vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 23 (100%) คู่รอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 (100%) คู่รอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 11:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 (100%) คู่รอง
แบบอักษร

ตอนที่ 23 (ขุนXโฟม)

                [PART : โฟม]

                “อ๊ะ อื้อออ....เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนขุน” มือหนากำลังลูบไล้ขาเรียวของผมช้า ๆ ถึงจะบอกว่าผมพร้อม แต่ทว่าความรู้สึกกลัวจับใจเป็นเหตุให้ผมดันแผงอกตรงหน้าของไอ้ขุนที่เริ่มสติไม่ลงลอย แรงคนตรงหน้าเยอะมากและมันไม่ฟังผมเลย


                “ฮึก หยุดนะไอ้ขุน เดี๋ยว กูไม่ชอบ...กูบอกว่าอย่าไง แฮ่ก ๆ” เพี๊ยะ! แรงผลักบวกกับมือที่เผลอตบออกไปทำให้ร่างสูงตรงหน้าผละออกจากผมพร้อมกับใบหน้าแดงเถือก ผมหายใจหอบ สภาพเสื้อถูกถอดออกจนหมด ปากแดงฉ่ำเพราะถูกมันจูบจนอ่อนยวบไปหมด รอยแดงเถือกปรากกฎขึ้นที่ใบหน้าของมัน


                “อ๊ะ กูขอโทษกูไม่ได้ตั้งใจจะตบมึง...” ผมจะแตะแต่ร่างสูงกลับถอยห่างผม เหมือนไม่อยากให้ผมแตะต้องตัวมัน คงเพราะมันจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ น้ำตาที่กำลังอาบแก้มผมอยู่ กำลังทำร้ายไอ้ขุนโดยที่ผมไม่รู้ตัว


                “ไหนพี่บอกว่าพร้อมจะเป็นของผมแล้วไงครับ พี่โฟม อย่าร้องไห้สิ ผมขอโทษ” แววตาคมเข้มหม่นหมองลงจนผมชะงัก จริงอยู่ครับที่ผมออกไปว่าพร้อม แต่กูกลัวนี่หว่า...รู้สึกสั่นยังไงก็ไม่รู้


                “คือ...” ผมกำลังพูด ไอ้ขุนลุกขึ้นและหยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมใส่เหมือนเดิม มันโกรธกูปะวะ


                “ไอ้ขุน คือ กูขอเวลาอีกนิดได้ไหม คือกู...”


                “ไม่ต้องฝืนหรอกครับ ผมเจ็บนะ เจ็บที่เป็นคนที่ทำให้พี่ร้องไห้ ผมรอได้ นานแค่ไหนผมก็จะรอ” ขุนเดินเข้ามาใกล้ผมก่อนโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากผมเบา ๆ น้ำเสียงเศร้าของมัน หัวใจผมถูกบีบช้า ๆ


                “ไอ้ขุน...”


                “ผมกลับบ้านดีกว่าครับ พอดีมีซ้อมเช้า ไว้เจอกันที่ค่ายนะครับพี่โฟม” มันพูดตัดบทแค่นั้นแล้วเดินหันหลังออกไปจากห้องผมทันที ไม่ทันพูดอะไรกับมันเลยด้วยซ้ำ โอ๊ย...ผมเลื่อนผ้าห่มมาคลุมร่างตัวเองไว้ จะวิ่งตามมันไปก็ไม่ได้ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยขนาดนี้


                “เรากลัวอะไรขนาดนั้นวะ นั่นเป็นผู้ชายที่เรารักไม่ใช่เหรอ” ผมพึมพำกับตัวเอง อาจเป็นเพราะไม่เคยกับเรื่องแบบนี้มาก่อน เลยทำให้ตัวผมประหม่า ผมเอนหลังพิงกำแพงห้องมองเสื้อกันหนาวของร่างสูงที่มันลืมไว้


                “เกิดเราทำให้มันเบื่อ จนต้องทิ้งเราล่ะ...เฮ้ย ไม่เอานะ เพิ่งคบกันแท้ๆ” กูเริ่มพูดคนเดียวเหมือนคนบ้า ต้องปรึกษาเรื่องพวกนี้กับใครวะ ให้ไปปรึกษาแม่....น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ และผมก็นึกถึงคน ๆ หนึ่งขึ้นมา


                ไอ้เกรย์ไง!...อย่างน้อยมันน่าจะรู้อะไรบ้างแหละวะ พอคิดได้แบบนั้นผมรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที ก่อนอื่นผมควรใส่กางเกงกับเสื้อก่อนไหมล่ะ ผมโทรออกหาเพื่อนสนิทสมัยมหา’ลัยของตัวเองไปด้วย หยิบกางเกงขาสั้นมาใส่ไปด้วย


                (“สวัสดีครับ”) ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เห...เพิ่งสองทุ่มกว่าเองนะ


                “ไอ้เกรย์ กูเองนะ โฟม”


                (“หือ ว่าไงวะไอ้โฟม มีอะไรรึเปล่า”) มันถามเหมือนรู้ว่าผมจะถามอะไร จริง ๆ ปกติผมไม่เคยโทรหามันเลยต่างหาก มันเลยรู้ว่าผิดปกติไง อันที่จริงพวกผมสนิทกันมากครับ แต่ด้วยหลายปัจจัยแหละที่ทำให้ต่างคนต่างโตขึ้น และไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าเลย


