AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 33 ยกระดับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 ยกระดับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 271

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2561 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 ยกระดับ
แบบอักษร

ตอนที่ 33 ยกระดับ

ตูม!!!

ตูม!!!

ตูม!!

เสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องไปทั้งป่า การเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของอสูรสองตัวสอดประสานกันเพื่อรุมไผ่กับคิวบ์ กรงเล็บอันแหลมคมฟาดฟันทีหนึ่งบังเกิดคลื่นกระแทกทำลายพื้นที่นับร้อยเมตร

เจ้าสิงโตขาวกับเสือทองบัดนี้มันทั้งสองใช้พลังเต็มที่ของมัน ร่างกายอันใหญ่โตก่อนหน้าย่อลงจนเหลือขนาดเท่ากับรถสิบล้อเพียงเท่านั้น แต่จะอย่างไรสายฟ้าสีทองที่ห่อหุ้มเจ้าเสือ กับสายฟ้าสีดำที่ห่อหุ้มเจ้าสิงโตนั้นเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความเร็วและเสริมปีกให้มัน พลังทำลายเพียงเสี้ยวหนึ่งก็ทำให้สิ่งรอบข้างแหลกสลายเป็นผุยผงอย่างไม่ยากเย็น

เหล่าต้นไม้ โครงกระดูก อาวุธชุดเกราะเก่าคร่ำครึที่เกลื่อนกลาดกองดั่งภูเขานับพันนับหมื่นลูกต่างถูกทำลายไปเรื่อยๆ เพียงแค่สายฟ้าสะกิดสิ่งเหล่านั้นก็สลายหายไปเหลือแต่ฝุ่นลอยละล่องไปตามสายลมเท่านั้น

ยกเว้นเสียแต่มนุษย์สองคนที่ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นมนุษย์ได้ที่ตอนนี้กำลังต่อสู้กับอสูรอันน่ากลัวโดยไร้ซึ่งรอยแผลบนร่างกาย แม้นว่าเขาทั้งคู่จะโดนไฟคลอก สายฟ้าฟาด หรือลูกตบจากกรงเล็บอันรุนแรงก็จะได้ยินเสียงร้อง

อ๊าก แว๊ก เฮ้ย แล้วก็ตามด้วยเสียงก่นด่าว่าไอ้หมาขี้เรื้อนโสมมข้าจะเชือดแกให้ตายคามือเลยคอยดู หรือว่าจะเป็นไอ้แมวบ้าเอ้ย คิดว่าเก่งนักหรือไง รอตูแข็งแกร่งกว่านี้ก่อนเถอะ

ซึ่งการกระทำเหล่านี้แตกต่างจากการต่อสู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าลิบลับ วินาทีที่พวกเขาทั้งสองใช้จิตสังหารอันดำมืดขู่สัตว์อสูรทั้งสองให้รู้สึกกลัวได้ แล้วก็ต่อยหมัดอัดพลังดั่งเป็นมัจจุราชปลิดชีวิต แต่แค่หมัดแรกเท่านั้นแหละที่ทำให้อสูรทั้งสองเซไปหลายเมตร แต่หลังจากนั้นก็เป็นการเอาคืนแบบที่ไม่สามารถจะตอบโต้ได้ของอสูรทั้งสองจนผ่านไปหลายนาทีกว่าจะตอบโต้กลับได้สักหมัดสองหมัด และตอนนี้ไผ่กับคิวบิลัสก็ไม่สามารถจะสังหารอสูรสองตัวนี้ได้เลย ยิ่งมันมีสายฟ้าฟาดรุนแรงไม่มีท่าทีว่าจะหมดหรือหดหายไปแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เจ้าไผ่กับคิวบ์เข้าถึงตัวพวกมันยาก แถมต่อยแต่ละครั้งก็โดนสายฟ้าฟาดคืนนับสิบนับร้อย

แต่เจ้าสองคนนี้ก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ทั้งนี้การหลบพลัง กรงเล็บของไผ่และคิวบิลัสจากอสูรสองตัวก็ออกจะผิดแปลกจากคนธรรมดาสามัญไปหน่อย

ก็อย่างเช่นเวลากรงเล็บของเสือทองพุ่งมาขณะที่เจ้าไผ่อยู่ใกล้กับคิวบิลัส มือของมันก็คว้าหมับไปที่เจ้าคิวบ์พุ่งเข้าหากรงเล็บอย่างจังแล้วตัวไผ่เองก็รอดพร้อมปรบมือให้กำลังใจสู้ๆ

