wickedwish_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มายาที่ 4 : ตกลงคือพรมหลิขิตนั่นแหละ

ชื่อตอน : มายาที่ 4 : ตกลงคือพรมหลิขิตนั่นแหละ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2561 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มายาที่ 4 : ตกลงคือพรมหลิขิตนั่นแหละ
แบบอักษร

มายาที่ 4







ความรักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ทุกความสัมพันธ์ เราไม่มีทางรู้เลยว่าเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองในชุดผ้ากรีกขาวบริสุทธิ์จะแผลงศรแห่งรักขึ้นมาเมื่อไหร่...


“เอ้า! แซนวิชที่มึงฝากซื้อ”


“ขอบใจ” เขารับห่อถุงกระดาษจากมือนิลกานต์มาแกะก่อนจะส่งชิ้นขนมปังคำโตเข้าปาก


...รู้แค่ว่าหากถูกศรที่ว่าปักเข้ากลางอกแล้ว ก็ยากที่จะไถ่ถอนมนต์สะกดนั้นได้ คุณปู่สุดที่รักเคยกล่าวไว้


“ทำไมไม่นั่งเครื่องวะ กูเหนื่อย” กล้าที่เอนหลังอยู่กับเก้าอี้ข้างๆบ่นโอดครวญ


ปิล็อค สะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตกไทรโยก หรือแม้แต่หลายๆที่ที่ได้สัมผัสมาในช่วงหลายวันมานี้ล้วนมอบความผ่อนคลายให้แก่คนที่ได้มาเยือนอย่างไม่เคยได้รับมาก่อน หากแต่เมื่อต้องนึกถึงตอนกลับ ความรู้สึกอัดอั้นในช่วงอกก็ไหลย้อนเวียนขึ้นมาอีกครั้ง


“เอาเถอะ ตามใจมันหน่อย มันอุตส่ามาเป็นเพื่อนมึง”


“เออจ้า ตามใจเมีย”


“อืม กูยอมเป็นเมียมึงวันนึงเลย” เด็กหนุ่มผิวขาวในชุดเสื้อยืดสีชมพูอ่อนตัวโคล่งกับกางเกงรัดรูปสีดำเอ่ยสวนเนือยๆด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก


“พูดแล้วนะเว้ย”


“เชี่ยกล้า มึงก็... ได้ข่าวว่านี่เพื่อนมั้ย” นิลกานต์ที่นั่งขนาบข้างกางปีกปกป้อง


“มึงเคยได้ยินมั้ย เพื่อนกันมันดี


“พอเลยพวกมึง” คนห้ามศึกว่าพลางหาวหวอด “แล้วนี่เมื่อไหร่รถไฟจะมา”


จริงๆเขาจะนั่งเครื่องกลับแบบที่กล้าหาญว่าก็ได้ แต่เพราะนั่นมันเร็วเกินไปยังไงหล่ะ เพียงแค่รู้ว่าพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมในช่วงสองปีครั้งเขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก การได้ยืดเวลาเดินทางออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอนั่นแหละกลับทำให้เขาสบายใจมากกว่า


“ซักพักแหละน่า มึงจะเอาอะไรกับรถไฟไทย”


“อืมม”


“เรื่องพ่อกับแม่หรอ หรือเรื่องหญิง?” เด็กหนุ่มที่ตัวเท่ากันเอ่ยถามราวกับเข้ามานั่งอยู่ในใจ


“ก็ทั้งสอง” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา


“เรื่องแรกกูเข้าใจมึง แต่เรื่องหลังนี่ยังไง ทะเลาะกัน?”


“ก็ประมาณนั้น...” คนเล่าหลุดหายใจออกมาเป็นห้วงๆเมื่อต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า “ หญิงงี่เง่าอ่ะ บางอย่างคือทำไมต้องทำให้เป็นเรื่อง กูไม่เข้าใจ”


“ผู้หญิงก็งี้แหละมึง” กล้าหาญที่สอดเข้ามาในวงสนทนาตบบ่า


“เดี๋ยวก็คบผู้ชายซะหรอกแม่ง...”


