Hunny Exo

มาเป็นแรงเชียร์แรงใจให้ไรท์ Hunny Exo กันนะ^^ ขอบคุณทุกคอมเม้นและการติดตามจร้า~

ไอแว่น ครั้งที่52 : บทลงโทษไอ้คนใจร้าย

ชื่อตอน : ไอแว่น ครั้งที่52 : บทลงโทษไอ้คนใจร้าย

คำค้น : ไอแว่นเนี่ยเมียกู เสือใหญ่,เดียร์,ไอ้แว่น,ไอ้เถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.6k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2561 11:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอแว่น ครั้งที่52 : บทลงโทษไอ้คนใจร้าย
แบบอักษร

​สองวันผ่านไป...

.

.

.

วันนี้เข้าวันที่สามแล้วของการอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอร่างบางฟื้น แต่ไม่ได้มีแค่ผมที่มาคอยเฝ้ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น

ผมเหม่อมองใบหน้าหวานที่กำลังนอนอยู่บนเตียงจังหวะการหายใจเข้าออกเป็นปกติ ผมกอบกุมจับมือของร่างบางไว้และนั่งอยู่ข้างๆไปได้ห่างไปไหน

"รอมาสามวันแล้ว...เมื่อไหร่จะฟื้นละครับ"

"..."

ไร้เสียง ไร้วี่แววว่าคนที่กำลังหลับใหลจะลืมตาตื่นขึ้นมา ร่างบางปล่อยให้ผมคุยกับเค้าเสมอแต่ไม่เคยคิดที่จะตอบกลับ

แต่สำหรับ​ผมการที่ได้พูดคุยกับร่างบางถึงจะไม่มีการตอบกลับมาแต่ผมก็ไม่ได้ท้อที่จะยอมปล่อยมือจากร่างบางง่ายๆแน่นอน

"ฟื้นขึ้นมาได้แล้วนะ..เสือรอสำนึกผิดอยู่"

แกร๊ก!

"ไงมึง"

"ว่าไง"

ผมหันไปมองประตูห้องที่เปิดขึ้นก็ปรากฏผู้ชายสามคนที่กำลังเดินเข้ามาหนึ่งในนั้นเอ่ยทักทายผมขึ้น

ไอ้ภาค ไอ้บูม และไอ้โยพวกมันเดินเข้ามายื่นล้อมเตียงร่างบางทันทีถึงแม้ร่างบางจะยังไม่ฟื้นหรือรู้สึกตัวแต่ทุกคนก็ต่างมีหวังว่าร่างบางจะฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว

"เดียร์เป็นยังไงบ้างมึง...กูเห็นมึงมาเฝ้าสามวันแล้ว"

"ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าขึ้นมาเลย"

"อดทนกันหน่อยเถอะว่ะ..กูว่าอีกไม่นานเดียร์คงใกล้จะฟื้นแล้วละ"

ผมพยักหน้าให้กับไอ้ภาคและไอ้บูมก่อนจะเหลือบมองใบหน้าหวาน ตรงข้ามอีกฝั่งของเตียงก็มีไอ้โยที่กำลังมองใบหน้าหวานเพื่อนซี้อยู่ไม่ห่าง

สามวันที่ผ่านมาไม่มีใครคิดที่จะถามถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ในวันนั้นทุกคนรู้แค่ว่านั่นคือความผิดของผม ซึ่งถูกแล้วละผมเป็นคนยอมรับความผิดนั้นเองผมยอมรับทุกอย่างผมรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ

"ไอ้เสือกูว่ามึงไปหาข้าวกินหน่อยดีมั้ยวะ...ช่วงนี้มึงเอาแต่เฝ้าเดียร์..ไปหาข้าวแดกบ้างก็ดีนะ"

"ไม่เป็นไร..กูไม่หิว"

"มัวแต่นั่งเฝ้าอยู่ได้จนตัวเองจะไม่มีแรงอยู่แล้ว..ถ้าเดียร์มันตื่นขึ้นมาเห็นสภาพมึงแบบนี้มันไม่ดีใจหรอก..ไปหาพักบ้างเถอะ"

"โยใจเย็นๆหน่อยสิ..เสือมันคงห่วงเดียร์น่ะ"

"รู้ว่าเป็นห่วง..แต่มึงช่วยบอกให้เพื่อนมึงดูแลตัวเองด้วย...ห่วงแต่คนอื่น..แล้วตัวเองละ"

