เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 34.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 143

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2561 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
34.2
แบบอักษร

วันก่อนงานวันเกิดโนร่า แสงยามเช้าส่องกระพริบตัดผ่ากลีบดอกคูณสีทองปลิดปลิว

          “ซื้อชุดหรือคะ”

          “ใช่จ๊ะ โนร่ารู้จักร้านผ้าบัคเคนท์หรือไม่”

          “รู้จัก”เด็กสาวขานเสียงใส เมื่อคืนวานลีโอน่านึกได้ว่านางยังไม่มีชุดราตรีใส่ไปร่วมงานแสดงดนตรี นักไวโอลินสาวมีชุดประจำกายในกรระเป๋าสองสามชุด ดังนั้นนางควรซื้อชุดใหม่เพื่อใช้ร่วมงานครั้งนี้ เพื่อมิให้ตนเองแปลกยาก แตกต่างกับผู้อื่น นางเป็นแขกของเจ้าหญิงด้วย เพราะฉะนั้นควรแต่งกายให้สวยงามมิให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเจ้าหญิงเมเบล เจ้าหญิงอุสาเชิญชวนนักดนตรีพเนจรเช่นนางร่วมงานชนชั้นสูง ลีโอน่าต้องเป็นแกะดำแน่หากแต่งตัวแบบฉบับปกติ

          อย่างน้อยให้กลมกลืน มีเครื่องประดับ กำไล สร้อยคอ แต่งหน้า จัดทรงผม นึกแล้วอยากกุมขมับ ร้อยวันพันปีลีโอน่ามิเคยไปงานหรูหราเช่นนี้ แม้สมัยทำงานคณะละครสัตว์ยังไม่มีโอกาส

          ลีโอน่ามิกล้าตัดสินใจเพียงลำพักจึงดึงโนร่า และนารีที่มีฐานะฮ่องเต้หญิงมาช่วยเลือกชุด ดวงดาวน้อยใช้เวลาติดเตียงดูแลนอมเรไรมิห่างหลายวัน วันนี้คือวันแรกที่นางออกนอกบ้าน มีเพลาเดินเล่นสูดอากาศ และยังเป็นเพื่อนซื้อของกับลีโอน่า แม้ยังตะขิดตะขวงมิวางใจฝากเรไรไว้กับเมรัยที่ปานนี้ยังนอนอืดเปิดพุง ขี้คร้านบนเตียง “อย่าทิ้งกันนะนารี”ลีโอน่าเอ่ยหน้าตาย หากนารีทิ้งนางยามนี้ นักไวโอลินสาวปวดศีรษะเรื่องเลือกชุดแน่ นางอาจตายได้

          “โธ่ พี่ลีโอน่าไว้ใจข้าเถอะ”นารีทาบมือแตะอก สีหน้ากระหยิ่มยิ้มเริงร่า นางไม่ทราบด้วยซ้ำตอนนี้เรไรโดนเมรัยลากเข้าห้องแคโรไลน์เรียบร้อยแล้ว ดึงปักษาน้อยสู้ห้วงแห่งความมืด[Into the darkness]อย่างมิถอนตัว

          ร้านผ้าบัคเคนท์ตั้งตระหง่าน ณ พื้นที่แบ่งเขตเหนือและเขตใต้ ร้านค้าผ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องผ้าไหม แพรพรรณ อาภรณ์ต่างถิ่น และเรื่องฝีมือช่างเย็บปักเครื่องแต่งกายเป็นอันดับหนึ่งของเมืองแบลดแอน์ ไม่ว่าเจ้าเมืองหรือชาวเมืองธรรมดาเวลาจักเลือกซื้อชุดราตรี ชุดแต่งงาน ชุดพิธีการ ล้วนเลือกซื้อผ้าร้านผ้าบัคเคนท์ แต่ละวันมีจำนวนคนเข้าออกร้านนับพัน มีทั้งนักเดินทางข้ามแคว้น พ่อค้าวาณิช ชาวเมืองแบลดแอน์ บางครั้งก็มีเจ้าแมวลายเสือดาว แต่เข้าแล้วมิค่อยกลับออกมานัก เพราะในร้านมีสุนัขดุมาก เชื่อว่าคุณแมวคงย้ายบ้านไปอยู่ในท้องคุณหมา