“เอ้าโว้ย เพื่อนกู  ฮ่าฮ่า” เพื่อนสองคนหัวเราะพรวดเมื่อได้ยลยิน


และเป็นในตอนนั้นเองที่บริเวณชานชาลาเกิดเสียงดังโหวกเหวกขึ้นจนทำให้นั่งท่องเที่ยวทั้งสามที่คุยกันอย่างสนุกต้องหันไปให้ความสนใจ


“เด็กติด!! … เด็กติดในรางรถไฟ ช่วยด้วยยย!!” น้ำเสียงตื่นตระหนกถูกเอ่ยขานจากคุณป้าแม่ค้าร้านกาแฟโบราณ


เขาหันไปดูและก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กในชุดเดรสสีฟ้ายาวถึงเข่าที่ขากำลังติดอยู่ในซี่ทางรถไฟร้องร่ำด้วยความสั่นกลัวอยู่จริง ไม่กี่ร้อยเมตรข้างหน้าเป็นยานยนต์ขนาดใหญ่ที่กำลังแล่นเข้ามาอย่างหยุดไม่ได้ ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ใส่คอนแท็กเลนส์ แต่ด้วยรูปเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ก็ทำให้รู้ว่ารถไฟกำลังใกล้เข้ามา


“เหี้ยยยย ทำไงดี ตำรวจอยู่ไหนวะ” นิลกานต์ว่าอย่างเลิ่กลัก ในขณะที่เขากับกล้าหาญที่ยืนอยู่ข้างๆก็มีท่าทางที่ไม่ต่างกัน! ทำยังไงดี พ่อแม่ของเด็กไปไหน…


“อีหนู ลุกออกมาเร็วๆลูก!!” คุณลุงคุณป้าที่ยืนใกล้ๆตะโกนบอกเด็กสาวผมเปีย หากแต่ได้รับเพียงเสียงร้องไห้ตอบกลับมา... จะลุกได้ยังไง ขากับกระโปงน้องติดอยู่แบบนั้น


เขาทั้งสามอยากจะพุ่งออกไปช่วยเหลือเกิน แต่ด้วยเครื่องจักรเหล็กไม่กี่ร้อยเมตรข้างหน้าที่ตรงดิ่งด้วยความเร็วหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเพราะสถานีนี้ไม่ใช่ที่พักรถของยานพาหะนะดังกล่าวทำเอาขาที่อยากจะก้าวออกไปสั่นเทา


แทบจะเป็นวินาทีถัดมาที่พี่ตำรวจของสถานีผู้เพิ่งกลับจากทำธุระในห้องน้ำรีบรุดเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงผู้น่าสงสาร และแทบจะเป็นวินาทีเดียวกันที่ชายหนุ่มร่างสูงประมาณ185เซนติเมตรพุ่งพรวดเข้าไปยังบริเวณรางรถไฟก่อนแล้ว


“เชี่ย! ใครวะเข้าไปช่วย”


“ทันมั้ย ทันมั้ย ทันมั้ย” นิลกานต์กับกล้าหาญลุ้นจนฉี่แทบเล็ดเมื่อมือหนาของคนที่อยู่ด้านล่างกำลังแกะขาน้องที่ติดอยู่ในซี่รางรถไฟออก


ปู๊นน!! ปู๊นน!!

เด็กหนุ่มผิวขาวข่มตาหลับอย่างลุ้นระทึก ริมฝีปากสวยเม้มแน่น ข้อมือเรียวกำหมัดจนเล็บจิกลงไปที่เนื้อด้วยความหวั่นวิตก


สิ้นเสียงและภาพของเครื่องจักไอน้ำที่แล่นผ่านออกไป ก็เผยให้เห็นเงาของชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวลายแปดบิทกับกางเกงยีนส์เข้ารูปขาดที่หัวเข่ากำลังอุ้มเด็กน้อยผมเปียในท่าเจ้าหญิงเดินออกมา


ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจและขอบคุณผู้ชายคนนั้น เฟยกลับอยู่ในสภาวะหูดับ เขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกของเพื่อนทั้งสอง เพราะสมาธิและสายตาคู่สวยจับจ้องไปยังเจ้าชายตรงหน้าเพียงคนเดียว


ซักวันนึงจะมีคนที่เข้ามาทำลายกฎที่เราตั้งไว้เสมอ อยู่ดีๆคำพูดของปู่ก็ผุดขึ้นมาในหัว


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!

