YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

[คนโปรด : 8.2]*(ลบnc)

ชื่อตอน : [คนโปรด : 8.2]*(ลบnc)

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 8.2]*(ลบnc)
แบบอักษร

​คนโปรด 8.2


"ซัมเมอร์นี้อยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่า"ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กเล่นเกมส์เพลย์จบไปอีกรอบ สมิธวางจอยเกมส์ลงแล้วนิ่งคิดไปสักพักก่อนจะส่ายหัวให้ชายหนุ่ม

"ไม่มีหรอก ปกติก็ไม่เคยไปที่ไหน"เด็กชายบอกด้วยความซื่อ ทั้งชีวิตมิเชลพาเขาไปเที่ยวไม่เกินสองเมืองจากลอนดอนสักที แล้วเขาก็ไปจนเบื่อแล้วเลยไม่อยากจะไปเท่าไหร่ ถึงคาดหวังว่ามิเชลจะพาไปเที่ยวก็ไม่ได้ไปอยู่ดี

"ไม่มีเลยจริงๆหรอ"ลูคัสถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ ปกติเด็กวัยนี้ต้องอยากไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ตามวัยสิ เขาถามโยฮันเนส รายนั้นก็บอกว่าเด็กๆส่วนใหญ่ถ้าถึงช่วงปิดเทอมหน้าร้อนพ่อแม่ก็จะพาไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศบ้าง พักร้อนที่บ้านตากอากาศบ้าง...แต่สมิธนี่สิ

"อื้ม ก็ไม่รู้จะไปไหนนี่นา...แต่ว่า"

"แต่ว่าอะไร?"ลูคัสถามอย่างตั้งใจ

"ผมอยากเจอมิเชล"สมิธมองชายหนุ่มด้วยสายตาคาดหวัง  ลูคัสชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

"ไปทะเลก็แล้วกัน พี่ว่างหนึ่งสัปดาห์พอดี" ชายหนุ่มลูบผมนิ่มเด็กชายเบาๆ สมิธหลุบสายตาลงต่ำก่อนจะพยักหน้าให้อีกคน

"เด็กดีของพี่"ลูคัสรั้งใบหน้าเล็กเข้ามาใกล้ก่อนจะจุมพิตหนักๆบนหน้าผากมน

+++++++++++

"แฮ่กๆ สมิธรับ!"ลูกหนังสีส้มถูกส่งใส่มือเล็กเจ้าของชื่อ สมิธรับลูกมาจากไรอันแล้วเลี้ยงลูกหลบฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

ด้วยเพราะสมิธ เกรย์เยอร์เป็นผู้เล่นที่ตัวเล็กที่สุดในสนาม ทำให้ฝ่ายตรงข้ามล้อมร่างบางไว้เพียงสองคนก็บังร่างผอมๆได้จนมิดแล้ว

ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ก็มีความคล่องตัวอยู่มาก ร่างบางขยับเท้ายึกยักไปมาขณะเลี้ยงลูก หลอกล่ออีกฝ่ายโดยการจะขว้างลูกไปอีกทาง ฝ่ายตรงข้ามมองตามแต่กลับไม่เห็นลูก รู้ตัวอีกที่ร่างเล็กก็เลี้ยงลูกอ้อมผ่านพวกเขาไปกระโดดชู๊ตได้สองแต้มมาอย่างสวยงาม

ข้างสนามที่นั่งเชียร์อยู่ถึงกับลุกขึ้นโห่ร้องให้กับสมิธกันสนั่น แม้ไม่ใช่ลูกตัดสิน แต่ฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่างเล็กก็โชว์เทพจนไม่น่าเชื่อว่าฝึกเล่นได้แค่สามเดือน

หลังจากจบการแข่งขัน แม้ทีมสมิธจะพ่ายแพ้ไปด้วยคะแนนฉิวเฉียด แต่สมิธก็เป็นหัวข้อที่น่าสนใจของเพื่อนที่เล่นบาสเกตบอลด้วยกันมากกว่า เด็กหนุ่มโดนเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลังตั้งแต่ห้องเปลี่ยนชุดยันหน้าโรงเรียน

