เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 คำขอบคุณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 คำขอบคุณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2561 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 คำขอบคุณ
แบบอักษร

ตอนที่ 20

คำขอบคุณ


พี่ซียังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล และหลายวันมานี้ผมก็เข้าๆ ออกๆ ที่นี่บ่อยกว่ากลับหอเสียอีก ผมเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่พี่ซีย้ายมา การเจ็บป่วยของพี่ซีทำให้ผมรู้ว่าเขามีเพื่อนเยอะมาก ผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมไม่ซ้ำหน้าเลย ทั้งคนทั้งผี แต่วันนี้ทุกคนสามัคคีกันมีเรียนมีงาน ผมที่ว่างอยู่ก็เลยมาอยู่กับเขาได้ทั้งวัน

"พรุ่งนี้ก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะคะ" พยาบาลสาวพูดหลังจากเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือให้เขาเสร็จ แล้วเดินออกไป

"ออกวันนี้เลยไม่ได้ไงวะ"

"หายดีแล้วหรือไง"

"อยู่ที่นี่เบื่อจะตาย ไม่มีเหล้าให้กินด้วย"

"เดี๋ยวแผลหายแล้วไปรักษาโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่มต่อเลยนะ จะบอกหมอให้"

"เหอะ!"

"พี่นี่ระยะสุดท้ายแล้วนะ ไม่ได้กินแล้วจะลงแดงไรงี้ไหม"

"มากไปน่าน มากไป" เขามองแรง ผมหัวเราะเบาๆ แล้วลากเก้าอี้ไปนั่งข้างๆ เตียง มองดูหน้าเขาใกล้ๆ รอยถลอกเริ่มเปลี่ยนสี รอยช้ำเบาลง แต่รอยแตกที่หน้าผากที่ถูกเย็บยังบวมเป่ง หมดหล่อไปพักหนึ่งเลย

"อยู่นี่เจอผีบ้างป่ะ"

"มินท์มันคอยไล่ให้อยู่หน้าห้องโน่น"

"โคตรเจ๋ง มีเพื่อนเป็นผี"

"อันนี้ชมหรืออะไร"

"ชมสิ แล้วพี่ยังเห็นคิทบ้างไหม"

เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

"แล้ววันนั้นคุยกันดีแล้วใช่ไหม"

"ครับ คุยกันแล้ว แล้วก็บอกลากันแล้ว"

"ไม่เป็นไรนะ"

"ไม่เป็นไรครับ เออ แต่คิทบอกผมว่ามีเรื่องที่พี่ไม่ให้บอกผม เรื่องอะไรเหรอครับ"

พี่ซีกลอกตาหนีการสบตาของผมไปอีกทาง

"มีเรื่องอะไรที่ผมรู้ไม่ได้หรือเปล่า"

"ไม่ใช่ว่ารู้ไม่ได้ แต่ไม่รู้ดีกว่า"

"ยิ่งพูดยิ่งอยากรู้ไหมล่ะ"

"ไม่ต้องรู้หรอก เชื่อพี่นะ เชื่อพี่อีกครั้ง"

พี่ซียื่นมือมาจับมือผม แล้วดึงให้ผมลุกขึ้น ผมยอมลุกไปนั่งบนเตียงกับเขาอย่างว่าง่าย เขาอบอุ่นเสมอและผมก็รู้ว่าเขากำลังปลอบใจด้วยการยกมือเคาะหัวผมเบาๆ

"พี่ขอโทษนะที่หลอกน่านเรื่องคิท"

"ไม่เป็นไร หายโกรธแล้ว"

"แต่ว่าต่อไปนี้เชื่อพี่นะ"

"ครับ"

ผมพยักหน้ารับ เงยหน้ามองพี่ซีขณะหน้าเราอยู่ใกล้จนแทบจะติดกัน พี่ซีก็ยังเป็นผู้ใหญ่หลอกเด็กในสายตาผมอยู่ดีอะ หมายถึงเขากำลังล่อลวงผมด้วยสายตาคู่นั่นจนผมไม่กล้าขยับหนี แม้ใบหน้าที่เลื่อนเข้ามาใกล้อีก ผมก็ไปไหนไม่ได้