ทำไม!? ทำไมหัวใจเขาถึงเต้นแรงขนาดนี้...? สายตาที่เห็นไม่ค่อยชัดกลับชัดเจนขึ้นในบัดดลราวกับผู้ชายคนนั้นมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นี่มันอะไรกัน!? นี่มันความรู้สึกอะไร...


ราวกับโดนมนต์แม่มดสะกด พลันนาทีนั้น ฉันรักเธอทันใด...”  เป็นอีกช็อตที่เนื้อเพลงดังของวงแทตทูคัลเลอร์วิ่งแล่นเข้ามาในหัวเขา เพลงรักแรกพบ

ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกำลังสูบฉีดของเหลวสีแดงอย่างไม่เป็นจังหวะ อุณหภูมิจากกระบอกตาร้อนเห่อพร่าลามขึ้นไปทั่วใบหน้า น้ำลายก้อนโตถูกกลืนลงลำคออึกใหญ่เมื่อได้ยลเหงื่อเม็ดใสที่ร่วงหล่นจากกรอบหน้าคร้ามคม


ไม่ต้องอ้างทฤษฏี ไม่ต้องอ้างหลักการ ไม่ต้องอ้างเหตุผลใดๆทั้งสิ้น... เขาน่าจะรู้ตัวเองดีที่สุดว่านี่คืออาการ

ตกหลุมรัก...






✬​


และนั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน เหตุการณ์ที่เฟยได้เจอกับผู้ชายในฝัน ผู้ชายที่เปลี่ยนให้เขาหันมามองผู้ชายด้วยกันเป็นครั้งแรก หากแต่เขาผู้นั้นก็ยังคงเป็นผู้ชายที่เด็กหนุ่มผิวขาวหมายปองแต่เพียงผู้เดียวอยู่ดี…


“เหม่ออะไรของมึงเฟย?”


กระพริบตาเรียกสติก่อนจะตอบรุ่นพี่แบดบอยตรงหน้ากลับไป “เปล่านี่พี่”


“ทำหน้าอย่างกับคนมีความรัก” คนตัวสูงกว่าเอ่ยราวกับเจนโลกก่อนจะยื่นแก้วแอลกอฮอล์ให้


“รู้ดีจริงนะพ่อเสือ” เขายกยิ้มให้พี่สายฟ้าพร้อมกับรับแก้วจากคนตรงหน้า


“อย่ามาพูดมาก เรื่องหักอกน้องชายกูนี่ยังไม่เคลียร์เลยนะ”


“ผมรู้ว่าพี่ฟ้าไม่ได้โกรธ เพราะถ้าพี่ฟ้าโกรธคงโยนผมออกจากร้านไปแล้ว ใช่ม้า” เฟยยกยิ้มเกลี่ย


“นี่น้า ไอ้น้ำถึงได้แพ้ เพราะสายตาแบบนี้ไง”


“ฮ่ะฮ่ะ ผมก็เป็นของผมแบบนี้อยู่แล้วเปล่า”


“คร้าบน้องเฟย” คนพี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมอมยิ้มหยี


“แล้ววันนี้น้ำมามั้ย?” เขาถามเช็คเพราะไม่อยากทำให้เจ้าของตำแหน่งแฟนเก่าลำบากใจหากได้เจอกัน


“ไม่มาหรอก เฮิร์ทหนัก เลิกเรียนก็กลับบ้านไปขลุกอยู่กับต้นไม้ทั้งวัน”


“นี่พี่ไม่ได้โกรธผมเรื่องน้ำจริงๆใช่มั้ย?” เฟยเปลี่ยนมาเป็นโหมดจริงจัง เพราะเขานี่แหละที่เป็นคนหักอกพี่สายน้ำ น้องชายพี่สายฟ้าอย่างไม่ใยดีเมื่อยามที่ได้เจอเกรทในผับกับพวกไอ้อ้าย...