"เฮ้!สมิธ นั่นใช่รถของที่บ้านนายรึเปล่า"จอห์นนี่ชี้ไปที่รถสีดำคันหรูที่จำได้ว่าช่วงเดือนหลังๆมานี้จะคอยมารับส่งเพื่อนเขาคนนี้ตลอดซึ่งสมิธก็บอกว่าเป็นคนที่พี่ชายให้มาดูแลตอนที่ไม่อยู่

รถคนดังกล่าวที่จอดติดเครื่องอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องหน้าโรงเรียนเรียกดวงตาสีมหาสมุทรให้หันมองตามและขมวดคิ้วนิดๆเมื่อเห็นว่าใช่รถที่เขานั่งอยู่ประจำจริงๆ แต่วันนี้เขาแจ้งจิมมี่ว่าจะกลับเองเพราะคิดจะอยู่เล่นบาสและกะจะไปเดินเล่นต่อกลับเพื่อนหลังจากนั้น

จิมมี่เป็นคนที่ลูคัสส่งมาคอยดูแลหลายๆเรื่องของสมิธทั้งขับรถตามรับตามส่งหรือแม้แต่อาหารการกิน ชายหนุ่มชาวอเมริกันคนนี้เป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด

มือขาวเรียวปลดแขนของเดวิดที่พาดอยู่บนบ่าของตัวเองลงช้าๆ

"ถ้าอย่างนั้น ฉันกลับเลยก็แล้วกัน"สมิธเอ่ยลาเพื่อน ไหนๆจิมก็อุตส่าห์มารอรับ สมิธก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายรอเก้อ

"อ้าว ไหนว่าจะไปย่านGกับพวกฉันล่ะ"ไมเคิลท้วงขึ้นอย่างรู้สึกเสียดาย เขาเป็นเพื่อนคนละห้องกับพวกสมิธ แต่เริ่มมาสนิทกันเพราะการเล่นกีฬาบาส

"ขอโทษนะ...เอาไว้ฉันชดเชยวันหลังนะไมค์"สมิธมีสีหน้าลำบากใจนิดๆทั้งๆที่นัดเพื่อนไว้แล้วแท้ๆเชียว

"เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันพานายไปบอกให้ที่บ้านนายกลับไปก่อนดีไหม ถ้าดึกฉันจะไปส่งนายเอง" เดวิดเอ่ยหาทางออกให้ สมิธก็นิ่งคิดตามเพื่อนก่อนจะพยักหน้าตกลง

เดวิดจับมือสมิธข้ามทางม้าลายไปอีกฝั่งโดยให้เพื่อนๆที่เหลือยืนรออยู่ที่หน้าโรงเรียน เดวิดจูงมือสมิธพาสมิธจนถึงรถ ร่างเล็กดึงเพื่อนให้อยู่ด้านหลังแล้วชี้มือเข้าหาตัวเองว่าเขาจะเป็นคนพูดเอง ซึ่งเดวิดก็ยอมแต่โดยดี

มือเล็กเคาะกระจกด้านคนขับเบาๆไม่กี่ที กระจกก็เลื่อนลงมาครึ่งหนึ่ง ทำให้เห็นใบหน้าของจิมมี่ได้ชัดเจน

"สวัสดีครับจิม"

"สวัสดีครับคุณสมิธ"แม้จิมมี่จะทักทายเด็กหนุ่มกลับมา แต่ก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนจนสมิธสังเกตได้

"วันนี้ผมบอกจิมไปแล้วนี่นาว่าจะกลับเอง ทำไมจิมถึงมาได้ล่ะครับ มีอะไรรึเปล่า?"เด็กชายเอ่ยถามอย่างสงสัย

"ก็...ไม่มีอะไรหรอกครับ"เขาไม่มี แต่อีกคนนี่สิ

"ถ้าอย่างนั้นจิมกลับไปก่อนเถอะครับ ผมจะไปเดินเล่นต่อกับเพื่อนๆสักพักแล้วค่อยกลับ ถ้าค่ำเกินไปเดี๋ยวเดวิดไปส่ง" สมิธชี้ไปทางเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน ซึ่งเดวิดก็พยักหน้ายืนยัน

"เอ่อ..." จิมมี่ไม่รู้จะพูดให้เด็กหนุ่มเข้าใจยังไง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกไปมากกว่านี้ เสียงเรียบเย็นก็ดังขึ้นราวกับฟ้าผ่า

