ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

คำค้น : ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}
แบบอักษร


:: โซ่เลือกนาย ::​

 คิมหันต์เดินเข้าห้องเมื่อเห็นว่าสาวใช้ออกมาได้สักพักเเล้ว ร่างสูงเดินมานั่งที่หัวเตียง กวาดสายตามองคนนอนอยู่ในท่าห่อตัว  เเววตามาดร้ายถึงแผนการขั้นถัดไป มือหยาบควานเข้าหาไร้ผมของเธอ สลับลูบไปมา          

"หลับสบายไปมั้ย หืม.." เสียงอ่อนโยนกระซิบข้างใบหูสะอาด ถามสิ่งที่รู้อยู่เเก่ใจ ว่าอีกคนไม่มีทางตื่น 

มุมปากเขาเหยียดยิ้มนึกเอ็ดดู นึกขำ ในความอ่อนหัดของเธอ "เมื่อกี้ ลุ้นตายห่าเลยรู้มั้ย.." เขาพูดให้คนหลับฟังอีกครั้ง พรางช้อนร่างเธอขึ้นอุ้ม ที่บอก 'ลุ้น'  คือ 'พ่อหม้ายเเม่ตาย'  ตัวเองจะได้เป็นหรือไม่เป็น..       

ด้วยเรื่องที่ว่า ปริมมาศเล่นดื่มไม่ใช่น้อยๆ แล้ว  'ยานอนหลับ' อย่างที่รู้กัน มันไปกันไม่ได้กับ 'แอลกอฮอล์' อยู่เเล้ว ทว่ายังดี.. เบียร์มีฤทธิ์ต่ำ ได้คู่กันเเล้ว คงไม่น่าเป็นอะไรมาก       

เเต่เขาเอาความชัวร์มาอีก โดยการถามเพื่อน คำตอบที่ได้ 'ไม่สร่างไม่ต้องหาเเดกครับ' มันบอกอย่างนี้.. ใจเขาก็ชื้นไปมาหน่อย คิดตอนที่เด็กเอาน้ำไปให้ปริมมาศอีก เธอน่าจะสร่างเเล้วช่วงนั้น            

"เกิดอะไรขึ้นคะ" เกตตาเบิกกว้างตกใจ เมื่อเห็นนายผู้ชายอุ้มคุณปริมลงบันไดมา                       

คิมหันต์เงียบ           

"คุณปริมเป็นอะไรคะ"            

เขานิ่งอยู่ นึกไม่ออกจะพูดว่าอะไรดี ไม่ได้เตรียมตัว กระทั่งเด็กมันเดาคำตอบออกมาเอง           

"ไม่สบายรึเปล่าคะ หน้าคุณปริมซีด" เมื่อคนตรงหน้าพูดเออเองมาเเบบนี้ ใบหน้าขรึมพยักรับทันที           

"เออ.." ครางสั้นๆ เสริมความเชื่ออีกนิด โดยการมองภรรยาเเล้วพยายามเค้นหน้าตัวเองให้ออกความรู้สึก

ชนิดเรียกได้ว่า เมียกู..**ใกล้ตายแล้วเงยมองสาวใช้ด้วยใบหน้าตึง           

"ทางด้วย" วินาทีนั่น เกตสดุ้งรีบหลีกทางให้รวดเร็ว            

"ชะ เชิญเชิญค่ะ" สาวใช้ไม่พูดเปล่า รีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้ด้วย           

"ขอบใจมาก" เขาพูดก่อนว่างปริมมาศไว้เบาะหลัง  เกตค้อมศรีษะเล็กน้อย ตามองคนด้านในตลอด นึกห่วงเป็นอย่างมาก มองจนกระทั่งรถได้เลื่อนพ้นสายตาออกจากรั่วบ้านไป            

เเละหารู้ไม่ว่า คำพูดของคนเป็นนายเมื่อครู่ ความหมายไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจ เเต่เป็นการขอบใจ ในความซื่อของคนพันธุ์ดีต่างหาก ที่ช่วยเขาเดินเรื่องได้ง่ายขึ้น 

โรงเเรมX           

"จะทำจริงๆ เหรอครับ" ธนากรก็ถามทันที หลังเห็นนายวางกายคุณผู้หญิงลงบนเตียงนอน ซึ่งมองไปอีกฝั่งก็มีผู้ชายชื่อไอศูรย์ที่หลับสนิทเช่นกัน            

