แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #5 ผู้ชายคนนี้คือใคร? (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #5 ผู้ชายคนนี้คือใคร? (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 81.7k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2559 23:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #5 ผู้ชายคนนี้คือใคร? (RW)
แบบอักษร

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #5 ผู้ชายคนนี้คือใคร?

 

อ๋องน้อย

หัวใจที่หล่นวูบของผมมันกำลังทำให้ร่างกายสั่นไปหมดทุกส่วน ผมกำลังนั่งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีจอขนาดใหญ่ฉายอยู่ตรงหน้าพร้อมกับราคาประมูลที่เด้งขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกๆ หนึ่งนาที

คนข้างกายผมในตอนนี้เขาคือเจ้าของสถานที่แห่งนี้และเป็นเพื่อนกับไอสูรย์ที่ผมรู้เพราะเขาเล่าให้ผมฟังแต่สมองของผมกลับไม่อยากรับรู้อะไรเลยทั้งสิ้นนอกจากรอลุ้นว่าใครคือคนที่จะประมูลผมไปต่อจากไอสูรย์

“กลัวเหรอ?” เสียงของนาวีดังขึ้นมานั่นคือชื่อของเขาผมหันไปมองก่อนจะฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ในใจตอนนี้กลัวอย่างถึงที่สุด

“ไม่ครับแค่อยากรู้ว่าผมต้องไปกับใคร” ผมโกหกเขาแต่ผมไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นก็เท่านั้นเอง

“ปากแข็งเหมือนไอสูรย์!” เขายังคงจ้องหน้าผมและพูดประโยคเมื่อกี้ออกมา ผมขมวดคิ้วนึกสงสัยกับคำพูดนั้นคนอย่างไอสูรย์นะเหรอจะปากแข็งผมว่าเขาคิดอะไรก็พูดมันออกมาซะมากกว่า

“ผมไม่เหมือนเขา”

“อย่าเถียงเลยฉันรู้จักหมอนั่นมาตั้งแต่เด็กจะว่าไปเราโตมาด้วยกันเลยต่างหาก” นาวียังคงพูดต่อผมก็เป็นผู้ฟังที่ดี เพราะตอนนี้เวลาประมูลยังไม่ยุติและเงินเริ่มต้นก็อยู่ที่หนึ่งแสนบาท

แพงดีสินะชีวิตผมคงมีค่าแค่นี้จริงๆ

“หมอนั่นถึงภายนอกจะดูเข้มแข็งและโหดร้ายมากแค่ไหน? แต่ข้างในกลับอ่อนแอจนน่าสมเพชการได้เห็นน้ำตาของไอสูรย์ถือว่าชีวิตนี้เกิดมาคุ้มค่าแล้ว”

เขาพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลกแต่ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง คนอย่างไอสูรย์ไม่มีคำว่าอ่อนแอและร้องไห้หรอกครับ

“จะบอกว่าคุณเคยเห็นแล้วสินะครับ”

“จะพูดแบบนั่นก็ใช่แต่นั่นก็นานมาแล้วตั้งแต่ที่ไอสูรย์ถูก

 

กริ๊ง!

เสียงสัญญาณอะไรสักอย่างดังขึ้นมาและทำให้บทสนทนาระหว่างผมกับนาวีจบลง ผมหันไปมองหน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้าพร้อมๆ กับเขาแต่หัวใจกลับรู้สึกสั่นไปหมดอีกครั้ง

ยุติแล้วสินะการประมูลในครั้งนี้!

“เงินประมูลเท่าไหร่ครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่จะว่าไปผมดูไม่เป็นหรอกครับ

“ยี่สิบล้าน!