"ไม่ต้องไป มาขึ้นรถได้แล้วมิทตี้"สมิธสะดุ้งกับเสียงที่สามที่ดังแทรกขึ้นมาเหมือนหมดความอดทน จิมมี่เลื่อนกระจกลงจนสุดทำให้สมิธสามารถมองเข้าไปในรถได้อย่างชัดเจน เห็นลูคัสที่นั่งอยู่เบาะหลังจ้องมาทางเขาไม่วางตา

"ลุค...พี่ไม่เห็นบอกว่าจะมา"เมื่อหายตกใจเด็กหนุ่มก็เอ่ยถามชายหนุ่มเจ้าของชื่อด้วยความแปลกใจ

"พี่มีหน้าที่ต้องคอยรายงานนายตั้งแต่เมื่อไหร่" ลูคัสยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างดังเดิม ใบหน้าหล่อเหลาไม่มีรอยยิ้มแต้มอยู่อย่างเคย

เพราะสีหน้าและน้ำเสียงของลูคัสก่อให้เกิดมวลความรู้สึกบางอย่างวูบวาบขึ้นมาสมิธรู้สึกแน่นไปทั้งอกจนรู้สึกหายใจไม่ถนัด เหมือนหัวใจมันถูกของมีคมกรีดบางๆจนเลือดซิบ

สมิธหลับตาข่มความรู้สึกกลั้นบางสิ่งไม่ให้ไหลออกจากดวงตาคู่สวย

ร่างเล็กหันหลังกลับไปหาเพื่อนก่อนจะเอ่ยลาเสียงแผ่ว

"วันนี้ไปด้วยไม่ได้แล้ว ขอโทษนะเดวิด"

"สมิธ!นาย..."เดวิดที่เห็นใบหน้าซีดๆและดวงตาแดงๆของเพื่อนก็เอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างตกใจ เขาทำท่าจะหันไปเอาเรื่องอีกคนที่ทำให้เพื่อนเขาเป็นแบบนี้อย่างไม่สนว่าตัวเองจะเคยกลัวผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่สมิธกลับจับแขนเขาไว้แน่น และส่งสายตาขอร้องที่ดูน่าสงสารจนอยากจะดึงอีกฝ่ายมากอดปลอบแน่นๆ แต่สายตาผู้ชายคนนั้นที่มองมาก็แทบจะฆ่าเขาให้ตายอยู่รอมร่อ

"ไว้คราวหลังนะ ฝากขอโทษทุกคนด้วย บาย" สมิธฝืนยิ้มให้เพื่อนก่อนจะโบกมือลาแล้วหันหลังก้าวขึ้นรถไป

เดวิดมองตามท้ายรถคันหรูไปจนสุดสายตา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกเป็นห่วงสมิธมากเหลือเกิน

++++++++++++

หลังจากที่สมิธก้าวขึ้นรถและรถออกตัวมาได้สักพัก ภายในรถกลับเงียบสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ลูคัสนั่งหน้าตึงแผ่รังสีเย็นยะเยือกออกมาเป็นระยะ หางตาเหลือบมองเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่อีกมุม หัวคิ้วชายหนุ่มกระตุก ความรู้สึกหงุดหงิดใจก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

เขาหงุดหงิดตั้งแต่เห็นสมิธเดินออกจากโรงเรียนกับเพื่อนที่กอดคอเกี่ยวแขนอย่างถึงเนื้อถึงตัว ทั้งที่รู้ว่ามันเรื่องปกติของเด็กผู้ชาย

หงุดหงิดที่ไอ้เด็กนั่นกล้าจับมือคนของเขาเดินมาหาเขาถึงที่

และโคตรหงุดหงิดที่รู้สึกว่ามันอาลัยอาวรณ์กันเหลือเกิน กว่าจะล่ำลากันได้

แล้วนี่ยังมาเงียบใส่เขาอีก...เขาคงใจดีเกินไปใช่ไหม สมิธถึงได้กล้าออกนอกลู่นอกทางขนาดนี้

เห็นทีต้องกำราบให้เข็ดหลาบ...

