หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 63 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 63 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 960

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2561 13:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 63 วันว่างๆ ของเฟิงปู้เจวี๋ย (1)
แบบอักษร

            [ผ่านด่านสำเร็จแล้ว กำลังคำนวณรางวัล]

            [ค่าประสบการณ์ที่ได้รับ: 5500 เหรียญ: 55000]

            [ไอเทม/สิ่งของที่ได้รับ: ไม่มี]

            [ภารกิจที่รับ/สำเร็จ: 2/2]

            [สำเร็จภารกิจพิเศษ ภารกิจลับ: 0 ปลดล็อกโลกทัศน์: ไม่มี]

            [ค่าความสยองที่ถูกกระตุ้น: 0 ครั้ง ค่าความสยองสูงสุด: 0% ค่าความสยองเฉลี่ย: 0%]

            [ระดับความหวาดกลัวของท่านคือศูนย์รวมแห่งความกล้าหาญ จะได้รับรางวัลพิเศษหนึ่งชิ้น กรุณาเลือกรับภายหลัง]

            [ค่าทักษะ: 323]

            [ค่าทักษะเพิ่มค่าประสบการณ์: 3230 เหรียญเกม: 32300]

            [รางวัลผ่านด่าน: ประสบการณ์พื้นฐานเพิ่มขึ้น 100%: 5500]

            [คำนวณเสร็จสิ้น กรุณาดำเนินการต่อ]

            หลังจากที่ยี่สิบสามบอกลากับเฟิงปู้เจวี๋ย เขาก็ถูกส่งตัวออกมา แต่มีคำถามมันวนเวียนอยู่ในสมองของเฟิงปู้เจวี๋ยตลอดเวลา เขาไม่แค่ต้องกลับไปคิด ...... หากเกิดมาก็มีโปรแกรมจิตสำนึกมาพร้อมกับชุดข้อมูลสติปัญญา เหล่าผู้พัฒนา ควรจะได้เป็น “สิ่งมีชีวิตระดับสูง” หรือไม่ และควรได้รับความเคารพ หรืออย่างน้อย ...... ก็ไม่ควรโดนไล่ล่าฆ่าฟันเพราะการ “มีอยู่” ของพวกเขาอีก

            คำตอบของคำถามพวกนี้มันใช้แค่หลักการไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะในโลกนี้คงไม่สามารถแยกถูกผิด หรือควรไม่ควร ได้ทุกเรื่องหรอก  ดังนั้นเรื่องบางเรื่อง มันไม่มีคำตอบ มีเพียงผลลัพธ์ เฟิงปู้เจวี๋ยเป็นเพียงแค่คนธรรมดา เขาไม่มีความสามารถและอำนาจไปจัดการเรื่องพวกนี้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่คิดเท่านั้น

            [ท่านเลื่อนขึ้นเป็นเลเวล 13 ค่าความแข็งแกร่งสูงสุดเพิ่มขึ้น ปัจจุบันคือ 1300/1300]

            เสียงระบบแจ้งเตือนดึงสติเขากลับมา

            “พี่เจวี๋ยพี่โอเครึเปล่า? ทำไมผ่านไปตั้งหลายนาทีแล้วเพิ่มออกมาล่ะ?” เสียงของหวังทั่นจือก็ดังขึ้นมาพอดี

            “สบายใจได้ ไม่ตาย” เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าว “ฉันเลื่อนเป็นเลเวล 13 แล้วไม่ใช่เหรอ”

            หวังทั่นจือกล่าว : “เอ๋? ตอนนี้ฉันแค่เลเวล 12 กับประสบการณ์อีก 2000 กว่า ฉันยังเล่นมากกว่าพี่อีกตั้งด่านหนึ่งนะ เป็นช่องว่างความต่างของค่าทักษะหรือเปล่า”