"พี่จูบเราได้ไหม"          

ถามทำไมถ้าไม่รอคำตอบ ผมยังไม่ทันพูดอะไร พี่ซีก็ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บโน้มหัวผมเข้าไปใกล้แล้วแตะปากเข้ามาเบาๆ ผมเคยสัมผัสกับปากเขาแล้วแต่คราวนั้นไม่ใช่เขา ส่วนครั้งนี้เป็นพี่ซี จูบของเขาเบาบางอย่างทะนุถนอม เขาทำตัวหยาบกระด้างแต่จิตใจอ่อนโยน จูบของเขาก็นิ่มนวลจนผมหัวใจพอง

"เฮียซี!"

"พลั่ก!"

"โครม!"

ผมผลักพี่ซีออกแล้วดีดตัวเองออกมาจนสะดุดกับขาเก้าอี้แล้วมานั่งกองกับพื้น เสียงเท้าที่เดินเข้ามาทำให้ผมทำได้แค่ก้มหน้างุดอยู่ริมเตียง

"พวกเรามาเยี่ยมครับเฮีย!"

"มาทำเหี้ยอะไรตอนนี้"

"อ้าว! คนมาเยี่ยมทำไมปากหมางี้อะ"

"ผิดเวลาไอ้สัด!"

"อ้าว แล้วนั่นทำอะไรอะ หาเหรียญเหรอ"

เสียงของเพื่อนพี่ซีหันมาทักผมที่กำลังมุดอยู่ใต้เตียง เลี่ยงไม่ได้แล้วเลยต้องโผล่หน้าออกมายิ้มแห้งๆ ส่งไปแล้วลุกขึ้นยืน 

"ใครวะเฮีย น่ารัก" หนึ่งในนั้นกระซิบถามพี่ซี

"มึงไม่ต้องเสือกเลย"

"งั้นผมไปก่อนนะครับ" ผมว่าแล้วก้าวเท้าออกมาจากตรงนั้นก่อนเสียงพี่ซีเบรกผมเอาไว้

"น่าน"

"ครับ"

"ไว้มาต่อเรื่องเมื่อกี้กันนะ ค้างอะ"

กวนตีน

ผมด่าแบบไม่มีเสียงก่อนจะเดินออกมาแล้วหยุดอยู่หน้าห้อง คำว่าเขินปรากฏขึ้นผ่านรอยยิ้มกว้างสุดริมฝีปาก ผมยกสองมือตบหน้าตัวเองแล้วรีบออกไปจากตรงนี้ก่อน เขินอะ เขิน!

...

พี่ซีออกจากโรงพยาบาลแล้วตอนที่อาการดีขึ้น แต่เพราะแขนหักและขาที่ยังเจ็บอยู่จนเดินไม่สะดวกเลยเป็นเหตุให้หลายวันมานี้พี่ซีเลยไม่ได้ไปมหาลัยเลย ข้อดีอีกอย่างคือไม่ได้ออกไปเมาด้วย แต่เพราะเจ็บอยู่ก็อ้อนหนักมาก ทำตัวเป็นชายน้อยง่อยแดก กินข้าวเองไม่ได้ เข้านอนเองไม่ได้ ผมก็อยากจะรำคาญแต่ก็งงตัวเองที่เผลอไปตามใจเขาทุกเรื่อง วันนี้ก็ชวนผมออกมาห้างเพราะเบื่อที่จะอุดอู้อยู่แต่ในหอ  

พี่ซีตรงเข้าไปที่ร้านขายจักรยานเป็นที่แรก จักรยานแสนรักของเขาพังยับหลังจากอุบัติเหตุวันนั้น ผมปล่อยให้เขาเดินดูจักรยาน ส่วนตัวเองก็เดินดูอะไรไปเพลินๆ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อมองไปเห็นล้อจักรยานราคาห้าหลัก

"โห!"

