Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่1 “เมื่อเลือกเกิดไม่ได้”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่1 “เมื่อเลือกเกิดไม่ได้”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2561 03:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่1 “เมื่อเลือกเกิดไม่ได้”
แบบอักษร

มนสิชา ชวโรจน์ เด็กสาวอายุสิบแปดปีที่ควรได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่เธอเองไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอต้องทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวแทนบิดาที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็งเมื่อสามเดือนก่อน

พ่อของเธอคือนายมนตรี ชวโรจน์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุเพียงห้าสิบเจ็ดปีเท่านั้น ก่อนที่พ่อของมนสิชาจะเสียชีวิต ท่านทำงานรับจ้างทั่วไป และขับวินมอเตอร์ไซค์เป็นอาชีพเสริมในตอนเย็นๆ ท่านทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารแค่การเข้า-ออกจากหน้าปากซอยไปท้ายซอยเท่านั้น นอกจากนี้ท่านยังมีลูกค้าประจำที่ต้องไปรับอีกสองถึงสามคน ดังนั้นเมื่อไม่มีพ่อแล้วรายได้ของครอบครัวก็ลดหายไป

ด้วยความที่ครอบครัวของเธอมีฐานะยากจนอยู่แล้ว เมื่อขาดบิดาที่เป็นหัวหน้าครอบครัวไปแบบนี้ ทุกๆคนในบ้านยิ่งต้องช่วยกันทำงานหาเงินอย่างไม่เกียจคร้าน

นางอารีรัตน์มารดาของเธอรับจ้างซักผ้ารีดผ้าอยู่ที่บ้าน และทำขนมหวานมาขายที่ตลาด

มนสิริน้องสาวคนรองของเธอช่วยมารดาซักผ้ารีดผ้าและทำขนมหลังจากกลับมาจากโรงเรียนแล้ว มนสิริจะออกมาช่วยเธอขายขนมตอนเย็น และยังรับจ้างทำความสะอาดบ้านในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์กับน้องสาวคนเล็ก

มนต์มนัสน้องชายคนที่สองช่วยมารดาเก็บผ้าตามบ้านต่างๆมาซัก และนำไปส่งตามบ้านให้ตอนมารดาซักรีดเสร็จ นอกจากนี้เขายังไปทำงานที่โรงผลิตน้ำแข็งด้วย

ส่วนมนธิราน้องสาวคนสุดท้องจะไปช่วยพี่สาวคนรองรับจ้างทำความสะอาดบ้านแค่วันเสาร์ อาทิตย์เท่านั้นเพราะเธอยังเด็กเกินไปที่จะไปหางานทำ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ออกไปทำงานแบบพี่ๆของเธอ แต่เธอก็ช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน และดูแลยายที่อายุมากแล้ว

ตอนนี้มนสิชาจึงเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน เพราะเธอยังต้องดูแลอีกห้าชีวิตที่เหลือ คือ ยาย แม่ น้องชายและน้องสาวสองคน มนสิชาหารายได้เลี้ยงครอบครัวด้วยการส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้ามืดก่อน ในช่วงสายของวันเธอทำหน้าที่เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนเย็นเธอจะออกมาขายขนมหวานที่มารดาทำกับน้องสาว และในตอนกลางคืนเธอรับจ้างล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในตลาดนัดจนถึงตีสอง เธอจึงได้กลับบ้าน

ในความโชคร้ายก็อาจยังมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง มนสิชาเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาก เธอได้รับทุนการศึกษา”นักเรียนเรียนดีแต่ยากจน”จากโรงเรียนตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง การเรียนของเธอในสมัยมัธยมต้นและมัธยมปลายเธอได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกภาคเรียน คะแนนเฉลี่ยของเธอสูงที่สุดในห้องเรียน และสูงที่สุดในระดับสายชั้น ซึ่งตอนนี้น้องๆ ทุกคนของเธอก็ได้รับทุนการศึกษาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้มนสิชาให้ความสนใจกับการเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ดังนั้นอาชีพเสริมที่เธอทำมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายคือการเขียนนิยายออนไลน์ และรับจ้างแปลเอกสารนั่นเอง

มนสิชาทำงานหนักทุกวันจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่เธอก็อดทนทำโดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ เธอพร้อมที่จะสู้และเผชิญกับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต เธอเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมคุ้มครองคนที่ทำความดีเสมอ

“มะปรางเหนื่อยมั๊ยลูก” นางอารีรัตน์เอ่ยถามบุตรสาวเมื่ออยู่ด้วยกัน

“ปรางไม่เหนื่อยจะแม่ แค่นี้สบายมากสำหรับปราง” มนสิชาตอบมารดาเพื่อให้ท่านสบายใจ

“แม่เป็นแม่ที่แย่ แม่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกๆให้สุขสบายได้” นางอารีรัตน์กล่าวโทษตนเอง

“แม่อย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิจ๊ะ แค่ปรางได้เกิดมาเป็นลูกแม่ ปรางก็โชคดีมากแล้วจะ” มนสิชาพยายามพูดปลอบมารดา

วันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกวัน มนสิชาต้องขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้านที่สั่ง จากนั้นเธอจะกลับมาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ทุกคนในบ้าน เพราะน้องๆของเธอยังต้องไปโรงเรียนกันอยู่ เมื่อทำอาหารเสร็จมนสิชาจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกมากินข้าวเช้าแล้วรีบไปทำงานที่ร้านอาหารต่อทันที เมื่อเธอเสร็จงานจากร้านอาหารแล้วมนสิชาจะมีเวลานอนพักผ่อนราวๆหนึ่งชั่วโมงเพื่อเอาแรง แล้วเธอจะเอาเวลาที่เหลือก่อนไปขายขนมหวานมานั่งแปลเอกสารที่ได้รับจ้างมาจนเสร็จ และแต่งนิยายเพื่อขายในออนไลน์บ้าง แต่ถ้าวันไหนไม่มีงานแปลเอกสารมนสิชาจะไปช่วยมารดาทำขนมเมื่อน้องสาวกลับมาถึงบ้านน้องสาวจะช่วยมารดาทำขนมพร้อมกับทำอาหารเย็นเพื่อไปนั่งทานระหว่างขายขนมไปด้วย เมื่อทั้งคู่ออกไปช่วยกันขายขนมจนหมด มนสิชาจะรีบกลับมาอาบน้ำและไปช่วยล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดนัดจนเจ้าของร้านเก็บร้านจึงจะหมดหน้าที่ของเธอ

มนสิชาไม่เคยโทษชะตาชีวิตตัวเองที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเธอเลือกเกิดไม่ได้ แต่เธอเลือกที่จะเป็นได้ ดังนั้นเธอไม่เคยมองคนที่อยู่สูงกว่าเธอแล้วมานั่งคิดอิจฉาริษยาคนเหล่านั้น แต่เธอมองคนที่ด้อยกว่าเธอเท่านั้น เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีโอกาสมากกว่าพวกเขา ดังนั้นมนสิชาจึงทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่เคยคิดเบื่อหน่ายเลย แม้งานที่ทำอาจไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรีในสายตาคนอื่น แต่ถ้ามันเป็นงานที่สุจริตไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมเธอก็เลือกที่จะทำมันทั้งหมด เพราะเธอจะระลึกอยู่เสมอว่าเพราะงานพวกนี้ทำให้เธอมีรายได้ไว้เลี้ยงครอบครัวนั่นเอง

การที่มีชีวิตลำบาก การที่ต้องอยู่อย่างดิ้นรนแบบนี้ มันสอนให้เธอมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งพอสมควรเลย เธอไม่อายที่จะบอกเพื่อนๆว่าเธอบ้านเธอยากจน ดีเสียอีก สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเพื่อนแต่ละคนของเธอเป็นแบบไหน บางคนยอมคบกับเธอเพื่อผลประโยชน์เรื่องการเรียนเท่านั้น แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะเพื่อนยังงัยก็คือเพื่อน แต่เพื่อนสนิทของเธอก็ไม่ได้เป็นเหมือนคนอื่นๆ ชลดาไม่เคยสนใจในเรื่องฐานะทางครอบครัวของมนสิชาเลย ชลดาเพื่อนสนิทของเธอคบกับเธอเพราะความจริงใจและความดีของเธอจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น