            “ความจริงความต่างของค่าทักษะโอเคอยู่นะ ถึงแม้ว่าในโหมดความอยู่รอดแบบทีมค่าทักษะมากกว่าของนาย 300-400 ค่าประสบการณ์ก็จะห่างกันแค่ 3000 -4000 เท่านั้นเอง ประเด็นคือฉันได้รางวัลค่าประสบการณ์พิเศษจากภารกิจลับในด่านที่แล้วด้วย นอกจากนี้ ฉันยังรับค่าประสบการณ์จากระดับความสยองเพิ่มอีก 40%” เฟิงปู้เจวี๋ยอธิบาย

            “นี่......พี่เจวี๋ย ถ้าพี่เข้าเล่นโหมดเดี่ยว ขอแค่ผ่านด่านแล้วรับประสบการณ์เพิ่ม 40% แบบนี้พี่ก็อัพเลเวลได้ไวขึ้นแล้วดิ ไม่แน่อาจจะสามารถทำจนเลเวลสูงสุดได้นะ!” หวังทั่นจือกล่าว

            “ข้อนี้ฉันเคยคิดเหมือนกัน หากจะทำจริงๆ น่าจะทำได้ แต่ถ้าฉันเล่นมันจะทำให้ดูเหมือนว่าฉันกำลัง ‘โกง’ เรื่องเป็นผู้เล่นสูงสุด มันจะกลายให้ฉันเป็นเหมือนเทพ อีกอย่างได้เป็นผู้เล่นระดับสูงสุดก็ไม่ได้มีรางวัลพิเศษอะไร มันไม่ได้สำคัญสำหรับผู้เล่นทั่วไปอย่างเรา ทำไปแล้วอาจจะยุ่งยากมากกว่าด้วยซ้ำ” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบ

            หวังท่านจือพูดว่า : “เลเวลสูงสุดในช่วงทดสอบระบบ คือเลเวล 20 แต่ในช่วงเปิดระบบเป็นทางการ มีถึงเลเวล 50 เปิดลงทะเบียนแล้วด้วย ผู้เล่นเลเวลสูงสุดอาจจะได้รางวัลนั้นช่วงนั้นมั้ง?”

            เฟิงปู้เจวี๋ยยิ้มตอบ : “มันไม่ต่างกันเท่าไรหรอก ต่อให้เป็นช่วงที่เปิดระบบอย่างเป็นทางการก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บริษัทเกมรู้ดีอยู่แล้ว เลเวลสูงๆ ส่วนใหญ่ก็คนของสตูดิโอเกมทั้งนั้นแหละ ผู้เล่นทั่วไปไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะทรัพยากรที่มีก็ไม่เหมือนกันละ นอกจากเรื่องเวลา ที่เหลือแทบไม่มีอะไรที่เทียบกันได้เลย ดังนั้น นายลองดูเจ้าคนที่ชื่อ ‘ผู้กล้าไร้ความหวาดกลัว’ สิ ช่วงทดสอบระบบเป็นคนแรกที่ได้เลเวล 20 นอกจากได้ประกาศในเว็บบอร์ดแล้ว ก็ไม่ได้รับรางวัลอะไรเป็นพิเศษอีก”

            สิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยคาดไว้ไม่มีผิดเลย บริษัทเมิ่งไม่ได้ให้รางวัลพิเศษอะไรกับผู้เล่นที่ได้เลเวลสูงสุดเป็นคนแรก แน่นอนว่า ผู้เล่นของสตูดิโอเกมคนนั้นเขาก็ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการไปแล้ว นั่นคือการติดตามความคืบหน้า

            ในช่วงต้นปี หากเป็นเกมที่มีเทคนิคและวิธีการเล่นที่เจ๋งหน่อย ส่วนใหญ่ก็จะเต็มไปด้วยคนของสตูดิโอเกม จนเปิดให้บริการไปหลายปีมากแล้ว เหล่าสตูดิโอจึงจะค่อยๆ สลายตัวกันไป ถึงตอนนั้นผู้เล่นทั่วไปจึงจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง ซึ่งแน่นอนว่า ในเวลานั้นก็อาจจะไม่ค่อยมีใครเล่นเกมนั้นอีกแล้ว ขั้นต่อไปก็อาจจะปิดการลงทะเบียน รวมเซิร์ฟ จนถึงปิดเซิร์ฟ