                “คือ กูมีเรื่องจะปรึกษามึง พรุ่งนี้มึงออกไปกับกูหน่อยสิ....” ผมพูดตะกุกตะกักแค่นั้น พร้อมกับตกลงกับไอ้เกรย์ให้ช่วยผมหน่อย น้อยครั้งนะครับที่ผมจะไปขอร้อง มันตอบตกลงไปเป็นเพื่อนผมเรียบร้อย ผมวางสายจากไอ้เกรย์ ก่อนทิ้งตัวลงนอนด้วยความง่วง แต่ภายในใจจิตใจกลับคิดถึงไอ้ขุนอยู่นั่นแหละ


                เฮ้อ ปานนี้กลับถึงบ้านรึยังนะ คิดถึงมันจัง....ผมจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองที่ตั้งวอลเปเปอร์รูปคู่กับขุน มือไม่กล้าพอจะกดเบอร์มันเพื่อโทรไปง้อ (ไม่รู้ว่ามันงอนไหมไง....จริงๆ มันน่าจะงอนอะมึง)


                เช้าวันต่อมา

ผมคิดว่าไอ้ขุนมันงอนผมล้านเปอร์เซ็น ก็ดูมันสิ! ตั้งแต่ผมเข้ามาในค่ายมันไม่พูดกับผมสักนิด ขุนซ้อมมวยอย่างบ้าคลั่งไม่หันมาสนใจเหลียวแลผมเลยแม้แต่หางตา อันนี้พูดให้ดูเวอร์ เอาจริง ๆ คือ มันก็ไม่สนใจผม...จนลูกน้องพากันสงสัยและรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ


                “พี่โฟม พวกพี่มีปัญหาอะไรกันรึเปล่าครับ ทำไมพี่ขุนดูทำหน้าเครียดแต่เช้า”


                “เออ มีนิดหน่อย ไอ้ขุนมันมาซ้อมนานรึยัง” ผมถาม เหลือบมองไอ้คนตัวโตกว่าไปด้วย มันปล่อยหมัดหนัก ๆ ใส่นวมจนมือแดงไปหมด ไอ้เชี่ยต่อยแรงทำไมวะ


                “มาตั้งแต่ตี 5 เลยครับ และต่อยแบบนั้นไม่หยุด แถมเรียกพวกผมไปเป็นคู่ซ้อม พวกผมนี่พากันกลัวเลยอะ เจอหมัดหนักของพี่แกเข้าไป มีสิทธิ์สลบ” ลูกน้องไอ้ขุนทำท่ากลัวขำ ๆ ก่อนพากันสะดุ้งกับเสียงเข้ม


                “ไปซ้อมสิวะ ไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น”


                “ครับ ๆ ลูกพี่” พวกลูกน้องพากันวิ่งหัวซุกหัวซุนไปซ้อมคนละมุมของตัวเองทันที ขุนหันมาสบตากับผมแวบหนึ่งแล้วละสายตาหันไปสนใจกับกระสอบทรายตรงหน้าของมันต่อ ไอ้เชี่ย..ไม่คิดจะทักผมสักคำเลยเหรอ


                ได้...จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม! ผมเดินก้าวฉับ ๆ ตรงเข้าไปหาไอ้ขุน


                “ขุน...” ตุบ! มันชกกระสอบทรายซะเสียงดัง ตกใจนะเว้ย


                “ไอ้ขุน หันมาคุยกับกูก่อนได้ไหม” ผมไม่พูดเปล่า มือก็จับแขนมันไว้ด้วย ขุนยอมหันมาคุยกับผมแต่โดยดี


                “ครับ” แต่เสียงเย็นชาโคตร


                “กินข้าวรึยังเมื่อเช้า” ผมถามด้วยความเป็นห่วง และสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ คำตอบกวนประสาท


                “ยังครับ”


                “อ้าว ทำไมยังไม่กินวะ มันสายแล้วนะ”


                “ไม่อยาก ไม่หิว ไม่มีอารมณ์กินครับ” เชรดโด้...ดูมันตอบกลับผมมาสิ เออ แม่ง ไม่ห่วงแล้วโว้ย ขุนไม่ได้มองหน้าผมตรง ๆ เอาแต่หลบตา


                “เออ ตามใจมึง ไม่หิวก็ไม่ต้องกินมันหรอก” ผมว่าแค่นั้นก่อนเดินหันหลังจ้ำอ้าวออกไปอย่างไม่สนใจไอ้ขุนอีก ปล่อยให้ท้องมึงร้องโครกครากไปเล๊ย!!


                ...สามนาทีผ่านไป กูหิ้วถุงขนมจีบ ซาลาเปากลับมาเพียบ...ซื้อมาให้มันจนได้ ผมเหลือบมองเวลาก่อนตาโตเล็กน้อย เฮ้ย นัดไอ้เกรย์ไว้นี่หว่า ผมมองของกินในมือตัวเอง พอดีกับลูกน้องไอ้ขุนเดินผ่านมา


                “เฮ้ย มึง ๆ” ผมเรียก “ช่วยเอาขนมจีบไส้กุ้ง ไส้หมู กับซาลาเปาไส้ครีม ไปให้ไอ้ขุนให้กูหน่อย”


                “พี่โฟมไม่เอาไปให้ลูกพี่เองเหรอครับ พี่แกน่าจะดีใจกว่าถ้าพี่เอาไปให้” ผมส่ายหน้าและยัดถุงของกินใส่มือลูกน้องของขุน


                “พอดีกูรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย เลยว่าจะกลับไปนอน” ผมยกข้ออ้างขึ้นมา ใครมันจะไปเชื่อวะ...