หลังจากเหตุการณ์ที่กาญจนบุรี เขาก็ไม่เจอเกรทอีกเลย แม้จะหาช่องทางติดต่อวิธีไหนหรือหายังไงก็ไม่เจอ จะหาเจอได้ยังไงล่ะ ในเมื่อไม่กี่นาทีต่อจากนั้นเกรทก็หายไป ถามชื่อชาวบ้านแถวนั้นก็ได้รับคำตอบกลับมาในทางเดียวกันคือไม่รู้ เกรทหายไปโดยไม่ได้ทิ้งข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนไว้เลยซักนิด


หัวใจที่กระวนกระวายจึงได้แต่เพรียกหาใครซักคนมาชดเชยให้ลืมเลือนร่างสูงคนนั้น มีผู้ชายหลายคนที่เฟยลองคบเพื่อลบล้างภาพบางคนออกไปและหนึ่งในนั้นก็คือพี่สายน้ำ ตอนแรกเขาคิดว่าพี่สายน้ำจะทำให้เขาลืมเกรทได้เพราะความดีและความเอาใจใส่ของอีกฝ่าย


หากแต่เฟยคิดผิด เพราะทุกครั้งที่เขาคิดจะลองคบใครจริงๆจังๆ หัวใจก็พลันกระตุกวูบ สมองก็พลันฉายภาพคนๆนึงทับซ้อนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเหมือนถูกสาป ถูกสาปโดยคนที่ไม่รู้จัก สุดท้ายก็รู้ว่าหัวใจดวงนี้คงรักใครไปไม่ได้อีกนอกจากชายหนุ่มคนนั้น...ชีวิตแม่ง...


“ใครจะโกรธมึงลงวะ มึงน่ารักขนาดนี้”


“แหม่เอาดีๆสิพี่” หยอดเก่งสุดๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าหัวใจยกให้บางคนไปแล้ว พี่สายฟ้าหรือพี่สายน้ำก็คงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เขาไม่สามารถปฏิเสธความสมบูรณ์แบบได้จริงๆ


“ฮ่าฮ่า ไม่โกรธหรอก มึงก็พูดชัดแล้วนี่ว่ามึงหมดรักมันแล้ว” คนพี่โยกหัวเฟยก่อนจะพูดต่อ “กูรู้ว่าไอ้ความหมดรักนี่แหละแม่งน่ากลัว มันไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย และมันก็ไม่ผิดด้วย หมดก็คือหมด ทำอะไรไม่ได้ถูกมะ... กูเข้าใจ อย่าคิดมาก”


“โล่งอก” เฟยพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “นึกว่าจะติดแบล็คลิสต์ร้านพี่ซะแล้ว”


“โถ ที่แท้ก็อยากแดกเหล้า”


เขาไม่ตอบหากแต่ยิ้มหยีให้คนพี่ ก็แหงล่ะ‘แอสโมเฟียร์’ร้านพี่สายฟ้าหน่ะบรรยากาศดีกว่าที่อื่นเป็นไหนๆ โซนให้นั่งชิวก็เยอะ โซนให้เต้นก็แยะ แถมชั้นใต้ดินยังมีโถงพนันอย่างถูกกฎหมายอีก แต่สิ่งที่เขาสนจริงๆก็คงมีแค่ของมึนเมาเท่านั้นแหละ


“ไม่ต้องมายิ้มแบบนี้ให้กู เดี๋ยวกูก็หลงเสน่ห์มึงเข้าอีกคนหรอก”


“พี่ก็รีบหาเป็นตัวเป็นตนซักคนสิ”


“กูไม่รีบเว้ย” พี่สายฟ้าว่าก่อนจะหันหลังให้เขา “อยากกินอะไรก็สั่ง วันนี้ป๋าเลี้ยง”


“เนื่องในโอกาสอะไร? ที่หักอกน้องชายพี่หรอ” เฟยว่าติดตลก


“พูดมากไม่ต้องแดกนะครับน้องเฟย”


“คร้าบ น้องเฟยไม่พูดแล้ว” เขายกยิ้มหยีให้พี่สายฟ้าอีกทีก่อนจะเดินไปนั่งที่เคาท์เตอร์บาร์


