facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 56 กระเทียมไร้เทียมทาน (10)

ชื่อตอน : ตอนที่ 56 กระเทียมไร้เทียมทาน (10)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 166

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 56 กระเทียมไร้เทียมทาน (10)
แบบอักษร

            “แย่แล้ว .......” พานเฟิงกระซิบเสียงเบา

            “เขาได้ยินที่เราพูดงั้นเหรอ? ......” ฮัวสงกระซิบเสียงตอบ

            “ฉันอยู่ห่างจากพวกนายแค่ไม่กี่เมตร กระซิบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ?” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด

            “อืม ...... เหอะๆ ...... คืองี้นะ ......” พานเฟิงพูดอย่างจริงจัง

            เฟิงปู้เจวี๋ยพูดแทรกขึ้นมา : “ก่อนที่พวกนายจะเล่าเรื่องโกหกอะไรออกมา ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่า ฉันไม่ได้คิดว่าพวกนายเป็นผู้เล่นแบบปกตินะ เพราะการกระทำของพวกนายมันไม่ใช่ พวกนายแสดงออกอย่างชัดเจนเลยว่าพวกนายเป็นคนในบริษัทเมิ่ง เป็น GM รึเปล่าฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ว่างานของพวกนายคงเป็นงานที่ไม่เปิดเผยตัวแน่นอน” สายตาของเขารีบกวาดไปยังพานเฟิงและฮัวสง เพื่อกดดันให้พวกเขาพูดประเด็นหลักจริงๆ “เล่าความจริงให้เรารู้เดี๋ยวนี้ เราจะช่วยพวกนายทำงานจนบรรลุผล และเก็บความลับให้หลังจบด่าน ไม่งั้น ...... ฉันจะเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ทั้งหมด ใส่ไฟใส่ไข่อีกนิดหน่อย เขียนเป็นนิยายเรื่องสั้นอัพเข้าเว็บบอร์ดไว้เป็นข้อมูล”

            “เอ่อ ...... นี่นายเดี๋ยวก่อน ......” ฮัวสงตอบกลับ “ขอเราปรึกษากันก่อนนะ”

            “เชิญ” เฟิงป็เจวี๋ยตอบกลับ แล้วเดินออกห่างจากพวกเขาประมาณหนึ่ง

            ทั้งสองคนเดินออกจากบริเวณหน้าต่างที่แตกเสียหาย แล้วเดินมายังมุมหนึ่งของสำนักงาน คุยกระซิบกระซาบกันราวห้านาที แล้วพวกเขาก็เดินกลับมา

            พานเฟิงเริ่มพูดกับเฟิงปู้เจวี๋ยและเสี่ยวทั่น : “โอเค พวกนายอยากรู้อะไร?”

            “พวกนายเป็นใครกันแน่ กำลังภารกิจอะไรกันอยู่ แล้วตกลงโครงเรื่องของด่านนี้มันคืออะไร?” เฟิงปู้เจวี๋ยถามกลับไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขาคิดเอาไว้แล้ว

            “นายเดาถูก พวกเราเป็นพนักงานดูแลเกม” ฮัวสงพูด “เราเข้ามาที่ด่านนี้ เพื่อกำจัดบัคที่เรียกว่า ‘ผู้พัฒนา’” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ส่วนโครงเรื่องของด่านนี้มันก็ ...... เมื่อกี้พวกนายเห็นใช่ไหมว่าเรากำลังตามร่างแปลงของด็อกเตอร์แอชฟอร์ด เรื่องราวมันก็คือ ...... แอชฟอร์ดเป็นปรปักษ์กับมนุษย์ เขาขโมยไวรัส Z มาจากห้องวิจัย แล้วผสมเข้ากับสารพิเศษที่เขาได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้า แล้วติดตั้งเครื่องยิงและยิงแพร่เชื้อออกไปจากด้านบนอาคารนี้”

