เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์

คำค้น : เขยช่างไสะใภ้ช่างยนต์ พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.4k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 06:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

ตอนพิเศษ วันสงกรานต์



13 เมษายน 25XX


            “กลับไปไหว้พ่อกับแม่ที่บ้านกูก่อน แล้วค่อยไปไหว้อาม่ากงกับอาม่าก่อน นอนค้างคืนนึงแล้วค่อยกลับมาไหว้ป๋ากับแม่ เรื่องเล่นน้ำเอาไว้ที่หลัง…นะ?” โซ่แจงโปรแกรมวันหยุดสุขสันต์ในวันสงกรานต์ให้คนรักฟังอย่างละเอียดตามที่ตัวเองคิดวางแผนการเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่พอร์ชเอ่ยปากชวนไปเล่นน้ำด้วยกัน เพราะรู้มาจากบุญล้อมว่าโซ่ไม่เคยออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆเลย เพราะเจ้าตัวบอกว่าไม่ชอบคนวุ่นวาย


            “ทำไมใจดีจังวะ?”


            “หรือจะไม่เล่น?”


            ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน เพราะมัวแต่ดีใจกับความใจดีแปลกๆของคนรัก พอร์ชจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงและท่าทางกวนสุดติ่ง จากที่ดีๆ โซ่เลยหันมาทำหน้าโหดใส่แทน


            “เล่นจ้าเล่น หยอกเล่นนิดเดียวอย่ารีบโมโหสิ…ผัวปรับอารมณ์ตามไม่ทัน” พอร์ชละคันปากอยากจะถามออกไปจริงๆว่า…ท้องหรอ? ถึงได้ลมขึ้นๆ ลมลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์แปรปรวนจนตั้งรับ แต่เผอิ๊ญเผอิญว่าไอ้พอร์ชคนนี้เป็นพวกรักเมียมากเลยต้องให้เกียรติกัน ไม่ได้กงได้กลัวมือไม้เข่าศอกอย่างที่ใครคิดหรอก…จริงๆนะ


            “แล้วจะมัวมานั้งเบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปเอาชุดที่จะใส่มาสิ เห็นไหมว่ากูจัดกระเป๋าอยู่ เดี๋ยวเลือกให้ไม่ถูกใจแล้วมาบ่นกูทีหลังอีก กูตีมึงจริงๆนะพอร์ช” พูดยังไม่ทันขาดคำ พอร์ชก็โดนอีกชุดใหญ่ เพราะครั้งที่แล้วเผลอปากแอบบ่นไปว่าไม่ชอบชุดที่โซ่จัดใส่กระเป๋าให้ตอนที่ไปบ้านอาม่าเมื่อครั้งก่อน ตั้งแต่นั้นมา เวลาที่จะไปไหนโซ่ก็มักจะให้พอร์ชไปเลือกเสื้อผ้าเอง ก่อนที่ตนเองจะเป็นคนจัดใส่กระเป๋าให้ เพราะอย่าหวังเลยว่าคุณชายเขาจะทำ


            “คร้าบ~” สุดท้ายพอร์ชก็จำต้องลาจากเตียงนอนอันแสนนุ่มนิ่มและลากสังขารเกือบเปลือยของตัวเองไปยังตู้เสื้อผ้าอย่างเกียจคร้าน ตามคำบัญชาของคนรักที่ยืนตาขวางถือไม้แขวนเสื้อขู่อยู่ปลายเตียง โดยมีลูกทรยศอย่างอีมณีนั่งแยกเขี้ยวเป็นลูกคู่ร้องหม๊าวๆ อยู่ข้างๆ หลังจากที่เมื่อวานมันหลอกให้เขาเสียเงินซื้อตุ๊กตาปลาทูหน้าโง่สอดไส้กัญชาแมวให้มันไปแล้ว


