Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

ณ ดินแดนยมโลก


ตึ้มมมมม~!

"นี่ก็ผ่านพ้นมาหลายร้อยปีแล้วสินะที่เจ้าอยู่ ณ นรกขุมที่หนึ่งจนชดใช้กรรมทั้งหมดในชาติที่แล้วหรือชาตินี้ที่เจ้าเคยก่อร่างสร้างไว้จนหมดสิ้น ซึ่งมันควรถึงแก่เวลาที่เจ้าจะต้องลงไปเกิดใหม่เสียที"

ชายร่างใหญ่เท่าตึกอาคารสามชั้นรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวสีแดงสดดุจโลหิต มีเขาคล้ายยักษาอยู่บนศีรษะ กล่าวกันวิญญาณชายหนุ่มผู้เฉยฉาผู้หนึ่งที่ชดใช้กรรมในนรกจนหมด แม้หลายร้อยปีที่ผ่านมาเขาจะถูกนิรยบาลลงทัณฑ์สังหารเขาหลายรูปแบบ ทั้งถูกเสียบด้วยต้นหนามหรือดาบก็ดี ถูกแทงด้วยหอกก็ดี ถูกยิงก็ดีแทบนับครั้งไม่ถ้วนเลยก็ตาม

แต่เขากลับไม่เก็บไปคิดหรือแค้นเคืองเจ้าหน้าที่ของนรกแต่อย่างใด เนื่องจากชีวิตที่แล้วเขาพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วนด้วยการกระทำและความประมาทของเขา จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะถูกลงทัณฑ์ในนรกมาหลายร้อยปี และเนื่องจากตัวเขารู้ดีว่าทางนรกได้ผ่อนปรนให้เขามามากเช่นกัน จึงทำให้เขานั้นไม่มีความคิดเหล่านั้นเลย แถมแท้จริงเขายังอยากอยู่ที่นี่อีกสักร้อยปีก็ยังดี

"นี่ก็ควรแก่เวลาแล้ว เจ้าหน้าที่จงเอาน้ำทิพย์แห่งการลืมเลือนมาให้ชายผู้นี้เสีย"ชายร่างยักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลังทำให้ ผู้ที่อยู่โดยรอบต่างทำตามคำกล่าวของเขาอย่างเคร่งครัด

"น้ำทิพย์แห่งการลืมเลือน ข้าน้อยจัดเตรียมไว้ให้ชายผู้นี้แล้วขอรับ ท่านพญายมราช"

ชายร่างยักษ์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ และกระบวนการส่งชายหนุ่มผู้ชดใช้กรรมจนหมดสิ้นก็เริ่มขึ้น ชายหนุ่มเดินไปดื่มน้ำทิพย์แห่งการลืมเลือน ก่อนจะหันไปโค้งคำนับเหล่าผู้ควบคุมนรกทุกท่านด้วยใบหน้าที่เศร้าโศก และเดินเข้าไปยังประตูวิญญาณเพื่อจะลงไปเกิดใหม่แต่ทว่าทันทีที่เขาก้าวขาเข้าไปในกระจกส่งวิญญาณ จู่ ๆฝ่าเท้าข้างซ้ายของชายหนุ่มก็เผลอไปเตะก้อนหินเข้าชนกับกระจกส่งวิญญาณเข้า

"เอ๋~! เวรแล้วไง"

เพล้งงง~!

ฟึบบบ!

"ม่ายยยยยยยยยย~"

ทันทีที่บานกระจกส่งวิญญาณเกิดลอยร้าว จู่ๆก็มีหลุมดำแรงดึงดูด ดูดวิญญาณของชายหนุ่มเข้าไป ทำให้เขาได้แต่กรีดร้องอย่างไม่ยินยอม เขาอยากอยู่ที่นี่กับคนในนรก เพราะนรกสำหรับเขานั้นคือที่ที่น่าอยู่มาก ?สุดท้ายร่างวิญญาณของเขาก็หายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย ทำให้เหล่ายมพบาลที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะแกล้งวิ่งไปแจ้งเรื่องกับท่านพญายมราช

"แย่แล้วขอรับ กระจกส่งวิญญาณเกิดความเสียหาย วิญญาณของชายผู้นั้นถูกส่งไปยังมิติอื่นแล้วขอรับ"

"โอ้ เช่นนั้นก็เป็นเรื่องดีสิ เพราะต่อไปนี้พวกเราจะไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไปแล้ว"