"ผมอยากให้คุณคิมคิดให้ดี ผมเกรงว่า.." เสียงติดกังวล ต้องหยุดทันที เมื่อตานายมองมา            

"อยากช่วยมั้ย.." คิมหันต์ถามสั้นๆ ไม่สบอารมณ์ มือกำคอเสื้อปริมมาศอยู่  "ว่าไง?.." ทันที เสื้อนั่นกำลังจะถูกฉีกให้เป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น            

"อา เคครับนาย" ธนากรกับผู้ติดตามอีกสองคนถึงผงะกันทั่วหน้า พอโดนสายตาสาดมาเป็นเชิงให้รีบออกไป 

ด้านคิมหันต์หลังไล่ลูกน้องออกไป ก็หันมาจัดการเสื้อปริมมาศต่อ จัดฉากทุกอย่างให้ดูหมิ่นเม ไม่มีอะไรให้ซับซ้อน        

ถึงอย่างไรสิ่งที่ทำ อาจเดิมพันความรู้สึกตัวเองพอสมควร แต่เขาคิดไว้ ถ้าทำสำเร็จเเล้ว ที่เหลือรอไพ่หงายนับใครบ้างกระอักเลือด คิดเเบบนี้ทุกอย่างกลับง่ายซะงั้น

"เเล้วคุณปริมละครับ" ตาธนากรพยายามมองเข้าไปด้านในห้องทันที นึกห่วงนายหญิง            

"นอนอยู่" คิมหันต์ตอบ            

"ผมจะพาคุณปริมกลับบ้านเองครับ" คนเป็นลูกน้องขอแทรกเข้าไปด้านในอย่างลืมตัว หากเเต่มือคิมหันต์ทาบบนบานประตู ห้ามไว้ก่อน           

"ขอ เมื่อไหร่กัน?"            

รวดเร็วเท้าธนากรถอยหลังห่างจากประตู           

ก่อนคิมหันต์จะเดินออกไป สีหน้าเขาเข้มอีกระดับ เป็นการเข้าใจของพวกเขาทันทีว่า ห้ามยุ่งเด็ดขาด        

"ตกลง คุณกรจะให้พวกเราทำยังไงต่อครับ" หนึ่งในลูกน้องถามขึ้น เมื่อเห็นนายใหญ่พ้นลิฟต์ไป           

"คงต้องเเยกย้ายกันกลับ ขอบใจมากสำหรับวันนี้" ธนากรตบบ่าลูกน้องเบา ขอบใจที่พากันเหนื่อยมาทั้งวัน กว่าจะช่วยกันจัดการไอศูรย์ให้ได้สำเร็จ เสี่ยงมีโอกาศพลาดมาก ถ้าไม่สำเร็จ ไม่อยากคิดเลยว่าฝ่ายไหนน่วมกันเเน่ จากที่รู้มา มันก็ใช่เล่นซะที่ไหนกัน คนนี้..

ต่อ**


  คิมหันต์ยืนเท้าสะเอวมองคนนอนอยู่ ด้วยสายตาปะทุอยู่ครู่หนึ่ง เป็นครู่เดียวที่ใจได้ทบทวนกับตัวเอง คิดผิดหรือถูก หอบเธอมาด้วย ถ้ารีบกลับบ้าน ไม่ทลึ่งนั่งอยู่ชั้นล่างก่อน เรื่องยืนโมโหตัวเองแบบนี้จะไม่มีให้เห็นเลย

                “ช่วยจัดการกล้องวงจรปิดที” 

                [เรียบร้อยครับ] ปลายสายตอบกลับมา เป็นที่น่าพอใจ

                “ดี”

                [นายครับ นายพาคุณปริมกลับบ้านแล้วเหรอครับ]

                “เอามาไว้คอนโดก่อน” คิมหันต์เดินไปเคาเตอร์หยิบวอดก้า “อะไรที่ทำให้ฉันปลอดเรื่อง ทำเลยไม่รอ” ทิ้งตัวพิงโซฟากว้าง ขายาวเหยียดว่างบนโต๊ะในท่าสบาย จากนั้นกระดกเหล้าเข้าปากเป็นครั้งเเล้วครั้งเล่า ถ้าฉีดมันเข้ากระเเสเลือดได้คงทำ

                คิมหันต์จ่มอยู่ในความคิดอยู่ตัวเอง สลับหันมองคนบนเตียง ส่วนมือไถหน้าจอหาเบอร์

                [ครับ?] เป็นเสียงการณ์ศึก [ไง?]

