Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 [ ดาวยาโดแรต ]

ชื่อตอน : บทที่ 2 [ ดาวยาโดแรต ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2561 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 [ ดาวยาโดแรต ]
แบบอักษร

และแล้วยานทรงกลมสองลำของชาวไซย่าก็ออกตัว ยานทั้งสองลำมุ่งไปยังเป้าหมายที่เรดาร์ตั้งพิกัดไว้ ซึ่งถ้าดูจากระยะทางแล้วกว่าที่ทั้งการ์ลิคและเบลล่าจะไปถึงยังดาวยาโดแรตคงใช้เวลาประมาณหนึ่งปีครึ่ง แม้จะดูเหมือนเร็วแต่แท้จริงแล้วช้ามาก

เนื่องจากวิทยาการในตอนนี้ยังสร้างยานและระบบความเร็วได้เทียบเท่ากับในอนาคตในตอนที่เบจิต้านั่งยานบุกโลกไม่ได้ และแล้วกาลเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งปีครึ่ง การเดินทางของเด็กน้อยทั้งสองคนดูเรียบง่ายและเงียบสงบมาก ยานของเขาและเบลล่าตอนนี้เดินทางฝ่าชั้นบรรยากาศของดาวยาโดแรตจนจะลงสู่พื้นดาว

แม้การ์ลิคจะอยู่ภายในยานตลอดหนึ่งปีครึ่ง แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนพลังต่อสู้อยู่ตลอดไม่มีขาด แม้จะน่าเสียดายที่กล้ามเนื้อทุกสวนของเขาจะดูหดเล็กลง เป็นเพราะขาดการฝึกฝนทางร่างกาย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่การ์ลิคจะใส่ใจในตอนนี้ สิ่งที่เขาควรสนใจก็คือการลงจอดของยานต่างหาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกในการใช้ยานของชาวไซย่าทำให้เขาไม่รู้วิธีลงจอดดี ๆ

"แบบนี้แย่แน่ ดูเหมือนเราจะไม่มีพรสวรรค์ในการบังคับยานเอาเสียเลย"

ตู้มมมม~! ตู้มมมม~!

ว่ายังไม่ทันขาดคำยานทรงกลมของการ์ลิคก็พุ่งชนตึกรามบ้านช่องของชาวดาวยาโดแรตพังเละไปซะแล้ว จะทำยังไงดีละทีนี้ถ้าพวกเขาไม่ยอมสอนวิชาเพราะเรื่องนี้แล้วละก็ ไม่ใช่ว่าแผนการและเป้าหมายในการมาทำภาระกิจในครั้งนี้จะสูญเปล่าหรอกหรือ ?

แต่ดูเหมือนจะเขาจะคิดไปเองละนะ เพราะทันทีที่ยานของเขาลงจอดถึงพื้นชาวดาวยาโดแรตก็แห่กันเข้ามาลุมล้อมยานด้วยความสงสัย ส่วนยานเบลล่านั้นดูเหมือนจะไปจอดยังที่ห่างไกลจากจุดที่เขาอยู่หลายหมื่นกิโลได้ และอาจต้องใช้เวลาเดินทางมาที่แห่งนี้หลายวัน

"เอาวะ แค่ขอโทษพวกเขาสักเล็กน้อยพวกเขาอาจจะให้อภัยเราก็ได้"

ปุ้งงง ฟี้~!

ฝายานเปิดออก ทำให้ชาวดาวยาโดแรตพากันถอยหลังทิ้งระยะห่างจากยานเล็กน้อย การ์ลิคที่เห็นเช่นนั้นก็เป่าปากอย่างเบาใจ เพราะเมื่อครู่เขาคิดว่าถ้าเดินออกไปจากยานอาจจะโดนโจมตีโดยพวกเขาที่หัวร้อนก็ได้  แต่ผิดคาดพวกเขาไม่คิดจะโจมตีเขาเลย แถมยังต้อนรับเขาเป็นอย่างดี จากนั้นเขาก็รีบกล่าวขอโทษพวกเขาทันทีเรื่องบ้านเรือนที่เสียหาย

"แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ละหนูน้อย ?"ชาวยาโดแรตคนหนึ่งซึ่งหน้าจะเป็นผู้ดูแลเมืองแห่งนี้ถามด้วยความสงสัย

"เราอยากมาเรียนวิชาจากพวกคุณน่ะ"

โครกกกกก~ เสียงท้องร้องของการ์ลิคที่มาไม่ถูกเวลา

"วิชาหรอ อืมม ..เอาเถอะเข้ามากินอาหารกันเสียก่อน ไว้ค่อยคุยธุระกันทีหลัง"

