เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 ไว้ชาติหน้ามาพบกันใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ไว้ชาติหน้ามาพบกันใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2561 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ไว้ชาติหน้ามาพบกันใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 19

ไว้ชาติหน้ามาพบกันใหม่

น่าน :



"น่าน"

"..."

"ไอ้น่าน"

ผมหันมองไอ้ทิมที่เรียกเสียงดัง แต่ไม่ได้ฟังว่าก่อนหน้านั้นมันพูดอะไรก็เลยถามซ้ำไป

"พูดกับกูป่ะ"

"ทั้งห้องก็มีมึงกับกูเนี่ย พูดกับผีมั้ง"

"พูดว่าไงเหรอ"

"สติอะมีไหม"

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะเมื่อครู่มัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่

"มึงพูดไรเหรอ ขออีกที"

"กูบอกให้มึงไปอาบน้ำได้แล้ว"

"อ๋อ โอเค"

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ ช่วงนี้ผมมานอนที่บ้านไอ้ทิมเพราะไม่ยังอยากกลับหอ พูดตรงๆ คือผมไม่อยากเจอพี่ซี ผมถอนหายใจหลายครั้งต่อวัน ครั้งนี้ก็อีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ แวบหนึ่งที่ผมต้องหันขวับมองกระจกเพราะเห็นเงาของอะไรสักอย่างวูบผ่านหน้าผมไป แต่ก็เห็นแค่ตัวเองในกระจกนั้น ผมเลื่อนสายตามองซ้ายมองขวาอย่างช้าๆ ผมรู้สึกหนาวเย็นทั้งที่เหงื่อออก ผมระแวงจนคิดไปเองหรือว่ามีบางอย่างตามผมอยู่จริงๆ ก็ไม่แน่ใจ แต่หลายครั้งที่ผมเห็นเงาของบางคนในกระจก หลายครั้งที่ต้องเหลียวมองข้างหลังเพราะรู้สึกว่ามีคนตามมา

 ผมสงสัยว่าใช่คิทหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นมันก็ช่วยออกมาให้เห็นตรงๆ เลยเถอะ

ผมออกมาจากห้องน้ำ ทิมก็นอนอยู่บนเตียงรออยู่แล้ว มันเอาผ้าห่มผืนนิ่มที่ผมชอบไปใช้อีกแล้ว รู้ว่ามันเป็นของมันแหละแต่ผมชอบผืนนั้นมันอุ่นดีเลยดึงๆ อยู่สองสามทีให้มันปล่อย

"อะไร"

"ขอผืนนี้"

"มึงนี่!"

"กูชอบอะ"

"รำคาญ เมื่อไรมึงจะกลับหอมึงไปสักที"

"มึงอย่ามาบ่นเลย กูไม่ได้อยู่เฉยๆ กูกวาดห้องให้มึงด้วยนะ"

"กูไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอก แต่มึงมานอนกับกูทุกวันแบบนี้ กูกลัวอดใจไม่ไหว อยากปล้ำมึงใจจะขาด"

ไอ้เหี้ย

ผมด่ามันโดยไม่มีเสียง ทิมทำหน้าสะดีดสะดิ้ง ก่อนจะดึงผ้าห่มอีกผืนขึ้นมาห่ม ผมเอื้อมมือไปปิดไฟแล้วก็พร้อมจะนอน ช่วงนี้ผมเหนื่อยล้ากับความคิดตัวเองมากจนนอนไม่ค่อยหลับ ไอ้ทิมหัวถึงหมอนก็ลาหลับไปก่อนแล้วอย่างรวดเร็ว ทิ้งผมให้พลิกตัวไปๆ มาๆ กลัวทิมมันจะรำคาญผมเลยพยายามนอนอยู่นิ่งๆ แล้วข่มตาให้หลับ เกือบชั่วโมงก่อนความง่วงจะทำงาน ผมจึงหลับตาลงไป ครู่เดียวก็ลืมขึ้นมาอีก ลืมขึ้นมองที่ปลายเตียง เห็นคนยืนอยู่ตรงนั้นจึงสะดุ้งเฮือกจนดีดตัวเองขึ้นมามอง ผมคิดว่าเป็นไอ้ทิมแต่หันไปมองตัวมันก็นอนอยู่ข้างๆ ใจผมเต้นรัวระทึก ลมหายใจติดขัดตอนหันมองไปรอบๆ แต่ไม่เจอกับอะไรแล้ว

"ติ๊ง!"

