YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 10.1]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2561 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 10.1]
แบบอักษร

คนโปรด 10.1

"หิวรึเปล่าครับ"จิมมี่เอ่ยถามเด็กหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้าง สมิธส่ยหัวแทนคำตอบ ดวงตากลมโตที่บวมแดงจากการร้องไห้เป็นเวลานานปรือเล็กๆเพราะความอ่อนเพลีย ริมฝีปากรูปกระจับเจ่อช้ำจากการถูกลงมือสั่งสอน สมิธเดินเซนิดๆเหมือนทรงตัวไม่อยู่ จิมมี่ที่คอยสังเกตอยู่เห็นจึงจับร่างบางเอาไว้ได้ทัน

"คุณสมิธเดินไหวไหมครับ?"

"ไหว"สมิธดึงแขนออกจากการพยุงของบอดี้การ์ดหนุ่ม เขาพยายามจะเดินให้ได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

จิมมี่เป็นผู้กดลิฟท์ไว้ให้สมิธ ขณะอยู่ในลิฟท์ก็ไม่มีผู้ใดเปล่งเสียงออกมาสักคำ ด้านสมิธเขาหมดอารมณ์จะพูดคุยกับใคร มันไร้เรี่ยวแรงไปหมด ส่วนจิมมี่ที่จับอารมณ์ของสมิธได้ก็ไม่กล้ารบกวนอีกคน

"ผม...ไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว"อยู่ๆเด็กหนุ่มก็เอ่ยขึ้นกลางความเงียบ ลมหายใจของจิมมี่สะดุดไปหนึ่งจังหวะที่ได้ยินประโยคนั้น

"คุณสมิธค่อยคุยกับท่านเองดีกว่านะครับ...อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้"

"อยากหลอกผมก็หลอกไปเถอะ...ผมมีตาใช่ว่าจะดูไม่ออก"

จิมมี่เงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไร เพราะสิ่งที่สมิธพูดก็ใช่ว่าจะผิดซะทีเดียว

เมื่อถึงเพ้นเฮ้าส์ กลับไม่พบสิ่งมีชีวิตใดนอกจากสมิธและจิมมี่

เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากเยาะหยันก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าห้องตนเองทันที

สมิธเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเป้ของตนในลิ้นชักออกมา มือบางกำลังจะหยิบเสื้อผ้าออกจากไม้แขวนแต่ก็ชะงักไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าเสื้อผ้าพวกนี้ไม่มีตัวไหนที่เป็นของเขาเลย มีแต่ของที่ผู้ชายใจร้ายคนนั้นซื้อมาประเคนให้

ของดูมีค่าแต่ไร้ความหมาย

เด็กหนุ่มเงยหน้ากระพริบตาไล่น้ำตาไม่ให้ไหล เขาเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดหยิบเอาเสื้อผ้าของตนเองก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ยัดใส่เป้แทนและไม่ลืมหยิบเอกสารที่มิเชลให้มาติดตัวไปด้วย

เด็กชายเม้มปากมองไปทั่วห้องอีกครั้ง แม้จะรู้สึกใจหายแต่เขาก็ตัดสินใจดีแล้ว

ไม่อยู่คงจะดีกว่า จะได้ไม่เจ็บปวดที่ใจอีก

เด็กหนุ่มเปิดประตูออกไปนอกห้อง ไม่เห็นจิมมี่อยู่ในห้องโถงแสดงว่าอีกฝ่ายน่าจะอยู่ในห้องครัวหรือไม่ก็ห้องน้ำ สมิธล็อคห้องนอนของตัวเองจากด้านในก่อนจะรีบเดินย่องเร็วๆไปที่หน้าประตูและสวมรองเท้าอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดปนะตูออกจากห้องให้เร็วที่สุด

หัวใจเด็กหนุ่มเต้นถี่เร็วจนได้ยินในหัว รีบกดลิฟท์ให้เปิดเร็วๆ สายตามองสอดส่ายต้นทางอยู่ตลอดเวลา

ติ้ง!เสียงลิฟท์มาถึง เด็กหนุ่มรีบถลาตัวเข้าไปและกดปิดอย่างรงดเร็ว มือบางบีบเข้าหากันแน่น สมิธรู้ว่าบางทีเขาอาจไม่ต้องหนี ลูคัสก็คงปล่อยตนเองไปง่ายๆอยู่แล้ว...เพราะสมิธถูกเบื่อแล้วยังไงล่ะ

แต่เด็กหนุ่มก็เลือกที่จะจากไปก่อนเพราะเขาทนให้อีกฝ่ายเอ่ยไล่ไม่ไหวจริงๆ

แค่นี้ก็เจ็บจนไม่มีแรงแล้ว

สมิธออกจากเพ้นท์เฮ้าส์ เดินเตร่ไปตามทางอย่างไม่รู้จะไปที่ไหน ถ้าจะไปบ้านเพื่อนก็รู้สึกเกรงใจ แต่เงินในกระเป๋าก็มีอยู่เพียงน้อยนิด คงพอใช้จ่ายได้แค่ไม่ถึงสัปดาห์