            ส่วนเกมที่ค่อนข้าง “พิการทางสมอง” จุดจบก็ค่อนข้างชัดเจน แข็งกันที่ใครเงินถึงกว่าเท่านั้น นอกจากจะมีพรีเซ็นเตอร์ใส่เสื้อผ้าเซ็กซี่ไว้เป็นจุดขายแล้ว ทำการโปรโมทห่วยๆ นิดหน่อย มีจุดเด่นที่กราฟฟิกเท่านั้น ส่วนเนื้อหาวิธีการเล่นไม่ต้องพูดถึง พวกสตูดิโอเกมทั้งหลายก็มักจะส่งคนปลอมตัวเป็นตัวละครทั่วไปที่มีเงินเข้าไป ทำอะไรที่ไม่ต้องใช้สมองทำให้คนค่อยๆ เลิกเล่นกันไปเอง

            เกมประเภทนี้อายุการใช้งานก็จะค่อนข้างสั้น พูดง่ายๆ คนที่ไม่เติมเงินก็เล่นแค่ครึ่งหนึ่งก็เลิกเล่นได้ประมาณนั้น น้อยคนที่จะเล่นจนจบต่อเนื่องไป เพราะเนื้อหาของมันก็แทบไม่มีอะไรอยู่แล้ว คนที่เติมเงินเล่นเล่นไประยะก็จะเริ่มเบื่อและรำคาญ สุดท้ายก็เลือกที่จะเลิกเล่น

            กระแสเกมออนไลน์ประเภทนี้ในปี 2055 มีมากมายอย่างต่อเนื่อง มันเหมือนสินค้าฟุ่มเฟือย โฆษณาและเกม ที่ไม่เข้าสู่ระบบของผู้ประกอบการ แต่สินค้าประเภทนี้สุดท้ายก็ยังได้รับการยอมรับจากตลาดอยู่ดี เพราะสินค้าฟุ่มเฟือยไม่ใช่สินค้าที่ผิดอะไร ทุกคนต้องใช้ ผู้เล่นที่ไม่ใช้เงินก็อยากได้ความแปลกใหม่ ผู้เล่นที่ใช้เงินก็อยากจะได้รับอะไรที่พิเศษมากขึ้น ผู้ประกอบการเองก็อยากจะเจาะเฉพาะกลุ่มให้อยู่ระยะยาวได้ พวกเจ้าหน้าที่สตูดิโอกับผู้เล่นนกต่อก็สามารถใช้ฝึกฝนสิ่งของและหน้าที่การงาน ทุกคนมีเป้าหมายของตนเอง สูงสุดก็สักครึ่งปี สินค้าฟุ่มเฟือยแบบนี้ก็จะมีการเพิ่มเติมอัพเกรดอะไรใหม่ๆ

            “ก็ดีนะ ถ้าพี่อัพเวลเร็วเกินไป ก็ไม่มีใครพาฉันไปอัพเวลแล้วน่ะสิ” เสี่ยวทั่นตอบ “จริงสิ พี่เจวี๋ย ปืนวินเชสเตอร์ยังอยู่ที่ฉันนะ ด่านต่อไปคืนให้นะ” จริงๆ ที่หน้าร้านขายปืน เสี่ยวทั่นก็ได้เก็บปืนมาแล้วสองกระบอกอยู่ในกระเป๋า แต่ว่าในสนามบาสใช้วินเชสเตอร์น่าจะเหมาะกว่า

            “นายเก็บไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันเคลียของแล้วจะออฟไลน์แล้ว” เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าว

