หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 64 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 64 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 963

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2561 09:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 64 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (2)
แบบอักษร

            เฟิงปู้เจวี๋ยลืมตาขึ้น มองเห็นแสงไฟอ่อนๆ ภายในยานเกมส์ แต่เนื่องจากการอดนอนทั้งคืนเมื่อคืนก่อนบวกกับการนอนหลับไม่สนิท ทำให้เขาลืมตาขึ้นมาได้ยาก ช่วงการนอนในตอนตีสี่ถึงเที่ยงถูกรบกวนด้วยนาฬิกาปลุก

            เวลาตีสองครึ่ง เขาตัดการเชื่อมต่อจากระบบประสาทและออกมาจากยานเกมส์ เขารู้สึกว่าเขาอยากจะเขียนอะไรสักอย่าง

            เขาเปิดประตูยานออก และก้าวเท้าออกมา ขณะที่เขาก้าวเท้าก็เหยียบถูกอะไรก็ไม่รู้เหนียวเต็มพื้นไปหมด ......

            ในห้องของเขาตอนนี้มืดสนิท เขาไม่ได้ใส่รองเท้า ใส่แค่ถุงเท้า ในชั่วขณะพริบตาเดียว เขาก็คาดการณ์แบบปกติของเขา : “ฉี่แมว ......” เขาก้มหน้าลง “ยังมาส่งเสียงเมี๊ยวซะอีก!”

            หลังจากนั้นยี่สิบนาที เขาก็ทำความสะอาดถูพื้น ซักถุงเท้า จนเสร็จ แล้วก็มานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และสบตากับเจ้าอาร์ธัส

            ในยุคสมัยนี้คนส่วนมากให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวมาก ดังนั้นการเก็บเสียงระหว่างห้องนั้นดีมาก มิเช่นนั้น เสียงตะโกนร้องตอนตีสาม เสียงเครื่องซักผ้า เสียงถูพื้นของเฟิงปู้เจวี๋ย คงทำให้เพื่อนบ้านขึ้นมาเคาะประตูบ้านแล้ว

            ดวงตาสีดำด้านในของอาร์ธัสส่งประกายแสงสีเขียว มองนานๆ ไปจะรู้สึกตื่นกลัว เฟิงปู้เจวี๋ยมองจ้องมันครู่หนึ่ง ถอนหายใจ : “ฉันจะมาจัดการนายพรุ่งนี้”

            เขาจับเจ้าแมวจากโต๊ะลงพื้นไป แล้วเปิดคอมพิวเตอร์และกรอกรหัส ต้นฉบับของ “สองนักสืบพเนจรและเจ้าแมวเหมียว” ของเดือนนี้ยังไม่รู้อยู่ไหนเลย ตอนนี้เป็นจังหวะมีอารมณ์เขียนพอดี เหมาะที่จะเป็นเวลาที่ลงมือเขียน

            เรื่องของผู้พัฒนาเป็นอะไรที่คาใจเฟิงปู้เจวี๋ยมาก “หากการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบางอย่างมันคือความผิดพลาด หลังจากที่มันมาถึงบนโลกแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?” คำถามนี้มันคาอยู่ในจิตใจของเขาตลอด

            เมื่อใดที่เขาพบปัญหาที่หาคำตอบไม่ได้ เขาจะเขียนปัญหาลงไปในนิยายของเขา เขาไม่ได้คิดที่จะให้ผู้อ่านมาช่วยหาคำตอบหรือตอบคำถามของเขา เขาก็รู้ดีว่าคำถามพวกนี้มันไม่มีคำตอบ เขาแค่อยากให้คนอื่นๆ นำกลับไปทบทวนหรือนึกคิดก็เท่านั้น

            พูดง่ายๆ ก็คือ การกระทำของเฟิงปู้เจวี๋ยก็คือ ...... เมื่อเขาเจอเรื่องที่คาใจหาคำตอบไม่ได้ เขาจะนำเรื่องส่วนตัวแปลงให้เป็นเรื่องคาใจของคนส่วนมาก ทำให้ทุกคนคาใจเหมือนๆ กับเขา ซึ่งเป็นผลเสียต่อคนอื่นอย่างมาก