พญายมราชยกยิ้มอย่างยินดีอย่างปิดไม่มิด ซึ่งชาวนรกก็เช่นกัน ภายในใจของพวกเขาไม่คิดอยากเจอชายผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าบาปของชายผู้นั้นเยอะเกินจะควบคุมแล้วละก็ พวกเขาคงส่งมันไปเกิดใหม่ด้วยกระจกส่งวิญญาณตั้งนานแล้ว

"ข้าว่าควรจัดงานฉลองนะขอรับท่าน ขอบอกตามตรงว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมาข้าละปวดหัวกับชายผู้นั้นไม่น้อยเลยทีเดียว"

"""ใช่ ใช่ พวกข้าก็เช่นกัน"""

"ดีอย่างนี้ต้องฉลอง นรกของเรากำลังคืนสู่ความปกติแล้ว ฮ่า ๆ"

และหลังจากนั้นนรกก็จัดงานฉลองยกใหญ่ โดยแม้แต่ผู้เป็นวิญญาณที่ถูกขังในนรกทั้ง 8 ขุมก็ยังขึ้นมาในงานฉลองในครั้งนี้ด้วย เพราะพวกเขายินดีอย่างมากที่ตัวป่วนอย่างชายหนุ่มผู้นั้นได้ไปจากนรกแห่งนี้เสียที เพราะตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาชายหนุ่มผู้นั้นสร้างความปั่นป่วนให้แก่นรกเสียยับเยิน ขนาดพญายมราชยังปวดหัวไม่น้อย

ในขณะที่นรกกำลังเฉลิมฉลองกับการจากไปของตัวป่วน ชายหนุ่มผู้ลงมาเกิดใหม่ในตอนนี้กำลังสับสนไม่น้อย เขาจ้องมองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสงสัย แต่ที่น่าสงสัยที่สุดก็คือเขาได้ดืมน้ำทิพย์แห่งการลืมเลือนไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตัวเขาถึงยังจำเหตุการณ์ในอดีตได้อยู่กัน ?

'ตัวข้าก็เกิดใหม่แล้วนี่ แถมยังเป็นทารกด้วย แต่ทำไมเราถึงมีความทรงจำในอดีตยังอยู่ละ? ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน ทำไมเทคโนโลยีของที่นี่ถึงได้ก้าวหน้าไปไกลมากขนาดนี้นัก'

เขาก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะเลิกคิดเรื่องแปลกๆ เพราะคิดไปเขาก็คงไม่ได้คำตอบ เขาจึงเริ่มสำรวจสภาพโดยรอบที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกลกว่ายุคที่เขาเคยอาศัยอยู่ แต่ด้วยร่างกายที่เป็นเพียงเด็กทารก การจะขยับตัวไปมานั้นจึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แต่เขาก็ยังพยายามจนสามารถกลิ้งตัวสำรวจภายในห้องแปลกๆนี่ได้ทั้งหมด

'เอ๊ะ ทำไมในห้องนี้มันดูคุ้น ๆนัก หืมนั่นมัน อะ เอเลี่ยนหรือ ?'

เขาตกใจอย่างมากเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดยืนสองขาใส่ชุดกราวสีขาว หรือไม่ก็มนุษย์ที่มีหางเหมือนลิงใส่ชุดเกราะแปลกที่ดูคุ้นตาในความทรงจำของเขา นี่คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดใช่ไหม ? และเพื่อยืนยันคำตอบในใจเขาจึงพยายามใช้แขนเล็กๆดันนตัวให้อยู่สภาพนอนตะแคง และเขาก็พบว่าตัวเขานั้นมีอวัยวะเพิ่มมาแถวๆบั้นท้ายเป็นอวัยวะที่ 33 นั่นก็คือหางขนสีน้ำตาลที่คล้ายลิง

'ไม่จริงหรอกน่า นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน มันไม่ใช่นิยายหรือการ์ตูนนะเฮ้ย!'

