AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 สัญญาณอันตราย 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 สัญญาณอันตราย 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2561 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 สัญญาณอันตราย 2
แบบอักษร

ตอนที่ 29 สัญญาณอันตราย 2

ป่าหมอกเทาที่ไผ่พาแพตตี้เข้าไปนั้นไม่ใช่พื้นที่ซึ่งธรรมดาสามัญแต่อย่างใด แต่มันคือป่าที่ได้ฉายามรณะเมื่อได้เยื้องย่างเข้าไปในนั้นย่อมมีแต่ความตายที่จะต้องพบพาน

หมอกสีเทาที่บดบังวิสัยทัศน์ไม่ให้มองเห็นสภาพแวดล้อมข้างในได้ชัด เมื่อผู้ใดย่างกรายเข้าไปก็คล้ายกับคนตาบอดหรือตาพร่ามัวหาทิศทางไม่เจอก็ต้องคลำหาทางกันอย่างไร้จุดหมายไร้ทิศทางเสมือนสูญเสียประสาทสัมผัสทางการมองเห็นไปอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งโดยแท้จริงแล้วความน่ากลัวของสถานที่นี้ไม่ได้มีเพียงหมอกเท่านั้น ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายต่างก็เต็มไปด้วยพิษที่สามารถสังหารสัตว์ระดับต่ำให้ตายได้เพียงแค่การสัมผัสมัน เถาวัลย์สีดำทั้งหลายที่ล้อมรอบต้นไม้ใหญ่ทั้งยังมีการห้อยย้อยลงมามองดูเหมือนกับเถาต้นไทร แต่แท้จริงแล้วสิ่งนี้คืองูพิษ มันรอเหยื่อผู้โชคร้ายให้มาจับมาคลำ หรือสัมผัสตัวมัน จากนั้นก็จะปล่อยพิษทำให้เหยื่อเป็นอำมพาตชั่วคราวแล้วสังหารอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

พื้นที่ในระยะ 50 กิโลเมตรต่างถูกบดบังไปด้วยม่านหมอกและสิ่งอันตรายระดับต่ำเหล่านี้ แต่เมื่อผ่านม่านหมอกสีเทาทั้งหลายนี้ก็จะย่างเข้าสู่ขอบเขตป่าแดนมรณะที่แท้จริงซึ่งทวีคูณความน่ากลัวกว่าเขตนอกหลายสิบเท่า

ในป่าแดนที่แท้จริงนั้นมีแต่เพียงกลางคืน ป่าดงที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาได้เพราะติดม่านอาณาเขตของสัตว์ระดับสูงโบราณกาล

มันเป็นป่าแดนที่มีแต่อันตรายทุกหนแห่งตลอด 24 ชั่วโมง ที่แม้แต่ผู้กล้าซึ่งยกโขยงมาในครั้งอดีตกาลนับร้อยต่างก็เอาชีวิตมาทิ้งในนี้ทั้งสิ้นเหลือรอดแค่เพียงไม่กี่คนพอที่จะนำเรื่องราวไปเล่าขานให้กลายเป็นตำนานอันน่ากลัวต่อไป

แม้ป่าจะมืดมนไร้แสง พื้นดินข้างบนเป็นสีดำมืด แต่ข้างล่างลึกลงไปไม่กี่สิบเมตรกลับเปี่ยมไปด้วยทองคำและอัญมณีอันล้ำค่า ใช่ว่าจะมีเพียงเท่านี้ ชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ระดับสูงที่ตกตายก็ถูกฝังไว้ด้วยเช่นกัน

ท่ามกลางความอันตรายก็ยังมีสมบัติล้ำค่าอยู่ แต่คงไม่คุ้มสำหรับการเอาชีวิตเข้ามาทิ้ง ถ้าไม่แน่จริงล่ะนะ

ลึกเข้าไปอีกก็ยังคงมีความลับที่ยังไม่มีผู้ใดเล่าขานและกล่าวถึง ความลับที่เป็นยิ่งกว่าตำนาน

..............................................