            แน่นอนว่า เฟิงปู้เจวี๋ยคงไม่สามารถนำประสบการณ์และเรื่องราวในเกมส์ทั้งหมดเขียนออกไปตรงๆ ทั้งหมด เขาจำเป็นต้องสร้างโครงเรื่องขึ้นมาใหม่ ทำให้ผู้พัฒนามีรูปร่างและตัวตนขึ้นมา และเป็นส่วนหนึ่งของ “สองนักสืบพเนจรและเจ้าแมวเหมียว”

            ทุกครั้งที่เราจดจ่อกับอะไรบางอย่าง เวลามักจะเดินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาปลีกตัวออกมาจากเรื่องราว ก็พบว่าฟ้าสว่างมากแล้ว อย่างน้อยในเดือนนี้เขาก็สามารถวาดโครงเรื่องได้แล้ว ในเวลาห้าถึงหกชั่วโมง เฟิงปู้เจวี๋ยคงไม่สามารถปิดต้นฉบับได้เสร็จ เขาแค่สร้างโครงเรื่องขึ้นมา งานส่วนนี้ก็ใช้สมองไปไม่น้อย เมื่อส่วนนี้สำเร็จแล้ว ส่วนต่อไปมันก็จะง่ายขึ้นเยอะ แค่เพิ่มเนื้อหาลงไปในเค้าโครงทั้งหมด มันก็กลายมาเป็นต้นฉบับได้แล้ว หลังจากนั้นค่อยเรียบเรียง จัดรูปเล่ม ก็จะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ในส่วนของการตรวจพิสูจน์อักษร ก็จะเป็นหน้าที่ของบรรณาธิการสำนักพิมพ์ แต่งานของเฟิงปู้เจวี๋ยส่วนมากก็ไม่มีอะไรให้ตรวจพิสูจน์อักษรอยู่แล้ว เขาเป็นคนละเอียดในทุกๆ ขั้นตอนอยู่แล้ว

            วันอาทิตย์ของสัปดาห์นี้ อากาศดีไม่เลวเลย เท่าที่เฟิงปู้เจวี๋ยรู้ ทุกวันอาทิตย์ หวังทั่นจือจะไปเป็นอาสาสมัครให้กับโรงเรียนอนุบาล หากใช้คำพูดของเฟิงปู้เจวี๋ยพูดนั้นก็คือ “ไปเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกับนาย”

            เฟิงปู้เจวี๋ยค่อนข้างจะเฉยๆ กับกิจกรรมการกุศล หากเทียบกับเสี่ยวทั่น หากเขาไปร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ...... พูดกันอ้อมหน่อยคือ “ขัดกับจริต” ไปหน่อย พูดตรงๆ ก็คือ อาจจะตกใจจนร้องไห้ได้เลยนะ (หมายถึงเด็กๆ)

            เมื่อพูดถึงเฟิงปู้เจวี๋ย คนในวงการตำรวจนี่รู้จักกันดีเลย พี่เจวี๋ยเป็นบุคคลในตำนานเลย ...... อย่างศพในโรงพยาบาลหายไป หมาแมวของบ้านไหนหายไป เด็กคนไหนทำหลอดไฟระเบิด พืชเพาะปลูกอะไรแปลกๆ เศษหินแปลกต่างๆ ...... หากมีคนแจ้งความเรื่องราวเหล่านี้ หาเฟิงปู้เจวี๋ยคนเดียวเอาอยู่ หากเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เขาทำ ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ให้เขาเป็นที่ปรึกษาไม่มีปัญหาเลย

            เฟิงปู้เจวี๋ยคิดว่าการทำแบบนี้ไม่ใช่ไม่ดี คนที่ไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเช่นเขา มักจะชอบช่วยเหลือคนอื่นมากกว่า หากบอกว่าช่วยคนอื่น ก็สู้แบ่งปันความรู้สึก “ถูกต้องการ” จะเหมาะกว่า พูดง่ายๆ เขาชอบให้คนอื่นมาขอร้องเขา และความคิดแบบนี้ของเขาแบบนี้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับสังคม มันเป็นแค่ความชอบล้วนๆ

            สรุปแล้วก็คือ ในวันอาทิตย์นี้ก็จะเป็นวันว่างของเฟิงปู้เจวี๋ยอีกวัน เมื่อคืนเขานอนแค่สองชั่วโมงเท่านั้น และตอนนี้มีสภาวะราวกับ “ฝัน” อยู่ในเกมส์เหมือนเดิม ที่ลุกขึ้นมาเขียนนิยายต่อจนถึงเช้า เขารู้สึกง่วงแล้วในตอนนี้ เขาหาวนอนแล้วก็ไปที่ห้องนอนแล้วหลับเป็นตาย

