Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 [ เริ่มฝึก ]

ชื่อตอน : บทที่ 5 [ เริ่มฝึก ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2561 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 [ เริ่มฝึก ]
แบบอักษร

เด็กชายและเด็กหญิงที่ใส่ชุดคู่นักสู้สีแดงเหลือง ตอนนี้ได้บินมาถึงยังที่หมายหรือหน้าหอคอยแล้ว แถมเขายังได้พบเจอกับชาวเผ่าที่คอยปกป้องหอคอยคารินด้วย ซึ่งถ้าการ์ลิคจำไม่ผิดละก็ ชายที่กำลังพูดคุยกับเขาคือ โบร่า พ่อของอุป้าเพื่อนของซุนโกคูวัยเด็กในอนาคต

"อย่างนี้นี่เองพวกเธอจะปืนขึ้นหอคอยเพื่อไปฝึกวิชากับท่านคารินสินะ"โบร่าที่ได้ฟังคำอธิบายจากเด็กทั้งสองก็พยักหน้าเข้าใจ

"ใช่ ถ้าเราและน้องสาวปีนหอคอยขึ้นไปตอนนี้คงไม่มีปัญหาสินะ"

"ไม่มีปัญหา เชิญเลย"

และในขณะที่เด็กทั้งสองกำลังพูดคุยกับโบร่าอยู่นั้น ณ บนยอดหอคอยทรงกลม มีแมวขาวตัวป้อมๆถือไม้เท้าชะเง้อมองเด็กชายและหญิงทั้งคู่ที่อยู่ข้างล่างด้วยหนังตาเบิกกว้าง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คารินจะมีอาการเช่นนี้ เนื่องจากเด็กทั้งสองคนมีพลังต่อสู้ไม่ธรรมดาแต่กลับคิดมาฝึกวิชาที่นี่

"ปีนได้เร็วมาก พลังแขนและขาของทั้งสองนั้นทรงพลังจริงๆ ถ้าเทียบกับเจ้าราชาปีศาจพิคโกโร่ เจ้านั่นดูอ่อนแอไปเลย โอ๊ะ ๆมาถึงแล้วกันแล้ว"

ฟึบบบ~!

"ที่นี่หรอการ์ลิค"

"ใช่แล้ว หืม สวัสดีท่านคาริน เราการ์ลิค ส่วนข้างๆเราเธอชื่อเบลล่า"

"อ่ะ สวัสดี ว่าแต่พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่กันละ"

คารินถามด้วยน้ำเสียงสั่น ๆตามรูขุมขนของแมวมีเหงือไหลโซมออกมาไม่หยุดหัวใจเต้นถี่ยิบเพราะเขาไม่รู้ว่าเด็กน้อยทั้งสองมาดีหรือมาร้าย ยิ่งตอนที่เขาสัมผัสพลังของทั้งคู่ได้ก็ยิ่งตัวสั่น ยังดีที่การ์ลิคได้เปลี่ยนแปลงพลังต่ำสุดจนเหลือเพียงประมาณ 1,500 จุดทำให้พลังของเขาไม่สร้างปัญหาภาระให้แก่คารินนัก (ไม่สร้างอะไรเจ้าตัวถึงกับสั่นไปทั้งตัวเลยเนี่ยนะ)

"เรากับเบลล่าจะปีนหอคอยขึ้นมาเพื่อขอให้ท่านคารินฝึกวิชาให้ ถึงเรากับเบลจะมีพลังต่อสู้สูง แต่วิชาต่อสู้และประสบการณ์ยังอ่อนหัดนักจึงอยากมาขอฝึกวิชากับท่านสักระยะ"การ์ลิคกล่าวด้วยความนอบน้อม

"ข้าไม่ค่อยแน่ใจนักนะว่าจะสอนพวกเจ้าได้อย่างที่หวังหรือเปล่า แต่ก็จะลองสอนพวกเจ้าดู"

"[ข้าก็ฝึกให้พวกเจ้าด้วย คารินเจ้าช่วยพาเด็กทั้งสองคนมาวังแห่งพระเจ้าที]"เสียงจากที่ไหนสักแห่งดังออกมา ทำให้เบลล่าถึงกับตกใจไม่น้อย

"เอาจริงอย่างนั้นหรือ ท่านพระเจ้า"

"[ใช่ บางทียามที่โลกมีอันตราย เราอาจขอยืมมือจากพวกเขาทีหลังก็เป็นได้]"น้ำเสียงที่ดังมาจากด้านบนดูเหมือนจะมีความหวังไม่น้อย