ทางด้านสมิธที่เอาแต่นั่งเงียบเพราะยังรู้สึกหน่วงๆในใจไม่หายกับคำพูดของลูคัสอยู่

เขากลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปแล้วไม่ถูกใจอีกคนจะถูกเย็นชาใส่ยิ่งกว่าเดิม เพราะแค่นี้ก็กลั้นน้ำตาไว้แทบไม่ไหวแล้ว

หลังจากถึงเพ้นท์เฮาส์ต่างคนต่างก้าวเข้าลิฟท์โดยไม่มีใครปริปากออกมาก่อนจนกระทั่งถึงห้อง ลูคัสก็ใช้สายตาไล่ลูกน้องเงียบๆ จิมมี่จึงรีบหลบไปอีกด้านของห้องทันที

"เอาของไปเก็บแล้วไปหาพี่ที่ห้อง"พูดจบชายหนุ่มก็เดินแยกไปที่ห้องตัวเองทันที สมิธเม้มปากนิดๆอย่างอึดอัด

ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยจริงๆ

เด็กหนุ่มนำกระเป๋าไปเก็บอย่างว่าง่าย เขาล้างหน้า ล้างมือและล้างเท้าให้สะอาดก่อนไปหาลูคัส เพราะรู้ว่าอีกคนรักความสะอาดแค่ไหน

สมิธเคาะประตูห้องลูคัสสองสามครั้ง ก็ได้ยินเสียงคนในห้องอนุญาตให้เข้าไป มือบางโยกคันโยกประตูก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูตาม

เมื่อหันหน้ากลับไปก็พบลูคัสนั่งหน้านิ่งรออยู่ที่ปลายเตียงแล้ว

"มานี่สิ" เมื่อลูคัสเห็นเด็กน้อยยืนนิ่งอยู่หน้าประตูจึงเอ่ยเรียกอีกคนให้ขยับเข้ามาใกล้ๆตนเอง เด็กชายมีท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ได้แต่ขยับเท้าเดินไปหาคนสั่ง

เมื่อก้าวไปถึงระยะห่างกันประมาณหนึ่งช่วงแขนชายหนุ่ม สมิธก็ลอบมองสีหน้าอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่เคยเจอกับลูคัสที่เป็นแบบนี้มาก่อน

"พี่เรียกผมมา มีอะไรรึเปล่า"น้ำเสียงที่เคยออดอ้อนของสมิธ แปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว

ลูคัสใช้ลิ้นดุนแก้มเหมือนทุกครั้งที่เขาพยายามกลั้นความหงุดหงิดแต่สุดท้ายก็สะกดเอาไว้แทบไม่อยู่ ชายหนุ่มจึงกระชากร่างเล็กเข้าหาตัวอย่างแรง ก่อนจะกดกายบางลงจากเตียงแล้วเขาก็ตามคร่อมทับอีกคนไว้อย่างรวดเร็ว

"อ๊ะ...ลุค!พี่จะทำอะไร"เด็กหนุ่มถามด้วยความตกใจปนหวาดหวั่น ขยับแขนทั้งสองข้างให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่อีกฝ่ายตรึงไว้ด้วยมือเดียว

"วันนี้รู้ตัวไหมว่านายทำพี่หงุดหงิดมากแค่ไหน"

"ผมทำอะไร?" สมิธถามอีกคนอย่างไม่เข้าใจว่าเขาไปทำให้อีกฝ่ายโกรธตั้งแต่เมื่อไหร่

"ทำไมเลิกเรียนแล้วไม่กลับบ้าน?ทำไมปล่อยให้ไอ้เด็กผมทองนั่นนัวเนียขนาดนั้น ชอบมันนักรึไง!"

"ลุค!เดวิดเป็นเพื่อนผม!เราไม่ได้มีอะไรเกินเลยต่อกัน"

"เพื่อนที่เอากันด้วยรึเปล่า!"ลูคัสว่าอย่างใส่อารมณ์ ไม่ฟังเหตุผลที่อีกคนอธิบายใดๆทั้งสิ้น

"พี่อย่ามายัดเยียดความคิดต่ำๆของพี่ให้ผม!"