                “เป็นอะไรมากรึเปล่าพี่ ดูหน้าซีด ๆ นะครับ ให้ผมตามพี่ขุนไหม” ลูกน้องไอ้ขุนซื่อไปไหนครับ ผมโบกมือปัด ๆ

                “ไม่ต้องหรอก มึงเอาของกินไปให้ไอ้ขุนตามที่กูบอกก็พอ แล้วไม่ต้องบอกลูกพี่มึงนะว่ากูไม่สบาย กูแค่รู้สึกปวดหัวเฉย ๆ เดี๋ยวกลับไปนอนก็คงหาย” ผมบอกความไว้แค่นั้นก่อนหยิบกระเป๋าเป้แล้วเดินออกไปจากค่ายมวย หวังว่าไอ้ขุนมันจะยอมกินของที่ผมซื้อให้นะครับ ผมรีบมุ่งหน้าไปยังร้านที่นัดไอ้เกรย์ไว้อย่างรวดเร็ว



                CAFE

                “มึงถามกูว่าอะไรนะไอ้โฟม แค่กๆ” ไอ้เกรย์แทบพ่นน้ำส้มในปากมันออกมาเต็มหน้าผม เมื่อเจอคำถามจากผมไปเท่านั้นแหละครับ เกรย์ไอพร้อมทำหน้างง


                “เออ กูถามมึงว่า มึงเคยมีอะไรกันกับไอ้น้องออกศึกแฟนมึงแล้วใช่ไหม” ผมพยายามถามให้เบาที่สุด


                “มึงถามคำถามประเภทไหนวะเนี่ย...ทำไมต้องทำหน้าเครียดแบบนั้นวะ” มันถามอย่างจับสังเกต ผมเอามือจิ้ม ๆ หน้าตัวเอง


                “เฮ้อ กูกับไอ้ขุนมีปัญหากันนิดหน่อยว่ะ กูไม่รู้จะปรึกษาใครดี เลยคิดว่ามึงน่าจะช่วยกูได้”


                “เดี๋ยว ๆ อย่าบอกกูนะว่าพวกมึงสองคนคบกันแล้ว” คราวนี้เป็นไอ้เกรย์ที่ตะโกนเสียงดังจนคนในร้านหันมามองเป็นตาเดียว มันชะงักและลดเสียงลง “เออ โทษทีกูเสียงดังไปหน่อย จริงเหรอวะ ดีใจด้วยนะเว้ย”


                “ว่าแต่มึงอยากถามอะไรล่ะ จริง ๆ กูก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะ กูอาจตอบไม่ครอบคลุม” ไอ้เกรย์พึมพำพลางตักเค้กกินไปด้วย (กูเลี้ยงมันครับ มันถึงยอมมา)


                “ครั้งแรก เจ็บมากมะ” คำถามตรงก็จริง แต่ผมอยากรู้ไงครับ... เกรย์มันหยุดกินเค้ก หน้าแดงนิดหน่อย


                “เจ็บโคตร ๆ....”


                “เจ็บมากขนาดนั้นเลยเหรอวะ ทำไงถึงจะไม่เจ็บอะ” ผมถามออกไปอีก ถ้าใครนั่งอยู่ใกล้พวกเราคงสงสัยแหละครับว่าไอ้สองตัวนี้มันพูดเรื่องบ้าอะไรกันอยู่ เกรย์มันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทำหน้าครุ่นคิด 


                “มึงอาจต้องเตรียมตัวให้ชินก่อนล่ะมั้ง” ผมเป็นฝ่ายเลิกคิ้วบ้าง


                “ยังไงวะ”


                “ก็แบบว่ามึงต้องทำให้ตรงนั้นมันชิน... โวะ ทำไมกูต้องมาพูดอะไรแบบนี้วะ” มันโวย


                “กูกลัวกูไปทำร้ายความรู้สึกของไอ้ขุนมันว่ะ กูไม่ได้รังเกียจมันเลยนะเว้ย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงคิดมาก


                “เออ กูรู้ และกูเชื่อว่าไอ้ขุนน่ะ มันเข้าใจมึง เพราะมันรักมึงมากเหมือนกันไม่ใช่รึไง มันถึงยอมหยุด” เกรย์ปลอบใจผมก่อนจะพูดต่อ


“เอางี้ดิ ถ้ามึงยังรู้สึกกลัว ๆ ลองทำตรงนั้นให้มันชินดูไหม กูจะพามึงไปร้านขายเจล ซึ่งมันอยู่แถวไหนวะ...” ความคิดอันบรรเจิดของไอ้เกรย์ไว้ใจได้เหรอ...


                “มึงจะบอกให้กูทำให้ตัวเองชินเหรอ”


                “ถ้ามึงไม่อยากเจ็บมาก ทำไว้น่าจะช่วยได้เยอะ อันนี้กูเดา” เกรย์พูดอย่างมีหลักการและความมีหลักการของมันพังลงเพราะคำสุดท้ายที่ว่า มันเดา ไอ้เชี่ย....กูกำลังจะเชื่อ


                “เดี๋ยวลองถามกูเกิ้ลก่อนว่า แถว ๆ นี้มีร้านขายเจลอะไรแบบนี้ไหม” เกรย์ว่าพลางหยิบโทรศัพท์มาค้นดู มันมีบอกอยู่เหรอว่าร้านไหนขาย แต่ดูถูกเครือข่ายกว้างไกลไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะมันมี....


