AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 34 ชัยชนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 ชัยชนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 245

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2561 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 ชัยชนะ
แบบอักษร

ตอนที่ 34 ชัยชนะ

“หึ ถึงโอกาสของตูแล้วไอ้แมวน้อย ก่อนหน้านี้แม้จะใช้พลังเวทนอกร่างไม่ได้ก็จริง ส่วนวิชาจากโลกเดิมของตูก็ทำอะไรพวกแมวอย่างเอ็งไม่ได้จนเกือบจะถอดใจไปแล้วเหมือนกัน แต่พอเขาเอ็งงอกมาเท่านั้นแหละนี่ยังไม่พอ ดันมาแทงท้องตูอีก แบบนี้ก็สวยตูอ่ะเด้ พวกแมวๆ อย่างเมิงรู้ไหม ว่าถ้ามาสัมผัสกับร่างกายตูในระยะ 1 มิลลิเมตรเป็นเวลานานๆ จะเกิดอะไรขึ้น สิ่งนั้นก็คือ...” **เอ็งไม่ต้องพูดไอ้หนูไผ่ อย่ามาแย่งบทข้า” -คิวบิลัสตะโกนขัดจังหวะแล้วหันมาทางเสือสีทองที่อยู่ตรงหน้า

“สิ่งนั้นก็คือ..พวกหมาขี้เรื้อนอย่างเอ็งต้องตายอย่างเขียดไงล่ะ วะฮ่า สะใจโว้ย!!!” คิวบิลัสแค่นเสียงพูดให้น่ากลัวแล้วตะโกนออกมาราวกับคนปัญญาอ่อน ระหว่างที่กำลังหัวเราะอยู่นั้นก้อนดินสีทองก็กระแทกศีรษะเต็มๆ

“โอ๊ย!! เอ็งปาดินใส่หัวข้าทำไมไอ้หนูไผ่” คิวบ์ไม่พูดเปล่าใช้มือซ้ายปั้นดินสีทองเป็นก้อนแล้วขว้างคืน

“เย้ย!! แล้วจะปาคืนมาทำไมฟร๊ะ มันรำคาญเนี่ย!” ไผ่หลบก้อนดินไม่ทันเลยตะคอกกลับ แต่เพียงเท่านั้นก็กลับมาให้ความสนใจกับอสูรมหาโหดสองตัวต่อ

พลังเวทแม้จะไม่สามารถใช้ภายนอกได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้เลย เพราะเพียงแค่สัมผัสไผ่กับคิวบิลัสก็สามารถกระจายพลังเวทไปทั่วร่างของอสูรทั้งสองตัวได้อย่างไม่ยากเย็น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เอะใจในเรื่องนี้เลยแท้ๆ ต่อสู้มาจะหลายวันก็พึ่งจะมารู้ตอนที่โดนเขาของอสูรที่ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นแทงซะงั้น

ท้องของไผ่เป็นรอยบุ๋มไปตามเขาอันเหลมคมของสิ่งโตที่แทงเข้าไป แต่ไม่มีบาดแผลใดๆ ส่วนคิวบิลัสนั้นมีแผลกว้างตรงท้อง แต่ก็ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

ไฟสีดำเผาผลาญอสูรสิงโตขาวโดยที่มันไม่สามารถดูดกลืนพลังได้ ส่วนคิวบิลัสนั้นใช้ไฟสีม่วงครอกเจ้าเสือสีทองจนมันร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน แค่นี้ยังไม่พอ อสูรทั้งสองระเบิดพลังกระแทกไผ่กับคิวบ์เรื่อยๆ จนพื้นเบื้องล่างเกิดการแตกระแหงลงเรื่อยๆ เป็นระรอกๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มือที่จับเขาของพวกมันอยู่คลายลงแต่อย่างได

ตูม!!! ตูม!! ๆ ๆ ๆ ๆ

ตูม!!!

ทั้งพลังของอสูรทั้งสองที่ระเบิดออกมา พลังหมัดเท้า เข่า ศอกของไผ่และคิวบิลัสที่ต่อยไปยังเป้าหมายไม่หยุดยั้งบังเกิดคลื่นทำลายลึกลงไปใต้ดินเรื่อยๆ เสียงสนั่นหวั่นไหวของผืนดินกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง อสูรทั้งสองยิ่งโดนโจมตีมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าพลังของมันถูกดูดเข้าไปในร่างของมนุษย์ทั้งสองตัวเท่านั้น ทั้งนี้ในแต่ละการโจมตีก็มีพลังมากขึ้นตามมาด้วย จนเกราะศีรษะของพวกมันเกิดรอยร้าวเล็กๆ แต่ก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

เกราะที่มันทั้งสองสวมใส่นี้ไม่ใช่เครื่องป้องกันธรรมดา มันแข็งแกร่งมากแม้กระทั่งพลังโจมตีรูปแบบเต็มที่ของมันก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้เกราะได้ แถมการฟื้นฟูพลังของเกราะยังกะพริบรวดเร็วนับพันครั้งต่อหนึ่งวินาที มันเป็นเกราะที่ได้รับมาจากสิ่งที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ ที่มีพลังเหนือโลกหรืออาจจะเทียบเคียงกับพระเจ้าเลยก็ว่าได้

