Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 [ ดาวเคราะห์ฟรีเซอร์หมายเลข 5 ]

ชื่อตอน : บทที่ 8 [ ดาวเคราะห์ฟรีเซอร์หมายเลข 5 ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2561 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 [ ดาวเคราะห์ฟรีเซอร์หมายเลข 5 ]
แบบอักษร

ณ วังแห่งพระเจ้าการ์ลิคและเบลล่าหลังจากรับประทานอาหารของมิสเตอร์โปโป้เสร็จก็เตรียมตัวบอกลา พระเจ้าและมิสเตอร์โปโป้

"พวกเธอกำลังจะไปกันแล้วสินะ การ์ลิค เบลล่า"

"ใช่ แต่เรายังไม่ไปจากโลกหรอก เราคิดว่าเราอาจจะอยู่ที่โลกอีกสักพักนึง"การ์ลิคตอบพระเจ้า

"อืม ถ้าเช่นนั้นก็ไว้เจอกันใหม่นะ การ์ลิค เบลล่า"


""เช่นกันท่านพระเจ้า ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา""

"อย่าลืมมาหามิสเตอร์โปโป้อีกนะ"

""อื้มมม!""

การลาจากนั้นเกิดขึ้นเพียงแปปเดียว เพราะอย่างไรทั้งสองฝ่ายก็รู้ว่าอีกไม่นานคงได้พบกันใหม่ ซึ่งหลังจากร่ำลากันเสร็จทั้งคู่ก็เหาะลงจากวังแห่งพระเจ้าเพื่อไปร่ำลาท่านคารินอีกคน และเมื่อเสร็จการ์ลิคก็พาเบลล่าบินแบกกระเป๋าเงินและกระสอบถั่วเซียนไปในเมืองที่ดร.บรีฟพ่อของบลูม่าอยู่เสียก่อน เนื่องจากเขามีแผนจะให้ดร.บรีฟสร้างยานแรงโน้มถ่วงที่สามารถปรับระดับได้ และทันทีที่ทั้งคู่บินมาถึงหน้าแคปซูลคอร์ปอเรชั่นก็ไม่รีรอที่จะกดกริ่ง

ปิ้งป๋องงง~

"จ้าาาา~ อ่าวพวกเธอเองหรอ การ์ลิคคุง เบลล่าจัง"ชายวัยกลางคนในชุดกราวมีแมวดำเกาะอยู่บนไหล่เปิดประตูกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเด็กสองคนที่เคยเจอไปเมื่อสองเดือนก่อน แม้เขาจะแปลกใจที่เด็กสองคนดูสูงขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

"สวัสดีลุงบรีฟ วันนี้ผมมีเรื่องวานให้ลุงช่วยหน่อย"

"หืม เรื่องอะไรละ"ลุงบรีฟถามด้วยความสงสัยไม่น้อย

"คือผมอยากให้ลุงบรีฟสร้างยานอวกาศที่มีห้องฝึกซ้อมกับแรงโน้มถ่วงที่ปรับระดับได้จาก1-300G"

"เรื่องนี้เองหรอ อืม สำหรับเรื่องการสร้างห้องฝึกซ้อมแรงโน้มถ่วงคงไม่มีปัญหา ปกติยานพาหนะของที่บริษัทลุงก็สร้างเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ปัญหานั่นคือเรื่องยานอวกาศมากกว่าลุงยังศึกษายานที่พวกเธอให้ยืมได้ไม่ถึง 15 % เลย"

จริงสิกว่าดร.บริฟจะสร้างยานอวกาศแรงโน้มถ่วงให้โกคูและเบจิต้าในอนาคตก็ใช้เวลานานพอสมควรเลยนี่ แถมตอนนั้นก็พึ่งมีวัสดุแบบใหม่ที่ทนทานต่อการเสียดสีของชั้นบรรยากาศมาด้วย ทำให้การสร้างยานอวกาศครั้งนั้นราบรื่น ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่แค่มองดูก็รู้ว่าโลกในตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถสร้างยานอวกาศได้

'ทำยังไงดีนะ ถ้าลุงมีแปลนการสร้างยาน เรื่องมันคงจะง่ายขึ้นหรือเปล่า...จริงสิ! แปลนยานของกองทัพฟรีเซอร์ไง'

"ลุงบรีฟ ถ้ามีแปลนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างยานอวกาศ ลุงคิดว่าจะใช้เวลากี่วันในการสร้างยาน ?"