            “ดังนั้นผีดิบในห้องวิจัยเลยเป็นผีดิบธรรมดา ส่วนด้านนอกนั้นก็กลายเป็นมนุษย์หมาป่าผีดิบงั้นเหรอ?” เฟิงปู้เจวี๋ยถามกลับ

            “จริงๆ แล้วมนุษย์หมาป่าผีดิบเกิดจากปฏิกิริยาของสารพิษ มันเป็นผีดิบพันธุ์ร้ายกาจที่สุด ถึงแม้ตอนนี้จะดูเหมือนขยะ แต่เมื่อถึงตอนกลางคืน หากไม่มีกระเทียม เลเวลของพวกนายจะสู้กับมันไม่ใช่เรื่องง่าย” ฮัวสงกล่าว

            “งั้นซากศพมนุษย์หมาป่าที่เราเจอก่อนหน้านี้อีกมันคืออะไรกัน?” เสี่ยวทั่นถาม

            “ตามขั้นตอนแล้ว ระบบก็จะต้องมีการเซ็ต BOSS ย่อยที่หน้าตึกอยู่แล้ว” พานเฟิงตอบกลับ “ข้อกำหนดของซากศพมนุษย์หมาป่าเขียนเอาไว้ว่า ‘ผู้ที่ติดเชื้อมีอัตราสามในหนึ่งแสนที่จะกลายเป็นร่างแปลงที่แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก’”

            เฟิงปู้เจวี๋ยยตอบ : “ข้อมูลที่พวกนายสำรวจมาได้เยอะเหมือนกันนี่ ...... ข้อมูลมอนสเตอร์ เส้นทาง FLAG จะปรากฏเมื่อไร แผนที่ของด่านทั้งหมด”

            “ไม่ใช่แค่นี้หรอก ยังมีอีกเป็นต้นว่าจุดที่ผู้เล่นไป สถานการณ์ฉุกเฉิน สกิลในช่องสกิล ความสามารถของฉายา ไม่ว่าตอนไหนเราก็สามารถตรวจสอบมันผ่านแถบเมนูได้ทั้งนั้น” พานเฟิงตอบ “ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้นายน่าจะติดเชื้อไปแล้วใช่ไหม แล้วก็ใช้ความสามารถที่มีอยู่ไปหาวัคซีนชะล้างที่ห้องวิจัยคนเดียวถูกไหม? เก่งไม่เบาเลยนี่”

            เฟิงปู้เจวี๋ยตอบว่า “ไม่หรอก ก็พูดเกินไป ...... ฉันคิดว่าคงมีข้อมูลอย่างหนึ่งพวกนายคงยังตรวจสอบไม่พบ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “มันคือที่พวกนายเรียกว่า ‘ผู้พัฒนา’ ใช่ไหม”

            ฮัวสงถอนหายใจเฮือกใหญ่ : “ถ้าหากตรวจเจอ เราคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ ตอนนี้ทำได้แค่ทำให้ผ่านด่านก่อน”

            เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าวว่า : “หลังจากทำตามเงื่อนไขจนสำเร็จแล้ว เราในฐานะผู้เล่นทั่วไปก็จะถูกส่งกลับออกไปที่จุด ส่วนพวกนายไม่ได้มีข้อจำกัดด้านเวลา ดังนั้น ...... เมื่อพวกเราออกจากด่านไปแล้วก็จะไปคำนวณรางวัล ส่วนงานของพวกนายก็จะเริ่มต้นขึ้น จะไม่มีผู้เล่นคนไหนรบกวนอีก พวกนายก็จะทำงานได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวล ค่อยๆ หาผู้พัฒนาในด่านต่อ และกำจัดมันซะ”

            “อืม ...... เก่งมากเลยนี่ เล่าให้ฟังไม่กี่ประโยคก็สามารถสันนิษฐานได้ทั้งหมด” ฮัวสงกล่าว

            “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องของด่านกับงานของพวกนายเท่าไหร่หรอกนะ” เขายืดแขนและเท้าแขนไปที่คอเพื่อยืดตัว “เล่าเรื่องผู้พัฒนาให้เราฟังดีกว่า”

