Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 [ เบลล่า ]

ชื่อตอน : บทที่ 3 [ เบลล่า ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2561 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 [ เบลล่า ]
แบบอักษร

ตัวเราชื่อเบลล่า เป็นนักรบชาวไซย่าระดับสูง ตั้งแต่เกิดมาฉันก็มีพลังต่อสู้ทะลุหลักร้อย ทำให้ชาวไซย่าหลายๆคนในรุ่นเดียวกันต่างก็พากันอิจฉาในพรสวรรค์นักรบของเรา แต่ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของเราจะไม่ใช่ที่หนึ่งในรุ่นเดียวกัน จากที่พ่อเราบอกมามีเด็กที่เกิดพร้อมกับเรามีพลังต่อสู้ตอนเกิดเกิน 400 จุด ซึ่งมันทำให้เราอิจฉามาก

ในช่วงนั้นตอนที่เราวัยสี่ปี พ่อเราเคยพาเราแอบตามดูเจ้าหมอนั่นอยู่ตลอดและก็พบว่าเขาขยันมาก ถึงขนาดซ้อมสู้กับผู้ใหญ่ที่เป็นนักรับระดับกลางอยู่ตลอด แถมข้อเท้าและข้อมือของเจ้านั่นยังสวมเครื่องถ่วงน้ำหนักอีกด้วย ทั้งที่ดาวเบจิต้าก็มีแรงโน้มถ่วงถึงสิบเท่าอยู่แล้วแท้ ๆ

เมื่อเห็นความพยายามที่จะแข็งแกร่งของเจ้าการ์ลิคเราเบลล่าจึงไม่ยอมแพ้ เราลองฝึกฝนแบบการ์ลิคดู แม้ในช่วงแรกที่ถ่วงน้ำหนัก จะไม่สามารถเดินได้เลยก็ตาม แต่เราก็ยังฝืนพยายามจนสามารถเดินได้วิ่งคล่องภายใน 3 วัน และทันทีที่ชินกับน้ำหนักขนาดนี้ เราก็เริ่มฝึกฝนต่อสู้กับผู้ใหญ่นักรบระดับต่ำดู

และที่เลือกนักรบระดับต่ำก่อนก็เพราะส่วนมากพวกเขาจะมีพลังต่อสู้ไม่เกินสองพันจุด แต่แค่นี้ก็ทำให้เราบาดเจ็บสาหัสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าผลลัพธ์จากการฝึกซ้อมนั้นทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด พลังต่อสู้ที่เคยติดอยู่ที่ 780 จุดก้าวขึ้นมาถึง 900 จุด เราจึงเข้าใจแล้วว่าวิธีฝึกของการ์ลิคนั้นได้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดเกินความคาดหมาย**เราจึงอยากไปโชว์ถึงผลลัพธ์การฝึกในครั้งนี้ให้เจ้าการ์ลิคได้เห็นเป็นขวัญตา

"นี่การ์ลิคมาสู้กัน"

"ไม่เอาอะ ว่าแต่เธอเป็นใครกัน ?"

ดูมันทำสิ มันพูดกับเราอย่างเย็นชา แถมยังแสดงอาการเหมือนมันไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตา นี่มันอะไรกัน เราจึงไม่ชอบขี้หน้าเจ้าหมอนี่นั่นตั้งแต่ตอนนั้นแหละ จนมาถึงปัจจุบัน**หลังจากเหตุการณ์ปะทะกับการ์ลิคเราก็ฟื้นขึ้นในอีก 2 วันให้หลัง ดูเหมือนช่วงที่เราไม่ได้สติจะมีคนมาดูแลเราตลอดเลยสินะ ดูชุดสิน่าเกลียดชะมัด ชุดของพวกชาวยาโดแรตนี่ไม่มีเซนต์เอาซะเลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจที่สุด สิ่งที่เราสนใจที่สุดคงไม่พ้นพลังต่อสู้ของเจ้าหมอนั่น

"น่าเจ็บใจชะมัด ทำไมเจ้าการ์ลิคถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้กัน!"

เธอได้แต่กัดฟันคำรามอย่างเคือง ๆ เธอไม่เข้าใจทำไมการ์ลิคถึงมีพลังต่อสู้มากขนาดนั้น 7000 + เลยนะ นี่มันระดับสุดยอดหัวกระทิของชาวไซย่าเลยด้วยซ้ำ ยิ่งตัวมันมีอายุเพียง 7 ปีเองนะ เจ้านี่มันอยู่ในระดับนักรบไซย่าในตำนานชัดๆ แต่ทำไมกันตอนแรกสเกาเตอร์ของเราถึงวัดพลังได้แค่ 1780 จุด เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำแน่ ๆ เราจึงไม่รอช้าหยิบสเกาเตอร์พร้อมเดินออกมาจากบ้านของชาวยาโดแรตเพื่อไปหาเจ้าการ์ลิค

