หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 59 กระเทียมไร้เทียมทาน (13)

ชื่อตอน : ตอนที่ 59 กระเทียมไร้เทียมทาน (13)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 63

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 59 กระเทียมไร้เทียมทาน (13)
แบบอักษร

            ขวานไร้เทียมทานของพานเฟิงเดินนำหน้าเปิดทาง เฟิงปู้เจวี๋ยเดินตามหลังไปติดๆ โดยในมือมีปืนวินเชสเตอร์อยู่ พวกเขาถูกล้อมโดยมนุษย์หมาป่าผีดิบไม่ว่าทางตรงหรือด้านข้าง เพียงแค่เข้าใกล้หรืออยู่ในบริเวณของมัน รับรองได้ว่าถูกโจมตีแน่นอน

            แต่สำหรับผู้พัฒนามันคือสิ่งที่ไม่คาดคิด มันคิดว่าจะสามารถใช้ขอบเขตการตรวจสอบของ GM ในการหลบหนี แต่คิดไม่ถึงว่า GM จะลุยเข้าจู่โจมก่อน และผู้ติดตามของเขาเป็นเพียงแค่ผู้เล่นรายหนึ่งเท่านั้น และการเคลื่อนไหวของสองคนนี้เร็วกว่าที่มันคาดไว้ซะอีก

            ไม่เพียงแค่ผู้พัฒนา พานเฟิงเองก็ค่อนข้างประหลาดใจกับความสามารถของเฟิงปู้เจวี๋ยเช่นกัน เขาเข้าใจดีว่า การที่ผู้เล่นระดับล่างรายหนึ่งจะเดินตามเจ้าหน้าที่ แล้วลอบโจมตีมอนสเตอร์อย่างต่อเนื่องนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ

            จากความร่วมมือของเฟิงปู้เจวี๋ย ทำให้งานของพานเฟิงนั้นง่ายขึ้นมาก ตอนแรกยังกังวลเรื่องมนุษย์หมาป่าผีดิบจะพุ่งจู่โจมจากด้านข้าง กังวลว่าหากตัวเองเผลอ เฟิงปู้เจวี๋ยจะถูกกำจัดทันที แต่หลังจากผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว เขาพบว่าเขากังวลมากไป เฟิงปู้เจวี๋ยไม่เพียงแต่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แถมยังช่วยเขาได้มากอีกด้วย

            ภายใต้ความแม่นยำที่มีประสิทธิภาพนี้ พานเฟิงเองก็สามารถที่จะมีสมาธิในการรับมือกับมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลด้านหลังเลย ดังนั้น ทั้งสองคนจึงสามารถไล่ล่าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้พัฒนาไม่มีทางเลือกจำเป็นจะต้องเร่งความเร็วในการหลบหนี

            การไล่ล่าดำเนินไปต่อเนื่องราวยี่สิบนาที พวกเขาเดินทางมาถึงยังสนามกีฬา หลังจากผู้พัฒนาได้หลบหนีเข้าไปในอาคารมันก็หยุดเคลื่อนไหว ดูท่าแอชฟอร์ดคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้

            “เป็นไปอย่างที่คิด เลือกภายในอาคารสถานที่จุดใหญ่” เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้สวมใส่ดวงตาแห่งความแค้น และถือปืนวินเชสเตอร์เอาไว้ในมือ ส่วนช่องว่างในกระเป๋าก็ใส่กระสุนเอาไว้จนเต็ม

            “โอเค นายเดาถูกอีกเรื่องแล้ว” พานเฟิงกล่าว แล้วมองกลับไปยังถนนด้านนอกสนามกีฬา ถึงแม้ว่ามอนเตอร์จะถูกทิ้งระยะห่างมาช่วงหนึ่งแล้ว แต่หากดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่นานจะต้องถูกล้อมเอาไว้แน่ๆ

            ในขณะเดียวกันนั้น ฮัวสงและเสี่ยวทั่นก็ตามมาถึงพอดี

            การแบ่งเป็นสองกลุ่มเป็นความคิดของเฟิงปู้เจวี๋ย เมื่อผู้พัฒนาเข้ามาอยู่ในขอบเขตการสำรวจ พวกเชาก็จะเริ่มแผนการทันที พานเฟิงจะทำการถูเลือดเอาไว้บนตัว แล้วไล่ล่าผู้พัฒนา และล่อเหล่ามอนสเตอร์มา

