คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 3 ลองใจ..100%

ชื่อตอน : บทที่ 3 ลองใจ..100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2561 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ลองใจ..100%
แบบอักษร

“ทำไมถึงหนีออกมาทั้งที่แขกมาบ้านอย่างนี้ล่ะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวขึ้นทางด้านหลังของ จิตรานุช ที่กำลังนั่งอยู่บนชิงช้าที่แขวนอยู่ใต้ต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ บ้าน ซึ่ง จิตรานุช มัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จึงไม่ทันได้ยินเสียงเดินเข้ามาใกล้ของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ และเมื่อได้ยินเสียงก็ต้องสะดุ้งตกใจ อย่างไม่ทันระวังตัว

“อุ้ย! พี่ภณตกใจหมดเลยค่ะ” จิตรานุช หันหน้ามองมายังชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยบอกออกไป “ทำไมขวัญอ่อนจัง หรือว่าทำอะไรผิดหรือไง ถึงได้ตกใจถึงขนาดนั้น หรือที่ออกมานี้เพราะนัดพบกับใครให้มาหาอยู่หรือไง ฮึ!” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวอย่างพาลๆ “พี่ภณ! นุชมานั่งตรงนี้ก็แค่มาสูดอากาศก็เท่านั้นเอง ไม่ได้จะมารอใครสักหน่อยหนึ่งค่ะ” จิตรานุช เอ่ยบอกให้คนที่กำลังพาลอยู่ได้รับทราบ

“แล้วทำไมถึงรีบออกมา ทำไมไม่อยู่รับแขกช่วยพี่ คราวหน้าถ้าพี่ยังไม่บอกให้ออกไปไหน ก็ไม่ต้องไปไหนเข้าใจไหม?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวด้วยท่าทางสีหน้าที่บึ้งตึง พร้อมกับเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าชิงช้าที่ จิตรานุช นั่งอยู่ ซึ่งหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าครามครันของคนตัวโตนิ่ง ไม่ตอบอะไรออกมา 

“พี่ถามว่าเข้าใจไหม?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก้มลงเอ่ยถามย้ำด้วยน้ำเสียงเข้มดุอีกครั้ง “เข้าใจแล้วค่ะ ทำไมต้องดุกันด้วยก็ไม่รู้” จิตรานุช เสมองไปทางอื่นก่อนจะตอบออกมาเบาๆ และประโยคหลังก็ยิ่งพูดเบาเข้าไปอีกคล้ายกับกำลังบ่นพึมพำให้ตัวเองได้ฟังเพียงคนเดียว แต่มีหรือที่จะรอดพ้นจากการได้ยินของคนตัวโต ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่กลับอมยิ้มออกมาอย่างเผลอไผล

พ่อเลี้ยงกันตภณ ดึงร่างคนตัวเล็กให้ยืนขึ้นจากการนั่งชิงช้า ซึ่งหญิงสาวก็ยืนขึ้นมาตามแรงดึงอย่างงงสงสัย ว่าเขาจะทำอะไร แล้วคนตัวโตก็นั่งลงบนชิงช้านั้นแทนที่ และแถมดึงร่างบางให้มานั่งซ้อมลงบนตักแกร่ง พร้อมกับสวมกอดเอวบางด้วยแขนแกร่งด้วยอีกต่างหาก 

“พี่ภณ ทำอะไรน่ะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขาตายเลย” จิตรานุช ร้องบอกคนเอาแต่ใจ พร้อมกับมองไปรอบๆ ว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมาหรือเปล่า ซึ่งก็ทำให้โล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง เพราะไม่มีใครเดินผ่านมา

“อายทำไมกัน ทุกคนเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเราแต่งงานกันแล้ว” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวพร้อมกับกระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นเข้าไปอีก และนั้นยังไม่พอ คนตัวโตยังแอบสูดดมผมสลวยที่หอมกรุ่นราวกับกลิ่นดอกไม้ และแอบดอมดมและสูดกลิ่นกายของคนในอ้อมกอดให้เข้าไปเต็มปอด ราวกับจะกักเก็บกลิ่นหอมๆ ของเรือนกายคนตัวเล็กในอ้อมกอดนี้ไว้ให้ได้นานๆ