"อะไรหนู" 

"นี่มันล้อจักรยานหรืออะไหล่ยานอวกาศวะเนี่ย ทำไมแพงขนาดนี้อะ"

"มันเป็นศิลปะไง ศิลปะประเมินค่าไม่ได้นะ"

ผมยังคงตะลึงตอนหันมองชิ้นอื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน ไม่กล้าแตะเลยกลัวไปทำของเขาเป็นรอย เลยได้แต่ยืนงงในดงจักรยาน ความสนใจทั้งหมดของพี่ซีจดจ่ออยู่กับของตรงหน้าดูอย่างดูตั้งใจ ผมจึงปล่อยให้เขาเดินดูสิ่งที่เขาชอบได้นานเท่าที่ต้องการโดยไม่เร่งอะไร ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งก็ชวนผมเดินออกจากร้านด้วยมือเปล่า

"ไม่ถูกใจเหรอครับ"

"ไม่มีตังค์"

"อย่างพี่เนี่ยนะไม่มีเงิน"

"แกลบแล้วเนี่ย"

"อาทิตย์ก่อนผมเพิ่งจ่ายค่าหอไปนะ" 

"ค่าหอหนูยังได้ไม่ถึงครึ่งล้อเลย"

ผมหลุดหัวเราะหน่อยๆ แต่ก็จริงอย่างที่เขาบอก ผมว่าจะไปชวนเพื่อนมาอยู่หอพี่ซีเพิ่ม ไม่งั้นเจ๊งแน่ๆ พี่ซีเดินออกมาจากร้านจักรยานแต่ยังหันมองอย่างดูเสียดาย ผมจึงเปลี่ยนเรื่องให้เขาลืมๆ จักรยานไปก่อน

"พี่หิวไหม"

"หิวแล้วเนี่ย"

"กินไก่ไหม" ผมถามเพราะหันไปเห็นว่าเรายืนอยู่หน้าเคเอฟซีพอดี พี่ซีไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้วจึงตอบตกลงในทันที ผมนี่พุ่งเข้าร้านไปก่อนเลยเพราะจริงๆ แล้วตัวเองนี่แหละอยากกิน

"ซื้อไปกินที่หอไหมครับ"

"ได้ดิ ซื้อเผื่อไอ้พวกนั้นด้วย"

ผมพยักหน้ารับแล้วจัดการสั่งไก่ชุดใหญ่ที่มากพอสำหรับเราทั้งหมด ในตอนนั้นเสียงมือถือของพี่ซีก็ดังขึ้น ผมเผลอมองไปด้วยจริงๆ ไม่ได้อยากรู้ว่าใครโทรมา แต่อีกคนพลิกหน้าจอมาให้ดูว่าเป็นแม่ของเขา ก่อนเดินออกไปรับโทรศัพท์เขาหันมายื่นกระเป๋าสตางค์ให้ ผมรับมางงๆ ก่อนเขาชี้ไปที่เคาน์เตอร์เป็นเชิงให้ผมใช้เงินของเขาจ่ายค่าไก่ ปากบอกไม่มีเงินแต่เปย์กันตลอดจนผมเกรงใจแล้ว ผมหันมองพี่ซีที่เดินออกไปคุยโทรศัพท์จนไม่ได้สนใจผม แล้วรีบควักเงินตัวเองจ่ายค่าไก่ไปก่อนที่เขาจะหันมา

ระหว่างที่ยืนรอไก่ทอดผมก็แอบแง้มดูกระเป๋าสตางค์อ้วนๆ ของเขา ไม่ได้อ้วนเพราะเงิน แต่เป็นสิทธิ์แลกซื้อเซเว่น จึงหลุดขำออกมาหน่อยๆ ผมพลิกดูบัตรประชาชนของพี่ซีที่ยังดูใหม่อยู่ เดาว่านี่ใบที่สองแล้วด้วยอายุที่ปรากฏบนบัตรนั่น เลื่อนสายตามองวันเดือนปีเกิดของเขาก็สะดุดไปนิดหนึ่ง วันเกิดพี่ซีผ่านมาแล้วเมื่อสามวันก่อน แต่ไม่เห็นมีใครบอกผมเลย เขาเองก็ไม่ได้พูดถึงด้วย ผมหันมองพี่ซีที่เดินกลับมาจึงรีบพับกระเป๋าสตางค์แล้วหันหน้าเข้าเคาน์เตอร์เพื่อรอไก่ ไม่นานก็ได้ของที่สั่ง พี่ซีกำลังยื่นมือมาหยิบของแต่ผมแย่งมาก่อน   