            “พวกนายรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” พานเฟิงกล่าว “หากเป็นฉันนะ ถ้าเจอ GM จะรีบให้ช่วยพาไปตามหาแอชฟอร์ดที่หนีไปเมื่อกี้ แล้วจัดการมันซะ ผ่านด่านแล้วรีบออกไปรับรางวัล”

            “กรุณาช่วยเล่ารายละเอียดความเป็นมาของผู้พัฒนาด้วย” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะทนไม่ได้ที่จะเขียนจดหมายและส่งอีเมล์ให้กับคุณชายอาโตเบะกับชื่อตั้งยากจัง บอกพวกเขาว่า ...... มีบริษัทเกมบางบริษัทที่เกิดข้อผิดพลาดจากฝ่ายเทคนิค ทำให้พวกเขาถูกฆ่าตายในด่าน”

            “นี่ ...... นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาถูกผู้พัฒนาฆ่าตาย?” พานเฟิงถาม

            “ง่ายๆ ก็แค่เอาคำถามกับคำตอบมาโยงต่อกันเท่านั้นเอง” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด

            คำตอบทำให้พานฮัวก็แค่รู้สึกงงๆ นิดหน่อยเท่านั้น ......

            “อืม ...... เหอะๆ เอาเถอะ” ฮัวสงกล่าว “บอกพวกนายก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ยังไงซะสักวันหนึ่งเหล่าผู้เล่นก็ต้องรู้อยู่ดีว่ามีผู้พัฒนาอาศัยอยู่ ถึงแม้โอกาสที่พวกเขาจะเจอมันน้อยมาก แต่บริษัทก็ตั้งใจจะเขียนข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้ให้ผู้เล่นในช่วงเปิดระบบอยู่แล้ว เอาเป็นว่าจะใช้คำอธิบายง่ายเพื่อจะได้เข้าใจนะ” เขามองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “พวกนายตามมาฉันมา” พูดจบ เขาก็เริ่มเดินออกไป พาทั้งสามคนเดินไปยังเครื่องทำกาแฟเครื่องหนึ่ง

            เขาเดินมายังห้องที่ห่างจากเครื่องทำกาแฟไม่ไกลนัก เขาหยิบโหลใส่ผงกาแฟที่เห็นได้ชัดที่สุดที่อยู่บนโต๊ะทำงาน และเปิดฝาออก ชี้ไปยังผงกาแฟที่มีอยู่ประมาณสามส่วนสี่แล้วพูดว่า : “สมมติว่าผงกาแฟพวกนี้เป็นสถิติข้อมูล” เขายกนิ้วชี้ขึ้นมา “แล้วมีผงกาแฟสักเม็ดหนึ่งที่ระบบต้องการกำจัดมันทิ้ง มันเป็นบัคขยะที่ไม่ถูกควบคุมอีกต่อไปแล้ว” เขาหยุดไป แล้วพูดต่อว่า “แล้วยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโหลกาแฟนี่ตลอดเวลา เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ” เขามองไปยังเฟิงปู้เจวี๋ยและหวังทั่นจือ “พวกนายจะชี้เป้าได้อย่างมั่นใจได้ยังไงกันละ?”

            “มันเป็นไปไม่ได้เลย” เฟิงปู้เจวี๋ยรีบตอบกลับ

            “ใช่ เป็นไปไม่ได้” ฮัวสงตอบรับ เขายื่นมือกำผงกาแฟขึ้นมาไว้บนฝ่ามือ “สิ่งที่ระบบสามารถทำได้ก็คือ ใช้เวลาที่รวดเร็วที่สุด จัดกลุ่มข้อมูลและข้อมูลภายในขอบเขตรอบๆ เอาไว้ให้แน่นที่สุด” เขากำหมัดเอาไว้แน่น ผงกาแฟก็ค่อยๆ หล่นออกมาจากมือเขาทีละน้อย “แต่ว่า ภายในผงกาแฟที่อยู่ในมือของฉัน มันมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นที่เราต้องการกำจัดทิ้ง ฉันไม่สามารถทิ้งทั้งหมดเพื่อที่จะกำจัดผงเพียงเม็ดเดียว และฉันก็ไม่สามารถกำผงกาแฟทั้งหมดนี้ไว้ในมือเป็นเวลานานได้ เพราะเม็ดที่ฉันต้องการกำจัดมันอาจจหลุดรอดไปจากมือเมื่อไรก็ได้”