                ผมไม่คิดเลยว่าตัวเองมาถึงจุด ๆ นี้ หลังจากได้พิกัดของร้านขายเจลเย็นแล้ว ไอ้เกรย์ก็ลากผมไปซื้อเลยครับ สิ่งที่ผมได้กลับมาคือเจลล่อลื่น กับถุงยาง พอซื้อเสร็จพวกผมพากันเดินออกมาจากร้านพร้อมกับถุงหิ้วเล็ก ๆ มองผ่าน ๆ คล้ายถุงเครื่องสำอาง


                “ไอ้เกรย์ อะ กูเห็นมึงจ้องถุงยางกลิ่นแพนเค้กอยู่นาน กูซื้อให้เป็นของตอบแทนที่ให้คำปรึกษากู” ผมยื่นถุงยางกล่องจิ๋วลายลิลักคุมะ ลายแบ๊วมากครับมึง...


                “เฮ้ย ซื้อมาทำไมกูไม่เอา....”


                “เอาไปเหอะน่า เอาไว้ไปใช้กับน้องออกศึกของมึงอะ” ผมบอกและยัดใส่มือไอ้เกรย์ มันจะโวยใส่อีกแต่เสียงข้อความมันดังขึ้นมาซะก่อน พอเกรย์หยิบออกมาดู มันยิ้มนิดหน่อย ไม่ต้องเดาหรอกครับว่าใครส่งข้อความมา


                “กูจะเอาไปเก็บไว้ ใครจะกล้าใช้วะ กลิ่นแพนเค้ก...งั้นกูกลับก่อนก็แล้วกัน ถ้ามึงมีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจอะไรก็โทรหากูได้ อ้อ จริงสิ งานเลี้ยงของพวกนักมวยมึงได้ไปอยู่ใช่ไหม ไว้เจอกันในงานละกัน” เกรย์พูดร่ายยาวจนผมแทบฟังไม่ทัน ผมพยักหน้าเข้าใจแล้วยกมือบ๊ายบายมันที่เดินกลับไปอีกทาง ส่วนผมตรงกลับไปที่บ้านตัวเอง


                กว่าจะมาถึงบ้านเล่นเอาซะร้อน แดดแรงมากครับ ผมเลยจะเป็นไข้จริง ๆ ผมกดเปิดแอร์เพื่อระบายอากาศพลางถอดเสื้อกันหนาว โทรศัพท์ถูกทิ้งลงบนเตียง ไร้เสียงเรียกเข้า...


                “ไอ้ขุนจะกินของกินที่ซื้อไปให้รึยังวะ ตกลงมันงอนจริงใช่ไหมวะเนี่ย ไม่โทรหากูเลยสักสาย” ผมบ่น ๆ แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนนุ่มของตัวเอง ถุงใบเล็กบรรจุไปด้วยเจลกับถุงยางทำให้ผมถอนหายใจเล็กน้อย


                ผมถอดกางเกงของตัวเองออกให้เหลือแค่เสื้อยืดยาวคลุมขาอ่อนพอดี ใช้นิ้วไหนดีวะ...โป้ง แม่งสั้นไป นิ้วชี้นี่แหละ โอ๊ย กูกำลังทำบ้าอะไรอยู่วะ วิธีนี้ช่วยให้ผมชินและหายกลัวจริงเหรอ ผมแกะถุงยางอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มาสวมเข้าที่นิ้วก่อนเปิดเจลมาเทราดลงบนนิ้วตัวเอง


                “โอ๊ะ ไอ้เชี่ย เปื้อนที่นอน” ด้วยความที่บีบเยอะไป เจลไหลเลอะเต็มที่นอนผมเลย ผ้าปูลายคิดตี้ของผม โฮก...แม่ซื้อมาให้อ่าครับเลยต้องใช้ ชมพูพริ้งเชียว (จริง ๆ มึงชอบครับไอ้โฟม...) ผมลุกขึ้นไปหยิบผ้าเป็นจังหวะที่หลอดเจลหล่นลงพื้นด้วยความเงอะงะของผม และผมดันเหยียบเจลซ้ำเข้าไปอีก


                “อ๊ะ เฮ้ย ลื่น...” พรืด ตุบ**!!** “อั่ก...” เสียงอุทานของผมตามหลังมาด้วยเสียงผมลื่นเจลแล้วล้มลงกับพื้นก้นกระแทกเต็ม ๆ T^T อะไรของมึงงงงงงงงไอ้โฟม โอ๊ย สภาพกู ผมโยนถุงยางออกจากนิ้วด้วยความโมโห! แม่งไม่เตรียมตัวคุ้นชินอะไรแม่งแล้ว วุ่นวายจริง


                แต่ทว่า ความพีคยังไม่จบแค่นั้น...เพราะจู่ ๆ ประตูห้องผมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เฮ้ย...กูลืมล็อคประตูห้องนอน ลืมไปเลยว่าวันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วย ผมหันขวับไปปะทะกับแววตาคมเข้มที่วิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ

ไอ้ขุน!!


