Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่2 “ฟ้าลิขิต”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่2 “ฟ้าลิขิต”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2561 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่2 “ฟ้าลิขิต”
แบบอักษร

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังอื้ออึงขึ้นเป็นระยะๆ เสมือนเสียงนาฬิกาปลุกให้มนสิชาต้องตื่นขึ้นมารับผิดชอบงานของเธอเช่นกัน คนที่อยู่ในชุมชนแห่งนี้ไม่ได้มีฐานะดี ทุกคนจึงต้องทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนเองและครอบครัวเฉกเช่นเดียวกัน

“อ้าวไอ้มะปรางจะออกไปทำงานแล้วเหรอ” พี่แก้วที่อยู่บ้านติดกันตะโกนถามเมื่อมนสิชาขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่าน

“จ้า ตอนเช้าฉันไปส่งหนังสือพิมพ์ก่อนจ้าพี่แก้ว ฉันไปก่อนนะเดี๋ยวสาย กลัวโดนเฮียซ้งว่าเอา” มนสิชารีบตอบ แล้วเร่งเครื่องออกไป

“เออๆ ไปเถอะ” พี่แก้วตะโกนตอบกลับไป

วันนี้ก็น่าจะเป็นวันๆหนึ่งในสัปดาห์เท่านั้น เวลาของทุกวันสำหรับมนสิชาเธอรู้สึกว่ามันช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน ถ้าเธอมีพรวิเศษที่ขออะไรก็ได้ เธอคงอยากจะให้หนึ่งวันของเธอมีเวลาสักสามสิบชั่วโมงไปเลย ทำไมนะหรือ? เพราะเธอจะได้มีเวลาทำงานมากขึ้นยังงัยหละ!! เมื่อมีเวลามากขึ้น งานมากขึ้น เงินก็จะได้เยอะขึ้นด้วย!! แต่เธอก็คิดขำๆได้แค่กับตัวเองเท่านั้น จะมีใครที่ไหนเป็นแบบเธอบ้าง ที่อยากจะมีเวลามากขึ้นแบบนี้กัน


ที่ร้านอาหารวันนี้คนค่อนข้างเยอะมากกว่าทุกวัน มนสิชาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เธอรู้แค่ว่าวันนี้เดินเสิร์ฟอาหารจนขาแทบจะพันกันเลยก็ว่าได้ ทั้งเมื่อย ทั้งเหนื่อย เพราะพวกเธอต้องช่วยกันเสิร์ฟอาหารตลอดเวลา และต้องรีบช่วยกันเคลียร์โต๊ะให้เสร็จเร็วๆ เพื่อลูกค้าคิวต่อไปจะได้เข้ามาใช้บริการต่อได้ทันที โดยที่ลูกค้าไม่ต้องรอนาน เมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้วเถ้าแก่ใจดีให้ค่าแรงพวกเธอเพิ่มอีกคนละสามร้อยบาท เพราะเถ้าแก่เห็นที่พวกเธอตั้งใจทำงานโดยไม่บ่นสักคำ มนสิชาเองก็ดีใจมาก เท่ากับว่าวันนี้เธอจะมีเงินเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งสามร้อยบาท

หมดเวลางานมนสิชาและเพื่อนๆ ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน มนสิชามุ่งหน้าตรงมาที่ป้ายรถเมลล์ เพื่อรอรถเมลล์สายที่จะกลับบ้าน จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้องเสียงดังขอความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วยค่ะ มีโจรกระชากกระเป๋าฉันไปค่ะ”

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังอยู่ไกลๆ ซ้ำไปซ้ำมาให้เธอได้ยินแว่วๆ เท่านั้น แต่มนสิชาก็เดาเหตุการณ์ออกได้ไม่ยาก เพราะใกล้ๆ ป้ายรถเมลล์นี้มีตู้เอทีเอ็มไว้สำหรับกดเงินอยู่ด้วย น่าจะมีพวกงอมืองอเท้าไม่ทำมาหากินมาวิ่งราวกระเป๋าแน่นอน ซึ่งสิ่งที่มนสิชาคิดคือความจริง คนร้ายกำลังจะวิ่งผ่านหน้าเธอไป มนสิชาใช้เท้ายื่นออกมาเพื่อสกัดคนร้ายไว้ ทำให้คนร้ายสะดุดล้มลงตรงหน้าของเธอพอดี มนสิชารีบนั่งลงตะครุบตัวคนร้ายเอาไว้ เพราะเธอกลัวคนร้ายจะลุกหนี แต่เรื่องแบบนี้สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเธอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะคนร้ายพยายามดิ้นและทำร้ายเธอด้วย แต่ดีตรงที่ว่าคนร้ายไม่ได้มีอาวุธอะไรในมือ ถ้าคนร้ายมีมีดหรือปืน ป่านนี้เธออาจจะได้กลับไปรับใช้พระพุทธองค์แล้วก็เป็นได้ ด้วยความที่คนไทยมีน้ำใจผู้ชายที่ยืนรอรถเมลล์อยู่ตรงนั้นต่างเข้ามาช่วยกันจับตัวคนร้ายไว้ได้ และตัวมนสิชาเองก็ปลอดภัยดี ส่วนคนร้ายพลเมืองดียังช่วยจับตัวไว้เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปโรงพัก

“ขอบคุณทุกคนนะจ๊ะที่ช่วยฉันไว้” คุณอารดารีบกล่าวขอบคุณบุคคลที่มีน้ำใจที่ช่วยเหลือท่านไว้