            เมื่อเขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มองไปที่นาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยวตรงพอดี

            สิ่งแรกที่เฟิงปู้เจวี๋ยมองนั่นก็คือมี “ซาก” ของอาร์ธัสบริเวณข้างเตียงหรือไม่ ดีที่ไม่มี แต่เมื่อเขามาถึงห้องรับแขก ก็เห็นอยู่เป็นกองเลย

            ในฐานะที่เขาเคยเลี้ยงแมวมาก่อน เขามีวิธีจัดการของเขาอยู่แล้ว ก่อนอื่นจับอาร์ธัสไปยังข้างผลงานที่มันสร้างไว้ แล้วใช้มือทั้งสองขยี้ไปยังหน้าของมัน แล้วใช้กระดาษทิชชู่หยิบกองผลงานของมันบนพื้นขึ้นมา วางไว้บนกระบะ แล้วก็นำเจ้าอาร์ธัสไปไว้ข้างๆ กระบะทราย แล้วลูบหัวมัน เพื่อให้มันรับรู้ว่านี่เป็นที่ของมัน

            ตอนเด็กๆ เฟิงปู้เจวี๋ยเคยฝึกสัตว์เลี้ยงโดยการใช้ชักโครกห้องน้ำ แต่มันล้มเหลว มันแสดงให้เห็นว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อแมว หากพวกมันไม่ระวังก็จะตกลงไปในนั้น ส่วนหลังจากนั้นแทบไม่อยากคิดถึง ……

            เมื่อเขาจัดการสิ่งสกปรกจนเสร็จ เขาก็ไปหาอะไรให้ตัวเองกิน เมื่อวานหลังจากซื้ออาหารเช้าเรียบร้อยแล้วแม้แต่เศษเงินเขาก็ไม่เหลือแล้ว ในตอนนี้เฟิงปู้เจวี๋ยมีสถานะ “มีตัวไร้เงินแม้แต่สลึง” ยังดีว่ายังมีท่านเป่ากับเสี่ยวทั่นเลี้ยงข้าวสองมื้อ ทำให้อยู่ท้องไปได้ ที่เหลืออีก 9 วัน จนถึงวันจ่ายค่าต้นฉบับกลางเดือน หากไม่มีช่องทางทำมาหากินอื่นๆ เขาก็จะต้องทำตามแผนค่าใช้จ่ายที่คำนวณอย่างเคร่งครัด ต้มซุปและมาม่ากินพอ

            “เมี๊ยว......” อาร์ธัสเห็นเฟิงปู้เจวี๋ยกำลังเข้าครัว เหมือนกำลังจะทำอะไรดีๆ สักอย่าง ก็คิดอยากมีส่วนร่วมบ้าง

            เฟิงปู้เจวี๋ยก้มหน้าและกวาดสายตามองมัน : “อาหารแมวของนายอร่อยกว่านี้ตั้งเยอะ”

            อาร์ธัสเหมือนจะฟังรู้เรื่อง มันหันหน้าเดินกลับออกไปทันที แล้วนอนกองลงบนโซฟา

            หลังจากนั้นสิบนาที เฟิงปู้เจวี๋ยก็ยกบะหมี่ที่ทำเองมายังหน้าคอมพิวเตอร์ เขาเปิดเครื่อง แล้วเข้าสู่ระบบเว็บบอร์ดสวนสนุกสยองขวัญ ก็ไม่รู้มันเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เหมือนมันเป็นความเคยชินไปแล้ว เวลากินอะไรจะต้องดูอะไรไปด้วย หรือคุยกับใครไปด้วย ไม่งั้นเหมือนชีวิตจะขาดรสชาติอะไรไป

            เขาเพิ่งจะคีบบะหมี่เข้าปาก แสงอะไรสักอย่างก็ปปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ด้านบนของเว็บบอร์ดมีตัวอักษรวิ่งมาเกือบจะทำให้เขาสำลักตาย

            “เนื่องจากมีจำนวนผู้เล่นมีเลเวลสูงสุดเกินจำนวน 10% ของผู้เล่นทั้งหมดในช่วงทดสอบระบบแล้ว ทางเกมส์จึงได้ทำการปิดเซิร์ฟเวอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะทำการอัพเดทระบบทั้งหมดภายใน 48 ชั่วโมง และทำการเปิดเวอร์ชั่นระบบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในเร็วๆ นี้”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}