ผมสะดุ้งอีกครั้งพลางหันขวับไปมองหน้าจอมือถือที่สว่างวาบขึ้นมาเพราะมีไลน์เข้า พ่นลมหายใจเบาๆ แล้วหยิบมือถือนั่นมาเปิดดู พบว่าเป็นไลน์จากกรุ๊ปที่หอ ผมเกือบจะไม่สนใจแต่ข้อความแจ้งเตือนที่หน้าจอนั่นทำให้ต้องหยุดมอง

น้ำขิง*:*เฮียถูกรถชน มาที่โรงบาลเร็ว

พี่ซี…

ผมเลื่อนอ่านข้อความของคนอื่นที่ส่งมาติดๆ กัน อีกมือก็สะกิดเรียกให้ทิมตื่น

"มีไร"

"กูไปข้างนอกนะ"

"ไปไหน"

"พี่ซีถูกรถชน กูจะไปหาเขา"

ผมโกรธพี่ซีอยู่ แต่ผมเป็นห่วงเขามากกว่าจึงต้องไปหาเขา ผมยืมรถทิมแล้วรีบตรงมาที่โรงพยาบาล ก่อนมายืนเคว้งอยู่ที่แผนกฉุกเฉิน ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนต่อ ขณะกำลังสับสนว่าจะโทรหาใครดีในตอนนี้ ผมก็หันไปเห็นแคทที่ยืนลนลานอยู่ตรงนั้นเหมือนกันจึงรีบวิ่งเข้าไปหา

"แคท"

"พี่น่าน มาหาพี่ซีใช่ป่ะ หนูรู้จากพวกพี่ที่คณะก็เลยรีบมา ไปกัน" แคทดึงมือผมไปอีกทาง ก่อนมาถึงห้องที่พี่ซีอยู่แคทเลื่อนประตูของโรงพยาบาล ส่วนผมสูดลมหายใจเรียกสติแล้วเดินตามเข้าไป พี่ซีนั่งอยู่บนเตียงหันมามองผมกับแคท ถ้าได้ยินไม่ผิด ผมว่าเมื่อกี้เขากำลังคุยกับใครอยู่ โรงพยาบาลเต็มไปด้วยสิ่งไม่มีชีวิตและเขาก็คงคุยกับผีบางตัวอยู่แน่นอน  

ผมโล่งอกเมื่อเห็นสภาพของเขาที่ดูไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงอะไรและเขาก็ดูมีสติดี พี่ซียิ้มให้ผมเหมือนทุกครั้ง คราวนี้ผมยิ้มตอบ เพราะอยากให้เขารู้ว่าผมดีใจที่เขาไม่เป็นอะไร  

"พี่ เป็นไงมั่ง" แคทถามขณะไล่สายตาสำรวจร่างกายคนบนเตียง

"ก็ดี"

"หนูโกรธพี่อยู่ แต่อดเป็นห่วงไม่ได้ พี่ไม่เป็นไรมากใช่ไหม"

"อือ"

เขาตอบสั้นๆ แล้วก็จ้องมองมาที่ผม ผมก็มองไปที่เขาแต่เราทั้งคู่ไม่พูดอะไร แคทใช้ศอกกระแทกผมเพื่อให้ผมพูดอะไรบางอย่าง

"แล้ว...แล้วไปทำยังไงถึงถูกรถชน" ผมถามอึกอัก

"ไม่รู้ดิ"

"เฮ้ย นี่หัวกระแทกเหรอ จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ สมองเสื่อมเลยป่ะ หนูชื่อไรจำได้ป่ะ" แคทนั่งลงขนเตียงกับพี่ซีแล้วถามหน้าตาตื่น พี่ซีหัวเราะเบาๆ แล้วดึงแคทเข้าไปกอด แม้แต่แคทเองก็ตกใจที่อยู่ๆ เขาทำแบบนั้น

"น้องแคทไง"

"ไรนะ"

"ใครจะไปลืมน้อง"

"พี่ซี พี่เรียกหนูว่าไงนะ"

"น้องแคทไง"

"พี่ซี สมองกระแทกหรือเมาเนี่ย ให้เรียกหมอไหม"

"อะไร เมื่อก่อนก็เรียกงี้ตลอด"

แคทเงียบไป ผมเองก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน มีคนเดียวที่เรียกแคทแบบนั้น มีแค่คิทที่เรียกแคทแบบนั้น

"พี่ซี หนูว่าพี่ผิดปกติมาก หนูตามหมอให้นะ" แคทพูดรัวแล้วลุกออกนอกห้องไป 

"ไม่เคยเปลี่ยนเลยน้องแคท" พี่ซีหัวเราะเบาๆ แล้วเลื่อนสายตามาที่ผม  

"น่าน กูรู้มึงคิดอะไรอยู่"

"ผมไม่ได้คิดอะไร"

"กูไม่ใช่พี่ซี กูคือคิท"

"พี่ซี ผมมาหาพี่เพราะเป็นห่วงทั้งๆ ที่ยังโกรธอยู่ แล้วพี่จะยังเล่นไม่เลิกเหรอ"

"น่าน กูเอง"

"ไม่ตลกโว้ย พี่เล่นอะไรของพี่วะ"

"นี่กูเอง"

"..."