เครื่องดื่มที่คนตัวบางสั่งก็คือม็อคเทลฟ้าปราศจากแอลกอฮอล์เพราะวันนี้ไม่ได้กะมาเมา แค่มาดำเนินแผนการมัดหัวใจหนุ่มวิศวะบางคนที่เพิ่งคิดได้เมื่อไม่กี่วันก่อนเท่านั้นเอง


“ไงรอนานมั้ยมึง” นิลกานต์เอ่ยทักเพื่อนรักตัวขาวที่นัดกันไว้


“ไม่ค่อย” เฟยเลื่อนแก้วม็อคเทลที่สั่งเผื่อให้คนมาใหม่ “เรื่องที่ให้ไปสืบเป็นไง?”


คุณพ่อของนิลกานต์เปิดบริษัทนักสืบ ดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าเขาอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับใครก็ต้องได้รู้ หากแต่ว่าการที่จะสืบใครซักคนมันก็ต้องมีเบาะแสอยู่บ้าง


เพราะฉะนั้นเรื่องของชายหนุ่มที่เจอกัน ณ สถานีรถไฟจึงเป็นเรื่องที่จนปัญญาเนื่องด้วยเหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นฉับพลันไปหมด เหลือแต่เพียงความรู้สึกโหยหาที่อีกฝ่ายทิ้งไว้อย่างไม่รู้ตัว…


“รวยเอาเรื่อง ที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่”


แต่โชคดีที่วันนั้นเจอไอ้อ้ายเลยทำให้เขาได้รู้จักเกรทเสียที


“แล้วน้องชายที่ชื่อกิว?”


“อยู่มอหก ผีพนันใช้ได้ บ้านก็รวยนะแต่ไม่รู้จะติดการพนันอะไรนักหนา ได้ข่าวว่าพ่อแม่ฝั่งนั้นเข้มงวดสุดๆ ที่เล่นอยู่ทุกวันนี้ก็คงแอบที่บ้านมา”


เฟยยกยิ้มที่มุกปากเมื่อแผนการสุดร้ายกาจกำลังเป็นไปตามคาด น้องชายเสเพลกับพี่ชายที่แสนดีงั้นหรอ หึ!


“วันนี้ไอ้เด็กกิวก็มาที่นี่ใช่มั้ย?”


“อือ พี่เถาบอกว่าอยู่ด้านล่าง น่าจะมาตั้งแต่ทุ่มนึงละ” พี่เถาเป็นนักสืบที่เขาจ้างผ่านนิลกานต์ให้ตามติดน้องชายของพ่อพระเอกหนังจีนในช่วงนี้ “แล้วให้กูตามไอ้เด็กนี่ทำไมวะ มึงชอบพี่ชายมันไม่ใช่หรอ?”


“เดี๋ยวมึงก็รู้” เฟยว่าก่อนจะยกแก้วม็อคเทลเข้าปากจนหมด “ลงไปข้างล่างกัน”


“จริงๆมึงถามข้อมูลจากเพื่อนมึงก็ได้นะ ไม่น่าลงทุนจ้างนักสืบ”


“ไอ้อ้ายกูก็ถาม นักสืบกูก็ต้องใช้ จะรู้จักคนที่ชอบก็ต้องรู้ให้หลายๆมุมสิวะ” เฟยจิ๊ปากใส่คนช่างสงสัยพร้อมกับกอดคอเจ้าตัวลงชั้นใต้ดินไป


ห้องโถงด้านล่างสามารถเรียกได้ว่าเป็นคาสิโนขนาดย่อมที่บรรจุเอาเกมส์การพนันสารพัดไว้มากมายครบครันดุจดั่งสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคที่ตั้งอยู่ใกล้เขตมหาลัยเลยก็ว่าได้  ถ้าไม่ใช่ตระกูล อัศวเทวกุล ก็คงไม่สามารถทำให้สถานที่อโคจรแบบนี้ถูกกฎหมายได้ในเขตสถานศึกษาแน่ๆ


ใช้เวลาไม่นานแววตาคู่สวยก็หยุดจับจ้องกับเด็กหนุ่มตัวสูงที่เค้าหน้าไม่ได้แตกต่างจากชายที่เขาชอบมากนัก หล่อทั้งพี่ทั้งน้องเลยแฮะบ้านนี้...