"เข้าใจแล้ว"

การ์ลิคถูกเชิญเข้าไปยังบ้านของชายผู้นั้น ซึ่งเขาจัดหาอาหารมาให้เด็กน้อยได้รับประทานอย่างสบายใจ และด้วยกระเพาะของชาวไซย่าที่คล้ายไร้ขีดจำกัดทำให้พวกชาวดาวยาโดแรตตกใจกันไม่น้อยเมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยทานอาหารสำหรับ10-15วันของพวกเขาจนเรียบ

"ขอบคุณสำหรับอาหาร" การ์ลิคกล่าวขอบคุณทุกคน  ที่จริงเขาก็หิวไม่น้อยแม้ตอนนั่งยานมาจะมีอาหารเม็ดที่ช่วยในเรื่องการเดินทางไกลได้ชั่วคราว แต่มันก็ไม่ค่อยเพียงพอต่อเขาที่เข้าสู่วัยกำลังโต

"เอาละมาเข้าเรื่องกันเลย ดูจากชุดเกราะและหางแบบนั้น เธอคงเป็นชาวไซย่าสินะ เธอมาที่นี่เพราะอยากเรียนวิชากับพวกเราจริงๆหรือเปล่า แล้ววิชาที่ว่าคือวิชาอะไร ?"

'ถามตรงเกินไปแล้ว หรือเขาไม่อยากสอนเรา'การ์ลิคคิดและส่ายหัวไล่ความคิดก่อนอ้าปากกล่าวว่า

"ใช่เราป็นชาวไซย่า และที่เรามาที่นี่ก็เพราะอยากเรียนวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาของพวกคุณ"

ชาวยาโดแรตพากันรวมกลุ่มหันไปปรึกษากันและกันสักพักก่อนจะพยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบว่าอนุญาติละมั้ง ก็นะที่พวกเขาอนุญาติก็เพราะจิตของเด็กชายผู้นี้ที่พวกเขาสัมผัสได้ก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายดิบเถื่อนเหมือนชาวไซย่าคนอื่นๆ เช่นที่พวกเขาเคยเจอมาจึงทำให้พวกเขารู้สึกวางใจในตัวเด็กน้อยผู้นี้ สุดท้ายพวกเขาก็นัดแนะกันว่าจะผลัดกันสอนวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาให้แก่เจ้าหนูน้อย การ์ลิคจึงดีใจมากที่พวกเขายอมสอน และวันนี้จึงเป็นวันแรกที่เริ่มเรียน

ส่วนทางด้านเบลล่า หลังจากที่ยานของเธอลงจอด ก็ผ่านไปแล้วสองวัน เธอจึงไม่รีรอลงจากยานและใช้สเกาเตอร์เพื่อค้นหาเพื่อนร่วมทางวัยเดียวกันที่พลัดหลงกันก่อนจะลงจอด และไม่นานเธอก็หาเจอ เพราะในดาวดวงนี้ไม่ค่อยมีนักสู้ที่มีพลังต่อสู้สูงเกิน 1000 เลยสักคน

"ถ้าเป็นแบบนี้ เราคงใช้เวลาไม่ถึงเดือนในการกวาดล้างและยึดครองดวงดาว แต่ก่อนอื่นเราคงต้องไปหาเจ้าโง่การ์ลิคเสียก่อน"

เบลล่านั้นไม่ค่อยชอบขี้หน้าการ์ลิคสักเท่าไหร่ เนื่องจากเพราะมันตัวเธอจึงไม่ได้เป็นชาวไซย่าอันดับหนึ่งในวัยเดียวกัน แถมพ่อของเธอยังพูดชมถึงเจ้าโง่นั่นบ่อยๆ ว่าการ์ลิคนั้นมีพรสวรรค์ของนักรบระดับสูงมาก ซึ่งเธอก็ไม่เห็นว่ามันจะมีพรสวรรค์และความสามารถตรงไหน ขนาดจอดยานมันยังทำไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ

"เจ้านั่นมีพลังต่อสู้สูงถึง 1,780 จุดเชียว ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตัวเราก็เป็นนักรบชาวไซย่าระดับสูงเหมือนกับเจ้าโง่นั่นแท้ๆ แต่กลับมีพลังแค่ 1,150 จุด"