            “โซ่ยังยืนยันคำเดิมนะแม่ ถ้าลำบากให้บอกกัน ไม่ต้องทน ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงโซ่ก็ลูกแม่…แม่ลำบากเลี้ยงโซ่มาจนโตได้ขนาดนี้ไม่เคยบ่น โซ่ก็เลี้ยงแม่ได้เหมือนกัน” เขาก้มลงกราบที่ปลายเท้าของหญิงชรา บุคคลที่กัดฟันสู้ทนเลี้ยงเขามานับสิบปี โดยที่ไม่เคยอ้าปากเรียกร้องเงินทองจากใคร แม้ว่าจะต้องลำบากมากก็ตาม เพราะตอนนั้นโซ่เลือกที่จะอยู่กับตายายและปิดรับข่าวสารรวมถึงความช่วยเหลือจากทางบ้านอาม่าเพราะยังคงโกรธพ่อผู้ให้กำเนิด โดยที่ไม่ทันได้คิดเลยว่า การมีตัวตนอยู่ของตนเองนั้นจะทำให้ตายายที่แก่ชราลำบากมากน้อยแค่ไหน เพราะนอกจากจะต้องส่งเสียงเลี้ยงดูตนเองแล้ว โซ่ก็รับรู้มาโดยตลอดว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของตนเอง เป็นลูกสาวแท้ๆของตากับยายมักจะกลับมาตอดเล็กตอดน้อย ขอเงินขอทองไปขายอยู่เสมอ จนตอนนี้เขามีทุกอย่างแล้ว มีมรดกมากมายจากพ่อให้แบ่งปัน มีเงินรายเดือนและเงินปันผลประจำปีจากโรงสีข้าวของตระกูลเหลือเฟือที่จะตอบแทนบุญคุณตากับยายด้วยการจุนเจือให้อยู่อย่างสุขสบาย โดยให้เป็นรายเดือนเหมือนกับที่เริ่มทำตั้งแต่ออกมาอยู่กับพอร์ช แต่จะไม่ให้เป็นก้อนหรือจำนวนเยอะมากในทีเดียว เพราะมีคนช่วยผลาญอีกสองคน


            เสร็จจากยายแล้วโซ่ก็คลานเข่ามารดน้ำและกราบเท้าตาที่นั่งอยู่ข้างกันกับยาย ด้วยถ้อยคำที่ดูผ่อนคลายกว่าเดิม เพราะเขาได้พูดทุกสิ่งอย่างให้หัวหน้าครอบครัวอย่างยายฟังไปหมดแล้ว จะเหลือก็แต่สุขภาพของตาที่ช่วงหลังมามีอันต้องเจ็บป่วยเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยจนเขาเริ่มเป็นกังวลเพราะปอดมีปัญหา เหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก


            “โซ่ขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรงอย่าเจ็บอย่าป่วย อยู่ทะเลาะกับแม่ไปนานๆเลยนะครับ”


            “มาครั้งก่อนๆก็มัวแต่วุ่นวายยุ่งเรื่องอื่น ไม่เคยได้คุยกัน วันนี้ผมขออนุญาตฝากตัวด้วยนะครับ ถ้าไม่รังเกียจกัน ผมก็อยากเป็นลูกของพ่อกับแม่อีกคน” พอร์ชวางพวงมาลัยดอกมะลิที่เตรียมมาไว้บนฝ่ามือตาและยายของโซ่คนละพวกแล้วก้มลงกราบที่ปลายเท้าของทั้งคู่ไม่ต่างจากที่โซ่ทำ…ฝากเนื้อฝากตัวเข้าบ้านคนรักไปอย่างเนียนๆ


            “พ่อกับแม่จะรังเกียจเราได้ยังไง ในเมื่อเราคือคนที่ทำให้ลูกแม่มีรอยยิ้ม มีความสุขมากกว่าตอนที่อยู่บ้านนี้ แม่ซะเปล่าที่ต้องละอายใจ ฝากไปขอบคุณเสี่ยใหญ่กับคุณนายเขาด้วยนะที่ไม่รังเกียจเจ้าโซ่มัน เอาไว้ถ้ามีโอกาส ว่างๆ แม่จะเข้าไปขอบคุณด้วยตัวเองอีกที” หญิงชราเธอส่งยิ้มให้พอร์ชทั้งน้ำตา มาจนถึงวันนี้แล้ว เธอไม่มัวมานั่งคิดเรื่องความถูกผิดทางสังคมให้เสียเวลาหรอก ตราบใดที่เด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ลูกชายเขายิ้มได้ทั้งกายและใจ เพียงเท่านี้เขาก็นอนตายตาหลับได้อย่างไม่มีห่วงแล้ว