“ตายแล้วหนู เป็นอะไรมากมั๊ยจ๊ะ โธ่แม่คุณ เป็นผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว แต่ใจกล้าช่วยป้าจับโจรไว้ได้ ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ” คุณอารดาตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า คนที่ใจกล้าและยื่นมือเข้ามาช่วยท่านเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆเท่านั้น

“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ ได้พี่ๆเขาช่วยไว้ด้วยค่ะ เอ่อ!! นี่กระเป๋าของคุณค่ะ” มนสิชาตอบคำถามคุณอารดาจบแล้ว เธอรีบส่งกระเป๋าคืนให้ท่านทันที

“ขอบใจนะจ๊ะ แต่ป้าว่าน่าจะไปตรวจร่างกายดูที่โรงพยาบาลสักหน่อยดีกว่ามั๊ย เผื่อเป็นอะไรขึ้นมาแล้วหนูกลับบ้านไปแล้ว ป้าคงรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง” คุณอารดายังคงต้องการพามนสิชาไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายดูว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ

“ขอบคุณคุณป้าที่เป็นห่วงนะคะ แต่หนูไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ พอดีหนูต้องรีบไปทำงานต่อค่ะ” มนสิชารู้ว่าคุณป้าท่านคงห่วงเธอมาก แต่เธอไม่เป็นอะไรจริงๆ แล้วอีกอย่างเธออยากรีบกลับบ้านไปช่วยแม่ทำงานต่อด้วย

“งั้นหนูรับเงินนี่ไว้นะจ๊ะ อย่าปฏิเสธน้ำใจจากป้าเลยนะจ๊ะ” คุณอารดาพยายามให้รางวัลแก่มนสิชา

“เงินนี่หนูรับไม่ได้จริงๆค่ะ หนูไม่ได้ทำอะไรเลย หนูแค่สกัดขาคนร้ายเท่านั้น แล้วก็แค่ช่วยดึงเอากระเป๋าคุณป้าคืนเท่านั้นค่ะ” มนสิชาไม่ได้อยากได้เงินเป็นการตอบแทน แค่ท่านพูดขอบคุณก็มาเกินพอแล้ว

ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็ว เพราะคุณอารดาสั่งให้นายมั่นเป็นคนโทรแจ้งตั้งแต่ตอนเกิดเหตุแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำสำนวนและส่งคนร้ายดำเนินคดีต่อไป

ตอนนี้ทุกคนหมดหน้าที่ของตัวเองแล้ว จึงรีบแยกย้ายกันไปดำเนินชีวิตของตนเองเช่นเดิม บางคนก็เดินจับจ่ายซื้อของตามริมทาง หรือบางคนก็รีบขึ้นรถเมลล์เพื่อไปยังจุดมุ่งหมายของตัวเอง รวมถึงมนสิชาที่กำลังจะขึ้นรถเมลล์เพื่อกลับบ้านเช่นกัน

“หนูจ๊ะ!! อย่าพึ่งไปจะ เอาอย่างนี้ ป้าจะขับรถไปส่งหนูที่บ้านนะจ๊ะ ป้าจะได้สบายใจ เรื่องนี้คงไม่เป็นอะไรเนอะ” คุณอารดายังคงไม่ยอม ท่านรู้สึกเอ็นดูมนสิชาเป็นอย่างมาก

“เอ่อ งั้นก็ได้ค่ะ รบกวนคุณป้าด้วยนะคะ” มนสิชาหมดหนทางที่จะปฏิเสธ จึงต้องทำตามที่คุณอารดาต้องการ

“งั้นเดี๋ยวหนูบอกทางกับคนขับรถของป้านะจ๊ะ” คุณอารดาพามนสิชาไปขึ้นรถ พร้อมทั้งให้เธอบอกทางแก่นายมั่นเพื่อที่จะได้ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน

ตลอดการเดินทางระยะสั้นนี้ คุณอารดาได้สนทนาพูดคุยกับมนสิชา ทำให้ท่านพอจะทราบนิสัยใจคอของเธอมากขึ้น แต่เมื่อรถขับมาถึงปากซอยทางเข้าบ้านของมนสิชาที่เป็นชุมชนแออัด รถคันใหญ่ขนาดนี้ไม่สามารถขับผ่านเข้าไปได้ นายมั่นที่เป็นคนขับรถจึงจอดรถที่หน้าปากซอย มนสิชาเองก็เตรียมตัวที่จะลงจากรถเช่นกัน

“ขอบคุณนะคะคุณป้าที่มาส่งหนู” มนสิชาไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคุณอารดา

“ไม่ต้องขอบใจป้าหรอกจะ ป้าสิที่ต้องขอบใจหนูถึงจะถูก ที่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยเอากระเป๋าของป้ามาจากโจร” คุณอารดายิ่งถูกใจหญิงสาวคนนี้มากขึ้น ท่านรีบกล่าวขอบใจกลับไปทันที

“งั้นหนูลานะคะ” มนสิชาพนมมือไหว้ แล้วจะเดินจากไป

“จะ เอ่อ...ไว้ป้าจะแวะมาอุดหนุนขนมที่ร้านหนูนะจ๊ะ” คุณอารดารีบบอกกับหญิงสาว เพราะท่านอยากที่จะได้มีโอกาสช่วยเหลือเธอบ้าง

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” มนสิชากล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วรีบเดินกลับบ้านทันที

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น