บางครั้งลูกไฟจากสิงโตขาวพุ่งมาเร็วเกินไปไผ่ก็โดนคิวบิลัสคว้าหมับแล้วโยนเข้าหาลูกไฟนั้นจนเกิดเสียงดังตูมสนั่นหวั่นไหว เจ้าคิวบ์ก็รอดพร้อมกับปรบมือแล้วเชียร์สู้ๆ

จนเวลาล่วงเลยมาถึงอาทิตย์ที่สองพวกนั้นก็ยังทำแบบนี้ต่อ แบบว่าให้คนอื่นรับลูกแทนแล้วก็ต่อยกันสักพัก พอโดนขวางก็กลับมาสู้ต่อแล้วก็กลับไปต่อยกันอีก โดนอสูรขวางก็กลับไปสู้ต่อ พอโดนลูกไฟก็คว้าเพื่อนข้างๆ ไปรับแทน สักหลายๆ สิบดอกก็กลับมาต่อยตีกัน แล้วก็กลับไปสู้ต่อ

สภาพไผ่และคิวบิลัสตอนนี้ดำจนจะกลายเป็นถ่านไฟอยู่รอมร่อแล้ว มีทั้งเขม่าไฟ ทั้งดินซากศพ และเศษต้นไม้ใบไม้ยิบย่อย

พื้นดินก็ยังคงมีกระดูกอยู่เต็มไปหมด สรุปว่ามันจะเยอะไปไหน

ผ่านไปอีก สองถึงสามวัน เจ้าเสือกับเจ้าสิงโตเริ่มรับมือกับมนุษย์สองตัวแบบสูสีเสียแล้ว สัญชาตญาณสัตว์ในตัวมันเริ่มกู่ร้องว่ามนุษย์สองตัวตรงหน้านี้อันตราย ย้ำว่ามนุษย์สองตัว ยิ่งต่อสู้นานไผ่กับคิวบิลัสเริ่มแข็งแกร่งขึ้น และวันนี้เหมือนทั้งคู่จะมาแบบผิดปกติเพราะทั้งสองเริ่มเปลี่ยนบุคลิกและโจมตีแบบสอดประสานจนอสูรทั้งสองพลาดท่าถูกต่อยกระเด็นไปหลายครั้ง และเหมือนว่าหมัด เท้า เข่า ศอกของพวกเขานั้นแข็งแกร่งและหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

ตูม!!

ตูม!!

ตูม!!

การโจมตีของไผ่กับคิวบิลัสเจาะเข้ากลางลำตัวและกลางหัวอสูรทั้งสองอย่างจังจนมันต้องกระเด็นไปไกล แล้วตามไปรุมกระทืบซ้ำจนกระเด็นกระดอนไถลกับพื้นไม่เป็นท่า

“วะฮ่าๆ ถึงเวลาข้าเอาคืนแล้วโว้ย อัดอั้นมานาน…” คิวบิลัสกระแทกเสียงด้วยความสะใจ ส่วนไผ่ไม่พูดแต่กระทืบสิงโตขาวอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันทั้งสองก็ไม่ได้มีบาดแผลอะไรเลย แถมสายฟ้าสีดำยังผ่าใส่ตัวไผ่ทุกครั้งที่สัมผัสร่างมัน แม้จะเจ็บปวดกว่ามนุษย์ทั่วไปนับร้อยเท่า แต่เขาก็ชินเสียแล้วสิ

ไม่ทันที่จะได้สะใจนานพลันทั้งสองตัวก็ระเบิดพลังอันรุนแรงออกมาจนพื้นที่ในรัศมี 1 กิโลเมตรถูกลำแสงสีดำสลับทองนั้นกลืนกินเป็นวงกว้าง ส่วนไผ่กับคิวบิลัสนั้นหรือ

ก็โดนไฟคลอกสิครับ เมื่อสิ้นลำแสงแรงกดดันอันมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาดั่งพายุอันเกรี้ยวกราด อสูรสองตัวมีเขางอกออกมา 9 จุด คือ

หน้าผาก 1 จุด ไหล่ 2 จุด ขา 2 จุด และข้อเท้าทั้ง 4 เสือนั้นงอกเขาสีทอง ส่วนสิงโตงอกเขาสีดำ ออร่าแห่งความน่ากลัวแผ่กระจายออกมาจากอสูรทั้งสองจนน่าหวาดหวั่น