สุขภาพตัวผมเองผมไม่ห่วงกรือกังวลอะไรหรอกแต่คนที่ผมห่วงมากที่สุดคือร่างบางที่กำลังนอนอยู่ ผมพอจะเข้าใจว่าไอ้โยคงไม่อยากจะให้เดียร์เสียใจถ้าผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน คงจะแย่ใช่มั้ยละ

"ไปหาพักหน่อยเถอะไอ้เสือ...เดี๋ยวโยดูแลเดียร์ต่อให้มึงเอง"

"อืม"

ผมค่อยๆวางมือร่างบางที่จับไว้ค่อยๆวางมันลง ก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากห้องและก็มีไอ้ภาคกับไอ้บูมมาเป็นเพื่อนด้วย

ผมลงมาชั้นล่างสุดของโรงพยาบาลก็มีอาหารขายผมเองก็ไปหาซื้อมากินรองท้องเอาไว้ก่อนจะกลับขึ้นมาและนั่งอยู่หน้าห้องของร่างบาง

"เออ..ไอ้เสือมึงจะไม่ย้ายเดียร์กลับไปที่กรุงเทพหรอ"

"กูเดียร์ฟื้นก่อนเดี๋ยวค่อยพากลับ..ที่นี่มันโรงพยาบาลในเมืองคงไม่มีอะไรขาดแคลนหรอก"

"อืม..แล้วแต่มึงเถอะ"

"คนอื่นๆละ"

"เดี๋ยวก็คงตามมา..เพราะเมื่อวานคนอื่นๆก็กลับจากค่ายกันหมดแล้ว..พวกกูขอไม่กลับเลยไปนอนค้างที่โรงแรมกัน..คนอื่นๆเดี๋ยวก็ตามมา"

"พวกมึงแทนที่จะกลับไปเลยก็ได้...ส่วนเดียร์กูจัดการเองได้อยู่แล้ว"

"มึงคงเข้าใจคำว่าตามใจเมียสินะ...เหมือนกันกับไอ้ว่าน..ไอ้วาก็ตามใจเหมือนกัน"

"เออ..กูเข้าใจแล้ว"

ผมเข้าใจดีเลยละตามใจเมียพวกมันสองตัวก็คงไม่อยากขัดใจเมียที่รักของพวกมันหรอก รวมถึงผมเองด้วยที่ก่อนหน้านี้ก็คอยดูแลร่างบางเป็นอย่างดี

ไม่ให้ขาดตกบกพร่องอะไรเลย ร่างบางอยากได้อะไรตัวผมก็พร้อมทำให้เสมอ

"แม่ชูโทรหาตั้งหลายรอบทำไมมึงไม่รับเลยวะ"

"โทรศัพท์กูแบตหมด..ถ้าแม่เค้าโทรมาอีกมึงก็คุยแทนกูไปเลย"

"เออๆ..ตามใจ"

แกร๊ก!

ประตูห้องของร่างบางถูกเปิดจากด้านใน ส่วนคนที่เปิดมันออกนั่นก็คือไอ้โยที่ค่อยๆนั่งลงข้างๆผมอย่างเงียบๆ

ไอ้บูมนี่มันก็เป็นคนดีและเอาใจใส่คนที่มันรักดีมาก โชคดีที่มันซื้อขนมปังติดมาเผื่อให้ไอ้โยไว้ด้วย

"อ่ะ..โย..ขนมปัง"

"อื้ม..ขอบคุณ..แต่ยังไม่ค่อยหิว"

"ก่อนจะมาเห็นกินข้าวน้อยมากเลยนะ..ถ้าเกิดหิวก็กินนี่นะ"

ถึงมันจะเป็นภาพที่ดูแล้วหวานชื่นจนมดขึ้นก็เถอะแต่มันแสดงถึงการดูแลเอาใจใส่คนที่มันรักเป็นอย่างมา

ไอ้โยได้แต่พยักหน้าและรับขนมปังจากมือไอ้บูมไว้ส่วนไอ้ภาคก็ได้แต่เดินเข้าไปลูบหัวเพื่อปลอบโยนร่างบางของพวกมันไว้

"กูรู้ว่ามึงรักเดียร์มากนะ...แต่ที่มึงทำไป..มันไม่มากเกินไปหน่อยหรอ?"

"..."