                “พี่โฟม พี่ไม่สบายเหรอครับ ลูกน้องผมมันบอกมา ผมซื้อข้าวต้ม ยาแก้ไข้....” ขุนพล่ามก่อนหยุดกึกเบิกตากว้างพอ ๆ กับผม ในมือของมันถือถุงโจ๊ก ถุงยาแก้ไข้จากร้านยา แถมเสื้อมันยังชุ่มเหงื่อเหมือนคนวิ่งมาร้อยเมตร ส่วนสภาพผมคือนั่งกับพื้น กางเกงไม่ได้ใส่ เสื้อยาวคลุมถึงเข่า บนพื้นมีเจลหล่อลื่นเต็มไปหมดพร้อมกับถุงยางที่กูเพิ่งโยนทิ้งไป


                เชี่ยแล้ว ภาพพจน์ของกู...


                ตุบ...ขุนปล่อยถุงที่ถืออยู่กับมือออกเหมือนมืออ่อนแรง ผมตกใจนิดหน่อย ไอ้ขุนรีบหันไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวเดินตรงมาหาผมด้วยใบหน้าที่เก็บอาการสุด ๆ มันพยายามไม่สบตาตรง ๆ กับผม


                “พี่โฟม พี่กะจะทำให้ผมหัวใจวายเล่นใช่ไหม ทำไมไม่ใส่กางเกงครับ” มันคุกเข่าลงตรงหน้าผมพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดตรงข้อเท้าของผม ผมชะงักเล็กน้อย ขุนเช็ดแผ่วเบาเหมือนเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องเจล...ผมเงยหน้ามองร่างสูง


                มันยิ้มบาง ๆ ให้ ยิ้มโคตรฝืน ผมไม่อยากให้มันฝืนแบบนี้เลยครับ มันฝืนเพราะรักผมมาก ผมรู้...


                “เดี๋ยวผมไปหาเสื้อผ้ามาให้ใส่นะครับ จะได้ไปกินข้าวต้ม” มันยังคงพูดต่อพร้อมกับเช็ดขาผมไปด้วย แต่มันไม่ได้เช็ดขึ้นมาถึงต้นขาของผมเลยแม้แต่น้อย พอแล้ว...ผมมองมันก่อนตัดสินใจทำบางอย่างที่ทำเอาร่างสูงอึ้งและตัวแข็งทื่อ ผมยืดตัวขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปโอบรอบคอของมันไว้


                “ไอ้ขุน”


                “พะ พี่โฟม ทำอะไรครับ เดี๋ยวผมก็ห้ามใจไม่ได้...” ขุนตกใจนิดหน่อยแล้วพยายามขืนตัวออก ผมกอดคอมันไว้แน่น ประโยคต่อมาของผมทำเอาสติของมันแทบขาดลงตรงนี้


                “ไม่ต้องห้าม กูพร้อมแล้ว ครั้งนี้กูจะไม่หนี....กูพร้อมจะเป็นของมึง” ผมพูดออกไป ผมเว้นว่างประโยคให้ไอ้ขุนมันเบิกตากว้างอีกรอบ

ไม่ว่ากูจะร้องไห้ออกมารึเปล่า มึงก็ห้ามหยุด...สัมผัสกูจนกว่ามึงจะพอใจ” ประโยคใจกล้าอ่อยสุดฤทธิ์ของกูจะได้ใจไอ้ขุนมันรึเปล่าไม่รู้....ไอ้เชี่ยกูอ่อยขนาดนี้ถ้ายังทำหน้าเป็นตอไม้อยู่ ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...

มือหนาของร่างสูง ผมรับรู้ได้เลยครับว่ามันกำลังสั่น ไม่กล้ากอดผมตอบ ผมกอดคอขุนแน่นขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้มันว่า ผมจะไม่หนีอีกแล้ว ไม่หนีคนรักของตัวเอง มือหนาค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาโอบกอดเอวของผมไว้ด้วยความทะนุถนอม...


                “พี่ยอมผมแล้ว ต่อให้พี่ร้องขอให้หยุด ผมก็จะไม่หยุดหรอกนะครับพี่โฟม” เสียงเข้มอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาหลังจากที่เงียบไปสักพักใหญ่ ๆ

บางทีผมอาจคิดผิด ที่บอกว่าให้มันสัมผัสผมได้จนกว่ามันจะพอใจ...ถ้าผมเปลี่ยนใจตอนนี้คงไม่ทันแล้วใช่ไหมครับ?

** **

ตุบ...

“ดะ เดี๋ยวไอ้ขุน...” ผมถูกผลักลงเตียงแผ่วเบา แรงยุบของเตียงสร้างความตื่นตระหนกให้ผมนิดหน่อย ผมรีบเอามือไปดึงเสื้อตัวเองเพื่อปกปิดร่างกายไว้ ในขณะที่ไอ้ขุนมันเริ่มถอดเสื้อผ้ามันออก ไอ้เชี่ย....ตื่นเต้นโว้ย ผมกับมันกำลังจะทำเรื่องอย่างว่ากันจริง ๆ เหรอ

“อย่าบอกนะครับว่าพี่จะห้ามผมอีก...” มันถามเสียงซึมเศร้า เศร้ามาก มือมันเลิกเสื้อผมขึ้นแล้ว พอกูอนุญาตแล้วไม่เกรงใจกูเลยครับ