รูปร่างที่หดเล็กลงเหลือเพียงราสสีห์กับเสือโคร่งธรรมดาตัวหนึ่ง แต่ภาพลักษณ์ร่างกายของอสูรทั้งสองดุจดั่งมหาราชันของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าเผ่าพันธุ์ เรือนร่างอันงามสง่า ออร่าเปล่งประกายกระจายรัศมีไปทั่วระยะ 1 กิโลเมตร สายฟ้าอันเกรี้ยวกราดที่ล้อมรอบต่างหายไปจนสิ้น เขาทั้งเก้าที่ออกออกมาตามจุดต่างๆ ล้วนแต่เป็นสีดำทั้งสิ้น เกราะสีทองห่อหุ้มเสือทองดั่งเกราะของสัตว์เทพ ส่วนสิงโตขาวนั้นมีเกราะดำแห่งซาตานห่อหุ้มไว้ เส้นขนยันยาวยวบต่างปลิวสะบัดไปตามกระแสพลังรอบกายของมัน

ภาพที่ไผ่กับคิวบิลัสมองเห็นอสูรทั้งสองตัวนี้เหมือนกับมองจอภาพโฮโลแกรมที่กะพริบถี่ๆ ด้วยความเร็วเหนือเสียง เพียงชั่วขณะความคิดอสูรทั้งสองก็หายไปจากครรลองสายตาพร้อมกับร่างของไผ่กับคิวบ์ก็หายไปด้วย ภายในเสี้ยววินาทีพลันบังเกิดคลื่นกระแทกอันมหาศาลระเบิดพลังสีทองกับสีดำทำลายพื้นที่เป็นวงกว้างและดูเหมือนจะทำลายลึกลงไปเรื่อยๆ นับกิโลเมตร

พอฝุ่นควันเริ่มฟุ้งกระจายออกก็เผยให้เห็นละอองสีทองปลิวกระจายไปพร้อมกับไอควั่นทั่วพื้นที่ โครงกระดูกด้านบนถูกทำลายและกระแทกจนปลิวกระเด็นออกไปไกล พื้นถ้ำที่นานะกับแพตตี้อยู่ถึงกับสั่นไหวด้วยความรุนแรง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น” แพตตี้หวั่นวิตกกับเหตุการณ์ประหลาดนี้

ทางด้านอสูรทั้งสองตัวตอนนี้เหมือนจะอยู่ในหมู่ฝุ่นควันเบื้องล่างนั้นยังไม่เผยตัวออกมา ผืนดินข้างล่างที่ถูกแรงระเบิดคว้านออกไปนี้เผยให้เห็นดินสีทองอร่าม แม้จะมีหินก้อนเล็กน้อยอยู่ประปรายแต่ส่วนใหญ่ก็เต็มไปด้วยดินสีทอง และก้อนทองคำอยู่เต็มไปหมด เรียกได้ว่าดินข้างล่างนี้คือขุมทองคำบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

โฮวก!!!!!!

โฮวก!!!!

เสือสิงห์ทั้งสองคำรามลั่นทำเอาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายถูกปัดออกในรวดเดียวเผยให้เห็นร่างของมันทั้งสองที่อยู่ก้นหลุมสีทอง มันทั้งสองกำลังดิ้นรนเหมือนต้องการให้หลุดจากอะไรสักอย่าง เท้าของเสือและสิงโตอยู่เหนือพื้นดิน ลักษณะของมันเหมือนกับการว่ายอากาศ ส่วนหัวที่มุดอยู่ในดินนิดหน่อยนั้นไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อน มันต้องการเอาหัวที่ติดกับพื้นดินออกมา

แต่แค่ดินเปล่าๆ คงไม่อาจต้านแรงมันได้ สาเหตุที่มันไม่สามารถดึงหัวออกมาได้นั้นเพราะบัดนี้มีมือของมนุษย์จับเขามันอย่างเนืองแน่น พละกำลังอันมหาศาลที่มันไม่เคยเจอมาก่อน กับความร้อนทั่วร่างกายที่กำลังเร่งเร้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

มือของไผ่จับอยู่ที่เขาของสิงโตขาว ส่วนมือของคิวบ์จับเขาของเสือทองไว้อย่างแน่นหนา ทั้งคู่ปลดปล่อยพลังเวทและแรงกดดันอันมหาศาลออกมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นพลังที่รุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

....................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น