ครั้งก่อนผมถูกประมูลไปร้อยล้านมาครั้งนี้เพิ่มอีกยี่สิบล้านผมควรดีใจดีไหมที่ตัวเองมีมูลค่ามากมายขนาดนี้เหมือนเรื่องโกหกเลยก็ว่าได้ครับ

“ครับแล้วใครคือคนประมูล”

“หวังโจว!” ผมไม่รู้จักเขาหรอกครับแต่จะว่าไปเขายอมลงทุนเงินมากมายเพื่อประมูลผมเนี่ยนะ

“ผมต้องไปเมื่อไหร่?” ก้มหน้ากำมือเข้าหากันจนแน่น

“อีก ชั่วโมงจะว่าไปไอสูรย์ฉลาดกว่าที่คิดแฮะ” จากที่นั่งก้มหน้าอยู่เมื่อกี้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองนาวีอีกครั้งเขาเองก็มองผมอยู่แล้ว รอยยิ้มที่ผมเดาไม่ออกว่าต้องการอะไรของเขาทำให้ผมสับสนและอยากหนีไปให้ไกลๆ ทำไมผมถึงรู้สึกกลัวมากกว่าที่ต้องอยู่กับไอสูรย์!

“ฉลาด!

“เดี๋ยวก็รู้” เขาไม่ตอบเอาแต่ยิ้มให้ผม

“ผมอยากรู้อีกอย่าง ทำไมเงินประมูลยังสูงทั้งๆ ที่ผมเคยถูกประมูลไปแล้ว” นี่คือข้อสงสัยหลักที่ผมมีเมื่อรู้ราคา

นั่นนะสิน่ะทำไม?

“ยี่สิบล้านสำหรับคนรวยถือว่าน้อยมากมูลค่าที่สูงจริงๆ คือร้อยล้านที่ไอสูรย์ยอมทุ่มทุนประมูลไปต่างหากเพราะนั่นคือราคาที่ไม่มีใครเคยทำได้”

ผมได้แต่ฝืนยิ้มกับคำถามในใจที่ไม่เข้าใจความคิดของพวกคนรวยและผู้ชายที่ชื่อไอสูรย์

“หมอนั่นไม่ยอมขาดทุนหรอกพักผ่อนตามสบายแล้วฉันจะให้คนเข้ามาตาม!” พูดจบนาวีก็เดินออกไปจากห้องนี้ไม่รอให้ผมตั้งคำถามอะไรขึ้นมาอีกหลังจากที่เขาเดินออกไปแล้วผมก็ได้แต่นั่งคิดทบทวน

แต่ก็หาคำถามให้ตัวเองไม่ได้!

“อีก วันแล้วแท้ๆ จะได้เป็นอิสระแต่ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้” ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมสินะจะโทษใครได้ก็ผมอยากปากดีไปท้าทายเขาก่อนทำไม

“แต่อย่างน้อยในตอนนี้สามารถหนีคนอย่างนายไปได้ก็ดีแล้วนิไอสูรย์!” ฝืนยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะหลับตาลงแล้วปล่อยให้ความคิดทุกอย่างจางหายไป

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ทุกอย่างสำหรับผมมันเกิดขึ้นเร็วมากแถมตอนนี้ผมยังไม่รู้ตัวเองด้วยว่ากำลังทำอะไรอยู่แต่ที่แน่ๆ ผมกำลังเดินตามหลังผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก

เขาแต่งตัวดูดีใส่สูทสีดำสนิททั้งชุดใบหน้าก็ดูนิ่งขรึมจนน่ากลัวท่าทางสุขุมและสงบทุกการเคลื่อนไหวจริงๆ เลยครับ นาวีบอกผมว่าหลังจากที่การประมูลจบลงไอสูรย์ก็กลับไปเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะเป็นยังไงแต่ก็ดีเหมือนกันเราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

เราจะไม่เจอกันอีกถ้าเป็นอิสระเมื่อไหร่ฉันจะหนีนายไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้คอยดูสิ!!!