"ถือเอง"

"ถือให้"

"ไม่ต้องเลย แขนก็พิการ"             เพราะพูดไปอย่างนั้นเลยโดนกำปั้นของแขนอีกข้างที่ไม่เจ็บทุบเข้ามากลางกบาลเบาๆ ผมได้แต่หันมองตาขวางแต่ก็รวบถุงไก่ทอดมาถือเอาไว้เอง

"พี่ซี"

"ครับ"

"รอนี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวมา"

"ไปไหน"

"ไปห้องน้ำ" ผมพูดไปมั่วๆ แต่ไม่ทันสังเกตเห็นว่าห้องน้ำมันอยู่ซ้ายมือผมเอง พี่ซีหันมองห้องน้ำแล้วก็พยักหน้าเป็นเชิงให้ผมเข้าไป

"อ๋อ ต้องแวะไปจ่ายค่าโทรศัพท์ด้วยอะ ลืมเลย!"

"งั้นพี่ไปด้วย"

"พี่รอนี่แหละ มันอยู่ชั้นสามนู่น ขาพี่ยังไม่หายดีเลย"

"พี่ไม่เป็นไร"

"ไม่เป็นไรได้ไง เดี๋ยวก็เจ็บอีกหรอก พี่นั่งรอนี่เลย นั่งนี่" ผมว่าแล้วลากพี่ซีมานั่งรอที่เก้าอี้ วางถุงไก่แล้วสั่งให้เขาเฝ้าเอาไว้ ก่อนตัวเองจะรีบตรงดิ่งไปยังร้านนาฬิกาคราวก่อน มองหาเรือนที่พี่ซีเคยดูเอาไว้ สะดุ้งกับราคาไปหนึ่งวินาทีแต่ก็ยอมซื้อโดยไม่ลังเล ได้ของที่ตั้งใจมาซื้อก็รีบกลับไปหาพี่ซี


...


เรากลับมาที่หอ ก่อนมื้อเย็นที่พร้อมหน้าพร้อมตาของสมาชิกหอจะเริ่มขึ้น เป็นอีกครั้งที่รู้สึกเหมือนได้กินข้าวเย็นกับคนในครอบครัว เสียงพูดคุยดังปนเปกับเสียงละครในทีวีช่วยให้เย็นวันนี้หอของพี่ซีไม่เงียบเหงา ตอนนี้พี่ซีอยู่ในตำแหน่งเจ้าของหอที่มีอำนาจสูงสุด เพราะอาการบาดเจ็บของเขาทำให้ทุกคนรุมโอ๋เอาใจ แม้แต่ไคโรที่เคยตีกันทุกวัน ก็ยอมทำทุกอย่างตามที่พี่ซีชี้นิ้วสั่งเลย

"ไอ้ไค เอาน้ำให้หน่อย"

"ครับ" ไคโรตอบรับแล้วหยิบน้ำเปล่าส่งให้

"เอาโค้ก"

"ได้ครับ"

"เอาน้ำแข็งด้วยดิ"

"ได้ๆ"

"มันเย็นไปอะ เอาน้ำแข็งน้อยกว่านี้"

"เฮีย! กวนตีนปะเนี่ย!"

"เจ็บแขน..."

"โอเคๆ ได้ๆ"

ผมหลุดยิ้มออกมาเพราะรู้ว่าพี่ซีแกล้ง แต่ไอ้น้องที่โดนแกล้งมันไม่รู้ตัวจึงกลายเป็นทาสเด็กของเขาไปแล้ว ผมก้มมองตัวเองแล้วฉุกคิดขึ้นมา ตัวเองที่นั่งแกะไก่ป้อนใส่ปากให้เขาอยู่เนี่ย ก็มีความทาสไม่ต่างอะไรกับไคโรเลยป่ะวะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมเต็มใจทำให้เขาจริงๆ

"พี่กินอีกไหม"

"ไม่เอาแล้วครับ"