"โอ้ ถ้ามีแปลนละก็ การสร้างยานอวกาศคงไม่ใช่เรื่องแค่ฝัน ว่าแต่พวกเธอมีมันหรอ"ดร.บรีฟกล่าวด้วยความตื่นเต้น เพราะถ้ามีแปลนการสร้างยานอวกาศมาให้เขาศึกษา ทั้งตัวเขาและบริษัทของเขาอาจจะมีความก้าวหน้ายิ่งกว่านี้

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเดี๋ยวพวกเราจะไปเอามันมา แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อย"การ์ลิคกล่าวพร้อมเลียริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะถ้าเขาคิดจะไปเอาแปลน แน่นอนที่นั่นก็ต้องดาวที่อยู่ในการปกครองของเจ้าฟรีเซอร์อยู่แล้ว

"นี่การ์ลิคนายจะไปไหน ?"เบลล่าถาม เธอนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยจากการพูดคุยของทั้งคู่ เธอจึงสับสนพลางถามเพื่อคลายความสงสัย

"ไปหาอะไรสนุกๆทำ จะไปด้วยกันไหมละ"

"แน่นอนเราต้องไปอยู่แล้ว"

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะไป การ์ลิคบอกให้เด็กหญิงเบลล่าฝากกระเป๋าเงินไว้กับดร.บรีฟเสียก่อน เพราะเอาไปก็มีแต่จะเกะกะ จากนั้นการ์ลิคก็เริ่มการค้นหาดวงดาวที่อยู่ในการปกครองของฟรีเซอร์ ซึ่งเขาก็เจอดาวมากมายรวมถึงดาวสามดวงที่ห่างไกลกันพอสมควร เขาจับสัมผัสพลังได้ว่าที่ดาวทั้งสามมีพลังต่อสู้อันมหาศาลดุจมหาสมุทรที่กว้างใหญ่อยู่ที่นั่น

'อึก~ นี่คือพลังของเจ้าฟรีเซอร์ และคิงโคลด์พ่อของมันสินะ แต่ว่าเจ้าพลังมหาศาลอีกดวงหนึ่งนี่มันของใครกัน!!'

การ์ลิคเผลอกลืนน้ำอายไปหลายอึก ยิ่งตอนที่เขาสัมผัสถึงพลังแสนชั่วร้ายขุมใหญ่ของใครสักคน ทำให้เขารู้ตื่นกลัวไม่น้อย เพราะเจ้านั่นมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าสองพ่อลูกฟรีเซอร์ซะอีก และถ้าเขาจำไม่ผิดในเรื่องนอกจากสองพ่อลูกแล้วในตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีใครแข็งแกร่งไปกว่าพวกมันแล้วนี่ มันเป็นใครกันแน่แต่คิดไปตอนนี้ก็ไม่ได้ประโยชน์

'เราต้องรีบหาวิธีสร้างยานแรงโน้มถ่วงก่อน'

"อืม...เจอแล้ว เดี๋ยวเราจะรีบเอาแปลนมาให้นะไปกันเถอะเบลล่า"

"อื้มม~!"เบล่าตอบพลางเอามือไปแตะไหล่ของการ์ลิคอย่างรู้งาน

วับบบบบ!