          อาคารตึกสูงเจ็ดชั้น มันสูงชันเป็นตึกเอกท่ามกลางตึกราที่เตี้ยต่ำกว่า ราวปราการทหาร พวกลีโอน่าเดินตามลูกค้าท่านอื่นเข้าข้างในและให้ตกกะใจกับการตกแต่งด้วยแผ่นทอง มรกต ฉากกั้นสีชมพูดอกบัวมีเสน่ห์ ความเลิศหรูโออ่าปานประหนึ่งพระราชวัง พื้นหินอ่อนมีลวดลายสีม่วงอร่าม เสาไม้แลมันเงา กระถางดอกไม้ตั้งเรียงราย บ่อน้ำมีปลาคราฟแหลกว่าย และรูปสลักปักษาแห่งเสียงเพลงตั้งแสดงต้อนรับผู้เยี่ยมเยือน ภายในร้าน ชั้นหนึ่ง มีฝูงคนพลุ่งพล่านแม้เป็นยามกลางวัน ลีโอน่าส่ายสะบัดผมไสว ตาลาย นางกระชับผ้าพันคอพยายามเดินไม่ให้ชนคน

          ระดับขายผ้าแบ่งเป็นสามระดับ สำหรับชาวเมืองธรรมดาสามารถเลือกผ้าที่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสอง สองชั้นดังกล่าวคือผ้าราคาประหยัดเหมาะสำหรับแม่บ้านที่มีเป้าหมายตัดชุดให้ลูกสาวลูกชาย ชั้นสามและชั้นสี่คือพื้นที่สำหรับพ่อค้าเร่ เศรษฐีกระเป๋าหนัก หรือนักล่าสมบัติ ชั้นห้าและชั้นหกคือพื้นที่สำหรับชนชั้นสูง อาทิ ขุนนางใสสะอาด เจ้าเมืองผู้รักเสียงฉิ่ง ลูกหลานแม่ทัพ เป็นส่วนรับรองและมีผ้าคุณภาพสูง ราคาผ้าก็แพงทะลุขีดค้าใช้จ่ายสามัญชน

            ลีโอน่าคอตก นางเปิดกระเป๋าเงิน เมื่อคืนลองนับจำนวนเงินเหรียญแล้ว มันมีไม่มากนัก กระนั้นอย่างน้อยก็พอซื้อผ้าที่ชั้นหนึ่งและชั้นสอง

          “มีชุดสำเร็จหรือไม่”

          “มีครับ เชิญทางนี้”

          ถามพนักงานร้าน ชายหนุ่มหน้าตาบ้านๆกิริยาเป็นมิตรเก้าส่วน เขารับหน้าที่ดูแลพวกลีโอน่า ยามนี้เขากำลังช่วยนำพวกนางไปเลือกชุดน่ารักๆในห้องแห่งหนึ่ง แต่ละชั้นมีห้องมากมาย แต่ละห้องล้วนมีผ้าไม่เหมือนกัน ประเภทสินค้าร้านผ้าแบ่งเป็นสองประเภท หนึ่งซื้อผ้า สองซื้อชุดสำเร็จ ชุดสำเร็จมีน้อยและราคาสูงกว่าผ้า ยุคสมัยนี้เรื่องตัดเย็บยังเป็นงานของสตรีที่มิมีค่าเท่าไหร่นัก ขอบเขตและการทำงานของช่างปักจึงไม่กว้างขวางพอผลิตชุดสำเร็จเยอะๆ

          ค่าใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้าถือว่าสิ้นเปลืองมาก กระนั้นเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งขาดที่มิได้   