เธอรู้สึกไม่พอใจกลับค่าพลังของการ์ลิค ขนาดแค่นี้เธอยังหัวเสีย แล้วถ้าเธอรู้ว่าแท้จริงแล้วการ์ลิคในตอนนี้มีพลังต่อสู้สูงสุดอยู่ที่ 6000-7000 จุด คงไม่อกแตกตายเลยหรือ ? แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตเร็วๆนี้ และเมื่อเบลล่าเลิกคิดเรื่องการ์ลิค เธอก็ลอยตัวขึ้นฟ้าก่อนจะบินไปยังทิศทางที่สเกาเตอร์ระบุพิกัดไว้ใช้เวลาการเดินทางนานถึง สี่วันด้วยกัน

และทันทีที่มาถึงยังจุดที่สเกาเตอร์ระบุที่อยู่ของการ์ลิค เธอที่ยังไม่ทันได้หายเหนื่อยก็พบกับภาพที่ไม่ควรจะเห็น ซึ่งภาพนั้นก็คือภาพของเด็กชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้ากำลังพูดคุยกับเป้าหมายที่ต้องทำลายอย่างสนิทสนม นี่หมายความว่ายังไง หรือเขาจะคิดทรยศเผ่าพันธ์ุหลีกหนีภาระกิจ นี่จึงทำให้เธอโกรธมาก พลังที่เคยหยุดที่ 1150 จุด เริ่มพุ่งพรวดสูงถึง 3020 จุดโดยที่เธอไม่รู้ตัว

"นี่มันหมายความว่ายังไงการ์ลิค นายกำลังทำอะไรกับเป้าหมายกันแน่!!"

"อ่าวมาแล้วหรอเบลล่า ถ้าถามว่าทำอะไร เรากำลังให้ชาวยาโดแรตสอนวิชาให้อยูู่น่ะ"

การ์ลิคที่จับสัมผัสได้อยู่แล้วไม่ได้สะทกสะท้านต่อพลังต่อสู้ที่สูงขึ้นของหนูน้อยเบลล่าเลย เขาหันไปกล่าวกับเบลล่าด้วยเสียงราบเรียบก่อนจะหันไปโฟกัสการสอนของชาวดาวยาโดแรตต่อ เพราะหลังจากที่ได้เรียนกับพวกเขามาหลายวัน การ์ลิคก็สามารถจับจุดวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาได้ทีละนิดทีละน้อย

"หึหึ อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นนายก็หายไปพร้อมกับพวกมันเลยก็แล้วกัน"

​.

วิ้งงงงง~

เบลล่าหนูน้อยหัวรุนแรงแบมือออกสร้างบอลพลังสีม่วงเข้มจนกลายเป็นลูกบอลพลังขนาดใหญ่หนึ่งคนโอบ เธอในตอนนี้แสยะยิ้ม เพราะถ้าเธอกำจัดเจ้าโง่การ์ลิคพร้อมกับพวกชาวดาวยาโดแรต ผลงานทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว แถมหลังจากนั้นเธออาจจะได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกันอีกด้วย

"ตายซะ!!"

"น่าสนใจดีนี่ ก็คิดอยู่ว่าจะลองใช้พลังตอนไหนดี ดูเหมือนจะถึงเวลาแล้วสินะ Kame hame(พลังคลื่น)..."

การ์ลิคย่อขาตั้งมั่นก่อนจะเร่งพลังขึ้นสูงสุดเท่าที่เขาจะมีได้ ทำให้อากาศโดยรอบเริ่มปั่นป่วน รอบกายของเขามีออร่าสีขาวนวลแผ่ขยายราวเปลวเพลิงที่โชติช่วงออกมารอบตัวจนสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าทำให้ชาวดาวยาโดแรตรีบถอยออกไปจากจุดการต่อสู้ทันที ตามมาด้วยพลังต่อสู้ของการ์ลิคเริ่มโผล่ขึ้นบนจอเลนส์สเกาเตอร์ของเบลล่าที่เผลอเปิดทิ้งไว้

1780... 2517...4520...6980.....7014

"มะ ไม่จริง"เบลล่าที่เห็นพลังต่อสู้ที่แท้จริงของการ์ลิคได้แต่สั่นไปทั้งตัว พลังต่อสู้ของเจ้านี่ไม่ใช่แค่นักรบระดับสูงแล้ว นี่มันนักรบชั้นแนวหน้าของกองทัพเลยด้วยซ้ำ ซึ่งพลังของเขามันสูงยิ่งกว่าพ่อเธอซะอีก

"ไม่ต้องกลัว ไม่ถึงกับตายหรอก  Ha(เต่า)!!!"