            “หะ? ตอนนี้แค่ตีสองครึ่งเองนะ” เสี่ยวทั่นกล่าว

            ความหมายของเขาคือมันยังเช้าเกินไป ต่อให้เล่นถึงตีสี่ค่อยออฟไลน์ เวลาในความเป็นจริงก็ยังเหลืออีกตั้งชั่วโมงครึ่ง หากเปลี่ยนเป็นโหมดนอนหลับเวลาในเกมก็ตั้งสิบห้าชั่วโมง มันมากพอที่จะให้ผู้เล่นผ่านได้อีกสักด่านสบายๆ

            “เมื่อกี้นายว่าไงนะนายเลเวล 12 บวกประสบการณ์อีกสองพันกว่าใช่ไหม” เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าว “นั่นก็หมายความว่ายังเหลืออีกไม่ถึงหมื่นก็อัพเป็นเลเวล 13 แล้วสิ เดี๋ยวด่านไปเล่นอีกสักสองด่านนะ ไม่แน่ อาจจะได้ฉายามาใหม่” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “ส่วนฉัน ...... มีเรื่องที่ต้องกลับไปคิดทบทวนเงียบๆ สักหน่อย ......” เหตุผลนี้มันดูฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไรนัก

            แต่เสี่ยวทั่นก็ตกลง เขารู้ว่าเฟิงปู้เจวี๋ยเป็นยังไง หากเขาอยากบอกเขาจะบอกเอง แต่ถ้าไม่ เค้นให้ตายก็ไม่พูด เพราะงั้นถามไปก็เท่านั้น : “โอเค งั้นฉันออกจากทีมแล้วนะ”

            “อืม บ๊ายบาย” เฟิงปู้เจวี๋ยบอกลาเขา

            เสี่ยวทั่นตอบรับแล้วก็ออกจากทีมไป

            เฟิงปู้เจวี๋ยเปิดไปดูที่เมนูรายชื่อเพื่อน ในรายการมีทั้งหมดสี่ชื่อ สามคนเป็นสถานะออฟไลน์ ได้แก่ หลงอ้าวหมิน ฝนแห่งการจากลาและวิญญาณกระดูก ส่วนสถานนะของ “หวังทั่นจือ” จาก “ว่าง” ก็เปลี่ยนเป็น “เล่นอยู่” อย่างรวดเร็ว

            เขามีความคิดที่จะเข้าไปตรวจสอบรายการ [ผู้เล่นที่เข้าร่วมล่าสุด] นอกจากรายชื่อเพื่อนแล้ว ยังมีรายชื่อคนที่เพิ่งพบในการล็อกอินครั้งนี้ด้วย เช่น ผู้กล้าไร้เทียมทาน คุณชายอาโตเบะ และ ชื่อตั้งยากจัง “พานเฟิงแม่ทัพผู้ไร้เทียมทาน” และ “ฮัวสงพันสังหาร” ชื่อสองคนนี้ก็อยู่ในลิสด้วยเช่นกัน แต่ปรากฎเป็นสถานะออฟไลน์ เฟิงปู้เจวี๋ยเดาว่ามันน่าจะเป็นการตั้งค่าแบบ “ซ่อนตัว” มากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ส่งเมลไปยืนยันความคิดของเขา เพราะส่งไปก็อาจจะไม่มีใครตอบกลับมา ตอบรับคำขอเป็นเพื่อนยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

            เรื่องของยี่สิบสามทำให้เฟิงปู้เจวี๋ยใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมชั่วคราว เขาไม่ได้รีบไปรับรางวัล แล้วก็ไม่ได้เคลียร์อะไร เขาเปิดแถบเมนู เลือกที่จะออฟไลน์ออกไป

            การออฟไลน์จากโหมดนอนหลับ ระบบจะทำการแจ้งเตือนพิเศษไปยังผู้เล่นเพื่อยืนยันว่าผู้เล่นไม่ต้องการนอนหลับแล้วจริงๆ : [ท่านต้องการตื่นใช่หรือไม่?]

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}