และทันทีที่มาถึงเราก็ลองวัดพลังต่อสู้ของเขาในตอนนี้ดู เราก็ต้องตกใจเพราะพลังของเจ้าหมอนี่สูงขึ้นเป็น 2210 จุด แต่เราก็ไม่น้อยหน้าลองใช้สเกาเตอร์วัดพลังต่อสู้ของตัวเองดู ก็พบว่าพลังของเรานั้นมีเพียง 1650 จุดเท่านั้นนี่มันอะไรกัน พลังของเราเพิ่มขึ้น 500 จุดเลยหรอเพราะอะไรกัน ที่ยิ่งกว่านั้นดูเหมือนพลังของเราจะไม่มีเพียงแค่นี้ด้วย

แต่เรื่องนั้นช่างก่อน ตอนนี้เรามาดูการกระทำแปลกๆของเจ้าการ์ลิคกันดีกว่า เราเห็นเขาเอาสองนิ้วจิ้มหน้าผากระหว่างคิ้วก่อนจะหายวับไป แม้แต่สเกาเตอร์ยังจับพลังไม่ได้ และในชั่วพริบตานั่นเจ้านั่นก็โผล่กลับมาด้วยความเร็วสูง หรือว่านี่คือวิชาของชาวยาโดแรตที่เขาเคยบอก มันคือวิชาอะไรกัน ? เราก็ได้แต่คิดไม่กล้าถามเจ้าตัวเขาตรงๆหรอก

มาที่การ์ลิค หลังจากที่เบลล่าไม่ได้สติมาสองวันเขาก็ฝึกซ้อมวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตา จนเขาสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วและเชี่ยวชาญ จนขนาดที่เจ้าของวิชายังอายเลยละ แต่เขาก็ไม่ได้ทำแต่ฝึกวิชานี้เพียงอย่างเดียว ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาฝึกซ้อมร่างกาย ด้วยเครื่องทุ้นน้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม ถ่วงไว้ที่แขนและขาอย่างละข้าง เพื่อไม่ให้ร่างกายแข็งและทื่อจนเกินไป

แต่ก็มีเวลาว่างอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เบลล่ายังไม่ได้สติ เขาจึงเข้าไปดูแลเธออยู่ตลอด เพราะเขารู้สึกผิดละนะ อีกอย่างเธอก็เป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เขากลับไปทำร้ายเธอจนได้รับบาดเจ็บ(เธอไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว) เรานี่มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ

"เป็นยังไงบ้างเบลล่า หายดีแล้วหรอ ?"

หลังจากเลิกฝึกซ้อมเขาก็สังเกตุเห็นเบลล่ามาด้อมๆมองๆ การฝึกวิชา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรหรอก แถมยังอยากให้มาดูใกล้ ๆเลยด้วยซ้ำแต่ดูเหมือนยัยนี่จะยังจำฝังใจกับเหตุการณ์นั้น ช่างเถอะเขาถามเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเธอในตอนนี้เล็กน้อย

"อะ อืม ไม่เป็นอะไรแล้ว" เบลล่าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คงจะกลัวเขาละมั้ง

"งั้นก็ดี ก่อนอื่นเธอหิวหรือยัง ?"

"ยังไม่หิ..."

โครกกกกกก~

คงจะหิวสุดๆเลยสิท่า การ์ลิคได้แต่ส่ายหัวกับปากที่ไม่ตรงกับใจของเบลล่า ก่อนที่เขาจะเดินไปจูงมือเล็กๆของเธอเข้าไปในบ้านของชาวยาโดแรต ภายในห้องนั้นมีการเตรียมอาหารชุดใหญ่ไว้แล้ว เขาจึงพาเบลล่าไปนั่งที่โต๊ะและให้เธอกินอาหารเสียก่อน เนื่องจากตัวเขากินไปแล้วจึงไม่ได้เข้าไปร่วมวง และเมื่อเธอกินจนเสร็จเขาก็กล่าวบางอย่างขึ้น

"นี่เบลล่าเธอรู้หรือเปล่า ว่าทำไมพวกเราถึงถูกส่งมาทำภาระกิจที่ดาวยาโดแรต"

"อืม ไม่ใช่ว่าชาวไซย่าจะยึดดาวดวงนี้แล้วขายหรอกหรอ หรือไม่ก็จะทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ใช่ไหมละ ?"

"เฮ้อ! ผิดแล้วยัยบ้า เจ้าราชาเบจิต้าและพวกขุนนางพ่อของเธอจงใจส่งพวกเรามาตายที่นี่ เธอรู้หรือเปล่าว่าพลังต่อสู้ของชาวยาโดแรต พวกนักสู้มีระดับพลังต่อสู้ต่ำสุดคือ 6,000 จุด ส่วนสูงสุดก็ 21,000 จุด"กล่าวมาถึงจุดนี้เบลล่าถึงกับหน้าเสีย และพยายามปฏิเสธความจริง

"ไม่จริง คุณพ่อไม่มีทางทำแบบนั้นกับเราเด็ดขาด"

"เธอยังไม่เข้าใจสินะเบลล่า เธอรู้หรือเปล่าว่าการมีพรสวรรค์และพลังมากไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ยิ่งถ้าเรามีพลังมากไป พวกขุนนางเช่นพ่อของเธอ หรือแม้แต่ราชาเบจิต้า ก็กลัวในตัวตนของพวกเรา"

"มะ ไม่จริง"

ตึกก~!

ดูเหมือนเธอจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ พยายามจะวิ่งหนีออกไปจากห้อง ดูเหมือนความเข้มแข็งของจิตใจที่เคยมีจะพังทลาย หยดน้ำตาสีใสหยดลงบนพื้นห้องราวกับเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความทุกข์โศก ภายในห้องที่เคยเงียบกลับมีเสียงสะอื้อเล็กอย่างแผ่วเบา ซึ่งการ์ลิคก็ไม่รอช้ารีบดึงเธอเข้ากอดปลอบ ดูเหมือนเขาจะคิดผิดที่บอกเรื่องนี้กับเธอเร็วไป แต่ว่าให้เธอรู้ตั้งแต่ตอนนี้คงเป็นเรื่องที่ดีกว่า

"ไม่เป็นไรนะ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องปิดกั้นมันหรอก"

สิ้นเสียงของเด็กชาย เด็กหญิงก็ปลดปล่อยมาเต็มเสียง แต่มันก็ไม่นานเกินชั่วโมง เธอก็กลับสู่สภาวะปกติ สายตาที่เคยโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนเขาไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเธออีกต่อไปแล้วสินะ

"หลังจากนี้เราจะเป็นคนปกป้องเธอเอง ส่วนเธอก็ต้องปกป้องเราด้วยละเบลล่า"

"อือ ว่าแต่นายปล่อยเราได้แล้ว เราหายใจไม่ออก"

"อ่า โทษที"

การ์ลิคตัวน้อยผละตัวออกจากเบลล่าก่อนจะใช้มือเกาหัวแกรกๆ ภายในใจเขารู้สึกตกใจไม่น้อยที่ยัยเด็กนี่ซ่อนรูป เพราะตอนที่กอดกับเธอเขาสัมผัสได้ว่ายัยนี่มีขนาดหน้าอกไซด์บีเลยทีเดียว นี่ขนาดเธอเป็นเด็ก 7 ขวบนะ ถ้าโตกว่านี้อีกหน่อยไม่เป็นแตงโมเลยหรอ แค่คิดถึงอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าน้ำลายก็เกือบจะไหลแล้ว

"แล้วหลังจากนี้นายจะทำยังไงต่อการ์ลิค"

"อืม เราวางแผนไว้จะพาเธอไปฝึกวิชายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เรียกว่าโลก"

"โลกหรอ มันอยู่แถวไหน ? ทำไมเราไม่เห็นเคยได้ยิน"

"ก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะไม่เคยได้ยิน เพราะโลกถูกจัดอันดับว่าเป็นดาวเคราะห์ในระดับต่ำ แต่ว่าที่จริงแล้วที่โลกมีวิชาที่จะช่วยให้พวกเราสามารถแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ และอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าฟรีเซอร์อีกด้วย"

"จะ จริงหรอ แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านฟรีเซอร์อีกหรอ ?"

การ์ลิคพยักหน้า จากนั้นเขาก็อธิบายถึงโลกละนะ พอบอกถึงว่าโลกอยู่ในระบบสุริยะ ยัยนี่ก็รู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน แถมยังฉุดกระชากเขาให้พาเธอไปด้วยความเร่งรีบ จะขยันอะไรปานนั้น นี่เธออยากแข็งแกร่งขนาดนั้นเพื่ออะไรกันแน่ พอถามไปแบบนั้นเขากับได้คำตอบที่ไม่คาดคิดออกมา

"หึ ถ้าเรามีพลังละก็ เราจะไปสังหารราชาเบจิต้ากับพวกขุนนางสารเลวที่คิดทิ้งขว้างพวกเราให้หมด"

"ขุนนางสารเลวนี่รวมถึงพ่อเธอด้วยหรือเปล่า"การ์ลิคที่คิดทะลึ่งจึงถามออกไปเล่นๆแต่ทว่า

"แน่นอน"

'ใช้ได้ นี่สิคนที่เราต้องการ' การ์ลิคคิดพลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ดูเหมือนว่าการเอาเบลมาอยู่ด้วยจะเป็นเรื่องที่ดีสินะ พอยัยเด็กแก่แดดนี่โตอีกหน่อย คงมีร่างกายที่อวบอั๋นเกินห้ามใจ อ่าส์แค่คิดก็ฟินแล้ว


____________________________________________________________________________________________________________


อาจมีช่วงเย็นอีก 1 ตอน (มั้ง)

ความคิดเห็น