            “โอ้ย…อย่าคิดมากเลยครับ ทุกวันนี้ป๋าเขารักไอ้โซ่มันมากกว่าผมที่เป็นลูกแท้ๆ ซะอีก เอาไว้วันไหนผมโดนป๋ากับแม่ไล่ออกจากบ้านเพราะหลงลูกสะใภ้คนเล็กมากเมื่อไหร่ผมจะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีมาพักใจที่นี่สักสองสามวันนะครับ”


            จบประโยคคำพูดอันยาวเหยียดของพอร์ชแล้วทั้งบ้านก็มีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนาน ไม่เว้นแม้แต่โซ่เองที่พลอยมีรอยยิ้มไปกับเขาด้วย จะต่างก็ตรงที่เขาไม่ได้ตลกแค่คำพูดไร้สาระของคนรัก แต่เขากำลังมีความสุข…สุขที่ได้เห็นคนที่เขารักมีความสุขไม่ต่างกัน


            เสร็จไปแล้วหนึ่งบ้านกับภารกิจพิชิตญาติผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์ตามความตั้งใจของโซ่ ทั้งสองคนหนึ่งแมวก็พากันขึ้นรถเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไป ซึ่งก็คือบ้านอาม่า


            “ขอบคุณ” ออกตัวมาได้สักระยะหนึ่งโซ่ก็เอ่ยขอบคุณพอร์ชพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมฝ่ามือหนาของพอร์ชที่วางประจำอยู่บนคันเกียร์


            “เห็นหรอ? ห้ามคิดมากนะ เพราะกูเตรียมไว้ให้ป๋ากับแม่เหมือนกัน” สะดุ้งตกใจเหมือนเด็กทำความผิด เพราะคิดว่าโซ่ถูกคนรักจับได้เรื่องที่แอบให้เงินตากับยายไว้ใช้ แม้ว่าจะระวังตัวมากแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจพ้นสายตาของโซ่อยู่ดี


            “หึๆ” โซ่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาเพียงแต่ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับมุมน่ารักแบบเด็กน้อยไร้เดียงสาของคนรักที่น้อยนักจะได้เห็น เพราะส่วนมากเจ้าตัวจะเก่งเรื่องยั่วโมโหให้เขาปรี๊ดแตกเสียมากกว่า…อย่างนั้นละถนัดนัก และที่สำคัญเลยคือ เขาไม่ได้ขอบคุณพอร์ชที่ให้เงินตากับยายของเขา เพราะเข้าใจว่าเจ้าตัวเจตนาดีและคนส่วนมากก็ใช้โอกาสในเทศกาลงานดีนี้มอบขวัญถุงเล็กๆ น้อยๆ เป็นขวัญกำลังใจให้กับญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเขาเองก็เตรียมไว้ให้ป๋ากับแม่ของพอร์ชด้วยเช่นกัน แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้นคือ เขาอยากจะขอบคุณความรักความเข้าใจที่ไม่ได้มีให้แค่เขา แต่พอร์ชยังมีเผื่อแผ่ไปยังครอบครัวและคนรอบข้างของเขาอีกด้วยนี่สิเหตุผลที่ต้องขอบคุณจากหัวใจ


            “อาม่าสวัสดีครับ / ม่าหวัดดีครับ”


            “มากันแล้วหรอลูก ไปๆ เอาของขึ้นไปเก็บบนห้องก่อน เดี๋ยวไปรับเฮียซานในเมืองกัน” อาม่าก็ยังคงเป็นอาม่าที่ยิ้มปากกว้างได้ทุกครั้งอย่างไม่มีเบื่อ เมื่อหลานชายหัวโปรดกับคนรักแวะมาเยี่ยมเยียน


            “แล้วเฮียเซนล่ะม่า?” พอได้ยินว่าแฝดพี่มาโซ่ก็อดที่จะถามถึงแฝดน้องซึ่งเป็นคู่ซี้อดีตหัวหน้าแก๊งหวานเย็นสมัยละอ่อนของตัวเองไม่ได้