ถ้าเลือกซื้อผ้าแล้วเอาไปตัดเย็บเองคงไม่ไหว ลีโอน่าโบกมือระรัว นางกลัวเข็ม

          “ชุดนี้ดีหรือไม่”ลีโอน่าลองสวมชุดราตรีสีฟ้านภา นางสวมแล้วลองถามความคิดเห็นสาวน้อย นารีขมวดคิ้ว นางมิอยากใจร้ายเอ่ยความจริง ชุดนี้ เนื้อผ้าที่ใช้ตัดแย่ไม่ดี เทียบไม่ติดกับผ้าไหมที่เหล่าชาวดาราใช้สักนิด กระนั้นดวงดาวน้อยกัดฟัน ด้วยงบประมาณมีจำกัดคงไม่พอเลือกซื้อตามใจ “ยังไม่เหมาะกับพี่ลีโอน่า”นารีใจแข็งดุจภูผา นางใคร่ตั้งปณิธานสรรหาสิ่งดีที่สุดมอบให้สตรีนางนี้  

          “เช่นนั้นหรือ”ลีโอน่าหน้ามืด นางมิยอมรับ แต่ชุดในห้องไม่สวยเลย

          “ลองขึ้นอีกชั้นดีหรือไม่”

          “แต่ว่า”ลีโอน่าหลุบตา นางแว่วยินเสียงกระเป่าเงินกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิต กระซิกๆ

          ทำเช่นไรดี สามสาวครุ่นคิด

          โนร่ายืนก้มหน้าพลางกระตุกชายกระโปรงลีโอน่า “มีอะไรหรือ”

          “อาจารย์แคโรไลน์มีชุดสวยๆพี่ลีโอน่าขอยืมใส่ อาจารย์คงมิว่ากระมัง”

          “ฮึๆอาจารย์แคโรไลน์เคยบอกให้พี่ยืมชุดแล้ว เพียงแต่”

          ขนาดทรวงทรงบน กลาง ล่างช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ลีโอน่าอยากร้องไห้ นางต้องกินเท่าใดจึงจะผลิตหุ่นเท่าพี่แคโรไลน์

          “ช่วยมิได้ คงต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น”

          “วิธีอะไรรึ”ลีโอน่าเห็นนารีปั้นหน้าจริงจัง ดวงดาวน้อยจึงตอบอย่างไม่ปิดบัง

          “เราจักดักทุบหัวลูกสาวขุนนางที่มาซื้อชุด แล้วขโมยชุดนาง”

          “….”

          “อะแฮ่ม ข้าสามารถตีจนหัวเหยื่อสลบและความจำเสื่อม เรื่องไม่มีปัญหา”

          “…”

          “…คือ ข้าลองคิดแบบเมรัย”

          นารีตกเป็นเป้าโดนจ้องเขม่นจนคันหยุกหยิก ดวงดาวน้อยเขินหน้าแดง ไม่ว่าอย่างไรก็มิอาจขโมย สามสาวกลัดกลุ้ม พลันขณะจนปัญญา โนร่าพลันนึกเรื่องสำคัญได้ ตอนบอกแคโรไลน์ว่าโนร่าจะออกไปช่วยพี่ลีโอน่าเลือกชุดราตรี แม่วัวสาวผู้เล่อโฉมแอบห่วงเด็กๆอาจมีเงินไม่พอซื้อชุดสวยๆจึงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งมอบให้เด็กสาว พร้อมกำชับว่าหากถึงร้านผ้า ให้ส่งจดหมายนี้ให้พนักงาน ถัดจากนั้นให้ทำตามที่พนักงานบอก

          โนร่าส่งจดหมายลีโอน่า นักไวโอลินสาวแลกสายตากับดวงดาวน้อย คราวปฏิบัติตามคำแนะนำ พนักงานหนุ่มที่ยืนเฝ้าพวกนางพอรับจดหมายก็รีบวิ่งไปพบผู้จัดการ รอประเดี๋ยวหนึ่งพวกลีโอน่าก็ได้รับเชิญให้ไปเลือกชุดบนชั้นที่หก ลีโอน่ายังอดแปลกใจมิหาย หลังพูดคุยกับช่างตัดเย็บจึงรู้ว่าจดหมายฉบับนั้นของแคโรไลน์คือบัตรสิทธิ์พิเศษ