               “เรื่องรัก” เขาอาจเริ่มต้นวลีดิบเกินไป มั่นใจเกินครึ่งว่าต้องงง เเต่เรื่องไหลตาม เพื่อนมันไม่เคยทำให้ผิดหวัง

                [พูดเป็นเล่น ] ศึกแซว [ไหนพูด..]

                “ให้กูได้มั่นใจหน่อย”

                [เออ เเล้ว?..] ศึกครางและรอฟัง

                “ได้รู้อะไรบ้าง”

                [อะ.. คงจะเข้าใจคนอย่างมึงได้สักวัน] มีบ่นแต่ยังถือสายรอ

                “รู้ใช่มั้ย แต่ก่อนปริมแอบชอบน้องมึง” 

                 เสียงปลายสายถึงกับเงียบนิ่ง น่าจะอึ้งกับคำถามอยู่

               “ก็ดูออกเนอะ? คบกูเพื่อจะให้มันสนใจ”

                [จะเอาความเข้าใจทำไร เรื่องมันแล้วไปแล้ว] ดูการณ์ศึกเลี่ยง 

                คำตอบของมันย่อมหมายถึง มึงไม่ควรคิดถึงจุดนั้นแล้ว

ชัดเจนเช่นนั้น แต่ตามใจกู.. คือคิมหันต์ เขาจึงถามซ้ำ        

                “แค่ยืนยันความคิดกู”

                [ตอนนั้นเธอยังเด็ก แค่ห้าววะมึง]

                “ถ้ายังห้าวไม่เลิกละ?” เขาทำเสียงสอบให้อีกฝ่ายตอบ  

                [มึงคงไม่ทำอะไรแล้ว ปรึกษากูที่หลังนะ?] การณ์ศึกทำบ้าง 

                “ควรทำไง?”

                [...]

                “เบื่อแม่งยันพี่ชายมันละ ตอนนี้”   

                สำหรับเขาการเจ็บใจเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่ค่อยคิดแบ่งปันคนอื่น ไม่พูด ไม่บอกใครง่ายๆ เเต่ครั้งนี้ถือว่าลั่นของจริง

                [หันต์.. ฟัง]

                เพราะการณ์ศึกเป็นพวกค้ำจุนความดี พอตัวดีมากๆ มันจึงชอบพูด ชอบสอน

             “อ่า กูฟัง” คิมหันต์ขานรับ ถึงตัวเองจะเป็นคนไม่ชอบพูดนัก แต่เรื่องฟังทะลุหูก็ทำได้ๆ ไม่เลวเช่นกัน  

                [ช่วงจีบปริม เพื่อหวังล่อหนังใจไอ้หมอกมัน] การณ์ศึกเกริ่น [ถ้าจำไม่ผิด ทั้งหมด.. คือมึงเป็นคนชวนน้องเล่นสนุกก่อน] มันหายใจแล้วพูดต่อ [พอจับทางเธอได้ว่าไม่ถูกกันกับไอ้หมอก มึงยิ่งรุกหนักขึ้นเห้ย โดยไม่สนหัวใจน้องมัน เรื่องนี้.. ควรรับผิดชอบด้วย]

         “ปริมรู้แนวดี” ไม่ตรงทางจึงโต้ เขาจำได้ เคยพูดไปแล้ว ก็ว่าค่อนข้างเคลียร์อยู่นะ ว่าขณะนั้น  “เธอไม่ได้ซื่ออย่างที่มึงเข้าใจหรอก”                

         [เธอรู้ไม่มากพอไง มันถึงเป็นที่มาของคำว่า ‘สิ้นคิด’ ครับ เธอควรมีคนเบรกจะดีมาก]                 

       “หลังมา กูตีห่างอยู่  เหมือนเธอจะเข้าใจด้วย” คิมหันต์เปิดลำโพง ก่อนวางไว้บนหมอน พร้อมนอนหันหน้าหาปริมมาศ “แต่สุดท้าย..” คนขี้เกียจพูดหยุดไว้แค่นั้น                               