            ฮัวสงและเสี่ยวทั่นจะเริ่มออกเดินทางตามหลังจากนั้นประมาณสามนาที ถึงแม้ GM จะไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งเป้าหมายที่แน่ชัดของมอนสเตอร์ แต่เป้าหมายของผู้เล่นยังคงสามารถตรวจสอบได้ดังนั้นฮัวสงและเสี่ยวทั่นก็สามารถตามพานเฟิงมาได้อย่างง่ายๆ ในตอนนั้น มนุษย์หมาป่าผีดิบที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ไล่ตามกลิ่นคาวเลือดไปจนหมดแล้ว ตลอดเส้นทางจะเหลือแต่แค่มอนสเตอร์ที่ถูกเฟิงปู้เจวี๋ยและพานเฟิงจัดการจนแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว

            การวางแผนแบบนี้ เฟิงปู้เจวี๋ยเซ็ตไว้เพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของหวังทั่นจือโดยเฉพาะ หากทั้งสี่คนไล่ล่าไปพร้อมกันเสี่ยวทั่นไม่มีทางตามทันแน่นอน ต่อให้ตามทัน ความแข็งแกร่งของเขาก็คงไม่พอ และหากเดินทางพร้อมกันสี่คน ไม่ว่าจะแบ่งสองหรืออยู่พร้อมกัน หากถูกโจมตีก็จะกลายเป็นจุดอ่อนทันที

            นอกจากนี้ยังมีปัญหาหนึ่งก็คือ หากทั้งสี่คนออกไล่ล่าพร้อมกันแล้วละก็ บนตัวก็จะมีเลือดเหมือนกัน การดมกลิ่นของมนุษย์หมาป่าผีดิบในตอนกลางคืนแม่นยำมาก ตลอดทางก็จะล่อพวกมันเข้ามาหาตัวทั้งหมด แต่ในตอนนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีเลือดติด พวกมันก็จะตามกลิ่นเป้าหมายไว้ก่อนเป็นอันดับแรก นั่นคือเข้าหาเฟิงปู้เจวี๋ยและพานเฟิงก่อน ฮัวสงกับเสี่ยวทั่นก็จะสามารถวิ่งตามหลังมอนสเตอร์มาได้อย่างสบาย รอจนถึงจุดที่ผู้พัฒนาซุ่มอยู่ ทุกคนมารวมตัวกันแล้วค่อยรับมือพร้อมกัน

            การแบ่งเป็นสองกลุ่มแบบนี้แล้วออกตัว มันดีกว่าออกตามล่าพร้อมกันสี่คนซะอีก และมันก็ปลอดภัย หากมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ คนที่ตายก็จะเป็นเฟิงปู้เจวี๋ยคนเดียว ส่วนพานเฟิงคงไม่ถูกกำจัดในเวลาอันสั้นแน่นอน

            ส่วนแผนขั้นต่อไป ก็คือตามผู้พัฒนาจนถึงสถานที่ซ่อนตัวของมันแล้ว เซ็ตวิธีการรับมือมนุษย์หมาป่าผีดิบ

            “พวกเขาใกล้ถึงแล้ว” พานเฟิงกล่าว เขาตรวจสอบเป้าหมายของผู้เล่น ดังนั้นเขารู้ตำแหน่งของฮัวสงและเสี่ยวทั่นมากกว่าเฟิงปู้เจวี๋ย “ดีตรงที่พวกมอนสเตอร์ยังไม่ได้เซ็ตตัวเป็นกำแพงหนาขนาดนั้น” เขาพูดไปพรางตวัดขวานในมือของเขาขึ้นมาไล่กวาดมนุษย์หมาป่าผีดิบที่พุ่งเข้าหาเขา