ท่านคารินที่คุยกับเสียงปริศนาดูเหมือนจะเห็นด้วย เพราะเขาก็ไม่แน่ใจว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้จะมีสัตว์ประหลาดมาบุกโลกบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าดูจากพลังของเด็กสองคนนี้ก็ว่าจะรู้แล้วว่าที่โลกแห่งนี้ยังอ่อนแอเกินไป

หลังจากที่ท่านคารินและพระเจ้าตกลงกันเสร็จ คารินก็พาทั้งคู่ขึ้นไปยังวังแห่งพระเจ้าบนชั้นฟ้าโดยไม่รีรอ ซึ่งทันทีที่มาถึงพวกเด็กน้อยก็พบกับชายชราผิวเขียว บนหน้าผากมีหนวดกุ้งสองเส้น ถือไม้เท้าค้ำยันเดินออกมาต้อนรับพวกเขาพร้อมกับตัวแปลกๆที่ใส่ชุดอาหรับสีแดงผิวสีดำ รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ก็ดูไม่เหมือนมนุษย์ ออกแนวคล้ายๆจินนี่ในตะเกียงวิเศษ

"นี่การ์ลิค คนๆนั้นคือชาวนาเม็กนี่"เมื่อเบลล่าเห็นชายผิวเขียวก็กล่าวออกมาด้วยความตกใจ

"หนูน้อยเจ้าหมายถึงข้ารึ ?"

"ใช่แล้ว เราหมายถึงเจ้านั่นแหละ"

"นี่เบลล่ามีมารยาทหน่อย"การ์ลิคที่กลัวเบลล่าเสียมารยาทก็กล่าวแกมดุซึ่งก็ทำให้เบลล่าเงียบปากไปทันที

"สรุปว่าข้าเป็นมนุษย์ต่างดาวรึนี่ เฮ้อ! แล้วพวกเจ้ารู้หรือไม่ ว่าชาวนาเม็กบ้านเกิดของข้าอยู่ที่ใด ?"

"พวกเราไม่ทราบเช่นกัน ดูเหมือนที่นั่นจะห่างไกลจากโลกอยู่พอสมควร"


"เช่นนั้นก็ช่างเรื่องของข้าเถิด มาฝึกวิชากันดีกว่า เอาละเริ่มจากคารินเสียก่อน ต่อจากนั้นก็เป็นมิสเตอร์โปโป้  แต่ก่อนอื่นข้ามีอะไรจะขอพวกเจ้าเสียหน่อย"

พระเจ้าทำหน้าจริงจัง ซึ่งนั่นก็ทำให้เบลล่าขมวดคิ้ว ส่วนการ์ลิคนั้นรู้อยู่แล้วว่าพระเจ้าจะขออะไรพวกเขาจึงทำเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น และก็เป็นอย่างที่คิด ที่พระเจ้าขอพวกเขานั่นก็คือ เวลายามโลกเกิดอันตรายเขาอยากให้การ์ลิคและเบลล่ามาช่วยปกป้อง ซึ่งการ์ลิคก็ไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรนั่นก็คือเป้าหมายส่วนหนึ่งของเขาอยู่แล้วนั่นเอง

"ถ้าเช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยเถิด"

วิ้งงงง~!

พระเจ้าสะบัดไม้เท้าไปทางทิศที่การ์ลิคและเบลล่าอยู่ และเพียงพริบตาทั้งสองก็รู้สึกถึงน้ำหนักและแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าเดิมถึง 15 เท่า ซึ่งมากกว่าดาวเบจิต้าที่ทั้งสองจากมาถึง 5 เท่าด้วยกัน ทั้งสองคนจึงรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวดูติดขัดกว่าเดิมไม่น้อย ยิ่งบวกกับชุดที่ถูกเพิ่มน้ำหนักด้วยแล้วทำให้การเดินหรือยกแขนขานั้นลำบากเอาเรื่อง

หลังจากนั้นท่านคารินก็เริ่มเข้าสอนวิชาเป็นคนแรก ตามที่พวกเขาได้นัดแนะกันในช่วงแรก โดยเขาให้ทั้งคู่แย่งเหยือกน้ำจากเขาโดยห้อยกระดิ่งไว้ที่เอวในสภาพที่โดนถ่วงน้ำหนักไม่ต่างจากถูกแรงโน้มถ่วง 15 เท่า ซึ่งสำหรับทั้งคู่ที่เคลื่อนไหวลำบากนั้นใช้เวลานานมากพอสมควร เพราะการจะเคลื่อนไหวโดยไม่ให้กระดิ่งเกิดเสียงนั้นช่างยากลำบาก ยิ่งกว่า