แต่ไฉนมนุษย์สองตนตรงหน้าถึงสามารถสร้างรอยแตกให้กับเกราะนี้ได้

ยิ่งนานการรัวหมัดของสองมนุษย์ยิ่งเร็วขึ้นจนไม่สามารถจับได้ทันว่าต่อยไปกี่หมื่นครั้งต่อวิ รู้แต่เพียงว่าการฟื้นฟูของเกราะไม่สามารถตามทันหมัดของทั้งคู่ได้ ยิ่งนานก็ยิ่งแตกระแหงเรื่อยๆ แต่เพียงแรงกระแทกของหมัดก็ทำให้อสูรทั้งสองเจ็บปวดได้แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการสร้างความกลัวเหนือจินตนาการให้มันอีก

แววตาอันมืดมิดที่ทำให้สิ่งที่มองต้องจมดิ่งไปกับความมืดที่หนาวเย็นไม้มีสิ้นสุด กับอีกแววตาที่ดำมืดอันแสนเกรี้ยวกราด

ตูม!!! ๐๐๐ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ตูม!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

การต่อยยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุดพลันสิ่งแวดล้อมรอบข้างก็สั่นสะเทือนจนเกิดรอยแตกของมิติพลังเวทจากที่ไหนไม่รู้แทรกเข้ามาจากรอยแยกนั้น พลังเวทของไผ่กับคิวบ์เริ่มมีผลภายนอกมากขึ้นยิ่งทวีความรุนแรงและพลังโจมตีไม่มีสิ้นสุดให้กับสองสหาย

อสูรทั้งสองตัวยังคงดิ้นรนไม่มีหยุดหย่อน แต่ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดได้จนบัดนี้เกราะตรงหัวของมันแตกกระจายไปในที่สุดและหมัดอันรัวๆ นั้นก็ระดมเข้าสู่กลางหัวของมันทั้งสองอย่างจังจนร่างกายสั่นสะท้าน พลันก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันแสนริบหรี่ และพลังภายในร่างที่ถูกดูดกลืนออกไปเรื่อยๆ

นี่คงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าความตาย สิ่งนี้มันไม่เคยสัมผัสมานานแสนนานแล้ว มนุษย์ตรงหน้ามันนั้นแข็งแกร่ง.. เสือและสิงโตทั้งสองต่างหลับตาลงพร้อมกับยอมรับชะตากรรมของมัน มันยอมศิโรราบและยอมพ่ายแพ้ต่อมนุษย์ตรงหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ

หมัดสุดท้ายอัดพลังเวทสีดำของไผ่จนผืนดินสั่นสะเทือน และคงจะเป็นพลังเฮือกสุดท้ายของชายหนุ่มแล้ว หากการโจมตีนี้ไม่สำเร็จก็คงต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้และล่าถอยออกจากสถานที่นี้ไปแม้ตนจะยังไม่ตายก็ตาม

หมัดอัดพลังเวทสีน้ำเงินของคิวบิลัสก็เช่นกัน บัดนี้ได้ทุ่มพลังเวททั้งหมดเพื่อโจมตีในครั้งนี้ ถ้าหากไม่สำเร็จก็คงต้องถอย และยอมรับความพ่ายแพ้แม้ตนจะไม่ได้ตายตกไปก็ตามที และต่อจากนี้ไผ่กับคิวบิลัสจะยอมรับว่าอสูรทั้งสองตัวตรงหน้านั้นเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งของจริง เป็นสัตว์อสูรที่ทำให้ทั้งคู่ใช้พลังจนถึงเฮือกสุดท้ายจริงๆ และถ้าหมัดนี้ไม่ได้ผลก็คือจะถอยออกไปจากที่นี่พร้อมกับเอาแพตตี้กับนานะกลับไปด้วย

พลังอันมหาศาลกรีดมิติจนเกิดรอยแตกระแหง มันเป็นพลังที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสอง ไม่สิเพิ่มขึ้นสามระดับของการทะลุขีดจำกัดอันสูงสุดเลยต่างหาก

ระหว่างที่หมัดของไผ่กำลังจะโดนสิงโตขาว และหมัดของคิวบิลัสกำลังจะโดนเสือสีทอง

พลันทั้งคู่ก็สบตากัน (ไผ่สบตากับสิงโต *คิวบ์สบตากับเสือ) แล้วฝ่ายอสูรทั้งสองเป็นฝ่ายหลับตาลง บ่งบอกว่ามันยอมแพ้โดยไม่มีข้อกังขา และหมัดสุดท้ายนี้สามารถสังหารมันได้อย่างแน่นอน