            “ดังนั้น ...... ระบบจึงใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปสร้างด่าน” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด “เพื่อให้ผู้พัฒนาเปลี่ยนจากรหัสโค้ดให้กลายร่างเป็นมอนสเตอร์ แล้วให้พวกนายไล่ล่าและกำจัดมันซะ เพื่อลดการป้องกันและขีดความสามารถในการหนี ระบบจะสามารถใช้เวลาในการเคลียร์ด่านกำจัดมัน”

            ฮัวสงกล่าวว่า “ใช่ เข้าใจถูกแล้ว” เขาหยิบแก้วมาหนึ่งใบ และหยิบโหลน้ำตาลมา “แก้วใบนี้ ก็เหมือนกับเปลือกนอกของด่าน ผู้เล่นอย่างพวกนายก็เหมือนกับก้อนน้ำตาลเหล่านี้” เขาชี้ไปยังแก้ว “เมื่อพวกนายสร้างทีม และได้ยินเสียงระบบดังขึ้นว่า [ระบบสุ่มจำนวนทีมได้ที่ : 6 คน]” เขาปล่อยผงกาแฟในมือเข้าไปในแก้ว “ข้อมูลก็จะถูกโยนเข้าไปในเปลือก ซึ่งในตอนนั้นพวกมันยังคงเป็นเพียงอนุภาคเล็กๆเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น อากาศ น้ำ โชคชะตา ดิน เป็นต้น ......” เขาจับก้อนน้ำตาลหกก้อนมาไว้ในมือ “หลังจากนั้น ผู้เล่นทั้งหกคนอย่างพวกนาย มายังปากประตูทางเข้าด่าน แล้วได้ยินเสียงระบบพูดขึ้นว่า [ทีมของท่านกำลังเข้าคิว กำลังค้นหาบุคคลหรือทีม] ในตอนนั้นเอง ......” เขาทิ้งน้ำตาลทิ้งไปสองก้อน แล้วพูดว่า “พวกฉันเข้ามาแทนที่อีกสองคน ส่วนสองคนที่ถูกแทนที่ก็จะถูกจับไปยังด่านอื่น โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว”

            พานเฟิงกล่าวว่า : “GM อย่างเราส่วนมากจะทีมละสองคน หากพบว่าโค้ดรหัสของผู้พัฒนาสอดแทรกเข้ามาในด่านใดด่านหนึ่งแล้ว พวกเราก็จะถูกจัดเข้ามาในทีม ผู้เล่นที่ถูกเราแทนที่ส่วนมากก็จะเป็นแบบทีมสองคน หรือผู้เล่นเดี่ยวสองคน จะไม่เข้ากับทีมที่เซ็ตทีมสมบูรณ์ไปแล้วเด็ดขาด”

            “แล้วถ้าเจอทีมห้าคนหรือหกคนละ?” เสี่ยวทั่นถามแทรกขึ้นมา

            “หากเจอทีมห้าหรือหกคน เราจะแทนที่ผู้เล่นที่มาเดี่ยว ส่งเข้าไปแค่คนเดียว หากทีมหกคนก็จบ พวกเขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับผู้พัฒนาเอง แต่ว่าตั้งแต่เปิดเซิร์ฟมาจนวันนี้ ยังไม่เจอทีมหกคนที่เจอผู้พัฒนานะ” พานเฟิงตอบ “พูดกันต่อเรื่องการ ‘จับ’ ของจำนวนข้อมูลระบบ จะเกิดขึ้นเฉพาะทีมหกคนในโหมดความอยู่รอดทีมเท่านั้น ดังนั้น พวกนายไม่ต้องห่วงว่าจะเจอในทีมสองหรือห้า”