นายท่านอิ่มแล้วก็ได้เวลาของผม ไหลลงไปนั่งกับพื้นแล้วจัดการซัดไก่นั่นด้วยมือเปล่า สนิทกับคนในหอแล้วก็หมดความเหนียมอาย นั่งแทะไก่อย่างเอร็ดอร่อย รู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกพี่ซีมองอยู่ หันไปกี่ทีเขาก็ยังมองอยู่ จนผมต้องหันไปถาม

"มองไรอะ"

"เป็นหนูทำไมกินไก่เก่งอะ"

"ไม่ใช่หนูซะหน่อย"

"แฮมสเตอร์" พี่ซีว่าแล้วยื่นมือมาเขี่ยมุมปากผมเพื่อเช็ดเศษไก่ที่ติดอยู่ตรงนั้น สายตาของพี่ซียังเหลือบต่ำมองอยู่ที่ริมฝีปากของผม

"คิดจะจูบหรือไง"

"ถ้าใช่แล้วจะทำไม"

"ไม่ได้" ผมปฏิเสธแต่คนอย่างพี่ซีก็เอาแต่ใจพอตัว ก้มหน้าลงจุ๊บปากผมด้วยความไว ไวเกินกว่าเท็นกับไคโรจะหันมองด้วยซ้ำ ผมหันมองเขาตาโตๆ เพราะดุอยู่ในใจ แต่หน้าตาตัวเองคงไม่โหดพอให้เขาคิดอย่างนั้นพี่ซีจึงยื่นมือมาเขี่ยแก้มผมอย่างล้อๆ 

"หน้าเหมือนแฮมสเตอร์ตอนเห็นเมล็ดทานตะวันอะ"

"พี่ซี!"

ผมยกมือทำท่าจะทุบแต่อีกคนก็แสดงละครออดอ้อนอ้างความเจ็บขึ้นมาอีกที หมั่นไส้แต่ทำอะไรไม่ได้เลยเนี่ย หงุดหงิดพี่ซีขึ้นมานิดๆ แล้ว

หลังจบมื้อเย็นผมอาสาเป็นคนเก็บขยะเองเพราะสงสารไคโรที่โดนใช้เยอะแล้ว แต่พี่ซีไม่ยอมให้ผมทำคนเดียว เลยตรงเข้ามาช่วยทั้งๆ ที่ไล่ไปแล้วสามรอบ

"พี่ ไม่ต้องช่วย ไปนั่งเลย"

"พี่ไม่เป็นไรซะหน่อย"

"เออ ไปนั่งเหอะ"

"ก็เดี๋ยวช่วย"

"ไม่ต้องไง"

"เดี๋ยวเก็บอันนี้ก็ได้ อุย!" พี่ซีสะดุดกึกเพราะความวุ่นวายที่พยายามจะช่วยกลับทำให้มันเละเทะกว่าเดิมเพราะมือเขาไปทิ่มเข้ากับถาดซอสจนเลอะทั้งมือทั้งโต๊ะ

"บอกแล้วไงไม่ต้องช่วย ไปนั่งเลย!" ผมดุเพราะโมโหแล้ว พี่ซีจึงยอมไปนั่งที่โซฟา ผมดึงทิชชูไปเช็ดมือข้างที่เลอะให้ แล้วอดจะบ่นไม่ได้

"พี่เห็นผมเป็นเด็กเหรอ"

"เห็นเป็นหนู"

"พี่ซี!"

"ก็ไม่อยากให้ลำบากไง"

"มันลำบากตรงไหนเล่า พี่อะ ชอบทำเหมือนผมทำอะไรไม่เป็น"

พี่ซีก้มหน้าหงอยๆ ลงไป 

"พี่ควรห่วงตัวเองก่อน ทำไมพี่ชอบดูแลคนอื่นมากกว่าตัวเอง"

"รักไง"

ผมเงยหน้าขึ้นมองคำพูดตรงๆ ของเขา ปากกับใจไม่เคยสวนทางกันเลย แล้วเพราะว่าเป็นคำนั้นจากที่หงุดหงิดก็หายไปซะเฉยๆ ผมจึงหลุดยิ้มออกมาในตอนนั้น เขินทำอะไรไม่ได้เลยดึงทิชชูถูมือเขาแรงๆ แก้เขิน 

"พอละๆ หนังจะหลุดละ"