            “เฮียเซนเขาติดงานลาไม่ได้ เห็นว่าเร่งทำสรุปส่งเคสให้โรงพยาบาลก่อนลาออกอะไรของเขาก็ไม่รู้ ม่าก็พูดภาษาเขาไม่ถูก เอาไว้อาโซ่ก็โทรไปหาเฮียเขาสิ เมื่อวานก่อนโทรมาเฮียเขายังถามหาอาโซ่กับม่าอยู่เลย” พอเห็นหน้าหงอยๆของหลานรัก อาม่าก็รีบเข้ามาปลอบพร้อมกับพูดยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างอิง เพราะกลัวว่าโซ่จะน้อยใจ เนื่องจากว่าเจ้าตัวไม่ได้เจอกับพี่ชายคนนี้มานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่คู่แฝดซานเซนออกไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจนจบได้งานทำอยู่ในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายอย่างกรุงเทพฯโน่นแหละ


            “ครับ” ได้แต่รับปากเอื่อยเฉื่อยแล้วเดินอุ้มพี่มณีนำพอร์ชขึ้นไปบนห้องพักประจำของตัวเองด้วยท่าทางเหงาหงอย


            “เป็นอะไรไปอีกฮึ? ทำหน้าเหมือนหมาถูกทิ้ง” พอร์ชวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ข้างตู้แล้วเดินเข้ามาคว้าตัวคนรักเข้าไปกอดรัดไว้แน่น


            “คิดถึงเฮียเซน” สารภาพออกมาอย่างง่ายดายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าซึม


            “ใครอีกละ? มีพี่คนไหนที่มึงรักมากกว่าเฮียทศอีกรึไง” หยิบยกพี่ชายร่วมสายเลือดต่างบิดาของเจ้าตัวขึ้นมาอ้าง เพราะคิดว่าโซ่น่าจะสนิทกับทศพลมากที่สุดแล้ว


            “ก็เฮียเซนนี่ไง พอกูโดนพี่พลทิ้ง หลังจากที่เข้าใจกับทางนี้แล้วก็มีเฮียเซนนี่แหละที่รัก และเข้าใจในตัวตนของกู ในขณะที่คนอื่นพยายามยัดเยียดในสิ่งที่กูไม่ต้องการ และปกป้องกูจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใจร้ายหลายๆคนในบ้านนี้” ถ้าจะให้ย้อนกลับไปคงยืดยาว แต่บอกได้เลยว่ากว่ายืนหยัดลุกสู้ขึ้นมาเป็นเขาในทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพียงเพราะแรงกดดันจากความเลวร้ายในอดีตเพียงเท่านั้น แต่ยังมีกำลังแรงใจจากอีกหลายคนที่ช่วยเหนี่ยวรั้ง ซึ่งหนึ่งในบุคคลเหล่านั้นก็มีเฮียเซนของเขาเป็นแรงสำคัญ คอยสั่งสอนให้เขาสู้อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่หมาจนตรอกที่ต้องการแค่หนทางรอดเพียงอย่างเดียว


            “อย่าพูดแล้วทำหน้าเคลิ้มเหมือนเขาเป็นรักแรกของมึงได้ไหมวะ เห็นแล้วหึงว่ะ” เพราะสายตาแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธามันเปล่งประกายออกจากดวงตามาพร้อมกับคำพูด


            “ก็ไม่แปลกหรอก เพราะกูเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน มึงไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นนอกจากจะหล่อแล้วเฮียแม่งโคตรเท่ห์ในสายตากูเล…โอ้ย! ไอ้พอร์ช! ไอ้หน้าหมากูเจ็บนะ! เป็นห่าอะไรของมึงอีกเนี่ยห้ะ!” พูดยังไม่ทันจบโซ่ก็ถูกอุ้มทุ่มลงกลางเตียง ก่อนที่ตัวต้นเหตุอย่างพอร์ชจะโดดตามลงไปขย้ำซะจมเขี้ยว สมกับที่โซ่ชอบเรียกว่า ‘ไอ้หมา’


            “ใครสั่งใครสอนให้มึงชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผัวอย่างนี้ห้ะนิ่ง!” พอร์ชว่าเสียงเข้มเหมือนสติหลุด ไม่แววตาอ้อล้อหรือทำเป็นอ่อนข้อให้อย่างที่แล้วมา เพราะไม่แน่ใจว่าระหว่างความโกรธกับความหึงหวงที่แผดเผาอยู่ในใจอันไหนมันมีมากกว่ากัน


            ป้าบ!