“กูยังไม่ได้พูดว่าจะห้าม อ๊ะ....อื้อออ ขุน มึงจับตรงไหนวะ” ผมสะดุ้งเมื่อมือหนาถอดเสื้อตัวที่ผมใส่อยู่ออก โยนทิ้งอย่างไม่ไยดี เฮือก...ร่างกายเปลือยเปล่าปะทะกับแอร์เย็นทำเอาผมสั่น บางทีอาจสั่นเพราะมือเย็นของขุนมันเลื่อนลูบไล้ไปมาอยู่ก็ได้ ขุนยกยิ้มบาง ๆ

“ผมจะจับทุกส่วนของพี่ไงครับ พี่โฟม...ไม่คิดเลยว่าผมจะเห็นทุกอย่างของพี่ ผิวเนียนกว่าที่ผมจินตนาการไว้อีก” มันเริ่มพล่ามพร้อมกับลงมาดม มึงเป็นหมาเหรอ....

“อ๊ะ! ไอ้ขุนมึงอย่ามากัดสิวะ...อื้อออ อ๊า....ขุน มึงจินตนาการอะไรถึงกูวะ” ผมรู้สึกร้อนวูบกับริมฝีปากหนาที่จูบพรมไปทั่วร่างกายของผม ร้อน...ร้อนจนจะละลาย บอกเลยว่ารู้สึกดีโคตร ๆ

ทำไมรู้สึกดีกับจูบของมันจังวะ....

“ผมจินตนาการว่าได้ทำกับพี่...” เสียงเข้มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น ไม่รู้พูดจริงหรือหยอก ผมนอนขดตัวด้วยความเขินกับคำพูดไร้ยางอายของไอ้บ้าตรงหน้า

“ลามกจริงมึงเนี่ย ไอ้โรคจิต” ผมด่า ก่อนจะชะงัก

“แล้วเมื่อกี้ใครกันน๊าจะช่วยตัวเอง” ผมหันขวับไปมองไอ้ขุนที่คร่อมผมอยู่

“ไอ้เชี่ย กูไม่ได้ช่วยตัวเองโว้ย กูแค่จะทำให้มันพร้อมถ้ามึงเข้ามา....” เวรแล้ว กูไปพูดให้มันฟังทำไมเล่า ขุนถึงกับยิ้มกว้างเหมือนกลั้นยิ้มไม่ได้

“พี่รู้ไหมว่าผมกำลังดีใจที่พี่ทำเพื่อผมแบบนี้ ไม่เป็นไรครับ ผมจะช่วยพี่เอง พี่จะได้ไม่เจ็บ” ขุนพูดพร้อมกับจับไหล่ผมให้หันไปนอนตรงเผชิญหน้ากับมัน ผมสบตากับร่างสูงตรงหน้า

แผงซิกแพคกับไหล่กว้างที่ผมน่าจะชินได้แล้ว เปล่าเลย...กูใจสั่นทุกครั้งที่ได้เห็น ได้สัมผัสใกล้ ๆ

“ไอ้ขุน...” ผมจะเอื้อมมือไปสัมผัสไหล่กว้าง ก็ต้องสะดุ้งเมื่อไอ้ขุนมันดึงมือผมให้ลุกขึ้นไปนั่งคร่อมมันไว้ แก่นกายของร่างสูงแตะโดนแก่นกายเล็กของผม ปฏิกิริยาตอบสนองเกิดขึ้นทันที

“อ๊ะ...ไอ้เชี่ยขุน ทำอะไร อื้อออ มึง...” ผมเอามือทุบถึงกับชะงักกึก กับใบหน้าของขุน มันดูดีใจและมีความสุขมากกับการมีผมอยู่ใกล้ ๆ ผมรู้สึกได้

“ทำให้พี่ไม่เจ็บไงครับ กลัวใช่ไหม ผมจะไม่ทำให้เจ็บ” เสียงเข้มเอ่ย ผมเหลือบมองมันอย่างสนใจ

“มึงทำให้ไม่เจ็บได้ด้วยเหรอ อ๊า!!...อื้อ” ผมสะดุ้งเมื่อนิ้วเรียวยาวของขุนกำลังรุกล้ำเข้าไปทางช่องทางรักของผม ความรู้เจ็บแปล๊บปั่นป่วนแปลก ๆ เกิดขึ้น จนผมต้องหาที่พักพิง ผมจับไหล่ของขุนไว้แน่น

“อย่าเกร็งสิครับ พี่โฟม ผ่อนคลายหน่อยนะ” มันพูดปลอบโยนคล้ายกับการเล้าโลมผมไปด้วย ผมเริ่มหายใจหอบข้างหูของไอ้ขุนจนมันอารมณ์ขึ้นโดยที่ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองไปยั่วมัน

“อึก พี่โฟม....ผมขอโทษนะ แต่ผมจะทำช้า ๆ ไม่ให้พี่เจ็บ” เสียงข่มอารมณ์ของขุนดังข้างหูผม ร่างกายของผมเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าความรู้มันคืออะไรกันแน่ ที่รู้ ๆ คือ ผมอยากอยู่ใกล้ไอ้ขุนมากกว่านี้ ผมรับรู้ถึงนิ้วของร่างสูงขยับไปมาอยู่บริเวณส่วนนั้นของผม มันชุ่มไปหมด...

“ขุน มึงจะทำอะไรก็รีบทำได้ไหมวะ กูอยากเป็นของมึง...” แค่ประโยคเดียวของผม ไม่คิดเลยครับว่ามันคุมไอ้ขุนได้ขนาดนี้...