“โถพี่ ผมขอเล่นอีกตาเดียว รับรองได้คืน”


“ไม่ได้! จ่ายอันเก่ามาก่อน ไม่งั้นคงต้องส่งใบเสร็จไปเก็บกับที่บ้านน้องแล้ว”


“ไม่เอานะพี่ อย่าส่งนะ!”


“มีอะไรหรือเปล่าพี่อัท?” เฟยเดินเข้าไปหยุดข้างหนุ่มน้อยที่ตัวไม่น้อย ก่อนจะสิ่งยิ้มให้พี่บอดี้การ์ดคนรู้จัก


“เอ้าคุณเฟย สวัสดีครับ” พี่อัทกล่าวทักอย่างเลิ่กลัก ที่รู้จักกันก็เพราะสมัยคบกับสายน้ำเขาถูกพามาเปิดตัวกับของครัวอีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ นึกถึงตรงนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกรอบ “เอ่อ เด็กคนนี้เล่นบาคาร่าแต่ไม่มีเงินคืนอ่ะครับ จริงๆติดหนี้เยอะกว่านี้ด้วย แต่ตอนนี้เต็มโควต้าหมดแล้ว”


“กี่บาทครับ?”


พี่อัดหยิบแท็บเลตขึ้นมาแตะๆ  “เอ่อ... เก้าหมื่นแปดครับ”

โห...เล่นอะไรขนาดนี้ไอ้หนูเอ๊ย...


เฟยเปรยตามองเด็กหนุ่มก่อนจะหันไปบอกพี่อัท “เดี๋ยวผมจ่ายให้”


หาาา?” คำว่าหาถูกกล่าวขึ้นโดยคนฟังไม่เพียงแค่พี่อัท หากแต่ยังเป็นนิลกานต์และเด็กหนุ่มข้างๆ


“อะไรของมึงเนี่ยเหี้ยเฟย?”


“เออน่า” คนใจป้ำสะบัดมือเพื่อนรักที่สะกิดแขนตนออก “เดี๋ยวผมขอใบเสร็จรายการค่าใช้จ่ายของน้องทั้งหมดด้วยนะครับ”


“อะ เอ่อครับคุณเฟย”


“ผมไปรอชั้นบนนะ เรียบร้อยยังไงรบกวนพี่อัทตามขึ้นไปให้ด้วยนะครับ”


“คะ ครับๆ” เจ้าของชื่อยังคงงงกับเหตุการณที่เกิดขึ้นไม่หาย


“ส่วนมึง... มานี่” เฟยพยักหน้าใส่เด็กหนุ่มที่กำลังทำหน้าเหวอไม่ต่างกัน


อ้ายบอกว่าเกรทเป็นคนที่รักน้องชายมากๆ แต่เพราะขึ้นมหาลัยเลยทำให้ห่างกันจนไม่มีเวลาดูแล ไอ้เด็กนี่พอไม่มีคนคุมก็ลิงโลดทำตัวมะเหรกเกเร


“กูเป็นเพื่อนกับพี่ชายมึง” เขายืนกอดอกพูดกับเด็กหนุ่มหน้าเคาท์เตอร์บาร์ ข้างๆเป็นนิลกานต์เพื่อนรักที่กำลังจับต้นชนปลายในแผนการของเขาทีละนิด


“พี่เป็นเพื่อนพี่เกรทหรอ โหหห ขอบคุณนะครับ”


“กูไม่ได้จ่ายให้มึงฟรีๆซะหน่อย”


“พี่จะเอาอะไรอ่ะ เอาตัวผมมั้ย ผมยกให้ทั้งใจให้พี่เลยนะ” เด็กหนุ่มหน้าคมยิ้มแป้นจนเห็นฟันขาว

แหม ถ้าพี่ชายเอ็งได้นิสัยแบบนี้มาซักครึ่งก็คงจะดี…


“กูจะบอกพ่อกับแม่มึง”


“ไม่เอานะพี่ ขอร้อง ไม่เอานะ ฮือออ” ลูกหนี้ป้ายแดงทรุดลงกอดที่ต้นขาเฟยอย่างอ้อนวอน


“งั้นบอกเกรท”


“งืออ บอกเกรทก็ได้ แต่เดี๋ยวเกรทก็ด่าผมอีก.... ก็ยังดีกว่าบอกป๊ากับม๊าละนะ” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำ


“เกรทรักมึงมากมั้ย?”