          แคโรไลน์แม้มีอาชีพอาจารย์ ผู้ดูแลบ้านเด็กกำพร้า แต่นอกเหนือฐานะเรียบง่ายธรรมดา นางยังถือเป็นบุคคลสำคัญมีชื่อเสียงในเมืองแบลดแอน์อีกด้วย ชนชั้นสูงมิน้อยที่สานความสัมพันธ์ไมตรีกับแม่วัวสาว พวกเขามอบของล้ำค่าหลากหลายอย่างให้แม่วัวสาวในตำแหน่งสตรีโฉมสะคราญหยาดเหยิ้มเหนือสตรีทั้งปวง ด้วยความงดงามและนิสัยนางฟ้าอารี ดังนั้นไม่ว่าแคโรไลน์จักไปไหนก็ล้วนมีคนต้อนรับอย่างดีปานนางเป็นเจ้าเมืองแบลดแอน์อีกคน 

คราวหายตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของแม่วัวสาวที่มิได้มีแค่อกใหญ่ยักษ์ ลีโอน่าพลันถูกจับแต่งตัวโดยมีสาวใช้ดูแลอย่างดี ช่างตัดเย็บชุดอาภรณ์ประจำร้านผ้าต้องสละเวลาดูแล กำกับงานด้วยตนเอง

          ใช้เวลานาน ลีโอน่าก็ยังไม่พบชุดรักถูกใจ ยามนี้นางเหนื่อยแล้ว อยากนอน นางเหมือนใช้แรงมากสุดในรอบสิบปีเพื่อเลือกชุดแค่ชุดเดียว

          “ช่วยมิได้คงต้องใช้ไอ้นั้นแล้ว”นารีเท้าเอว พยักหน้า พวกนางออกจากร้านผ้าพร้อมถุงผ้าไหมหายากในอ้อมแขนลีโอน่า นักไวโอลินสาวคิดว่าชุดสำเร็จในร้านก็มีตัวสวยๆมากมาย แต่ว่าไม่ถูกอกถูกใจนารีสักชุด ดวงดาวน้อยให้สัญญากับหัวใจ เพราะบอกว่าจะทำให้ลีโอน่าสวยที่สุด ดังนั้นเรื่องนี้ลีโอน่าจึงปล่อยให้นารีจัดการตามแต่อีกฝ่ายเห็นชอบ นารีแจ้งว่าตนจักตัดเย็บชุดให้พี่ลีโอน่าเอง ด้วยภูมิปัญญาอันชาญฉลาดและองค์ความรู้แห่งชาวดารา

          นารีขอเสนอ “จักรเย็บผ้ายูคา!!!”

          แปะๆลีโอน่าปรบมือให้ลำแสงเจิดจ้าที่แพร่ซ่านหลังนารี ดวงดาวน้อยอมยิ้มเผลอล่องลอยเหนือพื้นผิวโลกด้วยความดีใจที่มีโอกาสนำเสนอเครื่องเผ่าดาราที่มีระบบการใช้งานน่าเป็นห่วง นารีกล่าวว่าขอมีแค่ผ้าสักผืน ผสมกับจักรเย็บผ้ายูคา ไม่ว่าต้องการชุดนอน ชุดทำศึก ชุดว่ายน้ำ ชุดเต้นรำ ชุดแบบไหนมันก็สามารตัดเย็บให้ได้ในเวลาชั่วอึดใจ เป็นเครื่องที่มีประโยชน์มากเวลาฮ่องเต้หญิงตื่นไปประชุมสาย แล้วไม่รู้จักเลือกใส่ชุด

          เลือกไม่ได้ก็ตัดใหม่เลยละกัน นารียืดอกสีหน้าผ่องใส

          “ที่เหลือคือเครื่องประดับ”

          “…ไม่ใส่มิได้หรือ”ลีโอน่าสีหน้ากระอักกระอ่วนคล้ายมิถูกกับเครื่องประดับ นางถอยหลัง ส่ายฝ่ามือไม่อยากเลือกเครื่องประดับแล้ว นางอยากกลับบ้าน

          “ไม่ได้พี่ลีโอน่า เป็นสตรีไม่แต่งสวยได้อย่างไร”

          นารีย้ายใบหน้าประชิดลีโอน่าพลางยกนิ้วชี้ นักไวโอลินสาวยืนนิ่ง หันหน้าหนีแก้มป่อง แอบงอนนารีเบาๆ