"คิทไง"

มันมีเรื่องที่คนอื่นไม่เชื่อแต่ผมก็เชื่อ มีเรื่องที่คนบอกว่าไร้สาระแต่ผมคิดสวนทาง แต่ครั้งนี้มันเกินไป พี่ซีเล่นแรงเกินไป

"เป็นไปไม่ได้" ผมพูดเบาๆ แล้วก้าวเท้าถอยออกมา

"น่าน อย่าเพิ่งไป"

"..."

"เข้ามาใกล้ๆ กูหน่อยได้ไหม กูลุกไปหามึงไม่ได้"

ผมพยักหน้าเบาๆ กับตัวเอง มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเชื่ออะไรไร้สาระแบบนี้ ผมกลั้นใจหมุนตัวกลับไปหาเขาแล้วจ้องหน้าอยู่อย่างนั้น คนตรงหน้าผมคือพี่ซีแต่คำที่พูดออกมาไม่อาจชัดเจนได้ว่าเขาคือพี่ซี

"กูแค่อยากคุยกับมึงอีกครั้ง มึงกำลังเข้าใจอะไรผิดในหลายๆ เรื่อง"

ผมยกมือเบรกสิ่งที่เขากำลังจะพูด

"กูจะเชื่อได้ไงว่ามึงคือคิท"

"กูรู้มันยาก แต่กูอยู่ตรงนี้จริงๆ"

ผมเดินเข้าไปใกล้เขากว่าเดิม มองหน้าเขา ที่ยังไงก็คือพี่ซี เพราะในสายตาผมนี่มันคือพี่ซี เขาดึงมือผมให้ลงไปนั่งข้างๆ ใช้มือข้างหนึ่งแตะเข้าที่ข้างแก้มของผม

"ไม่ได้มองหน้ามึงชัดๆ นานแล้ว"

"..."

"ตั้งแต่ที่ร้านเหล้าวันนั้น"

ใจผมกระตุกวูบเมื่อเขาพูดแบบนั้น พี่ซีไม่มีทางรู้เรื่องวันนั้น

"น่าน กูได้ยินทุกคำที่มึงพูดแล้วนะ คำบอกรักของมึงก็ได้ยินตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้วเว้ย"

พี่ซีคงไม่รู้ว่าผมพูดอะไรเมื่อสามปีก่อน

"สามปีแล้วนะ ที่ไม่ได้คุยกับมึงแบบนี้"

"คิท..."

"กูเอง กูทำให้มึงมองเห็นไม่ได้ แต่สามปีมานี้กูอยู่ข้างๆ มึงตลอดเลยนะ"

"เป็นมึงจริงๆ ด้วย"

"ขอโทษที่ทำให้กลัว แต่กูเองที่ตามมึงไปทุกที่เลย"

"ไอ้เหี้ย"

"ด่ากูทำไมเนี่ย" เขาใช้มือดึงผมเข้าไปแล้วกอดด้วยแขนข้างที่ไม่เจ็บ ผมไม่ลังเลที่จะเชื่อว่านี่คือคิทจริงๆ มันเหลือเชื่อแต่เป็นไปแล้ว ผมมองเข้าไปในตาของพี่ซี แต่กลับเป็นคิทที่อยู่ตรงนี้ ผมปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลออกมาแล้วเอยคำพูดปนความโกรธเคืองออกไปเบาๆ

"มึงทิ้งกู"

"มันเป็นอุบัติเหตุ กูก็เสียใจ"

"กูคิดถึงมึงมากจริงๆ"

"คิดถึงมึงเหมือนกัน"

ผมซบหน้าตัวเองลงไปบนไหล่ของร่างพี่ซีแล้วร้องไห้ออกมาโดยไม่อาจกลั้น

"น่าน อย่าโกรธพี่ซีที่เขาโกหกมึงเลย กูไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่ได้ยินที่มึงพูดนะ"

"..."

"มันมีเรื่องราวเยอะแยะเลยที่มึงยังไม่รู้ แต่พี่ซีไม่อยากให้มึงรู้ กูเลยพูดไม่ได้ แต่ขอให้มึงจำเอาไว้ ถ้ามึงจะโกรธ โกรธกูคนเดียว"

"..."