         รู้ว่าเพื่อนคงเข้าใจแล้ว กับเรื่องของอดีต ไม่มีใครจับเปลี่ยนได้หรอก ฉนั้นค่ามันจะเหมือนเดิมทุกครั้งที่เล่า

         [ถ้าเรื่องนั้น] การณ์ศึกพึมพำ                  

        “…”                 

      [เอาจริงนะ กูไม่เห็นความจำเป็นที่ปริมต้องวางยามึงเลย จับเหรอ? ไม่วะ ไม่น่าใช่ ในเมื่อมึงเป็นคนพูดเอง ปริมห่วงตัวกับมึงจะตาย บอกเลิกก็เลิกให้ดีดี เเล้วสุดท้ายจะกลับมา วางเพื่อ?..]                 

       “ไม่คิดว่าสองใจอยากจับกูแล้ว?” คิมหันต์แกล้งถาม                          

       [ไม่หรอก ปริมชอบคนดี.. ไม่งั้นจะหนีไอ้หมอกทำไม ถ้าเอาเรื่องเงินมาพูด]                 

      มือคิมหันต์จากที่ลูบไล่เนื้อตัวปริม หยุดนิ่ง คิดตาม แล้วเลือกปล่อยว่าง “ไงต่อ..”                 

      [เรื่องสองใจเหรอ? พูดไม่ได้วะ นี่ไม่ใช่ปริม]                 

     “อืม”                  

     [แต่เอาจากตา เธอก็โตขึ้นในแบบของเธอ ลองเปิดใจดู] การณ์ศึกกล่าวในมุมของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไร

      “แต่กูต้องรู้เรื่องพวกนี้ไปด้วย?”

    [ก็แค่เพื่อนกัน]

    “เล่ห์ฉิบ เลือกเป็นแค่เพื่อน มีสิทธิ์นัด ’ยิ้ม’ กันได้ จะโง่มากถ้ากูปล่อยไว้” 

   [คิดให้ดี ต่างก็กลัวเสียความเป็นเพื่อน นะกูว่า] ศึกคิดบวก [ถ้ามันถึงจุดที่ไม่มีใครคิดอะไรแล้ว เป็นกู กูก็จะเนียนเงียบ]            

   “อย่างน้อยความพยายามคิดจะห่างกัน ต้องมี” คิมหันต์มองคนหลับนึกตำหนิ นี่เปรี้ยวขนาด เลื่อยไปคนเดียว ไม่น่าจะได้ทวนสักนิดเลยมั่ง เขาจะคิดยังไง 

    ชังความซ่านี้ ที่ดูเหมือนจะไม่หายจากเธอไปไหนเลย 

   [ที่พูดมา มึงคงไม่ได้จะหึงเธออ..] ถ้อยคำเป็นเหมือนคำถาม 

  คนฟังลับตานึกคำตอบ ถ้าการณ์ศึกอ่านใจเขาได้ มันคงจะขยาดยันแก่ จึงเลือกที่จะพูดให้ดูเป็นคนหน่อย

“ผัวก็คน ถึงกูไม่รักก็ต้องมีคิดบ้างเเหละ” ยังอยู่บนความจริง เลือกที่จะไม่โกหกเทพศึกมาก เพราะทำไปไม่เคยรอด และส่วนหนึ่งมันคือเพื่อนด้วย

[แน่นอนวะ ดีอยู่ ยังมี] ศึกกล่าวชมเป็นการปิดท้าย หลังจากที่มันแอบหอนด่าเขา ไปได้เยอะเหมือนกัน


............................................................................................



Pre- Orde

ดราม่ามากเน้อ ความเย็นของพี่เเกเร้นด้วยความอำมหิตทั้งนั้น *มีถามหาหมอกชา ใจพี่เเกคนนี้ร้อนรุ่มหน่อยๆ  เสริฟที่หลังนะ ให้ศูรย์คนพันธุ์ดุออกมาก่อนเเป๊บ..   

ส่วนเรื่องปม ไรท์เป็นคนเขียน คนโยงเอง สนุกเอง ใครถามอาจพูดได้ไงว่าไม่เยอะ เเต่เชื่อว่าต้องมีคนเข้าใจอยู่เเหละ ^^ อะ.. ว่าเเล้วก็ขายของต่อเลย 

**e-book** มีหลังส่งหนังสือ {ทำมือ}เสร็จนะคะ}



ความคิดเห็น