          “ไว้วันหลัง”

          “วันนี้”

          “ข้าเดินมิไหวแล้ว”ลีโอน่าปิดตาบีบน้ำตา ขาสั่นกึกๆ นักดนตรีพเนจรมีแรงน้อยนะ โดนลมพัดก็ปลิวตกสะพานแล้ว

          “น้องโนร่าก็เหนื่อยแล้ว”

          “หนู..”เด็กสาวผู้ไร้เดียงสาจะตอบความจริงว่าตนไม่เหนื่อย แต่ให้ผงะเมื่อลีโอน่าแอบส่งสายตาเป็นนัยแฝง ห้ามบอกไม่เหนื่อยนะ

          “เหนื่อยเช่นกัน”

          นารีหรี่ตาจ้องการสื่อสารไร้คำพูดระหว่างลีโอน่าและโนร่า ดวงดาวน้อยกอดอก วางหน้านิ่งเฉย “เช่นนั้นพวกพี่กลับบ้านก่อน ข้าจักซื้อเครื่องประดับให้เอง”

          จะให้ฝืนใจพี่สาวน้องสาวที่แส้รงบีบน้ำตาคลอ นารีให้ปวดใจหนุบหนับ นางพึมพำคำว่า ช่วยไม่ได้ เป็นรอบที่สาม ดวงดาวน้อยเผยยิ้มบอกให้พี่ลีโอน่าน้องโนร่ากลับบ้านก่อน แล้วพอนารีเลือกซื้อเครื่องประดับเสร็จจะกลับทีหลัง ลีโอน่าเห็นใจนารีแปดส่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องตนแต่ต้องลำบากสาวน้อยให้ช่วยเหลือ ลีโอน่าใคร่อยากบอกว่าไม่เป็นไร เรื่องเครื่องประดับใช้ของเก่าก็ได้ แต่ให้กลืนคำพูด เพราะมิอาจสู้ความตั้งใจนารีไว้

          นางช่างหนักแน่นในคำมั่นสัญญาณ “เช่นนั้นฝากด้วยนะ”ลีโอน่ากอดกระชับถุงผ้า นารีบอกให้พี่สาววางใจพลันนางพุ่งทะยานหายลับไปอย่างรวดเร็ว

          “พี่นารีบินได้ด้วย”

          “…”

          ลีโอน่าพลั่งลืมเตือนเรื่องระวังมีคนเห็นเวลานารีบิน แต่สายไปเสียแล้ว

          --

          หมู่เมฆอพยพเคลื่อนพลปิดบังทั่วม่านฟ้าเหนือนครแห่งเสียงเพลง สายฝนเย็นประหนึ่งปุยหิมะสาดโปรยปรายทั่วหัวมุมถนน ลีโอน่าปิดประตูบ้านพลางลดผ้าพันคอ ถอนหายใจฟู่ เมื่อครู่ฟ้ายังมีแสงแดดแจ่มใส มินึกจะมีฝนตกฉับพลัน เป็นดั่งที่โนร่าบอกเตือนลีโอน่าขณะเดินกลับบ้านให้เร่งฝีเท้า เพราะโนร่าได้กลิ่นไอฝนลอยด้วยความเร็วสูง นักไวโอลินสาวถอดรองเท้าไว้บนชั้นพลางลูบไล้ศีรษะสาวน้อยผู้เฉลียวฉลาดดังนักปราชญ์ ขอบคุณนางที่รับรู้ถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนผันตามใจชอบมิสนใจมนุษย์เบื้องล่าง

          “เก่งมากโนร่า”

          ยามนี้บรรดาเด็กกำพร้าส่วนหนึ่งนั่งเล่นภายในห้องกิจกรรม อีกส่วนนั่งอ่านนิทานที่ห้องหนังสือ ลีโอน่าต้องเก็บถุงผ้าก่อนถึงเริ่มทำอย่างอื่น นางเดินขึ้นขั้นบันได คราวเหลียวหลังเห็นโนร่าเดินตามต้อยๆ “พี่เอาผ้าไปเก็บ โนร่าเล่นกับน้องๆรอก่อนนะ”ลีโอน่าบอกเป้าหมาย แท้จริงนางเก็บผ้าแล้วจะนอนพักบนเตียงสักหนึ่งชั่วโมง และราวอ่านใจลีโอน่าทะลุถึงแก่นแท้ สาวน้อยโนร่าเอียงคอ ถามเบาๆ “เก็บแล้วพี่ลีโอน่าจักนอนพักหรือ”

