมซเซจ คุณเบลล่า  และ ผม!

คุณอลันเป็นลูกครึ่งอังฤษครับ ทำงานที่เดียวกับพี่สกายเลยทำให้สนิทกันมากจริงๆมีคุณต้าร์อีกคน แต่คุณต้าร์กับคุณอลันไปขอนั่งกับสาวๆแทนกลุ่มเพื่อนของตัวเองและผมเพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วคุณตาร์กับคุณเบลล่าก็อายุเท่าผมนี่แหละ 

"อร่อยครับ.." 

มันจะอร่อยกว่านี้แน่ๆ ถ้าผมนั่งที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ที่มีพีเมซเซจกับคุณเบลล่า ผมไม่ได้เกลียดพวกเขาหรอกแต่มันรู้สึกแปลกๆน่ะที่ต้องมานั่งในที่ที่แบบนี้น่ะแบบว่ามันไม่ใช่ที่ที่ผมจะมานั่งเลยแม้แต่นิดเดียว

"อร่อยที่สุดเลยค่ะ พี่เมซเซจ เบลล่าป้อนบ้างนะ?" คุณเบลล่าดูมีความสุขมากๆหลังจากที่พี่เมซเซจยอมป้อนแล้วรีบป้อนพี่เมซเซจกลับไปซึ่งพี่เมซเซจก็กินต่อเลยหวานกันหนุ้งหนิ้งเลยผมแอบถอนหายใจเบาๆ รีบๆกินต่อดีกว่าจะได้เดินทางไปยังเมืองอื่นๆสักที

"อะ..."

"เอ๊ะ?"

ผมหงายหน้าขึ้นเมื่อเหมือนมีอะไรถูกยื่นให้ผมเมื่อหงายหน้าไปก็เห็นพี่สกายคีบหมูทงคัตสึให้ผมชิ้นหนึ่งนี่เอง ผมเลยทำหน้าเหวอไปเล็กน้อย

"พี่เห็นแสตมป์นั่งกินเหมือนไม่อร่อยเลย คิดว่าหมูหมดแล้วอาจจะไม่อร่อยก็ได้ ฮ่าๆ" ผมเลยก้มมองเบนโตะของตัวเอง จริงด้วยผมกินแต่ทงคัตสึเล่นเพลินเลยนี่นา เหลือไม่กี่ชิ้นเอง

"อะ เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ครับพี่สกาย มันอร่อยอยู่แล้วล่ะครับแต่ผมไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่น่ะ" นี่เป็นข้อเสียของผมนี่แหละที่เวลาสนใจอย่างอื่นและสิ่งที่กำลังทำก็ให้ความสำคัญมันน้อยลง เพราะมัวแต่คิดเรื่องอดีตแบบนั้นทำให้ไม่ได้มองข้าวกล่องของตัวเองเลยว่ากินแต่กับเล่นไปเยอะแล้ว

"เฮ้ออ อ้าปากเร็ว" เขาเลยพูดเชิงบังคับแล้วจ้องผมเขม็ง ตอนนี้ผมเหมือนหมาน้อยที่กำลังทำอะไรผิดอยู่กับเจ้านายผมเลยยอมอ้าปากทันที พี่สกายเลยเอาหมูแสนอร่อยเข้าปากผมก่อนจะยิ้มร่า "กินข้าวลงไปด้วย"

"....." ผมพยักหน้าหงึ่กๆแล้วรีบคีบข้าวกินตามลงไปพร้อมเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาเล็กๆ พี่สกายนี่เป็นคนดีจังเลยนะ...แต่บางทีผมก็แอบคิดว่าถ้ามันเหมือนตอนนั้นล่ะ?

พวกเราพูดคุยเล่นกันสองคนด้วยเสียงไม่ดังมากเพราะกลัวมันจะเสียมารยาทเอาและไม่อยากจะขัดขวางควมรักของคู่รักที่อยู่ด้านข้างสักเท่าไหร่นัก แม้ว่าบางทีอาจจะหัวเราะกันเสียงดังไปหน่อยจนคุณเบลล่าหันมามองเขม็งแต่พี่สกายก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักแล้วยังชวนผมคุยต่อไป



พอทุกคนทานมื้อกลางวันกันอิ่มแล้วจัดการธุระส่วนตัวกันเรียบร้อย ผมก็รีบลุกไปหยิบถุงขยะขนาดใหญ่มาแล้วให้ลูกทัวร์หย่อนกล่องเบนโตะกับน้ำเปล่าลงถุงขยะนี้กันเลยพร้อมเชิญให้ไปขึ้นรถรอ เพราะมันไม่ไกลจากที่จอดรถนักต้องรีบไปเมืองอื่นแล้วก่อนที่จะสายแล้วรถอาจจะติดช่วงเย็นเอา พอทุกคนเริ่มทยอยกันทิ้งขยะแล้วกลับขึ้นรถผมก็ตั้งถุงขยะสีดำไว้พร้อมจะก้มลงไปเก็บเสื่อก่อน แต่สายตาชะงักไปเมื่อมีรองเท้าคู่หนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้าผม 

เอ๊ะ? ถุงขยะก็อยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ หรือมีปัญหาอะไรรึเปล่า?