“เชิญครับ” ประตูรถสีดำคันหรูถูกเปิดออกผมก้าวขาขึ้นไปนั่งที่เบาะด้านหลังคนขับ หัวใจก็เต้นแรงผิดปกติหรือผมกำลังกลัว

“เราจะไปไหนกันเหรอครับ” ผมถามขึ้นเมื่อผู้ชายคนนั้นเดินกลับไปนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้ว

“คฤหาสน์โรมิโอครับ” แค่ได้ยินคำว่าคฤหาสน์ผมก็หมดคำถามแล้วครับคนรวยที่ดูจะรวยพอๆ กับไอสูรย์อีกละสิ ขนาดชื่อบ้านยังฟังเหมือนนวนิยายเรื่องดังที่เคยได้ยินบ่อยๆ อีกต่างหาก

ผมนั่งเงียบมาตลอดทางที่รถแล่นไปตามถนนในความมืดที่ผมไม่รู้จัก เวลามันผ่านพ้นไปนานแค่ไหนแล้วนะผมรู้สึกว่ามันเหงายังไงก็ไม่รู้สิครับเหงามากๆ เลยด้วยเหงาเหมือนชีวิตต่อจากนี้จะไม่ใช่ของตัวเองอีกแล้ว

ในที่สุดก็มาถึงสินะครับคฤหาสน์โรมิโอที่ใหญ่โตไม่ต่างไปจากคฤหาสน์ไอสูรย์เลยหากแต่ที่นี่ดูมีผู้คนมากกว่าแถมไม่รู้สึกเหงาเหมือนที่ที่ผมจากมาเลย ประตูรถถูกเปิดออกก่อนที่ผมจะก้าวขาลงมายืนมองไปรอบๆ ก่อนที่เสียงคนข้างๆ จะดังขึ้นมา

“เชิญด้านในครับเจ้านายรออยู่”

เจ้านายที่เขาว่าจะใช่ผู้ชายที่ชื่อหวังโจวหรือเปล่า? ผมไม่ได้ถามต่อนอกจากจะเดินตามผู้ชายคนนี้เข้าไปตลอดทางเดินมีสาวใช้ยืนเรียงกันเป็นระเบียบแถมยังมีพวกบอดี้การ์ดอีกมากมายที่ยืนกันเต็มไปหมดทั้งด้านนอกและด้านในราวกับว่านี่คือสถานที่ของพวกมาเฟียอย่างนั้นแหละครับ

ก๊อก ก๊อก

ประตูห้องถูกเคาะก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาผมเลยเดินตามผู้ชายคนนี้เข้าไปทันทีเมื่อเข้ามาถึงบรรยากาศก็ดูเงียบสงบจนน่ากลัว ตรงนี้ละมั้งที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับที่ที่ผมจากมา

“มาแล้วเหรอ” เสียงของเขาดังขึ้นมาก่อนที่เก้าอี้ตัวใหญ่จะถูกหันมาด้วย ร่างสูงยืนขึ้นและนั่นก็ทำให้ผมเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจนเลยทีเดียว

ใบหน้าที่ดูคมเข้มน่าเกรงขามแววตาที่มองไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่และที่สำคัญเขาสูงพอๆ กับไอสูรย์แถมมีบางอย่างในตัวที่ทำให้ผมต้องคิดไปว่าเขาสองคนเหมือนกัน

“คนนี้นะเหรอหวังโจว!

ผมหันไปมองคนข้างๆ ที่ยืนก้มหน้ารับคำพูดของคนที่เขาเรียกว่าเจ้านาย ถ้าผู้ชายคนนี้ชื่อหวังโจวแล้วใครกันแน่ที่ประมูลผมมา!!!

“ไม่ต้องตกใจไปหรอก ฉันใช่ชื่อนี้ประมูลเธอมา” พอเสียงของเขาดังขึ้นอีกผมก็หันไปมอง ผู้ชายคนนี้ยิ้มให้กับผมงั้นเหรอแถมมันยังเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนอีกต่างหาก “ส่วนหวังโจวตัวจริงก็คนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้”

“คุณเป็นใคร?” มันคือคำถามที่มักจะใช้กับคนที่ไม่รู้จักสินะ

“ฉันชื่อโรมิโอและฉันก็ไม่ใช่คนที่ประมูลเธอมา” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันในสมองต่างมีคำถามมากมายที่ไม่เข้าใจ “ฉันแค่ถูกสั่งให้ประมูลก็เท่านั้นเอง!