ป่าหมอกเทาเขตนอกนั้นเริ่มแรกตัวหมอกจะบางเบาพอให้มองเห็นทางได้ในระยะเมตรสองเมตร แต่พอเข้าไปลึกเรื่อยๆ นั้นหมอกจะหนาแน่นขึ้นจนไม่สามารถรับรู้สภาพภายนอกได้ นอกจากจะมีประสาทสัมผัสที่เกินมนุษย์และคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยในด้านการมองเห็นก็ยากที่จะรับรู้ทิศทาง

รอบนอกในระยะ 20 กิโลเมตรแรกนั้นไม่ค่อยมีอันตรายมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเพียงหมอกและต้นไม้ใบหญ้าบางส่วนเท่านั้น ส่วนมอนสเตอร์ก็มในระดับดาวสองดาวปะปนกันไปแต่ไม่มากนัก การเดินทางผ่านชั้นแรกนี้ไปจึงค่อนข้างจะเป็นเรื่องง่ายดาย เพราะว่าหมอกช่วงนี้นั้นบางเบาพอที่จะมองเห็นทางได้เล็กน้อย แต่เมื่อเลยระยะนี้ไปแล้วก็จะเจอกับหมอกที่บดบังวิสัยทัศน์เต็มรูปแบบทั้งนี้ยังมีงูพิษที่มีลำตัวสีดำ หญ้าพิษชนิดต่างๆ ส่วนมอนสเตอร์จะอยู่ในระดับสองดาวขึ้นไป และเริ่มมีจำนวนเยอะกว่าระยะแรกๆ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เดินทางมาถึงตรงนี้แล้ว ต่อให้มีกำลังพลมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะก้าวถอยออกจากป่าหมอกนี้ได้ เสมือนกับถูกกรงที่มองไม่เห็นกักกันเต็มรูปแบบ ยิ่งจำนวนผู้คนมีมาก ความหลอนก็จะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ

เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของเพื่อนร่วมทางจะค่อยๆ ดังขึ้นเป็นระยะระยะโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้แม้กระทั่งจำนวนของพรรคพวกที่ค่อยๆ หายไป และท้ายที่สุดก็จะมีแต่เพียงความตายเท่านั้นที่จะต้องประสบ ฉายามรณะจึงเป็นอะไรที่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้

.........................................

ไผ่พาแพตตี้แวบเข้ามาซึ่งห่างจากจุดเดิม 20 กิโลเมตรโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย สาเหตุที่แวบมาแบบนี้นั่นเพราะหมอกเขตนอกนั้นไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นนั่นแหละ อีกอย่างมันเสียเวลาในการเดินทาง

ส่วนทำไมถึงต้องมาหยุดอยู่ที่ตรงนี้ซึ่งมีหมอกหนาแน่นจนมองไม่เห็นทางนั่นเพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่อาณาเขตหมอก

แม้ไผ่จะมีเทคนิคในการวาร์ปที่ไปไหนไกลๆ ได้ แต่สำหรับที่นี่ ไผ่ไม่สามารถวาร์ปเข้าไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วเพราะมันมีอาณาเขตของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สามารถต้านอำนาจของการวาร์ปได้ จึงต้องเลือกใช้วิธีเดินเท้าอย่างที่เห็น

มือหนึ่งจับมือกับแพตตี้อีกมือหนึ่งร่ายเวทด้วยความรวดเร็วเรียกบอลเวทสีดำออกมาคุมเชิงอยู่ห่างๆ นับร้อยลูกเพื่อเพิ่มอัตราความปลอดภัยให้มีมากขึ้น

แพตตี้ตอนนี้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เพราะถูกหมอกบดบังวิสัยทัศน์ เธอจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกทั้งตอนนี้ยังรู้สึกว่าตัวเธอเองนั้นเปรียบเสมือนคนตาบอดที่ต้องหวังพึ่งคนอื่นแต่เพียงเท่านั้น

เสียงพูดของไผ่ดังขึ้นเป็นระยะระยะ พลันสองเท้าเธอต้องวิ่งตลอดเวลาไม่มีวันหยุดพัก ยิ่งนานก็ยิ่งเหนื่อยหอบ แต่ก็ต้องวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดหย่อน