"ใช่แล้วกูก็รู้ว่ามึงหึงและหวงเดียร์มากขนาดไหน...แต่อย่าใช้อารมณ์ตัดสินอีกจะได้มั้ย..กูขอละ..กูสงสารเพื่อนกู"

ผมไม่ได้หันไปมองหน้าเพื่อนซี้ของเดียร์แต่อย่างใด แต่ผมมองมือตัวเองที่มันทำให้คิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าตอนนั้นผมยอมฟังตั้งแต่แรกและไม่ใส่อารมณ์กับเดียร์เรื่องนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้น

แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ผมทำได้เพียงยอมรับความผิดที่ตัวเองทำถึงจะต้องโดนด่าโดนว่าก็ช่างปะไร แต่ผมจะของดูแลคนที่นอนอยู่ให้ดีที่สุดและการที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันมันจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม

"อืม...กูรู้ตัวเองดี..ก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นหรอกนะ..รู้ว่าตัวกูเองเป็นคนผิดและทำให้เดียร์ต้องมานอนโรงบาลแบบนี้..กูเองก็ขอดูแลเดียร์ให้ถึงที่สุด"

ผมเผลอยิ้มบางๆ สายตาของไอ้โยจ้องมองมาที่ผมพร้อมกับไอ้ภาคและไอ้บูมที่ยืนฟังอย่างเงียบๆ

"วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ววะพวกมึง"

"วันนี่วันที่สามเดือนกันยา...มีอะไรรึเปล่ามึง"

"เปล่า..ไม่มีอะไร"

วันนี้มันไม่ใช่วันธรรมดาทั่วๆไป ผมก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังกำบางสิ่งอยู่ในมือผมค่อยๆแบมือตัวเองออกและก้มหน้าจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือและเผลอยิ้มออกมา

เพล้ง!!

"เสียงอะไรวะไอ้เสือ?"

"มันดังมาจากในห้องนะ..หรือว่าเดียร์"

"เดียร์คงจะฟื้นแล้วแน่ๆเลย"

ผมยันตัวลุกขึ้นและเปิดประตูเข้าไปทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้าหัวใจก็พองโตขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างบางกำลังตกใจกับเยือกนํ้าที่เป็นแก้วตกลงบนพื้นห้องจนมันแตกกระจาย

ผมยิ้มขึ้นมาทันทีก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างบางอย่างช้าๆและจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังมองผมอย่างสงสัย

"เดี๋ยวกูไปตามหมอก่อนนะ"

ไอ้บูมรีบเดินออกจากห้องไปทันที ส่วนไอ้โยก็รีบเดินเข้ามาหาเดียร์และเรียกชื่อเพื่อนซี้ตัวเองอย่างดีอกดีใจ

"เดียร์มึงฟื้นแล้ว..ขอบคุณนะมึง..ขอบคุณที่มึงฟื้น"

"เดียร์เจ็บหรือปวดตรงไหนรึเปล่า..หิวนํ้าหรอเมื่อกี้นี้"

"เดี๋ยวกูไปเอานํ้ามาให้เดียร์ใหม่แล้วกัน"

ไอ้โยเป็นคนอาสาไปเอานํ้ามาใหม่และจะไปตามคนมาเก็บเศษแก้วพวกนี้ด้วย หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ผมอยู่กับร่างบางแค่สองคน

ผมที่กำลังจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมของร่างบางแต่ร่างบางกลับมีอาการหวาดกลัวและเบือนหน้าหนี

"เดียร์...เสือมาเฝ้าเดียร์ทุกวันเลยนะ"

"ใคร?"

"เสือใหญ่ไง..เดียร์จำไม่ได้หรอ..ไม่เป็นไรใช่มั้ย"

ร่างบางส่ายหน้าและปฏิเสธเหมือนจะไม่รู้จักผมมาก่อน เล่นเอาผมงงทันทีนี่มันเหมือนความทรงจำของร่างบางมันจะหายไป ไหนจะอาการที่หวาดระแวงดูเหมือนจะไม่ไว้ใจใครด้วย

แต่ผมก็ต้องตกใจเมื่อร่างบางร้องไห้ออกมาและเรียกชื่อผม...

"สะ..เสือใหญ่..ฮึก..เสือใหญ่..ฮึก..คนใจร้าย!..ออกไปให้พ้น!..ออกไป!..อย่าเข้ามานะ..ฮึก..บอกให้ออกไปไง!!"

"เดียร์..ใจเย็นๆนะ..ใจเย็นเด็กดี..มองหน้าเสือนะ..เสือไม่ได้จะทำอะไร..มองหน้าเสือสิ"

"อย่ามาจับ!!..ฮึก..ไอ้คนใจร้าย!..เกลียด!..เกลียดคนใจร้าย!!..ออกไปให้พ้น!!"

แกร๊ก!