          เมื่อครู่พี่ลีโอน่าบอกเหนื่อย เมื่อยขา ดังนั้นมีความเป็นไปที่พี่สาวจะใช้เวลานี้พักผ่อน

          “ใช่จ๊ะ โนร่าเล่นกับน้องๆรอพี่นะ”

          “โนร่านอนด้วย”

          นอนด้วย นี่โนร่ากำลังชวนนางขึ้นเตียงหรือ ไม่ใช่ๆลีโอน่าปัดความคิดลามกทิ้ง คงเพราะนางรู้จักพวกเมรัยกระมัง จึงเริ่มเข้าใจผิดเรื่องหลับนอนของเด็กน้อย ที่โนร่าพูดหมายถึงน้องอยากนอนพักด้วยเฉยๆมิใช่นอนแบบกอดแนบเนื้อเหมือนพวกเมรัยชอบกระทำ ลีโอน่าควรหมั่นเตือนสติตนเองเสียแล้ว มิให้หลงผิดคิดว่าเรื่องนอนร่วมเตียงของพวกเมรัยเป็นเรื่องปกติที่หนูน้อยทำกัน แน่นอนว่านั้นมิใช่การนอนธรรมดาแน่

          “ได้สิจ๊ะ”

           พวกนางเดินผ่านห้องนอนเมรัย นักไวโอลินแอบชำเลืองผ่านช่องประตูแต่มิเห็นเงาเมรัยและเรไรจึงอดสงสัยมิได้ว่าทั้งคู่อยู่ที่ไหน คราวมีเสียงกรีดร้องผสมเสียงโอดครวญกระเซ้าลอยผ่านหู ลีโอน่าสะดุ้ง น่าแดงเป็นลูกตำลึงสุก หันคอมองไปยังประตูห้องนอนแคโรไลน์ มิอยากให้ตนเองต้องขายหน้าโดยมีโนร่าข้างๆ กลัวว่าน้องจักสงสัยแล้วถามว่าเมื่อครู่เสียงอะไร ลีโอน่ามิกล้าตอบจึงรีบพาโนร่าขึ้นห้องนอนปานวิ่งหนีเสือ

            ลีโอน่ามิใช่หญิงสาวซื่อบื้อ แต่เรื่องพวกนี้ยังคงทำให้นางเขินได้เสมอ

          “อากาศหนาว ดื่มชาสักหน่อยดีหรือไม่”

          “อือ”

          ห้องนอนลีโอน่ามีเครื่องเรือนตกแต่งคล้ายห้องนอนพวกเมรัย เตียงขนาดใหญ่ที่นางสามารถเกลือกกลิ้งม้วนหัวม้วนหาง หากให้นอนกับโนร่าก็มิใช่ปัญหาแออัด ยามนี้เด็กสาวนั่งเล่นขอบเตียง นางแกว่งขา ก้มหน้ามิรู้คิดอันใด กระนั้นลีโอน่ารู้จักแววตาโนร่า นางคุ้นเคยกับมันราวดวงตาคู่งามเคยเป็นของนาง

          อาจเป็นเช่นนั้น โนร่าทำให้ลีโอน่าคิดถึงตนเองสมัยเด็ก  

          ดวงตาเฉยเมย อ่านความรู้สึกยาก หากเจอเรื่องที่ทำให้ตกกะใจก็จักเบิกตากว้าง นัยน์ตาทอประกายแพรวพราวประหนึ่งดวงดารา