“ถูกสั่ง ใครสั่งผมไม่เข้าใจ”

“มันคือคำถามที่ฉันไม่ใช่คนตอบซะด้วยสิโจวพาเด็กคนนี้ไปพักผ่อนที่ห้อง” เขาไม่ตอบคำถามผมแถมยังสั่งให้ลูกน้องพาผมไปจากที่ตรงนี้อีกต่างหากในเมื่อเขาไม่ตอบผมก็จนปัญญาจะถามนอกจากจะเดินตามผู้ชายที่ชื่อโจวออกไป

ประตูห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนักถูกเปิดออก ก่อนที่คุณโจวจะเดินเข้าไปผมเลยต้องเดินตามเขาไปด้วยห้องใหญ่จนผมนึกตกใจเพราะมันไม่ควรจะอยู่คนเดียว!

“พักห้องนี้นะครับ” พูดจบเขาก็หันหลังให้ผมก่อนจะเดินออกไป

“เดี๋ยวครับ” ผมเรียกคุณโจวไว้เขาเองก็หันกลับมาก่อนจะมองหน้าผม

“ครับ”

“ผมอยากรู้ว่าใครคือคนๆ นั้น”

“ผมไม่ทราบครับ แต่รับรองได้ว่าระหว่างที่อยู่ที่นี่คุณจะปลอดภัย” เจ้านายกับลูกน้องไม่ต่างกันเลย

“แสดงว่าผมต้องไปที่อื่นอีกอย่างนั้นเหรอครับ”

“ใช่ครับถ้างั้นผมขอตัว” ตอบคำถามผมเสร็จก็เดินออกไปจากห้องนี้ทันที ทำไมทุกคนที่ผมตั้งคำถามต้องตอบในทำนองเดียวกันหมดแบบนี้เหมือนผมกำลังเดินตามเกมของใครสักคนอยู่ก็ไม่รู้สิครับ

 

เกมที่ไม่รู้ว่าใครจะชนะ!!!

 

            โรมิโอ

วินาทีแรกที่ได้เห็นเด็กคนนั้นผมก็ต้องยิ้มออกมาทันที ร่างเล็กบอบบางผิวขาวดวงตากลมโตน่าหลงใหลผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอสูรย์ถึงยอมเสียเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อประมูลมา

ผมไม่อยากสงสัยไปมากกว่านี้แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรไปหาไอสูรย์เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถึงยังไงหมอนั่นก็กำลังรอโทรศัพท์จากผมอยู่แน่นอน

“สวัสดีครับ” เสียงปลายสายที่ตอบรับก็ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“รอโทรศัพท์ฉันอยู่สินะ”

“พี่ก็น่าจะรู้ดี” นี่ละมั้งความเย่อหยิ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาหยามแต่ไม่รู้ทำไมผู้ชายที่ผมคิดว่าเข้มแข็งถึงยอมคนอื่นได้แบบนี้

“เด็กคนนั้นมาถึงแล้ว คราวนี้จะบอกได้หรือยังว่าเพราะอะไร?”

“ผมประมูลมาแพง ถ้าจะเสียไปตอนนี้คงไม่ได้” หมอนี่ตอบไม่ตรงคำถามของผมเลยครับ

“มันไม่ใช่คำตอบนะไอสูรย์”

“ผมต้องการลูกและเด็กคนนั้นก็สามารถมีให้ผมได้” ผมแทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเองเลยด้วยซ้ำ น้องชายกำลังบอกผมว่าอยากมีลูกถึงมันจะไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะยังไงตอนนี้หมอนี่ก็มีคู่หมั้นเป็นผู้ชาย

แต่ผู้ชายนี่นะจะมีลูกได้!

“คิดอะไรอยู่กันแน่ เด็กคนนี้เป็นผู้ชายนะ”

“ผู้ชายที่สามารถมีลูกให้ผมได้ถ้าไม่เช่นนั้นผมคงไม่ลงทุนขนาดนี้หรอกครับ” ความสงสัยของผมเริ่มลดน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

“มันไม่ใช่แค่นี้ใช่ไหม?”