เป็นครั้งแรกที่สมิธรู้สึกสิ้นหวังไร้หนทาง...ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี

สมิธก้าวเดินอย่างเหม่อลอยท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่ อยู่ๆหยดน้ำก็หยดแหมะลงมาบนใบหน้าเล็กก่อนจะค่อยๆร่วงรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย ฝนในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นเรื่องปกติ หลายคนจึงหยิบร่มขึ้นมากางบังฝน บ้างก็เดินไปหลบตามที่ต่างๆ แต่สมิธกลับยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้นราวกับไม่รู้สึก

แต่ใครจะรู้ว่าสายฝนที่พร่างพรมลงมาจะค่อยๆชะล้างหยาดน้ำตาให้กลืนหายไป

++++++++++++

ผลั๊วะ!!!ตุบ! ร่างของจิมมี่ล้มลงกับพื้นทันทีเพราะทรงตัวไม่อยู่หลังโดนลูคัสใช้ด้ามปืนตบระบายโทสะอย่างแรง จิมมี่ไอแค่กครั้งเดียวก็มีเลือดพุ่มออกจากปากพร้อมฟันกรามของเขาสองซีกหลุดออกมา จิมมี่ตัวสั่นสะท้านเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายเดือดขนาดนี้มาก่อน

"กูให้มึงดูแลคนของกูให้ดี แต่มึงกลับปล่อยให้เด็กกูหนีไปได้...กูจะทำยังไงกับมึงดีห๊ะ!!!จิมมี่!!"ลูคัสตะคอกเสียงดังอย่างเกรี้ยวกราด ลูน้องที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ราวสิบกว่าคนพากันก้มหน้านิ่งยกเว้นโยฮันเนสและเกเบียล

มีอยู่สองสถานการณ์ที่ลูคัส ฮาล์น คนนี้จะใช้คำพูดหยาบคายต่อคนอื่น

หนึ่ง...คือคนๆนั้นเขาสนิทด้วยมาก และ

สอง...เขาโกรธจัดจนใกล้ถึงขีดสุดแล้ว

และตอนนี้จิมมี่กำลังเผชิญกับลูคัสในห้วงอารมณ์ที่น่ากลัวที่สุด...แม้กระทั่งลูกน้องคนอื่นๆยังเกรงว่าจะโดนลูกหลงไปตามๆกัน

"ผมขอโทษครับนาย-..."

ปัง!!อึก! จิมมี่กัดฟันครางในลำคอกลั้นความเจ็บปวด แขนซ้ายสะบัดอย่างแรงเพราะถูกปืนมาคารอฟสัญชาติรัสเซียในมือลูคัสเหนี่ยวไกลในระยะประชิด

"กูไม่อยากได้ยิน!"ลูคัสก้าวไปใกล้จิมมี่ แนบปลายมาคารอฟที่ยังมีควันลอยกรุ่นออกมาบางเบากับหน้าผากกว้างของจิมมี่

"มึงจะชดใช้ให้กูยังไงจิมมี่...ชีวิตเดียวของมึงยังไม่พอเลย"ลูคัสพูดเสียงเหี้ยม นิ้วเรียวยาวกำลังจะกดเหนี่ยวไกล จิมมี่ตัวสั่นหลับตายอมรับชะตากรรม

"เดี๋ยวครับนาย"เป็นโยฮันเนสที่เอ่ยขึ้นยืดเวลาตายของจิมมี่ไปได้อีกหลายวินาที

"มีอะไร"ลูคัสหันกลับไปถามโยฮันเนส

"เวลานี้อย่าเพิ่งมาสนใจลงโทษจิมเลยนะครับ ผมว่าเขาอาจจะมีประโยชน์ในการตามหาคุณสมิธ"ลูคัสขมวดคิ้วนิ่งคิด

เขามาถึงเพ้นท์เฮ้าส์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ด้วยหวังว่าจะมาจัดการกับสมิธ พอประตูลิฟท์เปิดออกก็กำลังสวนกับจิมมี่ทั่รีบร้อนจะเข้ามาในลิฟท์โดยไม่ทันได้ดูว่าใครอยู่ในลิฟท์

ลูคัสเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เมื่อจิมมี่เอ่ยปากบอกว่าสมิธหายตัวไป หมัดหนักๆของลูคัสก็ประทับลงที่หน้าลูกน้องอย่างไม่ทันที่อีกฝ่ายได้ตั้งตัว

เขาสั่งให้ลูกน้องครึ่งหนึ่งออกตามหาสมิธทันที ส่วนที่เหลือให้ลากตัวจิมมี่เข้าไปสอบสวนในห้องอย่างละเอียด เมื่อจิมมี่เล่าจบ เหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่เห็น

ทั้งที่เด็กคนนั้นเอ่ยปากว่าไม่อยากอยู่กับเขา มันยังกล้าคลาดสายตา แถมมารู้ตัวว่าเด็กคนนั้นไม่อยู่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว!