            “ไอ้บ้า! กูแค่แหย่เล่นแค่นี้มึงกะจะฆ่ากูเลยรึไง ลุกไปหายามาทาแล้วก็หาอะไรมาปิดแผลให้กูเลยนะไอ้หมาพอร์ช ไม่อย่างนั้นมึงเจ็บตัวแน่” ยกมือขึ้นฟาดกลางหัวเรียกสติให้คนรักเน้นๆ ไปป้าบใหญ่ ก่อนที่จะพูดขู่ออกมา


            “แหย่เล่น?” พูดทวนเหมือนไม่แน่ใจ


            “เออ! แหย่เล่น…แค่อยากจะเห็นหน้าหงอยๆ เหมือนหมาของมึง ไม่ทันได้คิดว่าจะบ้าได้ขนาดนี้ แม่ง…กัดกูจมเขี้ยวเลย…มึงนะมึง” ผลักพอร์ชที่กำลังเหวอออกจากตัว ก่อนที่จะเดินบ่นไปจนถึงห้องน้ำเพื่อล้างแผลที่คอ


            หม๊าว~


            “เออ…รู้แล้วว่าผิด ไม่ต้องมาซ้ำเติมกูหรอก…สำนึกไม่ทัน!” พาลใส่เจ้าเหมียวลูกรักเสร็จก็เดินตึงตังแบบหน้างงๆออกไปหายามาทาทำแผลให้คนรักต่อ


            หม๊าว~


            ‘ป๋าจ๋าบ่นพี่หรอ? บ่นทำไม? พี่มณีแค่เคลิ้มกับน้องสอง(ปลาทูอัดกัญชาแมว)เองนะ’


            หม๊าว~


            ‘แค่พี่ฟินกับน้องสองพี่ก็ผิดหยอ? เฮ้อ!’ แฮชแท็ก #แมวงงหนักมาก


            “นอนซะ อย่าไปฟังมันเลย ป๋ามึงมันบ้า” โซ่ที่เพิ่งจะใช้น้ำล้างแผลให้ตัวเองเสร็จ เดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงทางฝั่งที่มีพี่มณีนอนตาเยิ้มกอดตุ๊กตาปลาทูร้องหม๊าวๆอยู่อย่างมีความสุข แล้วใช้ฝ่ามือลูบหัวลูบตัวกล่อมให้พี่มญีที่กำลังผ่อนคลายเพราะฤทธิ์กัญชาแมวให้หลับสบาย


15 เมษายน 25XX


            หลังพากันไปตระเวนรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่คบทุกบ้านแล้ว เวลาที่พอร์ชรอคอยก็มาถึง เพราะว่าโซ่อนุญาตพร้อมกับยอมตกปากรับคำที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยแล้ว แม้ว่าจะได้เล่นแค่วันสุดท้ายวันเดียวก็ตาม


            “มึงจะพิรี้พิไรอีกนานไหมพอร์ช ไอ้พวกนั้นมันมารอมึงเป็นชั่วโมงแล้วนะ ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทำไมนักหนา แต่งไปแค่ไหนมันก็ไม่หล่อขึ้นหรอก…หน้าหมาเหมือนเดิม” เป็นอีกครั้งที่โซ่ต้องพูดบ่นยาวเหยียดออกมาในขณะที่ตามเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้ให้พอร์ช หลังจากที่เจ้าตัวเอาออกมาเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก พอไม่ถูกใจก็โยนทิ้งไว้บนพื้นไม่ก็ปลายเตียง


            “แม่มึงหึงพ่อหรอจ้ะ?” ทำจ้ะจ๋าปากว่ามือถึง คว้าหมับเข้าที่เอวของโซ่ แกล้งเอาอกเปลือยเปล่าของตนเองไปถูหลังผ่านเสื้อฮาวายบางๆของโซ่ หลังจากที่โยนเสื้อตัวที่สิบหรือยี่สิบก็ไม่รู้ทิ้งลงพื้นตามตัวก่อนๆไปอีกตัว


            วืดด…เพียะ!