"เล็บพี่ยาวแล้วนะ ตัดให้ไหม"

"อันนี้ก็ทำเหมือนพี่เป็นง่อยอะ"

"ก็ตามใจ งั้นก็ไปตัดเองเลย"

"อะ ตัดๆ ตัดให้หน่อยครับ"

ผมไม่เคยตัดเล็บให้ใครมาก่อนเหมือนกัน แต่ก็เสนอตัวไปแล้วก่อนจะพบว่าการตัดเล็บให้คนอื่นก็ลำบากอยู่เหมือนกัน ผมที่นั่งอยู่ที่พื้นกำลังพยายามตัดเล็บของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา ท่าทางไม่ถนัดที่เก้ๆ กังๆ ทำให้พี่ซีลั่นหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ

"มันไม่ถนัดอะ"

"นั่งแบบนั้นมันก็ไม่ถนัดดิ ขึ้นมานี่" พี่ซีว่าแล้วดึงผมให้ลุกขึ้นก่อนจะรวบเอวเข้าไปนั่งข้างๆ ผมนิ่งไปนิดหนึ่งด้วยตำแหน่งของผมและเขาที่แนบชิดกันจนไม่มีช่องว่าง พี่ซียื่นมือข้างที่โอบเอวผมอยู่มาข้างหน้าเพื่อให้ตัดเล็บต่อ ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็เป็นท่าที่ทำให้ตัดเล็บได้ถนัดดี ผมบรรจงตัดเล็บพี่ซีทั้งสองข้างจนเสร็จเรียบร้อย แต่คนที่โอบร่างผมอยู่ก็ยังไม่ยอมปล่อยออก เนียนนั่งกอดเอวไปงั้นอะ

มือหนึ่งของเขาก็ลูบๆ คลำๆ ฝ่ามือของผมที่จับกันอยู่ ผมก้มมองข้อมือใหญ่ของเขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าซื้ออะไรมาให้เขา เลยขยับไปหยิบนาฬิกาให้กระเป๋ามา

"พี่ซี"

"ฮึ?"

"หันหน้าไปหน่อย"

"ทำไม"

"น่า!"

เขายอมทำตามอย่างว่าง่าย ในตอนที่เขาหันหน้าไปอีกทาง ผมก็สวมนาฬิกาที่ซื้อมาให้ นาฬิกาเรือนสีดำตัดกับผิวขาวของเขา และพอดีกับข้อมือ ตอนที่สวมเสร็จพี่ซีก็หันมามองแล้วยกคิ้วขึ้นงงๆ

"ของขวัญวันเกิดย้อนหลังครับ"

สายตาเขายังจ้องอยู่ที่นาฬิกาแต่ไม่พูดอะไร เงียบจนใจไม่ดีแล้ว

"พี่ซี"

"..."

"ไม่ชอบเหรอ"

"..."

"ก็พี่ยืนมองอยู่ตั้งนานนึกว่าชอบ"

พี่ซีเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าผม แล้วคลี่ยิ้มออกมา

"ทำไมจำได้อะ"

"ก็จำได้ ตกลงชอบเปล่า"

"ชอบครับ แต่มันแพงไม่ใช่เหรอ"

"ไม่ต้องพูดถึงราคาแล้วก็รับไว้เฉยๆ ได้ไหม เพราะผมเต็มใจให้ไง"

รอยยิ้มของพี่ซีกว้างกว่าเดิมก่อนพยักหน้ารับเบาๆ

"ไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี งั้นไม่ขอบคุณดีกว่า"

"หื้อ?"

พี่ซียกมุมปากขึ้นอีกที แล้วใช้มือข้างหนึ่งดึงหน้าผมเข้าไปประกบริมฝีปากเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวอีกครั้ง ผมไม่ทันตั้งตัวเลยตอบรับจูบนั้นได้ช้าไปวินาทีหนึ่ง สัมผัสผ่านริมฝีปากมอบความอบอุ่นไปทั่วร่างกายรวมถึงหัวใจด้วย ผมจูบไม่เก่งหรอก แต่รู้ว่าจูบแปลว่ารัก ก็เลยบอกรักผ่านริมฝีปากนั่นไปซะนานเลย



To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น