แต่นี่มันไม่ใช่ฝันอย่างแน่นอน เพราะตัวเขาที่เป็นทารกยังนอนอยู่ในแคปซูลกระจกแปลกๆอีกด้วย แต่ก่อนที่เขาจะลองทดสอบสิ่งต่าง ๆเขาก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้น เมื่อมีชายหญิงมีหางในชุดนักรบเดินมายังแคปซูลที่เขาอยู่พร้อมกับ เอเลี่ยนใบหน้าคล้ายสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดไว้ผมทรงโมฮอคสีส้ม(ตะกวดมั้ง)

"ขอแสดงความยินดีด้วยครับท่านเร็กท่านเกล ท่านการ์ลิค มีสุภาพร่างกายแข็งแรงแถมตัวเขายังมีสายเลือดชาวไซย่าที่พรสวรรค์ระดับสูงยิ่งด้วยครับ"

"โอ้อย่างนั้นเชียว พลังต่อสู้ของการ์ลิคลูกข้าตอนนี้มีเท่าไหร่กัน ?"ชายผู้เป็นสามีนามว่าเร็กกล่าวถามเอเลี่ยนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"พลังต่อสู้ยามเกิดของท่านการ์ลิคอยู่ที่ 451 จุดครับท่านเร็ก"

ทั้งเร็กและเกลที่ได้ฟังว่าพลังของบุตรชายของตนก็ต้องตกใจ ก่อนจะเริ่มกดไปที่เครื่องแปลกๆแถวข้างหู ที่น่าจะเป็นสเกาเตอร์วัดพลัง ซึ่งตัวเลขในเลนต์สเกาเตอร์ของทั้งคู่นั้นบ่งบอกพลังที่ตรงกับข้อมูลที่เจ้าเอเลี่ยนให้ไว้ไม่มีผิด ทั้งสองผัวเมียจึงดีใจไม่น้อยที่ลูกชายของตนมีพรสวรรค์ระดับสูง (สูงมาก)

ซึ่งชาวไซย่าส่วนมากถ้าเป็นนักรบระดับต่ำตอนเกิดจะมีพลังต่อสู้ไม่เกินหลักหน่วย(1-9) ส่วนนักรบระดับกลางจะมีพลังต่อสู้ไม่ถึงหลักร้อย(10-99) ส่วนระดับสูงนั้นจะมีพลังต่อสู้เกินหนึ่งร้อยขึ้นไป(100-???) ซึ่งสองผัวเมียจะดีใจก็คงไม่แปลกเพราะลูกชายของทั้งคู่มีพลังต่อสู้ตอนเกิดถึง 451 จุดเลยทีเดียว

ผิดกับทารกน้อยหรือการ์ลิคที่อยู่ในแคปซูล เขาในตอนนี้กำลังเคร่งเครียดหลังจากที่ได้ยินคำบอกเล่าของสองสามีภรรยา เพราะถ้าจำไม่ผิดการมีพลังมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนัก ยิ่งถ้าโลกนี้เป็นโลกดราก้อนบอลจริงๆแล้วละก็ อีกไม่นานคงมีปัญหาตามมาอีกไม่หยุดหย่อนแน่

'ไม่ได้การถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูเจ้าราชาเบจิต้าแล้วละก็ ทั้งเราและครอบครัวคงถูกสั่งเก็บเหมือนเจ้าโบลี่และพ่อของมันแน่ แต่เรื่องนั้นช่างก่อน ถ้าเราจำไม่ผิดดาวเบจิต้าจะถูกทำลายโดยเจ้าฟรีเซอร์นี่ แล้วมันอีกกี่วันกัน ? หรือข้าจะต้องตายไปทั้งที่ยังเป็นเด็กทารกกัน'

เขาได้แต่คิดอย่างกลัดกลุ้ม ถึงตัวเขาจะชอบอยู่นรกแต่ก็ใช่ว่ายามที่เขามีชีวิตเขาจะอยากตกตายเร็วเสียหน่อย ยิ่งตอนนี้ตัวเขาได้เกิดใหม่แล้ว แถมยังเกิดใหม่ในการ์ตูนที่เขาชื่นชอบแล้วด้วยทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล แต่ไม่นานความกังวลนั้นก็หายไป สายตาของเด็กทารกกลายเป็นเด็ดเดี่ยว จนบิดาและมารดาที่มองอยู่ยังตกตะลึง

'ไม่รู้ว่าเจ้าฟรีเซอร์จะบุกมาเมื่อไหร่ หรือเจ้าราชาเบจิต้าจะคิดสังหารเราและครอบครัวหรือไม่ แต่เราจะไม่ยอมให้ใครมาลิขิตชีวิตใหม่ของเราอีกแล้ว'

ความคิดเห็น