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ชอบกลิ่นกายของภรรยาหมาดๆ คนนี้ของเขานัก ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งอยากทั้งกอดทั้งหอม และทั้ง.... อยู่ร่ำไป กลิ่นกายของคนตัวเล็กในอ้อมกอดไม่เหมือนกับของหญิงสาวคนใด เป็นกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พ่อเลี้ยงกัณตภณ นั้นยากจะลืมเลือนไปได้

“หอมจัง” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยขึ้นมาหน้าตาเฉย จนคนในอ้อมกอดแก้มแดงระเรื่อขึ้นมาทันตาเห็น “หอมอะไรคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามคนกล่าวขึ้นมาลอยๆ อย่างพาซื่อ “ก็หอมนุชนั้นไง ตรงนี้ก็หอม” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงกัณภณ ก็ก้มมาหอมแก้มนวลเนียนใสของคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่งหนึ่งที 

“อุ้ย! พี่ภณ อย่าทำอย่างนี้นะคะ” จิตรานุช ร้องห้ามปรามด้วยใบหน้าอันแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู “ช่วยไม่ได้ก็อยากหอมทำไมละ และแถมตรงนี้ก็ยังหอมอีกด้วย” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ไม่พูดเปล่า ก้มลงไปซุกซบดมดอมที่ลำคอระหง จนคนตัวเล็กขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างรู้สึกสยิว ซาบซ่านไปทั่วทั้งตัว

“พี่ภณ พอเถอะค่ะ ยะ อย่าทำอย่างนี้เดี๋ยวใครมาเห็นเข้านะคะ นุชอายเขานะ” จิตรานุช กล่าวพร้อมกับหดคอระหงหนีปากบาง ของคนตัวโตอย่างพัลวัน “จะอายทำไมพี่ยังไม่อายเอย ก็หอมอย่างนี้ใครจะอดใจไหวล่ะ และยิ่งตรงนี้ยิ่งทั้งหอมทั้งหวานอย่าบอกใครเชียว” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็เข้าประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มนั้นทันที อย่างไม่ให้หญิงสาวได้ร้องคัดค้านใดๆ ได้อีกต่อไป

“อื้ออ!..” จิตรานุช ดิ้นประท้วงขลุกขลักอยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มอ่อนระทวยคล้อยตามคนตัวโตที่กำลังสูบวิญญาณ และสูบเอาลมหายใจเธอไปอยู่ในขณะนี้ จนเรียวแรงถอดถอย แล้วคนตัวเล็กก็เผลอไผลเลื่อนแขนเรียวเล็กขึ้นไปโอบกอดรอบคอแกร่งของคนตัวโตไว้ อย่างหาหลักยึดเหนี่ยว

“เห็นมั้ยบอกแล้วว่าหวานจับใจเลย” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวกระซิบบอกใกล้ๆ ปากบางจิ้มลิ้ม ด้วยน้ำเสียงกระเซ้าแหบพร่า เมื่อได้ถอนริมฝีปากบางออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั้นแล้ว แต่ก็ยังคงโอบกอดร่างบางไว้อยู่อย่างนั้นอย่างไม่ยอมปล่อย ให้คนตัวเล็กในอ้อมกอดหนีหายไปไหนได้

ซึ่งการกระทำของทั้งสองสามีภรรยาหมาดๆ ก็หาได้รอดพ้นสายตาของใครบางคนไปได้ไม่ เป็นสายตาที่ได้สุมรวมเอาความอิจฉาริษยามาไว้ให้อยู่ในนั้น ซึ่งเจ้าหล่อนยืนมองดูการกระทำของคนทั้งสอง อยู่ที่ประตูหน้าต่างที่อยู่บนบ้าน ซึ่งเมื่อมองจากมุมนั้นสามารถมองลงมาเห็นคนทั้งสอง ที่กำลังพลอดรักกันอยู่อย่างเห็นได้ชัดเจน

แหมๆ พ่อเลี้ยงจะห่าง นุช ไม่ได้เลยนะเจ้าคะ ต้องเรียกหาตลอดๆ รู้มั้ยนางมารร้ายเขาอิจฉาริษยาน่ะ.......... :)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น