ลูคัสกัดฟันกรอด ยิ่งคิดยิ่งโมโห

"กูจะให้โอกาสมึงครั้งเดียว ภายในวันนี้ไม่ว่ายังไงมึงต้องไปตามสมิธกลับมาให้ได้...ไม่อย่างนั้นมึงจะไม่เหลือชีวิตไว้หายใจอีก!"ว่าจบ ลูคัสก็หันหลังเดินเข้าห้องทำงานตัวเองไปอย่างฉุนเฉียว โยฮันเนสพยักหน้าให้ลูกน้องอีกคนมาช่วยเหลือจิมมี่ก่อนจะเอ่ยทิางท้ายแล้วเดินตามเจ้านายเข้าไปในห้องทำงาน

"รีบทำแผลซะ...เวลาชีวิตของนายขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนั้น"

++++++++++++

สมิธตัวสั่นนิดๆด้วยความหนาว ตอนนี้สมิธนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งของสถานีรถไฟแห่งหนึ่งในเขตนอกเมืองลอนดอน เด็กหนุ่มขึ้นรถไฟจากสถานีใกล้เพ้นท์เฮ้าส์มาลงที่นี่เพราะไม่รู้จะไปที่ไหน อย่างน้อยก็ขอให้อยู่ให้ไกลจากผู้ชายคนนั้น

สมิธเปลี่ยนชุดไม่ได้ เพราะเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้มันเปียกไปหมด ได้แต่ยืนให้เสื้อผ้าแห้งเอง

เด็กหนุ่มนั่งกอดเขาตัวเอง คนที่เดินผ่านบางคนเห็นก็เดินผ่านไป บ้างก็มองด้วยสายตาสงสารแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร บ้างก็มองด้วยสายตาเหยียดหยามเพราะคงคิดว่าเขาเป็นเด็กใจแตกหนีออกจากบ้าน

พวกผู้ใหญ่ก็เป็นแบบนี้...ไม่เคยมีใครเข้าใจเขาเลย คิดแต่ว่าตัวเองถูกที่สุด

แล้วเด็กอย่างเขาจะพูดอะไรได้...พูดไปเขาก็ไม่เคยใส่ใจจะฟังอยู่ดี

เหมือนกับที่ผู้ชายคนนั้นทำ...เหยียบย่ำหัวใจสมิธจนไม่เหลือชิ้นดี

แม้ว่าช่วงกลางวันผู้คนที่ใช้บริการรถไฟของชานชลานี้จะพลุกพล่าน แต่เมื่อตกดึกคนก็เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะที่นี่ไม่ใช่เขตท่องเที่ยว และสมิธก็ไม่อยากเสี่ยงเดินออกไปข้างนั่น เพราะเป็นไม่คุ้นเคยสถานที

แต่อันตรายมันก็มีอยู่ทุกที่...

"เฮ้ย!ไอ้หนู มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียววะ"ชายผิวขาวซีดสูงกระหร่องอายุราว25-30ปี ใช้เท้าเตะร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าไม่เบานัก

สมิธสะดุ้งด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเหลือบมองคนตรงหน้าหวาดๆ ด้านหลังผู้ชายที่เตะเขายังมีผู้ชายลักษณะเดียวกันกับผู้ชายคนนี้อีกสองคน

สมิธตัวสั่นแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

"มีอะไรกับผมงั้นเหรอครับ"

"มีอะไรงั้นหรอ?ไปคุยกันหน่อยไหม"ชายที่เตะสมิธชี้มือออกไปด้านนอกสถานี สมิธส่ายหน้าปฏิเสธทันที

"พี่ชายมีอะไรก็คุยกันตรงนี้เถอะ"อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นก็น่าจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือคนรอบๆได้ทัน

"มึงอย่าพูดไม่รู้เรื่อง กูบอกให้ไปก็ไปสิวะ!" ช่ยคนดังกล่าวพยักหน้าให้สัญญาณเพื่อนที่อยู่ด้านหลัง สมิธที่เห็นท่าไม่ดีลุกขึ้นจะวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ที่อยู่อีกด้าน แต่ความยาวขาเด็กหรือจะสู้ผู้ใหญ่ ร่างบางวิ่งได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกคว้าตัวปิดปากเอาไว้ ร่างเล็กดิ้นหนีสุดกำลัง ฟันเล็กกัดเข้าที่มือสกปรกจนได้เลือด มันร้องและสะบัดมืออก ปากอิ่มขยับจะร้องแต่ชายหัวโจกก็รู้ทันชกกำปั้นซัดใส่ท้องเล็กสมิธอย่างแรก

เด็กหนุ่มจุกจนร้องไม่ออก พวกมันช่วยกันหามสมิธออกจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็ว

สมิธน้ำตาไหลอย่างขมขื่น หรือชีวิตเขาจะจบอยู่แค่ตรงนี้แล้ว

ใครจะมาช่วยเขาได้

สมิธไม่กล้าหวังเลย

พระเจ้า...ท่านใจร้ายกับผมเกินไปแล้ว

+++++++++++++

เอามาให้ชิมก่อนครึ่งแรก ครึ่งหลังน่าจะเสร็จทันพรุ่งนี้ดึกๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น