"กูรักมึงนะน่าน จะตอนอยู่หรือตายกูก็รักมึงแค่คนเดียว กูเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับมึงแล้ว"

"..."

"เสียใจมากจริงๆ"

"..."

"น่าน มึงรักคนอื่นได้นะ กูยอมแล้ว"

ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

"กูขอโทษคิท"

"มึงไม่ผิดเลยน่าน ผิดที่กูคนเดียวเลยที่ทำให้มึงต้องติดอยู่กับคำพูดของกูจนไม่กล้ารักใคร"

"มึงไม่โกรธกูใช่ไหม"

"ตอนแรกก็ไม่พอใจ แต่กูมาคิดใหม่ก็ยอมแล้ว กูตายไปแล้ว ทำอะไรเพื่อมึงไม่ได้แล้ว อยู่ข้างๆ มึงยังไม่ได้เลย กูจะไปหวงมึงไว้ทำไม"

"..."

"ไม่อยากเห็นมึงเสียใจแล้ว ต่อไปนี้มึงรักเขาเท่าที่มึงอยากรักได้เลย ละทิ้งกูออกไปจากใจมึงได้แล้ว"

"..."

"มึงมีคนดีๆ ที่อยู่ข้างๆ กูก็สบายใจแล้ว"

"..."

"กูดีใจที่ได้คุยกับมึงอีกครั้งนะ คราวที่แล้วไม่ทันได้บอกลา โชคดีที่มีโอกาสนี้อีกครั้ง"

"มึงพูดแบบนี้ แปลว่าจะไปแล้วใช่ไหม"

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

"กูอยู่นานเกินไปแล้ว ตอนนี้หมดห่วง ทั้งเรื่องมึงและเรื่องอื่น ก็คงต้องไป"

"มึงจะไปไหนเหรอ ต่อจากนี้"

"ไม่รู้ว่ะ กูคนบาปคงไม่ใช่สวรรค์แน่ๆ" เขาหัวเราะ แต่ผมไม่ น้ำตาไหลออกมาอีกระลอก

"คิท มึงควรจะบอกลาทุกคน พ่อแม่มึง แคท หรือไอ้ทิม ให้กูเรียกพวกเขามา..."

"ไม่ๆ น่าน ไม่" เขาดึงมือผมที่กำลังจะลุกออกไป  

"พวกเขาทำใจได้แล้ว อยู่ในจุดที่เสียใจกับกูมามากพอ พวกเขาไม่เป็นไร ห่วงก็แต่มึง"

"กูขอโทษที่รั้งมึงเอาไว้"

"บอกแล้วไม่ใช่ความผิดมึง หยุดขอโทษ หยุดรู้สึกผิดได้แล้ว เข้าใจไหม"

ผมพยักหน้าแต่ก็หยุดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้

"น่าน"

"..."

"กูจูบมึงได้ไหม"

ครั้งนี้ก็ไม่รอให้ผมตอบอะไร ดึงหน้าเข้าไปทำเหมือนครั้งสุดท้ายที่มันทำ น้ำตาผมหยุดไหลไม่ได้ จูบไม่ได้เกิดจากความรักหรือปรารถนา มันกลับเป็นจูบลา จูบสุดท้ายเพื่อแทนทุกคำบอกลาไปตลอดกาล

"กูไปนะ"

ผมพยักหน้าเบาๆ ในใจไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแต่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปรั้งมันไว้ ได้แต่พูดเบาๆ ด้วยคำที่สุดฝืน คำบอกลาที่เจ็บปวดหัวใจที่สุด

"โชคดีนะคิท ไว้ชาติหน้ามาเจอกันใหม่"

ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่เก็บเอาไว้ ปล่อยให้มันฟูมฟายออกมาตรงนี้อย่างไม่อาย ก่อนเสียงหนึ่งของคนบนเตียงจะพูดขึ้นเบาๆ

"ร้องไห้ทำไม พี่ยังไม่ตาย"

ผมพยายามหยุดร้องไห้แล้วยันกายขึ้นไปหาพี่ซี โผเข้ากอดเขาเอาไว้แน่น พี่ซีกดหน้าผมลงบนไหล่ของเขา ใช้มันเป็นที่รองรับน้ำตาของผมที่ไหลออกมาไม่หยุด

"ไม่ร้องนะ"

"..."

"อย่าร้องเลยนะ"

ผมกอดพี่ซีเอาไว้แน่น ผ่านอ้อมกอดนั่นมีคำขอโทษของผม และมากกว่านั้นคือคำว่าขอบคุณที่อยากบอกกับเขาเป็นพันๆ ครั้ง



To be continued.


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น