            “นั่นก็หมายความว่าทีมหกคนอันตรายงั้นสิ?” เสี่ยวทั่นตอบอย่างตกใจ

            “มันไม่ได้มีผู้พัฒนาอยู่เยอะขนาดนั้น” พานเฟิงยิ้ม “อัตราส่วนปรากฎตัวของข้อมูลที่ไม่สามารถควบคุมได้มันเป็นหนึ่งในร้อยล้าน ในช่วงทดสอบระบบภายในบริษัท โหมดหลับและโหมดตื่นสองเซิร์ฟทำงานต่อเนื่องสามสิบวัน เพิ่งจะพบรหัสโค้ดผู้พัฒนาแค่ 10 ครั้งเอง”

            “สรุปแล้วก็คือ เมื่อพวกนายได้ยินเสียงระบบดังขึ้นว่า [กำลังสร้างด่าน] …….” ฮัวสงที่ยืนอยู่ข้างๆก็ทิ้งโยนน้ำตาลลงไปในแก้ว แล้วยื่นแก้วไปเติมน้ำร้อนที่เครื่องชงกาแฟด้านข้าง ก่อนที่ผงกาแฟจะกลายเป็นของเหลว “อนุภาคทั้งหมดพวกนั้น ก็จะอิงจากเลเวลพวกนาย ความสามารถในการต่อสู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ และอื่นๆ สุ่มสร้างด่านปกติ เช่นโหมดเนื้อเรื่อง โลกทัศน์ ส่วนผู้พัฒนาก็จะแฝงตัวเข้ามาในด่าน โดยผนวกกับอนุภาคต่างๆ ในด่าน”

            เฟิงปู้เจวี๋ยคิดครู่หนึ่ง แล้วถามกลับว่า : “งั้น ...... ขีดความสามารถของผู้พัฒนาละ มันแข็งแกร่งแค่ไหนกัน?”

            “ฮ่าๆ ......” พานเฟิงยิ้มหัวเราะ “นายเห็นความสามารถของพวกฉันแล้วใช่ไหมละ”

            “อืม เห็นละ ......” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบ

            “หากมาคนเดียวก็มีสิทธิถูกฆ่าใช่ไหม ......” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบรับ

            พานเฟิงกล่าว : “รู้แล้วก็ดี เลเวลของเราเป็นเลเวลสิบสามอย่างที่นายเห็น แต่พวกเราใช้ไอดีของ GM เพราะฉะนั้นกำลังรบของเราจะสูงกว่าพวกนายไปอีกสิบเลเวล แต่ก็ยังไม่ถึงกับอยู่ยงคงกระพัน เอา BOSS เมื่อกี้มาเป็นตัวอย่างละกัน มันกระโดดลงไปข้างล่าง พวกเราก็หมดปัญญา หากเราโดดตามไปก็จะตายเหมือนกับผู้เล่นคนอื่น”

            เสี่ยวทั่นถาม “งั้นทำไมบริษัทของนายถึงไม่เซ็ตค่าความสามารถของเจ้าหน้าที่ให้สูงกว่านี้ละ? เช่นเลเวลสิบสามแต่ความสามารถจริงคือห้าสิบอะไรแบบเนี้ย”

            ฮัวสงหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาตรงหน้าเขา : “ก้อนน้ำตาลใส่เข้าไปในแก้วได้ แตงโมใส่ได้ไหมละ?”