วิสัยทัศน์ของป่าที่ไผ่มองเห็นตอนนี้มันอันตรายเกินกว่ามนุษย์จะอยู่ได้ เหล่าโครงกระดูกและศาสตราวุธเก่าเขรอะมากมายก่ายกองอยู่กับพื้น อาวุธที่ทำจากเหล็กกล้าล้วนถูกสนิมเกาะกุมและผุพังไปตามกาลเวลา ซากศพของเหล่าผู้คนจำนวนมากต่างต้องตายตกกันที่นี่ ศพนับหมื่นนับแสนกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ที่พวกเขาวิ่งไว้ แม้จะเจออาวุธที่มีระดับหน่อย แต่ไผ่ก็หาได้มีเวลาหยุดเก็บมันไม่

เพราะรอบด้านนั้นมีแต่การลอบโจมตีของเหล่างูพิษ และพืชพิษที่มีชีวิต เสียงตะโกนซ้าย ขวา กระโดด หมอบ และวิ่งบ้าง กระโดดเยื้องซ้ายบ้างขวาบ้าง อย่างหลากหลายจนตอนนี้แพตตี้ทุ่มเทสมาธิเพียงแค่ฟังแต่เพียงเสียงของไผ่เท่านั้น

แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็น แต่ความรู้สึกอันตรายที่เหมือนกับมีอะไรมาจู่โจมตลอดทางนั้นแฝงไปด้วยไอสังหาร และมันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถรับรู้ได้ในเวลา 6 ชั่วโมงที่วิ่งไม่หยุดหย่อน

ตอนนี้เธอสามารถรับรู้อันตรายที่เข้ามาในระยะ 2 เมตรห่างจากตัวเธอแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นไผ่ก็เห็นมอนสเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนแพะแต่ตัวใหญ่กว่านับสิบเท่ายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า มันรวบรวมแสงสีแดงในปากมันแล้วเตรียมที่จะพ่นออกมาเพื่อสังหารเหยื่อตรงหน้า

แต่ว่าบอลเวทสีดำของไผ่นั้นรวดเร็วกว่า แค่เพียงลูกเล็กๆ เท่ากำปั้นลูกเดียวจากนับร้อย มันพุ่งไปยังแพะตัวเขื่องนั้นทันที เสียงโผล๊ะดังขึ้นพร้อมกับรูโบ๋ที่เกิดกลางหัวของมันนั้นรวดเร็วปานสายฟ้า ร่างอันใหญ่โตของมอนแพะค่อยๆ ล้มลงไปตามแรงโน้มถ่วง และตายตกไปในที่สุด

ชูเปอร์แพะที่พึ่งตายนี้มันมีอายุราวๆ 100 กว่าปี ระดับของมันอยู่ที่ 4 ดาวเลเวล 60 กว่าๆ สำหรับกองทัพ การจะจัดการมันต้องใช้นักรบระดับ 2 ดาวมากกว่า 100 คนเพื่อสลับการโจมตีให้มันตายตก ทั้งยังใช้เวลาที่ยาวนานเพราะแพะแบบนี้มันอึดมาก

แต่สำหรับไผ่กลับใช้เวลาแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น การวิ่งก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เป้าหมายคือการผ่านเขตม่านหมอกไปให้ได้ ส่วนมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาจำนวนหลายร้อยตัวนั้น ส่วนใหญ่ถูกหลบเลี่ยงไม่ปะทะ จะมีก็แต่บางตัวที่คิดว่าเป็นอันตรายต่อแพตตี้เท่านั้นที่เจ้าไผ่มันจะสังหาร

เหล่าต้นไม้สีดำยิ่งมีขนาดใหญ่โตมากขึ้นเมื่อเข้าในป่าเขตลึก เหล่ามอนสเตอร์ก็แข็งแกร่งขึ้น และมีตัวที่แปลกประหลาดมากมาย แต่ไผ่ก็สามารถพาแพตตี้ผ่านเข้าไปได้ มีทั้งยากและไม่ยาก

และในที่สุดก็เจอกับทางสิ้นสุดแห่งหมอกเทา แต่ก่อนที่จะได้ออกไปจากอาณาเขตหมอกนั้นพลันก็มีเสียงคำรามกึกก้องดังสนั่น มอนสเตอร์ตัวใหญ่ปานภูเขาสองตัวโผล่ออกมาขวางอย่างรวดเร็ว พลังกดดันมหาศาลจนทำให้แพตตี้ถึงกับกระอักเลือด

โฮวก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

…………………………………………………………………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น