“พี่โฟมยั่วผมทำไมครับเนี่ย” ยั่วเพราะมึงชักช้า...ผมไม่ได้พูดออกไปเพราะถูกมันผลักลงเตียง มันดึงนิ้วออกจากส่วนล่างของผมอย่างรวดเร็วจนร่างกายผมกระตุกวูบ ผมหน้าร้อนผ่าวกับภาพตรงหน้า ทุก ๆ อย่างที่เป็นของไอ้ขุนกำลังจะเป็นของผม และผมเองก็กำลังจะเป็นของมัน

“ผมรักพี่นะครับพี่โฟม...รักมากกว่าอะไรทั้งหมด” เสียงเข้มพูดแค่นั้นก่อนใส่แก่นกายเข้ามาทางช่องทางรักของผมอย่างช้า ๆ

                สวบ...

“อ๊า...อื้อ ไอ้ขุน กูเจ็บ..” ผมร้องออกมาเมื่อรับรู้ว่ามันรุกล้ำเข้ามาจนหมด ไอ้เชี่ย...ไหนบอกช้า ๆ

“อึก ผ่อนคลายหน่อยนะพี่โฟม....อืมมม...พี่โฟม” ร่างกายของเราสองคนกำลังเสียดสีกันจนร้อนระอุไปหมด เสียงหายใจหอบพร่ากับเสียงครางหวานของผมกระตุ้นให้ขุนตื่นตัวมากกว่าเดิมจนผมตกใจ

“อื้อ อา อา...อ๊ะ ไอ้ขุน ทำไมมึงตื่นตัวกว่าเดิมล่ะ อื้อออ เจ็บ อ๊า..อย่ากระแทกแรงสิวะ” แรงขยับพาร่างกายแสนบางของผมไหวเอนไปตามแรงของขุน เพิ่งรู้วันนี้แหละว่าร่างกายของผมกับมันต่างกันแค่ไหน มือหนาเลื่อนมากุมมือผมไว้พร้อมกับก้มลงมาจูบพรมทำรอยเป็นระยะ เหมือนแสดงความเป็นเจ้าของ มึงจะประกาศให้โลกรู้รึไง ทำรอยไว้ทุกรูขุมขนขนาดนั้นไอ้เชี่ยเอ๊ย....

“ก็พี่ทำตาหวานทำไมล่ะครับ ซี้ดดด อืมมมม พี่โฟม โอ๊ย ๆ อย่ากัดแขนผมสิ” ผมหันไปขบกัดแขนมันด้วยความหมั่นไส้


                “กูไม่ได้ทำตาหวานอะไรสักนิด อื้อ ไอ้ขุน เขยิบมาใกล้ ๆหน่อยได้ไหม กูเกาะไหล่มึงไม่ถึง” ขุนยังคงเขยิบเข้ามาแนบชิดเหมือนอยากตราตรึงไว้ให้รู้ว่า ผมเป็นของมันเท่านั้น ขุนกระตุกยิ้มพอใจและเขยิบเข้ามาใกล้ผมอย่างเจ้าเล่ห์


                แม่ง...มันกระแทกเข้ามาอีกรอบ ไม่เกรงอกเกรงใจร่างกายบอบบางของผมเลยสักนิด


                “จำไว้นะครับพี่โฟมว่าพี่เป็นของผมแล้ว คนที่จะทำให้พี่ร้องไห้ด้วยใบหน้าที่แดงฉ่ำแบบนี้ มีแค่ขุนคนนี้เท่านั้น” เสียงเข้มกระซิบแผ่วเบา ผมกระตุกยิ้มแล้วโอบกอดรอบคอของมันไว้


                “มึงก็เหมือนกัน คนที่จะทำให้มึงมีความสุขได้ คือ กูเท่านั้น” ผมกระซิบคืน เรียกรอยยิ้มกว้างจากขุนทันที


                “มีพี่คนเดียวแหละครับ ที่ทำให้ขุนคลั่งได้ขนาดนี้...” ผมสะดุ้งเฮือกอีกรอบ


                “อ๊ะ อื้อออ ไอ้ขุนกูจะไป...อ๊า...” ขุนรีบกำแก่นกายเล็กของผมไว้ สร้างความอึดอัดให้ผมเป็นอย่างมาก ก่อนประโยคกวนจากมันจะถูกเอ่ยออกมา แต่สำหรับผม ผมว่ามันเป็นประโยคอันตรายมากกว่า


                “ยังครับพี่โฟม คืนนี้ของเรามันยังไม่จบแค่นี้ พี่บอกเองนี่นาว่าสัมผัสได้จนกว่าจะพอใจ รอไปพร้อมผมนะ” ผมเบิกตากว้างกับแก่นกายของร่างสูงที่เขยิบเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างเราสองคน


                “ห๊ะ ไอ้ขุนมึงจะแกล้งกูเหรอ อ๊า!!!....อื้อออ อ๊ะ อ๊ะ อา...” ขุนโอบกอดผมไว้ด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าเหมือนมันรอเวลานี้มานานแสนนาน กลิ่นหอมคลุกเคล้าอารมณ์หอมกรุ่นของเราให้เคลิบเคลิ้มจนผมเกือบไม่มีสติ ไอ้ขุนเล่นกอดผมจนไม่ปล่อยออกห่างจากตัว นี่ถ้าผมไม่บอกขอร้องมันว่าพอ คือมึงจะไม่หยุดใช่ไหม....ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองปลดปล่อยไปกี่รอบ ที่จำได้คือไอ้ขุนแม่งลามก...กอดกูเอาซะหน่ำใจ แล้วขุนมันก็โกหกผมด้วย...