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ครืน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เปรี๊ยะๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดอันดังระหึ่มและเสียงผืนแผ่นดินถูกคว้านออกไปในระยะซึ่งมากกว่า 10 กิโลเมตรเผยให้เห็นรอยแยกของดินสีทองอร่าม และฝุ่นควันเนืองๆ

บุรุษทั้งสองแสยะยิ้มด้วยความรู้สึกปีติยินดีอย่างเต็มภาคภูมิ

“ฉันชนะ” เสียงอันแผ่วเบาของไผ่เอื้อนเอ่ย

“ข้าได้ชัย” เสียงอันแหบแห้งของคิวบิลัสกล่าว

แล้วทั้งคู่ก็ร่วงลงไปสู่หลุมที่ถูกคว้านไป ดิ่งลึกไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน แต่ในขณะนั้นเอง

ควับ!! ควับ!!!

เสือทองกระโดดไปคาบร่างของคิวบิลัสไปยังพื้นดินด้านบน

ส่วนสิงโตขาวก็คว้าร่างของไผ่เช่นกัน มันทั้งสองใช้ลิ้นเลียคราบเขม่าไฟและสิ่งสกปรกออกจากร่างกายของทั้งคู่

ทำไมมันทั้งสองถึงมีชีวิตอยู่นะหรือ

ย้อนไปตอนที่หมัดสุดท้ายกำลังจะโจมตีอสูรทั้งสอง ไผ่ได้สบตากับสิงโตขาว พลันก็รับรู้ถึงความรู้สึกหลายๆ อย่าง *ที่คล้ายคลึงกัน* สิงโตหลับตาลงเป็นอันบ่งบอกว่ามันยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความเต็มใจของมัน

ส่วนคิวบิลัสก็ได้สบตากับเสือทอง และมันก็หลับตาลงยอมรับความพ่ายแพ้เช่นกัน

กระนั้นไผ่กับคิวบิลัสจึงเบี่ยงหมัดออกไปด้านข้างหาได้โจมตีใส่อสูรทั้งสองแต่อย่างใด

เพราะการยอมรับความพ่ายแพ้ของมันนั้นเป็นของจริง และอีกอย่างมันทั้งคู่นั้นก็ผ่านอะไรที่คล้ายๆ กันกับไผ่และคิวบิ กระนั้นจึงเข้าใจกันได้ไม่ยาก

.................................................

ในอดีตกาลเมื่อนานมาหลายชั่วยุคสมัย อสูรเสือกับสิงโตไม่รู้ว่ามันนั้นเกิดขึ้นมาเมื่อไร และเกิดขึ้นได้ยังไง เท่าที่จำได้ก็มีแต่ภาพการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและสังหารสิ่งมีชีวิตต่างๆ ไม่มีสิ้นสุดและผ่านระยะเวลามานานแสนนานจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นหมดลงเหลือแต่มันสองตัวที่ต่อสู้และห้ำหั่นกันมานานแต่ก็ไม่สามารถหาผู้ชนะได้จนกระทั่งยอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน เวลาผ่านมานานแสนนานก็มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเข้ามาแล้วบอกว่าเป็นผู้กักขังมันทั้งสอง แต่กระนั้นก็ได้มอบเกราะอันแข็งแกร่งให้เพื่อปกป้องสถานที่นี้และทำลายสิ่งมีชีวิตอื่นที่เข้ามา เกราะที่มันสวมใส่ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถถอดได้ และยังมอบพลังอันมหาศาลให้อีก ทั้งนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ใช้พลังในมิติกักขังนี้ได้

นานแสนนานสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กก้าวเข้ามา พวกมันได้ทำลายทรัพยากรของที่นี่ และทำให้อสูรทั้งสองโกรธเคืองจนต้องลงมือสังหารจนสิ้นซาก แต่ขณะนั้นก็ยังมีผู้รอดชีวิตไปหลายสิบคน สิ่งมีชีวิตนั้นเรียกตนเองว่ามนุษย์

เวลาผ่านมาชั่วอึดใจก็เริ่มมีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา พวกมันช่างอ่อนแอเหลือเกินแต่ก็ถูกกำจัดไปในที่สุด กระนั้นก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ และเรื่อยๆ จนไม่มีมาอีกระยะหนึ่งๆ

และในที่สุดก็มีมนุษย์ไม่กี่คนเข้ามา มนุษย์ที่สามารถต่อกรกับมันได้และพัฒนาตนได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ที่ทำให้มันทั้งสองยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้อกังขา

นั้นก็คือหนุ่มน้อยที่อยู่ตรงหน้า กับบุรุษอีกคนที่นอนสลบอยู่ นับจากการต่อสู้ครั้งนี้มันทั้งสองจะไม่ทำอันตรายใด ๆ ต่อผู้ชนะ เพราะนี่คือกฎที่มันได้ตั้งไว้ และผู้ชนะก็สามารถสังหารมันได้ทุกเมื่อ หรือก็คือชีวิตของมันได้จบสิ้นไปแล้วนั่นเอง

………………………………………………………………………………………………….

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น