          ในห้องลีโอน่ามีกาต้มน้ำ แต่ไม่มีน้ำให้ใส่กา ลีโอน่าเตรียมน้ำเปล่าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน กระนั้นนางเทใส่กาจนหมดขวดแล้ว ยามนี้จึงต้องเดินลงไปเติมน้ำข้างล่าง ลีโอน่าเติมน้ำใส่ขวดไม้และชกชาให้ตนและโนร่า ฝีมือชกชาลีโอน่ามิสูงนัก กระนั้นรสชาติหาด้อยกว่านักชงชามืออาชีพ กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยผสมควันสีขาว ลีโอน่าส่งแก้วชาลายน้องต่ายให้โนร่า ส่วนเจ้าตัวรินชาใส่แก้วลายน้องเสือ

          นอกหน้าต่างมีเม็ดฝนร่วงหล่นกระแทงบานกระจกดังเปาะแปะ ลีโอน่าเปลี่ยนมาสวมชุดที่ใช้ใส่ยามอยู่บ้าน เก็บชุดนักดนตรีไว้ในตะกร้า โนร่าดื่มชาหมดแล้วจึงเริ่มนอนกางแขนยึดเตียงปานเจ้าของห้อง ลีโอน่ามิอยากทำลายพื้นที่ที่โนร่ายึดครอง ทว่าหากปล่อยเช่นนี้ นางจักมุดหัวนอนที่ไหน “อยากให้พี่นอนในห้องน้ำหรือ”ลีโอน่าจี้เอวโนร่า เด็กสาวกระเด้งตัวหนีนิ้วมาร นางกลิ้งๆกอดผ้าห่มไปนอนตายชิดขอบผนัง นักไวโอลินสาวปีนขึ้นเตียงพลางล้มตัวลงนอน

          ห้องนอนไม่เปิดไฟเนื่องกลางวันมีแสงขาวสลัว แม้นมีเงาหยาดน้ำฝนสาดกระเซ็นนับพันล้าน กระนั้นพวกมันก็มิอาจกลบลำแสงให้มืดสนิท

          “พรุ่งนี้พี่ลีโอน่าจะไปชมงานแสดงดนตรีของเจ้าหญิงเมเบลหรือ”

          โนร่าโผล่หัวเหนือผ้าห่มพลางคืนผ้าห่มให้ลีโอน่า นักไวโอลินสาวอมยิ้ม ดึงผ้าห่มคลุมท่อนบนและขยับใกล้เด็กสาว อากาศมิหนาวเย็นเท่ากาลเหมันต์ กระนั้นอยู่ใกล้ๆก็ช่วยให้อบอุ่น “ใช่ เจ้าหญิงบอกให้พี่ไปฟังท่านเล่นดนตรี” ลีโอน่าตอบเสียงค่อยแต่ดังฟังชัด นางลอบเห็นไอความเหงาหงอยแวบพาดผ่านดวงตาโนร่า ฝ่ามือเรียวยาว ผิวพรรณขาวไข่มุกลูบไล้พวงแก้มหนูน้อย “พี่ลีโอน่า..”โนร่าอ้าปากกระนั้นมิอาจเอ่ยสิ่งที่ใจนึก

          ลีโอน่าเดาว่าโนร่ายังไม่รู้เรื่องวันเกิดตนเองกระมัง ถึงแม้นางจักทราบ ทว่าคงยังไม่รู้แผนงานฉลองที่เพื่อนๆน้องๆเตรียมไว้ให้

          “โนร่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่”

          นักไวโอลินสาวลองเสี่ยงถาม หวังว่าคำถามนี้จักไม่สะกิดความสงสัยสาวน้อย

          “พี่ลีโอน่าจักให้ของขวัญโนร่ารึ”

          “ขึ้นอยู่กับคำขอของเจ้าว่าพี่มีแรงพอหยิบยื่นให้หรือไม่”

          ลีโอน่าหัวเราะพลางจิ้มจมูกโนร่า สาวน้อยดิ้นหนี พลางเบือนหน้าหลบ มิกล้าสบตา

          “พี่ลีโอน่า…ให้ของขวัญเนื่องด้วยโอกาสอะไรหรือ”

          “ของขวัญ…”

          ดวงตาโนร่าสั่นไหวประหนึ่งเฝ้ารอคำสารภาพรัก

          ลีโอน่ากะพริบตา หน้านิ่ง

          “ของขวัญอำลาจ๊ะ”

          “อ อือ”