“เก่งเหมือนเดิมเลยนะครับ” สุดท้ายผมก็เดาถูก

“ผมต้องการถอดหมั้นและเด็กคนนั้นก็สามารถช่วยผมได้” ต่อให้ไอสูรย์จะดูอ่อนแอมากแค่ไหนแต่ความเลือดเย็นในตัวของเขาก็มีมากกว่าสินะ

“นายคิดจะหลอกใช้เด็กคนนี้สินะ”

“ไม่เรียกหลอกใช่ แต่ช่วยกันมากกว่าเพราะถึงยังไงผมก็เสียเงินไปเยอะ”

“เลือดเย็นดีนี่!” มันคงไม่มีคำไหนเหมาะสมกับไอสูรย์แล้วสินะ "แต่จะว่าไปนายน่าจะมีทางหาผู้หญิงได้อยู่แล้วนี่และอาจจะไม่แพงขนาดนี้ด้วย"

"..." ไอสูรย์เงียบไปทันทีเมื่อเจอคำถามนี้ของผม

"คำตอบละ"

"พี่อย่ารู้ตอนนี้เลยครับ...อะไรที่มีค่าเรามักจะคิดว่าเขาไร้ค่าก่อนเสมอ"

"นายเตือนตัวเองอยู่สินะ..." 

“แล้วแต่จะคิดครับงั้นผมฝากด้วยนะแล้วจะรีบไปรับกลับมา”

ไอสูรย์กดวางสายไปแล้ว ตอนนี้ผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าสงสารเด็กคนนั้นสินะแต่ถ้าให้ช่วยคงเป็นไปไม่ได้เพราะเราสองคนรักษาสิทธิ์ซึ่งกันและกันที่จะไม่ยุ่งเรื่องของคนๆ นั้น ถ้าช่วยนะได้และที่สำคัญผมมีเรื่องสำคัญที่ไม่ได้บอกหมอนั่นด้วย!

“แล้วแต่ชะตากรรม ฉันขอให้นายเปลี่ยนความคิดไอสูรย์ได้ละกัน!

ผมทอดสายตามองไปนอกหน้าต่างผ่านกระจกบรรยากาศด้านนอกดูมืดสนิทราวกับว่าความเงากำลังแล่นเข้ามาในหัว สิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้คือเดินไปหาเด็กคนนั้นสินะและผมก็ทำอย่างที่คิดจริงๆ เดินออกจากห้องและตรงไปยังอีกห้องหนึ่ง เปิดประตูเข้าไปทันทีโดยไม่คิดจะขออนุญาตแต่พอเดินเข้ามาด้านในเด็กคนนี้ก็นอนหลับไปซะแล้ว

ยืนมองภาพร่างเล็กที่นอนหลับกอดหมอนข้างอยู่ใบหน้าที่หลับตาแต่สามารถสะท้อนให้ผมเห็นว่าเด็กคนนี้กำลังเศร้ามากแค่ไหน? ผมกับไอสูรย์เราไม่ต่างกันเรื่องขาดความรักความอบอุ่น...แต่คงต่างกันตรงที่ผมเคยได้รับสิ่งๆ นั้นมาก็เท่านั้นเอง!

แต่ผมก็ไม่คิดว่าน้องชายจะซื้อความสุขด้วยเงินและทำร้ายจิตใจคนอื่นได้เลือดเย็นขนาดนี้น้องชายที่ไม่เคยรู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองมีสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งคนเหมือนผม!

“นายผิดที่เกิดมาและได้เจอกับไอสูรย์!” ได้แต่เอ่ยมันออกมาเสียงแผ่วเบา ร่างเล็กที่นอนอยู่ก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้วจู่ๆ ดวงตาคู่เล็กก็ค่อยๆ ลืมขึ้นมาก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเห็นผม

พรึบ!