            “มันเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แบ่งสองทีมดีกว่ามาพร้อมกันหมดสี่คนอยู่แล้ว ระหว่างทางโอกาสถูกล้อมก็จะน้อยลง” ขณะที่เฟิงปู้เจวี๋ยกำลังตอบนั้น เขาก็ยังคงยิงปืนอยู่ใส่มอนสเตอร์อย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุด

            ไม่นานนัก น่าจะประมาณสิบเมตรได้ เงาของฮัวสงก็ปรากฏตัวขึ้น เขาตวัดหอกในมือไปมาราวกับอสรพิษ เลือดสาดออกเป็นทางยาว พาเสี่ยวทั่นวิ่งใกล้เข้ามา และมารวมตัวกับเฟิงพานสองคน

            ทั้งสี่ทั้งสู้และถอยจนมาถึงยังปากประตูทางเข้าสถานกีฬา พวกเขายืนอยู่ตรงขั้นบันไดที่กว้างประมาณสิบเมตร และตั้งรับมอนสเตอร์ที่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ผู้พัฒนาอยู่ด้านในสนามกีฬา” พานเฟิงกล่าว “หากเป็นไปตามที่น้องเฟิ่งคาดไว้ ร่างแปลงแอชฟอร์ดก็น่าจะอยู่ด้านในด้วย”

            ฮัวสงตอบรับว่า : “พวกนายแน่ใจใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้?”

            “เรื่องมาจนถึงขนาดนี้แล้วเราไม่มีทางถอยได้อีก หากฉันเสียใจที่คิดแบบนี้ ตอนที่ผู้พัฒนาปรากฎตัว ฉันคงทิ้งแผนนี้ไปแล้ว ถูเลือดให้พวกนายแล้วฉันกับเสี่ยวทั่นก็หาที่หลบก็ได้แล้วนี่” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบ “ในเมื่อตัดสินใจที่เข้าร่วมแล้ว ก็ต้องทำจนถึงที่สุดสิ”

            “ใช่ มาถึงตรงนี้แล้ว ไม่มีถอยอยู่แล้ว” ในตอนนี้เสี่ยวทั่นดูเหมือนไม่ค่อยตื่นเต้นและหวาดกลัวสักเท่าไร เขายืนอยู่ด้านบน แสงจันทร์สาดส่อง เงาของเขาเห็นได้จากทางไกล ภายในใจเขาก็นิ่งราวกับสายน้ำ ในช่วงเวลาไม่กี่วินาที เขาเหมือนกับเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าพวกคนโบราณในช่วงเวลาความเป็นความตายนั้นเป็นเช่นไร ในสนามรบที่มีแค่เรา เมื่อคุณมองเห็นคนที่แกร่งกว่าคุณกว่ายี่สิบเท่า ต่อให้มีกำลังทหารมากกว่าสองร้อยเท่าก็ไม่สามารถต้านทานได้ ต่อให้ดูอ่อนกว่า ก็ถือว่ามีเกียรติ

            เสี่ยวทั่นนั่งลงอยู่ตรงปากประตูทางเข้า เขาหยิบระเบิดออกมาจากกระเป๋า แล้ววางไว้ตรงพื้น ในช่วงเวลากลางคืนในนี้ พวกเขาสำรวจเมืองมาแล้วกว่าชั่วโมง นี่เป็นระเบิดที่ลูกใหญ่ที่สุดที่เขาพบ แล้วมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น แถมคำอธิบายยังบอกว่าคุณภาพทั่วไปด้วย หากจะหวังว่าจะระเบิด BOSS ได้นั้นคงประหลาดมากแล้ว แต่ถ้าใช้งานแบบนี้ดูจะเหมาะกว่าเยอะ

            “OK แล้ว”เสี่ยวทั่นบอก

            พวกเขาถอยตัวเองเข้าไปในสนามกีฬา แล้ววิ่งห่างจากตรงนั้นออกไปอีกช่วงหนึ่ง ระเบิดทำงาน หลังจากสิ้นเสียงดังกังวานแล้ว ตรงปากประตูถล่มลงมา เศษอาคารอุดทางไว้ “ชั่วคราว” มันบล็อกมนุษย์หมาป่าผีดิบเอาไว้ด้านนอก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น