*ปกติเพียงแค่ก้าวเท้าเดินหรือเพียงขยับตัวกระดิ่งที่เอวก็เกิดเสียงดังแล้ว แต่นี่ต้องแย่งเหยือกน้ำจากท่านคารินที่เคลื่อนไหวตลอดเวลามันจึงเป็นเรื่องยาก(มาก)*แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมแพ้โดยเฉพาะการ์ลิค ยิ่งการฝึกประเภทนี้เป็นการฝึกควบคุม Ki ได้อย่างละเอียดแถมยังตรงกับเงื่อนไขที่เขาต้องการด้วยแล้วมันจึงทำให้เขาตั้งใจเป็นพิเศษ

ยิ่งในความจริง Ki เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เป็นพลังที่มีอยู่ในทุกชีวิต เฉพาะส่วนใหญ่ของคนเหล่านี้ไม่สามารถค้นพบได้ตามธรรมชาติของมัน ส่วนมากผู้ที่ค้นพบจะใช้ความสามารของ Ki อย่างดิบเถื่อน ซึ่งวิธีการสอนของท่านคารินนั้นแม้อาจะดูพื้นๆ เรียบง่าย แต่ความหมายที่ทั้งสองได้รับมาจากท่านนั้นกลับลึกซึ้งกว่าวิชาใดๆในจักรวาลเสียอีก

โดยการ์ลิคนั้นใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่าจะแย่งเหยือกน้ำจากท่านคารินโดยกระดิ่งข้างเอวไม่เกิดเสียงได้ ส่วนเบลล่านั้นไม่ต้องพูดถึงกว่าเธอจะแย่งเหยือกน้ำจากท่านคารินโดยไม่เกิดเสียงจากกระดิ่งก็ใช้เวลาไปไม่ต่ำกว่าสองเดือนแม้ตอนแรกๆจะดูน่าเบื่อ แต่หลังจากที่รู้วิธีควบคุม Ki ก็ทำให้ทั้งคู่มุ่งมั่นจนสามารถควบคุมมันได้อย่างหมดจด

และการที่การ์ลิคทำบททดสอบเสร็จก่อนเบลล่าได้หลายวันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อชาติก่อนเขาก็เคยเป็นนักสู้มีฝีมือพอสมควร จึงทำให้เขาสามารถจัดระเบียบพลัง วิธีหายใจ การเคลื่อนไหวให้เกิดประโยชน์ ทำให้ตัวเขาไม่ต่างจากสายน้ำที่ดูนิ่งแลเรียบสงบเลยแม้แต่น้อย

"ใช้ได้พวกเจ้าผ่านบททดสอบ"

"สุดยอดเลยท่านคาริน เราไม่เคยรู้เลยว่าวิธีนี้จะช่วยให้เราควบคุมพลังได้ง่ายดายขนาดนี้"

ก็จริงอย่างที่เบลล่าว่า ขนาดเบลล่าที่เคยมีสัญชาตญาณของชาวไซย่า(ดิบเถื่อน) ยังสามารถเปลี่ยนเธอให้ดูเป็นเด็กหญิงสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย ราวกับสัตว์ประหลาดกระหายการทำลายล้างได้ถูกปิดผนึกไว้ในส่วนลึกของเธอ เบลล่าในตอนนี้ดูดีใจมาก เธอคิดไม่ผิดจริงๆที่มาฝึกวิชาบนโลกกับการ์ลิค

"แต่นี่มันก็เหนือความคาดหมายของข้าจริง ๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันพวกเจ้าก็สามารถเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้"

"เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านคารินต่างหากละ เพราะถ้าไม่ได้คำแนะนำจากท่านพวกเราสองคนคงไม่รู้วิธีควบคุมพลังในร่างได้เช่นนี้"การ์ลิคกล่าวตอบท่านคารินอย่างถ่อมตน

"ฮ่า ๆ ถูกใจข้าจริงๆ โอ้ใช่แล้ว~! ไหนลองพวกเจ้าถอดชุดถ่วงน้ำหนักออกและใช้พลังเต็มที่เพื่อให้ข้าสัมผัสพลังของพวกเจ้าในตอนนี้หน่อย"

ทั้งคู่ทำตามที่ท่านคารินกล่าว พวกเขาถอดเซ็ตถ่วงน้ำหนักออก ร่างกายของทั้งคู่ที่เคยถูกน้ำหนักถ่วงไว้ตอนนี้ราวกับถูกปลดปล่อย เบลล่าที่ร้อนวิชาจึงลองตั้งท่าเร่งพลังต่อสู้ขึ้นอย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบราวถูกกดดัน มีแรงลมพัดออกมาจากรอบกายเธอไม่หยุดดุจดั่งพายุพัดผ่าน

ฟู้มมมมมมมมมมมมม~!