                ไหนบอกว่าไม่เจ็บ ไม่เจ็บ!...ฮือ ผมลุกไม่ขึ้นเลยครับทุกคน เอวผมเคล็ดไปเรียบร้อย



                01:00 น.

                ผมนอนคว่ำหน้าด้วยความอ่อนแรง ผมรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของขุน มันใช้มือสอดเข้ามาใต้ตัวผมและกอดผมไว้ใกล้ ๆ ใบหน้าหล่อเข้มกำลังหลับตาอยู่ แหม...ดูมึงนอนยิ้มมีความสุขเนอะ ไอ้เชี่ยเล่นกูเกือบน็อค ผมเอามือไปจิ้ม ๆ แก้มของคนตรงหน้า


                “ไอ้ขุน...”


                “.....” มันหลับลึกดีแฮะ...พูดอะไรออกไปตอนนี้มันไม่ได้ยินแหง


                “ขุน กูรักมึงนะ...” ผมพูดเสียงแผ่วก่อนอมยิ้มแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย กูพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย เขินโว้ย ไอ้ขุนยังคงหลับไม่เห็นขยับ ผมลุกขึ้นเบา ๆ ด้วยความเจ็บ โคตรเจ็บเลยแฮะ ผมเอามือขุนออกไปจากตัวเองแล้วก้าวลงเตียง 

  ผมเอื้อมไปหยิบเสื้อตัวยาวของตัวเองมาสวมไว้ก่อน


                ผมลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ค่อย ๆ เดินไปที่ประตู รู้สึกหิวน้ำขึ้นมาอะครับ แถมหิวข้าวด้วย ผมมองถุงโจ๊กที่ขุนมันซื้อมา มันเย็นหมดแล้ว ลงไปทำอะไรกินข้างล่างก็ได้ จะได้ทำเผื่อไอ้ขุนด้วย ผมกำลังจับลูกปิดประตูเปิดออกแง้ม ๆ


                หมับ มือหนาโอบกอดเอวของผมจากด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งหันไปมองขุน มันอยู่ในสภาพท่อนบนเปลือย     ส่วนข้างล่างใส่กางเกงยีนส์เห็นบ็อกเซอร์เพราะมันไม่รูดซิบ นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่า....มันตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่


                “อย่ามาบอกรัก ตอนที่ผมหลับอยู่สิครับ” ไอ้ขุนพูดขึ้น พร้อม ๆ กับเสียงเข้มอีกเสียงที่เปิดประตูพรึบเข้ามาเหมือนกัน ผมกับขุนถึงกับเบิกตากว้าง มือหนาของขุนถึงกับปล่อยผมออกจากอ้อมกอดโดยอัตโนมัติ


                “โฟม พ่อกับแม่ซื้อขนมมาฝากลูก เห็นห้องเปิดไฟอยู่ยังไม่นอนเหรอ....” พ่อของผมเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถุงขนมเต็มไม้เต็มมือ พ่อชะงักและมองหน้าของไอ้ขุนด้วยสีหน้าเรียบ ๆ ขุนรีบรูดซิบกางเกงให้เรียบร้อยเกิดอาการเหงื่อตกขึ้นมาทันที เฮือก...ยิ่งเงียบยิ่งสร้างความกดดัน ผมจะเอ่ยเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบ พ่อพูดขึ้นก่อน


                “โฟม ลูกไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วลงไปหาพ่อกับแม่ข้างล่าง ส่วนไอ้ขุน ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วกลับบ้านไปซะ พรุ่งนี้เช้าให้นายพาพ่อกับแม่ของนายมาหาฉันด้วย” พ่อพูดเสียงเข้ม ผมมองขุนที่ยอมพยักหน้าเข้าใจ มันเหลือบมามองผมและทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่ามันจะกล้าทำ ขุนก้มลงมาจูบผมของผมต่อหน้าพ่อ

                “จำไว้นะครับว่า ผมรักพี่และไม่มีวันปล่อยพี่เด็ดขาด” พ่อของผมไอขึ้น แววตาคมเข้มมั่นใจในคนรักของขุนมองมาที่ผมแบบเปิดเผยมาก


                “อะแฮ่ม กลับไปได้แล้วไอ้ขุน พรุ่งนี้เช้านายมาหาฉันพร้อมกับพ่อกับแม่ของนายด้วย” พ่อย้ำอีกครั้ง ขุนพยักหน้ารับอีกรอบก่อนเดินออกไปจากห้อง มันยิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมจะถามพ่อแต่พ่อสั่งด้วยสายตาว่าให้ไปอาบน้ำซะ แต่จริง ๆ พ่อของผมใจกว้างมากที่ไม่ไล่พวกเราหลังจากเห็นสภาพแบบนั้น ใครจะไม่รู้ล่ะครับว่าเพิ่งทำอะไรกันมา...

พ่อคิดอะไรของพ่ออยู่กันครับ ทำไมต้องให้ขุนไปเรียกพ่อกับแม่ของเขามาด้วยล่ะ... 





==============100%=============

​ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดีๆจากคนอ่านที่น่ารัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น