“คุณ” ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งทันทีก่อนจะขยับออกห่างจากผมไปชิดหัวเตียงผมแสยะยิ้มก่อนจะเดินไปเปิดไฟที่หัวเตียงแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างขอบเตียง

“ฉันทำให้นายตื่นหรือเปล่า” ร่างเล็กจ้องหน้าผมกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาเลย

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะฉันไม่ทำอะไรนายหรอก!

“นะแน่นะ!” น้ำเสียงสั่นที่แสดงอาการกลัวบอกกับผมใบหน้าซีดอยากร้องไห้มันน่าสงสารซะจริงๆ

“สัญญาครับ!

“...” ร่างเล็กไม่ได้ตอบแต่ยิ้มกลับมาให้ผมผ่อนลมหายใจและทำตัวให้เป็นปกติขึ้นกว่าเดิม

“บอกหน่อยได้ไหม? ผมต้องไปอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงเศร้าก้มหน้าถามผม ก็อยากจะบอกแต่ผมคงบอกไม่ได้

“นายชื่ออะไร?”

“อ๋องผมชื่ออ๋องครับ” เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งก่อนจะตอบคำถาม

“อ๋องน้อย!” ชื่อนี้น่าจะเหมาะกับคนตรงหน้าผมมากกว่าสินะ

“ผมไม่ชอบชื่อนี้เลย ทำไมทุกคนชอบเรียกผมแบบนี้” คำถามที่สงสัยเอ่ยขึ้นมา แล้วผมจะตอบถูกไหมเนี่ย?

“รวมถึงคนที่เคยประมูลนายไปด้วยหรือเปล่า?” ผมจ้องหน้าเด็กคนนี้ตั้งคำถามตรงประเด็นแต่คนตรงหน้ากลับนิ่งเงียบกำหมัดแน่นจ้องหน้าผม

“เขาไม่เคยเรียกชื่อผมด้วยซ้ำไป!” อ๋องน้อยพูดก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา ไม่รู้ทำไมผมถึงยื่นมือไปปาดน้ำตาให้กับเด็กคนนี้อย่างอ่อนโยนทั้งๆ ที่ผมไม่เคยทำมาก่อนร่างเล็กที่นั่งร้องไห้อยู่เมื่อกี้ก็โผล่เข้ามากอดผมทันทีเช่นกัน

“ฮือๆ ผมเกลียดเขาคุณช่วยผมได้ไหม? ผมอยากหนีไปจากเขา” ผมจะช่วยได้ยังไงในเมื่อผมตัดสินใจที่จะช่วยไอสูรย์ไปแล้ว

“นายไม่มีวันหนีไอสูรย์พ้นหรอกนะถ้าหมอนั่นไม่ต้องการจริงๆ” ผมได้แต่นึกในใจไม่พูดประโยคนี้ออกมาลูบศีรษะเด็กคนนี้เพื่อปลอบโยนแต่ร่างเล็กที่กอดผมอยู่ก็ยังคงร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ผมไม่อยากเจอเขาเขาใจร้าย!” ผมรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่ซึมลงมาบนเสื้อจนถึงเนื้อ...คงเจ็บปวดจริงๆ สินะ "ถึงตอนนี้ผมจะหนีเขาได้แต่เขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองขาดทุนหรอกครับ" เจ้าตัวคงหมายถึงเรื่องเงินที่ไอสูรย์เอาไปประมูลสินะ

“อ๋องน้อย!” ผมเรียกชื่อของเด็กคนนี้ก่อนจะคลายอ้อมกอดออกแล้วนั่งจ้องหน้าร่างเล็กที่เอาแต่ร้องไห้ “อย่าพยายามจะหนีเพราะยิ่งเราหนีมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเจอและไม่มีวันหนีพ้น”

“คุณไม่เข้าใจผมหรอก”

“นายนั่นแหละที่ไม่เข้าใจตัวเองรู้รึเปล่าว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรลงไปบ้าง? จดจำมันได้หรือเปล่า!” ผมตั้งคำถามจนเด็กคนนี้ต้องเงียบไป

“เรียนรู้จากบทเรียนที่ผิดพลาดแล้วก้าวเดินต่อไปให้ถูกต้อง ฉันว่าการหนีมันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแต่การเผชิญหน้าต่างหากคือสิ่งที่ดีที่สุด” ต่อให้ผมสอนใครต่อใครแบบนี้สักกี่คนแต่ทำไมชีวิตผมตอนนี้เหมือนกำลังวิ่งหนีความเจ็บปวดอยู่เลยละครับ

“คุณเหมือนไอสูรย์!!