"โอ้ยยย ๆ เบลเอ้ย พอได้แล้วข้าจะปลิวแล้ว!" ท่านคารินที่เกือบปลิวเพราะลมรอบตัวของเบลล่าได้ตะโกนกล่าวอย่างร้อนรน

การ์ลิคที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดได้แต่ยิ้มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาก็รู้สึกภูมิใจที่เบลล่ามีพลังต่อสู้เพิ่มสูงขึ้นมากถึง 7,205 จุดแล้วถ้าเทียบกับพรสวรรค์ในเผ่าชาวไซย่า ตอนนี้เบลล่ามีพลังอยู่ในระดับแนวหน้าแล้วทั้งที่เธอยังเป็นเพียงเด็กน้อยวัย 7 ปีอยู่เลย เขาจึงคิดอยากลองดูพลังของตนเองในตอนนี้บ้าง ซึ่งท่านคารินที่รู้งานถึงกับเตรียมตัวไปหาที่ยึดจับเลยละ

"ฮึบบ~!  ย่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์!!!!"

เสียงแหกปากที่เพิ่มฟิลลิ่งในโลกดราก้อนบอลของการ์ลิค มันตามมาด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะเห็น บรรยากาศโดยรอบถูกกดดันหนักอึ่งยิ่งกว่าเบลล่าถึงสองเท่า พลังต่อสู้ที่เคยต่ำเพียง1500 จุดของการ์ลิคถูกเร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด

กรึก ๆ คลื่น ๆ ๆ~!

วังพระเจ้าค่อยๆสั่นไหวจนเกิดเสียงดังกรึกๆไม่หยุดหย่อน ลมพายุกรรโชกที่รุนแรงกว่ารอบของเบลล่านั้นพัดผ่านวังพระเจ้าอย่างรุนแรงจนมีต้นไม้โดยรอบปลิวไปกับลมน้ำ ตามมาด้วยตัวเลขในสเกาเตอร์ของเบลล่าที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนเบลล่าแอบเผลอกำหมัดอย่างหงุดหงิด ก็นะตอนนี้พลังต่อสู้ของการ์ลิคนั้นทะลุหลักหมื่นไปแล้ว ที่เธอจะหงุดหงิดก็คงไม่แปลก

9,971....10,780..... 12,370.... 14,410

'14,650 จุด นี่คือพลังสูงสุดของการ์ลิคในตอนนี้ และคงอีกไม่นาน เขาจะแข็งแกร่งกว่าราชาเบจิต้า ไม่ได้ๆ เราจะไม่ยอมแพ้เขา เราจะต้องแข็งแกร่งกว่าการ์ลิค แข็งแกร่งกว่าทุกๆคนในจักรวาลแห่งนี้'

เบลล่าคิดในใจอย่างมุ่งมั่น ผิดกับการ์ลิครู้สึกยังไม่เพียงพอ เขายังต้องการที่จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ เพราะพลังแค่นี้ก็ยังไม่อาจต่อกรฟรีเซอร์ในร่างแรกได้ถึงสิบกระบวนท่าเลยด้วยซ้ำ และถ้าเขายังช้าเช่นนี้ต่อไป ดาวเบจิต้าคงถูกทำลายเสียก่อนเป็นแน่

"เอาละข้าไม่มีอะไรจะสอนพวกเจ้าแล้ว ต่อจากนี้ผู้จะมาสอนพวกเจ้าต่อคือมิสเตอร์โปโป้ พวกเจ้าจงไปหาเขาเสีย" ท่านคารินที่พึงพอใจกับพลังของเด็กน้อยทั้งสองก็กล่าวขึ้นเพื่อเรียกสติเด็กน้อยที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิด

""ขอบคุณมากท่านคาริน พวกเราจะไปหามิสเตอร์โปโป้เพื่อขอคำชี้แนะต่อ""

ความคิดเห็น