          เศษเสี้ยวความผิดหวังปรากฏวูบหนึ่ง พริบตาก็หายไป ลีโอน่าใกล้พอมองเห็นความผิดหวังจางๆ แต่ทว่านักไวโอลินสาวมีหรือจักบอกความจริงทั้งที่ตัวนางสัญญาณจะทำตามแผนที่จูเลียวางไว้ ลีโอน่าอยากบอกความจริงเรื่องของขวัญเช่นกัน กระนั้นนางต้องอดทน ปิดเงียบ ห้ามให้ความลับเปิดเผยก่อนถึงเวลาอันควร มิใช่ฉะนั้นหากนางทำพลาด เด็กๆคงผิดหวัง ที่สำคัญนางอาจโดนพี่แคโรไลน์ตีก้นด้วย

          เรื่องนี้นางให้ตายก็ขอปฏิเสธ ไม่มีทางยอมเปิดก้นเด็ดขาด

          ชั่วขณะที่ลีโอน่านิ่งรอคำตอบ โนร่าหลุบตา หางคิ้วลู่ลง คราวนี้คล้ายเด็กสาวมิกล้าขอ แต่คงเพราะนางมีความกล้าหาญเหนือความกลัว สาวน้อยจึงบอกเบาๆ

          “…”

          “อะไรหรือ”

          “อยาก…”

          “…”ลีโอน่าขยับชิด เอียงหูรอฟังคำขอ

          “อยากให้พี่ลีโอน่า…เล่นดนตรีอวยพรในวันเกิดข้า”

          ติ่ง---

          เสียงห่าฝนเทกระหน่ำ ลีโอน่าแว่วยินเสียงนารีด้านล่าง ท่ามกลางเสียงจำนวนมหาศาล ลีโอน่าหวนนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตกาลก่อน พลบค่ำที่มีพายุหิมะตกเทถล่มเต็มท้องฟ้า ในห้องพักที่มีเสียงไม้พุพังดังเอียดอาด สาวน้อยนั่งกอดกระเป๋าไวโอลิน ในยามนั้นนางมองบานกระจกมีไอเย็นเกาะจับ มองดูโลกสีขาวโพลนที่มีรถม้าเจ้าหญิงหิมะแล่นข้ามผ่าน สรรพเสียงที่เคยรู้จักเลือนหายลาจากหัวใจ ชั่วขณะนั้นนาง…

          “พี่ลีโอน่า”

          โนร่ากระซิบเรียกคนข้างหมอน นักไวโอลินสาวหลุบตาครู่หนึ่ง ก่อนนางจะให้คำตอบเด็กสาว ฝ่ามืออุ่นระอุพลันยกสูงลูบไล้เรือนเกศานุ่มสลวย โนร่ามิทันทำความเข้าใจ พลันนางเริ่มถูกความง่วงรุมเร้า ฝ่ามือพี่ลีโอน่าอบอุ่นประหนึ่งเปลวไฟในเตาผิง มันทำให้นางรู้สึกดีเคลิ้มหลับใหล และแล้วไม่นานโนร่าก็ปิดตาสนิท ระบายลมหายใจ ก่อนความคิดหยุดนิ่งตกสู่ห้วงแห่งความฝัน

          นางคล้ายสัมผัสถึงเสียงเพลง…ท่วงทำนองที่นางมิรู้จัก

          ทว่า…มันช่าง…

          เศร้าเหลือเกิน…

          ….

          ภายในห้องนอนลีโอน่าร้องเพลงกล่อมโนร่าจนเด็กสาวนิทรา ในดินแดนแห่งความเงียบมีเสียงสายฝนดังระงม คราวจู่ๆแสงขาวสลัวที่เคยส่องไสวค่อยๆดับสลายอย่างช้าๆปานม่านเวทีร่วงโรยพร้อมเงาความมืดที่เพิ่มขยายแพร่ปกคลุมห้องนอน เพลาก่อนเงาดำคืบคลานทับสองสาว ลีโอน่าอมยิ้มและเอ่ยวาจาหนึ่ง…วาจาอันไร้ซุ่มเสียง…วาจาที่ไม่มีใครรู้ว่านางพูดว่าอะไร “……”

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น