อ๋องน้อยปาดน้ำตาตัวเองทิ้งไปก่อนที่สองมือเล็กคู่นั้นจะรั้งใบหน้าของผมเอาไว้มือไม้สั่นดวงตาทั้งสองข้างเพ่งเล็งมาที่ใบหน้าของผมเหมือนกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง

จะไม่ให้เหมือนได้ยังไงในเมื่อเราสองคนเป็นพี่น้องกัน!!!

“แววตาคุณเศร้าแต่คุณกลับอ่อนโยนกว่าเขา

 ใครบอกละ? ผมนะเลือดเย็นกว่าไอสูรย์อีกก็แค่ตอนนี้ผมกำลังเล่นละครอยู่มากกว่าและไม่อยากให้เด็กคนนี้รู้สึกกลัวผมด้วย

“คุณยิ้มให้ผมในขณะที่เขาเฝ้าแต่ทำร้ายผมด้วยสายตาและท่าทาง

ถึงผมจะยิ้มแบบที่เด็กคนนี้บอกมาจริงๆ แต่ข้างในผมกลับมีแต่ความรู้สึกว่างเปล่าก็แค่อยากอ่อนโยนทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าทำไม? หรือเพราะผมอยากให้เด็กคนนี้เป็นน้องชายอีกคน

“ทำไมผมไม่เจอคุณก่อนเขา แล้วทำไมเขาถึงเห็นแก่ตัวได้มากขนาดนี้” ผมจะพูดอะไรได้นอกจากจะนั่งฟังคำพูดของเด็กคนนี้และจ้องมองดวงตาคู่เล็กที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอออกมาอีกแล้ว

“ไอสูรย์จะไม่มีวันได้เจอกับคำว่า

“อ๋องน้อยฟังนะบางทีไอสูรย์อาจซ่อนบางอย่างที่นายไม่รู้เอาไว้ก็ได้เพราะฉะนั้นอย่าตัดสินคนอื่นเพียงเพราะการกระทำของคนๆ นั้นที่เราได้เจอมาแค่ไม่กี่ครั้ง” ผมพูดแทรกประโยคเมื่อกี้ของอ๋องน้อยทันทีจะว่าไปผมกำลังปกป้องน้องชายของตัวเองและทำร้ายเด็กคนนี้เหมือนกัน

แค่ผมบอกไปว่าใครคือคนที่ใช้ให้ผมประมูลเขามามันก็จบแต่ผมคงทำร้ายน้องชายตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เพราะหมอนั่นถูกทำร้ายมามากเกินพอแล้ว!

“ทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัวเหมือนกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าจะเอาออกมาใช้ตอนไหน?” มือเล็กทั้งสองข้างที่รั้งใบหน้าผมเอาไว้ตกลงไปอยู่ข้างลำตัวก่อนจะเอียงตัวหันไปมองทางอื่นผมลุกขึ้นยืนก่อนจะขยี้หัวเด็กคนนี้เพื่อให้กำลังใจ

“นายเหมือนน้องชายฉันเลยรู้ไหม? เหมือนตรงที่ปากแข็ง”

ไอสูรย์มีมันมาตั้งแต่เกิดและนายก็ด้วยถ้าฉันช่วยนายก็เท่ากับว่าฉันทำร้ายน้องชายตัวเองเพราะฉะนั้นนายนั่นแหละที่ต้องเป็นคนสอนให้ไอสูรย์รู้จักทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตโดยเฉพาะ

 

ความรัก...ความอบอุ่น...และความสุข' เพราะไอสูรย์ไม่เคยได้รับมันจริงๆ สักครั้ง

 

ความคิดเห็น