ฟูมมมมมมมมมมมมมม~

คลื่นพลังสีฟ้าในมือทั้งสองข้างที่พุ่งไปด้านของการ์ลิคเป่าบอลพลังของเบลล่าจนสลายหายไปทั้งหมด แถมคลื่นพลังยังพุ่งต่อเข้าโจมตีหนูน้อยเบลล่าอย่างไร้ปราณี ทำให้เธอได้แต่กรีดร้องอย่างเจ็บปวด และเมื่อคลื่นพลังของพุ่งหายไปในชั้นบรรยากาศ ก็เผยให้เห็นร่างของหนูน้อยเบลล่าที่บาดเจ็บจนหมดสติไป เกราะส่วนบนหายไปราวไม่เคยมีอยู่เหลือแต่ชุดสูทสีดำรัดรูปไว้เท่านั้น

ร่างของเธอที่บาดเจ็บๆค่อย ๆล่วงหล่นลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ซึ่งการ์ลิคก็ไม่รอช้าทดลองใช้วิชาเคลื่อนย้ายในพริบต้าดู เขากลับทำได้อย่างไม่มีปัญหา(ฟลุ๊ค) ร่างของๆค่อยๆหายไปและโผล่มารับร่างของหนูน้อยเบลล่าที่หมดสติอยู่บนอากาศได้ทันท่วงที

"พลังต่อสู้ของเธอก็ถือว่าใช้ได้ ถ้าพาเธอไปฝึกอีกสักสิบปียี่สิบปีอาจจะเหนือกว่าพวกตัวเอกในนี้เรื่องเลยด้วยซ้ำ ว่าแต่แย่จังนะอุส่าลดพลังลงแล้วแท้ ๆแต่ดูเหมือนเธอจะบาดเจ็บไม่น้อย นี่เราทำเกินไปหรือเปล่า"

เอาเถอะนี่ก็เป็นการทดสอบของเขาอย่างนึง ยังไงก็ต้องมีการบาดเจ็บกันบ้าง แต่ถ้าเบลล่าเสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อครู่แล้วละก็ เขาคงปล่อยมันเลยตามเลย แต่เมื่อเธอรอดชีวิตมาได้ ก็ถือว่าเธอสอบผ่านละนะ ส่วนเรื่องภาระกิจค่อยอธิบายให้สาวน้อยนางนี้ได้ฟังทีหลัง เพราะดูเหมือนเจ้าราชาเบจิต้าจะส่งพวกเขามาตายมากกว่ามาทำภาระกิจ

'ภาระกิจหรอ ช่างกล้านะราชาเบจิต้า ถ้าเพียงคนโง่อาจจะเชื่อแต่ ตัวเราไม่เชื่อแน่นอน ภาระกิจบ้าอะไรส่งพวกเราที่เป็นเด็กมาเจอกับชาวดาวยาโดแรตคลาสนักสู้ที่มีพลังต่อสู้ต่ำสุดอยู่ที่ 6000 จุดกัน'

มันเป็นเรื่องที่น่าตลกนัก คงไม่มีใครบ้าส่งคนมาทำภาระกิจที่ไม่มีวันชนะหรอกจริงไหม และต่อให้เขาและเบลล่าแปลงเป็นลิงยักษ์มีพลังเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะชนะชาวยาโดแรตที่มีประสบการณ์ มีวิชาแปลกๆ และความสามารถปกปิดพลังได้หรอก

"เฮ้อที่น่าเป็นห่วงก็คือยัยนี่สินะ ขนาดพ่อของเธอยังส่งเธอมาตาย น่าสงสารจริงๆ นี่น้าช่วยพาน้องสาวจอมดื้อของเราไปรักษาได้หรือเปล่า ?"

"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าฝากให้ภรรยาดูแลเธอเอง ส่วนเจ้าก็มาเรียนต่อเถอะ เพราะเมื่อครู่ดูเหมือนเจ้าจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาได้แล้วนี่ จงทำให้มันเคยชินเสียสิ"

"เข้าใจแล้ว"

หลังจากที่การ์ลิคส่งร่างของสาวน้อยที่หมดสติไปให้ชาวยาโดแรตอีกคน ภายในใจเขาสงสัยอยู่นิดหน่อยเพราะเขาไม่รู้ว่าชาวยาโดแรตคนไหนเป็นเพศไหนนี่สิ เพราะหน้าตาปูดๆหัวโตๆตาโปนๆมันก็เหมือนกันหมดเลย เขาจึงแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่ไม่นานเขาก็เลิกสนใจเรื่องนี้และหันกลับมาฝึกวิชาต่อให้ชำนาญในเร็ววัน

ความคิดเห็น