คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 25%

ชื่อตอน : บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 07:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 25%
แบบอักษร

“เรื่องหนี้สินพี่เคยบอกไปแล้วตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานว่าพี่ยกให้ถือเป็นสินสอด ส่วนเรื่องออกไปทำงานพี่ไม่ให้ไปทำข้างนอกโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที ส่วนเรื่องเงินเดือนพี่จะเอาเข้าบัญชีให้ทุกเดือนเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าใช้จ่ายภายในบ้านด้วย” พ่อเลี้ยงกันตภณ เมื่อได้พาคนตัวเล็กออกจากห้องน้ำมาแล้ว อารมณ์ก็ได้กลับมาเป็นปกติ เผลอๆ อาจจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำไป

ใช่สิ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะ ก็เล่นจับคนตัวเล็กกินในห้องน้ำจนหนำใจไปแล้วนี่ ส่วนคนตัวเล็กจะไม่สามารถขัดขืนอะไรคนตัวโตไปได้ล่ะ ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ จนเหนื่อยอกเหนื่อยใจ “ไปไร่กับพี่ไหม?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยกระซิบถามใกล้ๆ ใบหูเล็ก อย่างเอาอกเอาใจ

“ไปได้เหรอคะ?” จิตรานุช ซึ่งยังคงทำหน้าบึ้งตึงอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินคำเอ่ยชวนนั้น ก็ทำตาโตตื่นเต้นดีอกดีใจ เพราะอยากไปดูในไร่ของชายหนุ่มมานานแล้ว “ได้สิทำไมจะไม่ได้ล่ะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวพร้อมกับมองหน้าสวยหวานซึ้ง ทั้งที่มือใหญ่ก็สวมกอดร่างบางที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบกาย

“ใส่เสื้อให้พี่หน่อยสิ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวอย่างออดอ้อนอยากให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่งเอาอกเอาใจ จิตรานุช จึงยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบเสื้อเชิ้ตลายตาหมากรุกของคนตัวโต ที่อยู่ในตู้ออกมา แล้วหันกลับมาหาคนตัวโต ไม่ยอมมองหน้าคนที่ร้องขอ หน้าหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นอะไรทำไมหน้าแดงอย่างนี้ล่ะ ฮึ!” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก้มลงมองหน้าสวยหวานซึ้งยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยถามเย้าหยอกออกไป ทั้งที่รู้ความนัยอยู่แล้วว่าสาวเจ้ากำลังอาย แต่ก็อยากจะแกล้งคนตัวเล็กไปอย่างนั้นเอง เพราะชอบที่เจ้าหล่อนเขินอายหน้าแดงระเรื่ออย่างไม่เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด

“ปะ เปล่าค่ะ” จิตรานุช เมื่อถูกคนตัวโตถามขึ้นก็ยิ่งหน้าแดงระเรื่อมากขึ้นกว่าเดิมอีก พร้อมทั้งร้องบอกด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆ อีกทั้งมือเรียวเล็กก็ยังสั่นตามด้วยอีกต่างหาก “เปล่าอะไรกัน ดูสิตอนนี้สั่นใหญ่แล้ว หรือไม่สบาย เดี๋ยวพี่ฉีดยาให้สักเข็มดีกว่าไหม” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวหยอกล้อคนตัวเล็กอย่างชอบอกชอบใจ พร้อมกับกอดกระชับร่างบางให้แนบแน่นเข้าให้กายแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม

“พี่ภณน่ะ อย่างแกล้งนุชสิค่ะ พี่ก็รู้นี้ว่านุชอาย” จิตรานุช ก้มหน้าลงที่อกแกร่งเลยทีนี้ ก่อนจะกล่าวต่อว่าชายหนุ่มออกไป อย่างไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วตอนนี้ เพราะอายจนทำอะไรดูเงอะงะไปหมดเลย “หึหึ!..” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หัวเราะออกมาพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ศีรษะคนตัวเล็กหนึ่งที

“โอเค! พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ นุชไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเราจะได้ออกไปที่ไร่กัน” พ่อเลี้ยงกัณตภณ จับปลายคนตัวเล็กให้เงยขึ้นมองหน้า ก้มลงจุมพิตที่ปากบางจิ้มลิ้มแผ่วเบาหนึ่งที่ แล้วผละปล่อยแขนแกร่งออกจากร่างบางอย่างตัดใจ เพราะหากยังคงกอดร่างนุ่มนิ่มไว้อยู่อย่างนี้ มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไร่กันพอดี