ร่างของเด็กชายหญิงหายไปต่อหน้าต่อตาของดร.บรีฟโดยวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตา นี่ทำให้เขาถึงกับเผลอก้าวถอยหลังล้มก้นจ้ำเบ้าเลยทีเดียว ส่วนการ์ลิคหลังจากที่พาเบลล่ามาเอาแปลน ตอนนี้ก็มาโผล่ยังดาวเคราะห์ฟรีเซอร์ หมายเลข 5 ซึ่งดาวดวงนี้เป็นดาวในการปกครองที่อ่อนแอที่สุดในหมู่ดาวเคราะห์ในการปกครองของฟรีเซอร์ ทหารของที่นี่ทั้งหมดมีพลังต่อสู้ไม่เกิน 2000 จุดเลยด้วยซ้ำ

"นะ นี่การ์ลิค นายพาเรามาที่นี่ทำไม ?"

"เบลล่าไม่อยากลองทดสอบตัวเองดูหน่อยหรอ  เราอนุญาติให้เธออาละวาดได้เต็มทีเลยนะ รวมไปถึงการสังหารพวกทหารชั้นปลายแถวของเจ้าฟรีเซอร์ด้วย"

การ์ลิคกล่าวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความอำมหิตและจิตสังหารที่ไม่ควรมีในตัวของเด็กวัย 7-8 ปีอย่างเขา ขนาดเบลล่าที่อยู่ข้างๆยังรู้สึกขนลุกกับบรรยากาศรอบตัวของของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

"นะ นี่ นายคิดจะเป็นศัตรูกับท่านฟรีเซอร์จริงๆหรอการ์ลิค"

"ก็นะ แล้วเธอละจะเอาไง ถ้ากลัวก็หายานนั่งกลับไปที่ดาวเบจิต้า เราก็ไม่ว่านะ"

"ระ เรา..."

เบลล่าได้แต่คิดหนัก เธอที่เป็นเด็กรู้ดีว่าถ้าเป็นศัตรูกับท่านฟรีเซอร์ อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แม้เธอจะไม่ชอบท่านฟรีเซอร์ที่ชอบกดขี่ชาวไซย่าราวกับทาสอยู่ก็ตาม แต่เธอก็ไม่เคยกล้าคิดที่จะลุกขึ้นต่อต้านเนื่องจากพลังที่มากมายของมันนั้นเกินที่เธอจะปลุกความกล้ามาต่อต้านมัน

"เธอกลับไปที่ดาวเบจิต้าเถอะเบลล่า"

การ์ลิคนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เขากล่าวเสร็จก็พุ่งบินจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบของเบล เขาทิ้งให้เธอได้ใช้ความคิดด้วยตัวเองเสียบ้าง ยังไงเธอก็กำลังเติบโตเป็นสาวขึ้นเรื่อยๆ แถมชาวไซย่าไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็มีความคิดที่เกินวัยกันอยู่แล้ว

"ระ เราจะทำยังไงดี "

การ์ลิคที่ทิ้งเบลล่าไว้เพียงลำพังตอนนี้มาอยู่แถวเขตเมือง ที่เต็มไปด้วยนักรบชั้นต่ำของดาวดวงนี้ เขาเลียริมฝีปากอย่างคิดถึง นี่มันผ่านมากี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้กำลังจะทำอะไรที่แสนสนุกแบบนี้ ยิ่งตัวเขามีสายเลือดของชาวไซย่าอยู่แล้วจึงมีความดิบเถื่อนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เขาไม่รีรออีกต่อไป พลางลอยตัวลงต่ำจนถึงพื้นทำให้ เหล่าทหารของฟรีเซอร์ที่มีหน้าตายคล้ายเหล่าสัตว์หลายพันธ์ุต่างตกใจและหันอาวุธปืนลำแสงมาทางเขา

"เจ้าหนู แกเป็นใคร!"