“ถามทำไมอ่ะ?”


“กูถามก็ตอบสิวะไอ้นี่” หน้าสวยขมวดคิ้ว


“ครับๆ... ก็คงรักแหละ ไม่งั้นมันคงไม่ปิดบังเรื่องที่ผมเล่นการพนันมาจนถึงตอนนี้”


“มันรักขนาดนี้ มึงก็ยังหักหลังมันได้อีกเนอะ”


“พี่...” เด็กหนุ่มก้มหน้าจ๋อย


“พี่ชื่อเฟย” เฟยว่าพลางจับปลายคางเข้ารูปให้เงยมองสบตา “มึงชื่อกิวใช่มั้ย?”


“คะ ครับ”


ไม่เล่นอีกแล้วได้มั้ยครับน้องกิว


ฉ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

“พะ พี่เฟยย...” กิวเสหน้าหนีอย่างเร็วพลันเมื่อได้ยลเครื่องหน้าอันหวานหยดราวนางฟ้าของอีกคน

เกิดมาสิบแปดปีก็เพิ่งจะเคยเห็นผู้ชายน่าฟัดขนาดนี้ ฮืออ น่ารักแบบไม่ไหวแล้วว


“สัญญาไหม?” เฟยยกนิ้วก้อยข้างขวาจ่อหน้าอีกฝ่าย “สัญญากับพี่เฟยว่าจะไม่เล่นอีก”


“ผมเขินนะพี่... พี่อ่ะ ทำไมทำแบบนี้” เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น


“เขินอะไรของมึง”


พี่น่ารัก


เออ เวร! จะเต๊าะตัวพี่ ตัวน้องดันติดเบ็ดซะได้...


“คุณเฟยครับ นี่ครับใบเสร็จ” เฟยรับแผ่นกระดาษรายการวีรกรรมของไอ้ตัวแสบมาเช็ค ก่อนจะส่งบัตรเครดิตให้พี่อัทไปจัดการเคลียร์หนี้เคลียร์สินให้จบๆไป


“หมดเวรหมดกรรมแล้วนะ” เจ้าหนี้หน้าหวานว่าใส่เด็กหนุ่มที่จ้องตาปริบๆ


“ขะ ขอบคุณครับ” กิวก้มหัวไม่หยุดพร้อมกับริ้วแก้มที่ขึ้นสี “แล้ว...เรื่องเงิน”


“กูไม่รีบ มีเมื่อไหร่ค่อยมาใช้”


“ขอบคุณมากครับ พี่น่ารักมากเลยอ่ะ” เด็กหนุ่มยิ้มแป้นจนเห็นฟันขาว

นี่ถ้าไม่ติดว่ามีเกรทเป็นพี่ชายอยู่แล้ว เขาจะถวายตัวขอเป็นน้องพี่เฟยตรงนี้ซะเลย


“มึงสัญญากับกูแล้ว ถ้าเล่นอีกกูจะฟ้องพ่อกับแม่มึง แล้วกูก็จะโกรธ”


ไอ้ที่โกรธเนี่ย ยกขึ้นมาขู่เด็กมันเฉยๆ เพราะดูทีแล้วเสน่ห์ที่หว่านไปมั่วๆดันมีคนติดกับขึ้นมาซะได้


“ครับๆผมสัญญา! พี่เฟยห้ามโกรธผมนะ”


เฟยยกยิ้มให้กับความน่ารักของอีกฝ่ายก่อนจะแลกคอนแทคกับเด็กเกเรแล้วกอดคอนิลกานต์ออกจากร้านไป... ถ้าเกรทติดกับเขาง่ายแบบไอ้น้องชายซื่อบื่อนี่ก็คงจะดี…


วันนี้เขามาแท็กซี่ เพราะไม่อยากขับหนูดำเวสป้าคู่ใจมา จริงๆไอ้แผนการแลกรถกันใช้กับไอ้นิกเพียงเพราะอยากจะหาเรื่องใกล้ชิดกับพ่อพระเอกหนังจีนนี่น่าจะจบไปตั้งแต่ขับชนหนุ่มเจ้ากรรมแล้ว เพราะทีแรกคิดว่าถ้าใช้รถยนต์ขับชน ตัวเองคงไม่ได้แผลกลับมาเพื่อหลอกล่อให้อีกฝ่ายพาไปโรงพยาบาล

แต่ทียังใช้อยู่ก็เพราะแผนการมันสามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่านั้นยังไงล่ะ...