เมื่อทั้งสองหนุ่มสาวได้แต่งตัวกันเสร็จ ก็พากันเดินลงมายังชั้นล่างของบ้าน ซึ่งก็เห็น วารุณี นั่งหน้ามุ้ยบอกบุญไม่รับรออยู่ที่โต๊ะอาหาร “ทำไมวันนี้ลงมากันช้าจังเลยล่ะคะ?” วารุณี กล่าวน้ำเสียงแง่งอนอยู่ในที “แล้วทำไมณีไม่ทานไปก่อนล่ะครับ ถ้าหิวก็ทานก่อนได้เลยไม่ต้องรอ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยบอกคนที่เป็นแขกด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างไม่ได้ให้ความสนใจ ว่าหญิงสาวจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนั้น

“แล้วนี้พี่ภณกับนุชจะไปไหนกันหรือคะ?” วารุณี พยายามระงับอารมณ์ที่โกรธกรุ่นเอาไว้ให้อยู่แต่ภายใน ไม่ให้ปะทุออกมา เอ่ยถามคนทั้งสองเมื่อเห็นการแต่งตัวของคนทั้งสอง ที่เหมือนว่าแต่งตัวจะออกไปข้างนอนกันยังไงยังงั้นแหละ

“พี่กับนุชจะไปไร่กันน่ะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยบอกออกไปให้หญิงสาวที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารได้รับทราบ ก่อนจะเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ที่นั่งทานข้าวประจำของตน โดยจิตรานุช ก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่นั่งทางด้านซ้ายมือของชายหนุ่ม

“ไปไร่เหรอคะ? ให้ณีไปด้วยนะคะ?” วารุณี ขอตามไปในไร่ด้วยอีกคน ซึ่งใจจริงเธอไม่คิดอยากจะไปในไร่ด้วยหรอก เพราะปกติเธอไม่ค่อยจะชอบไปสักเท่าไร เพราะไม่มีอะไรที่น่าสนใจ และแถมยังแดดก็ร้อนด้วยอีกต่างหาก แต่ที่อยากจะไปด้วยในวันนี้ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ และคอยเอาใจชายหนุ่ม และอยากจะทำคะแนนความชอบด้วย ซึ่งเห็นศัตรูหัวใจของเธอเข้าไปไร่ด้วยกับชายหนุ่มแล้ว ยิ่งจะต้องไปด้วยใหญ่ เพื่อไปเรียกคะแนนความสงสาร และความดีความชอบจากเจ้าของไร่กังวานไกล

“ที่ไร่ร้อนนะ แต่ถ้าณีอยากจะไปก็ไปได้” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองหน้าคนขอนิ่งไปพักหนึ่งเพื่อหยั่งเชิง เพราะไม่คิดว่า วารุณี จะอยากไปด้วย เพราะเคยไปไร่เมื่อครั้งก่อนนานมาแล้ว หญิงสาวบ่นร้อนๆ อยู่อย่างนั้นจนกระทั้งพากลับมาถึงบ้านนั้นแหละ ครั้งนี้จึงไม่คิดว่าหญิงสาวจะอยากไปด้วยจริงๆ

“ไม่น่าจะร้อนมากมายอะไรหรอกค่ะ ณีอยากไปด้วยค่ะ” วารุณี กล่าวบอกพร้อมกับทำท่าทางกระตือรือร้น ราวกับอยากไปด้วยจริงๆ “งั้นก็ตามใจ” ว่าแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ลงมือทานข้าวกัน “ขอบคุณค่ะ” อยู่ดีๆ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ตักแกงเผ็ดไก่ใส่จานให้ จิตรานุช อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และไม่พูดอะไรออกมาเลย  จิตรานุช จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวขอบคุณออกไปอย่างงงๆ

ซึ่งการกระทำที่พ่อเลี้ยงได้ทำไปนั้น มันทำให้คนที่นั่งทานข้างอยู่อีกฝั่ง มองดูด้วยความอิจฉาริษยา เพราะตั้งแต่ที่รู้จักกับเจ้าของบ้านมา ชายหนุ่มไม่เคยคิดที่จะมาสนใจตักอาหารใส่จานให้ใครเลย แม้แต่เพื่อนของเธอที่เป็นอดีตแฟนของพ่อเลี้ยงเองแท้ๆ ยังไม่เคยทำอย่างนี้ให้เลยด้วยซ้ำ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น