ฟึบ ๆ ๆ

ปากกระบอกปืนนับร้อยของเหล่าเอเลี่ยนสรรพสัตว์ต่างเล็งมายังการ์ลิคอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งเขาก็ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนถีบตัวพุ่งเข้าใส่เจ้าตัวที่กำลังขู่ถามเขา พร้อมปล่อยหมัดที่เสริม Ki เขาที่กลางลำตัวของมันที่มีหน้าตาคล้ายหมา ตู้มมม! ราวกับหมัดอัดกระแทกที่ผสานคลื่นพลัง อัดร่างของเจ้านั่นปลิวไปพร้อมกับชุดเกราะที่แตกละเอียดตายคาที่

"หะ หาง แบบนั้นมัน กะ แก คือชาวไซย่าสินะ ทำแบบนี้หมายความว่าไงยัง"เอเลี่ยนหรือทหารเลวของฟรีเซอร์ที่อยู่ไม่หางจากเหตุการณ์ถามขึ้นด้วยความตื่นกลัว

"ฮ่า ๆทำอะไรงั้นหรอ แน่นอนว่าเราต้องมาฆ่าพวกนายให้หมดอยู่แล้ว เริ่มจากนายก่อนเลยก็แล้วกัน Death Beam**"

จิ้ววว!

ลำแสงสีแดงจากนิ้วชี้ของการ์ลิคพุ่งสังหารเจ้าตัวที่ลอยอยู่เหนือหัวเขาอย่างไร้ความปราณี มันทำให้เจ้านั่นถึงกับเสียชีวิตกลางอากาศร่างที่ไร้วิญญาณที่มีรูโหว่ค่อยๆล่วงหล่นล้มลงพื้นนอนแน่นิ่ง จึงทำให้เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่เหล่าทหารคนอื่นๆ พวกมันรู้สึกตื่นกลัวสุดขีดแต่ดูเหมือนพวกมันจะยังมีใจคิดต่อต้านเขาอยู่

"หนอยแกตายซะ พวกเราระดม**ยิงมันเลย!"

จิ้ว จิ้ว จิ้ว จิ้ว!

ฟึบบบ! ๆ

"ฮ่า ๆ โง่หรือเปล่ายิงปืนกันแบบนี้ เดี๋ยวก็ฆ่ากันเองหรอก"

การ์ลิคหลับตาใช้สัมผัสที่หก(Ki sense)โยกตัวไปมาเพื่อหลบลำแสงจากปืนนับร้อยพร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันแกมตลก แต่คนอื่นๆกลับไม่ตลกด้วย เพราะมันรู้ตัวแล้วว่ากำลังทำผิดพลาดอย่างมหัน และก็เป็นอย่างที่เด็กน้อยการ์ลิคว่า ลำแสงที่พลาดเป้าของพวกมันก็เข้าสังหารพวกตัวเอง ทหารเอเลี่ยนนับร้อยตอนนี้เหลือชีวิตไม่ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ

"ดูเหมือนจะเหลือพวกเกือบดวงดีอยู่สินะ แต่เอาเถอะเราจะช่วยส่งพวกนายตามเพื่อนๆไปเดี๋ยวนี้ละ ลาก่อน"

จิ้ว จิ้ว จิ้ว!*10

ลำแสงสีแดงถูกปล่อยออกจากนิ้วชี้มือขวาของการ์ลิคอีกหน แต่ครานี้มันถูกปล่อยมาจากเขารัว ๆถึงสิบนัด มันพุ่งเข้าสังหารเอเลี่ยนที่เหลือรอดอย่างแม่นยำ ทำให้รอบกายของเด็กน้อยตอนนี้มีศพของเอเลี่ยนในชุดนักรบนอนตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ขนาดเบลล่าที่ตามติดการ์ลิคมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับเบิกตากว้างโต หัวใจของเธอเต้นถี่ยิบราวมีความหวัง นัยน์ตาของเธอสาดประกายความมุ่งมั่นอย่างล้นปรี่

"สุดยอด ถ้าเราแข็งแกร่งเท่าการ์ลิคแล้วละก็ต่อให้เป็นท่าน... ไม่สิเจ้าฟรีเซอร์ เราก็ไม่กลัวมันอีกต่อไป"

______________________________________________________________________________________________________________


เดี๋ยวอีกตอนกำลังตามมา

ความคิดเห็น