“มึงร้ายนะเฟย”


“อะไร รู้ทันกูแล้วหรอ?” เจ้าของชื่อยักคิ้วยียวน


“เออสัส แล้วมึงมั่นใจได้ไงว่ามันจะยอมลงให้มึง มันอาจไม่ได้รักน้องถึงขนาดนั้นก็ได้”


“So, let’s see!” ตอบด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า


เขาให้นิลกานต์กลับไปก่อนเพราะเจ้าตัวติดธุระกับเพื่อนคณะ ได้เรื่องยังไงแล้วจะโทรไปเล่า ส่วนเขาก็ยืนอยู่หน้าร้านกดโทรศัพท์หาคนรักน้อง...


[ทำไม?] ถ้าเป็นโทรศัพท์อีกฝ่ายจะรับตลอด ยกเว้นถ้ารู้ว่าโทรมากวนก็จะตัดสายไปทันที


คิดถึง


[กูวางนะ]


“โถ่...แปปสิ มีเรื่องสำคัญ”


[ว่ามา]


“มารับหน่อย”


[ฝันเอา]


“งั้นถ้าเป็นเรื่องนี้...จะยังมารับอยู่รึเปล่าน้า”  พักสายก่อนจะถ่ายรูปใบเสร็จที่กิวติดพนันทั้งหมดให้พี่ชายที่แสนดีดู


[นี่มันอะไร!] ปลายสายขึ้นเสียง


“ก็น้องมึงติดพนัน”


[กูไม่เชื่อ มันบอกกูว่าเลิกแล้ว] โถพ่อคุณ อะไรจะเชื่อใจน้องขนาดนั้น


“ตรวจสอบได้ แอสโมสเฟียร์มีบิลค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมด อีกอย่างชื่อน้องชายมึงก็เด่นหรากำกับอยู่ในใบนั้น”


[มึงจะทำอะไรเฟย!]


“ถ้ากูจะบอกว่า จะส่งรูปใบเสร็จพวกนี้ให้พ่อกับแม่มึง...”


[อย่า!!] เสียงทุ้มแหบเสน่ห์สวนกลับมาแทบจะในวินาทีเดียวกัน [มึง! มึงต้องการอะไร!?]


มารับผม แล้วคุณก็มาทำข้อตกลงกัน” รอยยิ้มแห่งมารร้ายถูกวาดระบายขึ้นบนมุมปากสวยอย่างไม่รู้ตัว


เฟยไม่ได้รู้สึกผิดเลยซักนิดที่ทำแบบนี้กับคนที่รัก เพราะเขารักเกรทอย่างบริสุทธิ์ใจ รักเกรทโดยปราศจากความมุ่งร้าย หากแต่พรหมลิขิตที่มันทำงานช้าเกินไปต่างหากที่ทำให้อะไรๆไม่เป็นไปอย่างใจนึก


แต่เขาไม่ได้คาดหวังรอให้เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองมาแผลงศรแห่งรักหรอก ถ้าพรมลิขิตมันไม่ทำงานซักที เขานี่แหละที่จะเป็นคนเร่งให้มันทำงานเร็วขึ้นเอง!












TBC

​=================================================================================

เรื่องนี้ไม่ต้องมีตัวร้ายก็ได้มั้งคะ เพราะยัยเฟยนี่น่าจะร้ายสุดละ555


ปล. ถ้าชอบก็ช่วยคอมเม้นติชมหรือติดแท็ก #มายาดวงดาว เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเน้อ

ทุกคอมเม้นทุกกำลังใจของทุกคน make my day มากๆน้าาา❤​❤​❤

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น