ผมที่จับหรือถูกเนื้อต้องตัวร่างบางไม่ได้เลยตอนนี้ ทั้งร้องไห้ออกมาและกรีดร้องอย่างหวาดกลัวหนำซํ้ายังไล่ผมให้ออกห่าง

พอดีกับประตูที่เปิดเข้ามานั่นก็เป็นหมอที่เข้ามาดูอาการ เค้าขอให้ผมออกไปรอนอกห้องส่วนเค้าจะดูอาการร่างบางก่อน

ปัง!

"ไอ้เสือ..เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น..กูได้ยินเสียงร้องของเดียร์ด้วย"

"อืม..เดียร์ร้องไห้..และเค้าก็ไล่กู..เดียร์บอกว่าเกลียดกูด้วย"

ไอ้บูมที่เป็นคนถามก็ตกใจไม่น้อยพอๆกับไอ้โยและไอ้ภาคที่มองหน้ากันเองก่อนจะมองหน้าผม เสียงร้องค่อยๆสงบลงและเงียบไปภายในห้อง

นี่สินะความผิดของผมที่จะได้รับกรรมมันแล้ว มันสาสมรึยังนะที่ร่างบางจะเกลียดผมที่ร่างบางจะหวาดกลัวผมขนาดนั้น

แกร๊ก!

"เป็นยังไงบ้างครับหมอ..ทำไมแฟนผมเค้าถึงฟื้นขึ้นมาแล้วเค้าเหมือนจะจำผมไม่ได้เลย"

"ไม่ต้องห่วงครับ..คนไข้ศรีษะได้รับแรงกระแทกก็จริง..แต่มันก็ไม่รุนแรงมาก..เพียงแต่มันอาจจะทำให้ความทรงจำบางส่วนของคนไข้หายไปเท่านั้นครับ..แต่ไม่นานมันจะค่อยๆกลับมาและตัวคนไข้เองจะจำได้ครับ"

"แล้ว..อาการเมื่อกี้ละครับ..ที่เค้าแสดงอาการออกมาเมื่อกี้นี้"

ทำไมต้องทำหน้าอํ้าอึ้งแบบนั้นด้วยละ ร่างบางเป็นอะไรกันแน่ มันไม่ได้มีแค่ความจำบางส่วนของร่างบางจะหายไปแต่มันยังมีเพิ่มมาอีกงั้นหรอ

"ที่หมอตรวจเมื่อกี้..พบว่าคนไข้มีอาการไม่ไว้ใจคนอื่นเลยครับ..ซึ่งมันเข้าค่ายการปิดกันตัวเองการที่จะไว้ใจคนอื่น..ซึ่งคนไข้มีอาการแบบนี้..ที่เรียกว่าโรคPistanthrophobiaครับ"

"แล้วเค้าจะหายมั้ยครับหมอ..เค้าจะหายเป็นเหมือนเดิมมั้ยครับ"

"นั่นก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของคนไข้นะครับว่าเค้าเจออะไรมา..และสิ่งที่เค้าเจออาจจะทำให้เค้ามีการปิดกั้นตัวเองจากเรื่องที่เกิดขึ้น..ซึ่งถ้าถามว่ามีโอกาสหายมั้ย..แน่นอนครับมันมีโอกาสหาย..และขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองและคนรอบข้างครับ..ผมขอตัวก่อนนะครับ"

"ขอบคุณมากครับ"

"เสือใหญ่..เอาไงต่อดี"

ไอ้โยถามผมเหมือนมันจะหวังกับผมมากๆ แน่นอนเมื่อมันกลายเป็นแบบนี้ผมก็พร้อมที่จะยอมรับมันไว้และจะให้ร่างบางกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ตอนนี้บทลงโทษของผมมันเริ่มขึ้นแล้วละ มันอาจจะสาสมแล้วละสำหรับคนอย่างผม

"ยังไงเดียร์ก็ต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม..กูจะทำให้เดียร์กลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง"













​ติดตามตอนต่อไป

​>>>โรค Pistanthrophobia คือ ความกลัวที่จะไว้ใจผู้อื่นแม้กระทั่งคนรอบข้าง การปิดกั้นตัวเองและไม่ยอมให้ใครเค้ามารู้จักตัวตนที่แท้จริง สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ก็คือ บุคคลนั้นอาจจะพบเจอเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง หรือเสียใจจากความรัก รวมถึงการถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจมากที่สุด

***

เอ่ออออออ ไรท์ก็ยังคงหิวและอยากกินมาม่าอยู่อ่ะนะ แหะๆ เหมือนเดิมนะเจ้าคะ ไรท์คนนี้ก็ไม่อ่านเม้น เพราะกลัว ฝ่าเท้าเหลือเกินนนนน


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น