            “อ่อ ......” เสี่ยวทั่นพยักหน้า ราวกับว่าเข้าใจแล้ว

            “ไอดีของเราสองคนเป็นไอดีที่เลเวลจะไม่มีการอัพเพิ่ม รับผิดชอบในขอบเขตเลเวลที่ห้าถึงเลเวลสิบสี่ ส่วนเจ้าหน้าที่เขตเลเวลอื่นๆ ก็เหมือนกับเรา กำลังกับเลเวลก็จะมีขีดจำกัดในการแสดงผล” พานเฟิงกล่าว “ในเมื่อพวกนายรู้เรื่องผู้พัฒนาแล้ว หากต่อไปพบกับ ...... ถึงแม้ว่าจะมีเปอร์เซ็นต์เท่ากับศูนย์ แต่ถ้าหากพบ พวกนายก็ช่วยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หน่อยละกัน แล้วก็ช่วยเก็บความลับให้ด้วย”

            “ฉันอยากรู้จริง ......” เฟิงปู้เจวี๋ยเหมือนมีความคิด “หากผู้พัฒนา ...... หนีจากด่านไป พ้นจากการไล่ฆ่าของพวกนายได้ จะเป็นยังไงต่อไป?”

            หลังจากที่พานฮัวฟังประโยคนี้จบ ท่าทีของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

            เฟิงปู้เจวี๋ยพูดขึ้นมาอีกว่า : “พวกนายก็ยอมรับใช่ไหม ว่าพนักงานก็อาจจะไม่สามารถต่อกรกับผู้พัฒนาได้ แสดงว่าก่อนหน้านี้เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้วใช่ไหม? แบบว่า ...... พนักงานไปไล่ล่า แต่กลับถูกผู้พัฒนาจัดการซะเอง”

            ฮัวสงพูดว่า : “ด่านนั้นก็จะถูกปิดตาย แล้วปรับเปลี่ยนข้อมูลของระบบใหม่ ส่วนรหัสโค้ดของผู้พัฒนาก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น แล้วก็เจ้าเล่ห์ขึ้น”

            “เจ้าเล่ห์?” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบด้วยความสงสัย

            “ผู้พัฒนามีการเซ็ตระดับ AI ความคิดของตัวเอง แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ระดับ โดยทั่วไปแล้ว พวกเราพนักงานจะไปกำจัดเฉพาะผู้พัฒนาระดับที่ต่ำที่สุดนั้นก็คือระดับที่สี่ ส่วน BOSS ที่ค่อนข้างฉลาด กำลังรบค่อนข้างแข็งแกร่งแบบ BOSS ใหญ่

เมื่อด่านสิ้นสุดลงแล้วผู้พัฒนายังอยู่แล้วละก็ ก็จะเป็นอย่างที่บอกไปมันจะแกร่งและเจ้าเล่ห์ขึ้น อาจจะปรับระดับขึ้นเป็นระดับสาม แต่โดยมาก 97% เจ้าพนักงานคนเดียวก็สามารถเอาชนะผู้พัฒนาได้ไม่ยาก แต่ถ้าในระดับสามต้องใช้สองคน ถ้าคนเดียวมีโอกาสชนะต่ำกว่า 50%”

เฟิงปู้เจวี๋ยถามต่อว่า : “แล้วถ้าสูงกว่านั้นละ?”

“ยังไม่เคยเจอนะ” ฮัวสงตอบกลับ “พูดตามตรงเลย ยังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำว่ามี ผู้พัฒนาระดับสองมีเพียงทางทฤษฎีเท่านั้น ระดับสามก็เคยมีเพียงตัวเดียว ช่วงการให้บริการเกมระดับสามมีโอกาสจะได้พบบ่อยขึ้น แน่นอนว่าต่อให้เพิ่มขึ้นอีกสักสิบเท่า โอกาสเกิดขึ้นก็น้อยมากๆ”

“อืม ...... เข้าใจแล้ว งั้น ให้เราได้สัมผัสกันสักหน่อย ว่าบัคระดับสี่ในด่านนี้จะแกร่งสักแค่ไหนกันเชียว ......” เฟิงปู้เจวี๋ยยิ้มตอบ

ความคิดเห็น