ผมเลยเงยหน้าไปมองแต่ก็ขมวดคิ้วทันที พี่เมซเซจอีกแล้ว เขาเป็นเจ้ากำนายเวรของผมรึเปล่าเนี่ยตามมาหลอกหลอนได้หลอกหลอนดีเหลือเกิน

"ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง?"

"เปล่าครับ..คุณเมซเซจมีอะไรเหรอครับ?" ผมหลบสายตาของเขาทันที แล้วท่องหนึ่งถึงสิบเข้าไว้ เขาอาจจะมาแกล้งนิดหน่อยแต่เบื่อเดี๋ยวก็ไปเองนั้นแหล่ะ

"เสื่อน่ะ เก็บหมดแล้วเหลือแต่ที่นายกำลังก้มลงไปเก็บ  " พี่เมซเซจยกเสื่อที่ม้วนเรียบร้อยแล้วทั้งสี่ผืนเหลืออีกผืนที่ผมกำลังม้วน

"เอ้า มัวแต่ทำหน้าเอ๋อ จะได้ไปเมื่อไหร่" เขาถามขึ้นหลังจากผมที่นิ่งไปแล้ว ผมเลยทำตาปริบๆก่อนจะรีบม้วนเสื่อแล้วแบมือขอเสื่อทั้งหมดคืน บ้าจริง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย! ผมว่าผมไวกว่าแล้วนะ

"ขอเสื่อที่เหลือด้วยครับ"

"เข้ามาเอาให้ได้สิ " รอยยิ้มกวนประสาทผุขึ้นมาจนผมแอบปรี๊ดนิดหน่อย จะเอาไงกันแน่ผมชักจะหงุดหงิดแล้วนะ ผมเลยเดินเข้าไปเพื่อจะเอาเสื่อคืนกลับมาแต่พี่แกก็เบี่ยงหลบทันซะตลอดแถมยังดึงไว้แน่นไม่ยอมคืนให้ง่ายๆสักที

"คุณเมซเซจ!!" ผมเรียกชื่อเขาออกมาอย่างไม่พอใจทันที พี่เมซเซจก็ยังคงดึงแบบนั้น ผมเลยออกแรงเฮือกสุดท้ายทันที


ฟุ่บ!


อยู่ๆเขาก็ปล่อยทำให้ผมหงายหลังล้มลงไปทันที! โดยมีเสื่ออีกสี่ผืนที่หล่นลงมาใส่ตัวด้วยเช่นกัน


ตุบ!


"โอ๊ยย..."

ก้นของผมกระแทกเข้ากับพื้นหญ้าเต็มแรงทำให้ผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยเสื่อทุกผืนถูกกองลงกับพื้นหมดแล้ว พี่เมซเซจมองอย่างเฉยเมยก่อนจะดึงหมวกบนผมของผมไป

"เด็กขี้ขโมย..."

"ไม่ได้ขโมยสักหน่อย!" ชักจะมากไปแล้วนะ ! ผมโวยวายออกมาดวงตาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก ใช่ มันจะมากไปแล้วนะ พี่เมซเซจยักไหล่ให้ผมก่อนจะเดินจากไปพร้อมหมวกใบนั้น

ผมกำหมัดของตัวเองแน่นๆ พยายามสงบจิตใจ นั้นลูกทัวร์ นั้นลูกทัวร์ ผมท่องคำนี้ซ้ำซากก่อนจะขนเสื่อทั้งหมดไปคืนยามพร้อมกล่าวคำขอบคุณเขายกใหญ่แล้วกลับไปที่รถเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่อไปและจังหวะผมขึ้นรถมาแล้วกำลังจะหาไมค์นั้นผมก็เห็นบางอย่างที่มันสะดุดสายตา

ผมเห็น...เห็นพี่เมซเซจกำลังจูบคุณเบลล่ากันอยู่บนรถ!!

"พวกคุณน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!!"

ผมตะโกนออกมาดังลั่นจนทุกคนที่นั่งบนรถทัวร์หันมามองผมอย่างตกใจไม่เว้นแม้แต่พี่สกาย ใบหน้าของผมแดงปรี๊ดไม่ใช่ความเขินอายแต่เพราะความโกรธที่มันลุกโชนขึ้นมา

เกินไปแล้วนะเฮ้ย!


ความคิดเห็น