            “โอ้ย! มันเจ็บนะโซ่!” คนหล่อหลุดมาดหวีดร้องเสียงหลงออกมาเมื่อถูกคนรักหวดด้วยไม้แขวนเสื้อเข้าให้เต็มแรง


            “ก็ตั้งใจตีให้เจ็บไง จะได้เลิกถอดๆ ใส่ๆ สักที กูตามเก็บจนเหนื่อยแล้วนะ” ได้จังหวะโซ่ก็รีบสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของคนรักอย่างพอร์ชทันที


            “แม่มึงไม่เข้าใจพ่อมึงอีกแล้ว…งอนอ่ะ!”


            ผลุบ!


            “เลิกทำตัวปัญญาอ่อนแล้วใส่ตัวนี้ซะไอ้หมาพอร์ช ก่อนที่จะโดนไม้แขวนเสื้อ” โซ่หยิบเสื้อที่วางอยู่ใกล้มือขว้างไปให้คนรัก เสร็จแล้วก็คว้าพี่มณีที่ใส่เสื้อฮาวายสีเดียวแบบเดียวกันขึ้นมาอุ้มพาเดินออกจากห้องไป


            “สีกรมลายขนนกสีฟ้าเขียวอย่างนี้กูเคยเห็นที่ไหนวะ?” หยิบเสื้อที่ฮาวายที่โปะอยู่บนหัวออกมากาง พลิกซ้ายพลิกขวาดูแล้วนึกย้อนไปว่าตนเองเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า ทำไม่ถึงได้ดูคุ้นตามากขนาดนี้ จนกระทั่ง…


            “เสื้อคู่! เฮ้ย…ไม่ใช่สิ มีสามตัวต้องเป็นเสื้อครอบครัว แหม…แม่มึงจะเซอร์ไพร์พ่อมึงก็ไม่บอก! ปล่อยให้รื้อตู้ตั้งนาน” พอรู้แล้วว่าเป็นเสื้อเช็ตเดียวลายเดียวสีเดียวกันกับที่โซ่และพี่มณีใส่พอร์ชก็ยิ้มกว้างออกมาจนปากจะฉีกถึงหู แต่ก็ไม่วายที่จะละเมอเพ้อพบไปตามประสา ไม่ต่างจากที่เจ้าตัวชอบบ่นว่าโซ่อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเหมือนคนท้อง โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองคือต้นเหตุในทุกการกระทำของคนรัก เพราะถ้าไม่กระเซ้าเย้าแหย่จนน่ารำคาญเจ้าตัวก็จะอ้อนจนโซ่หงุดหงิดไปเลยนั่นแหละ


            “เลิกเพ้อได้แล้วไอ้หมาพอร์ช!”


            คนพร้อม…แมวพร้อม…ปืน(ฉีดน้ำ)พร้อม…ลุย! หม๊าว!~



แมวใครไม่รู้ เห็นใส่เสื้อตรงกับที่เขียนไว้ เลยขอยืมรูปหน่อยนะคะ @ภาพจากข่าวสด @ทวงเครดิตเพิ่มเติมได้

พอร์ช : ตอนพิเศษสงกรานต์หรอ? ไหนน้ำล่ะ? ไหนแป้ง? ตัวยังแห้งอยู่เลย!

คนเขียน : เออน่า...แค่นี้พอก่อน พวกเอ็งยังต้องอยู่กับข้าอีกหลายปี เดี๋ยวปีหน้าไม่มีอะไรเขียน

โปรดอย่าถามว่าหายไปไหนมา เพราะถ้าจะให้เล่ามันยาวมาก ดีไม่ดีอาจจะมีคนมองว่าแก้ตัว แต่อยากให้รู้ว่าตกใจมากเหมือนกันตอนที่ได้เห็นเวลาการอัพนิยายครั้งล่าสุดของตัวเอง เรื่องนี้หายไป 24 วัน เรื่องอูจูหายไป 2 เดือนเต็ม ถ้าคนอ่านจะหนีก็ไม่แปลก เพราะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง และอยากให้รู้ไว้ ว่ากว่าจะกลับมาหาได้ในวันนี้ ไม่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งร่างกายและความรู้สึกสะบักสะบอมไม่แพ้กัน

สุขสันต์สงกรานต์วันปีใหม่ไทย ขอให้คนอ่านที่น่ารักสุขภาพร่างกายแข็งแรง เจริญไปด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า...โคตรคิดถึงคนอ่านเลย #ด้วยรัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}