เพียะ! ใบหน้างามหันไปตามแรงตบ แก้มซ้ายชาไปทั้งแถบก่อนที่ความเจ็บจะค่อยๆตีตื้นขึ้นมา น้ำตาเม็ดโตร่วงผล็อยออกมาจากดวงตาคู่สวย

สมิธหันหน้ากลับมามองอีกคนทั้งน้ำตา ลูคัสก็มองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยสักนิด

"ผมเกลียดพี่"สมิธพูดเสียงแผ่วทั้งน้ำตา "ได้ยินไหมว่าผมเกลียดพี่!! อื้ออ!"ลูคัสที่ได้ยินคำว่าเกลียดคำแรกก็รู้สึกจี๊ดๆที่อก แต่พอสมิธเอ่ยย้ำขึ้นมาอีกรอบก็ทำเส้นความอดทนเขาขาดสะบั้นลงทันที

ริมฝีปากบางชายหนุ่มกระแทกจูบปิดปากอีกคนไม่ให้เอ่ยประโยคใดๆออกมาได้อีก ลูคัสขบเม้มริมฝีปากอิ่มของสมิธอย่างดุดัน  

มือเรียวบีบกรามอีกคนจนร่างเล็กร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้ชายหนุ่มได้โอกาสส่งลิ้นเข้าไปซอกซอนโพรงปากหวาน ลิ้นร้อนพยายามไล่ต้อนเกี่ยวพันลิ้นเล็กที่หลบหนีลิ้นเขาราวกลับรังเกียจ นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มบดจูบระบายโทสะกับปากอิ่มเล็กมากยิ่งขึ้นไปอีก สมิธร้องไห้และขัดขืนแต่ก็สู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้เลยสักนิด รสเค็มปร่าในปากทำให้เขารู้ว่าตัวเองปากแตกแล้วเป็นแน่

แก้มก็เจ็บ ปากก็เจ็บ...หัวใจยังเจ็บ

ลูคัสทั้งดูดและกัดปากเล็กจนริมฝีปากอีกคนบวมเจ่อแต่เขาก็ไม่ได้หยุดยั้งการกระทำของตัวเองเลยสักนิด

กลับกันชายหนุ่มยังใช้มือข้างเดียวถอดเข็มขัดตัวเองออกก่อนจะนำมามัดมือทั้งสองข้างของสมิธจนแน่น

ลูคัสจูบปากอีกคนอย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้พักหายใจ มือที่ว่างฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่ติดกายสมิธออกอย่างหยาบคายไร้ความอ่อนโยน

ริมฝีปากบางของลูคัสเคลื่อนห่างออกจากริมฝีปากที่บวมช้ำมาทีต้นคอระหงแทน

เขากัดลงไปเต็มแรงจนเด็กชายร้องลั่น ลูคัสทั้งกัดแล้วดูดแรงๆจนห้อเลือด ลำคอขาวๆเต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กที่แดงช้ำจนน่ากลัว

ชายหนุ่มเหลือบสายตามองใบหน้าเล็กที่ยังร้องไห้ไม่หยุด คราวนี้เขาไม่คิดจะผ่อนแรง เพราะเขาตั้งใจทำเพื่อลงโทษอีกคนให้หลาบจำ

**[ลบncเนื่องจากผิดกฎของเว็บไซต์ กรุณาติดตามในช่องทางอื่น]**​


สมิธสลบไปเป็นรอบที่สอง ชายหนุ่มกวาดสายตามองร่างเล็กที่เต็มไปด้วยรอยจูบที่บางแห่งม่วงช้ำจนน่ากลัว ดวงหน้าเล็กๆที่หลับสนิทไปมีคราบน้ำตาเกาะอยู่ไม่น้อย ช่องทางสีหวานที่แดงช้ำและบวมขึ้นเพราะโดนเขาทรมานร่วมสามชั่วโมง

ครั้งนี้เขารุนแรงมากจริๆ ยอมรับว่าโมโหมากแต่ทุกอย่างที่ทำไปลูคัสล้วนมีสติอยู่ตลอดเวลา

อาจจะโดนเกลียดอย่างที่ปากเล็กๆนี่พึมพำด่าทอ แต่เขามั่นใจว่ายังไงสมิธก็ยังรักเขาอยู่ดี

ความรักมักทำให้เราแพ้เสมอ

และเขาจะไม่มีวันเป็นผู้แพ้

+++++++++++++

​ตอนนี้แต่งจนเกือบโต้รุ่ง ฮ่า กราบใจความชั่วของอิพี่ เขียนเองเกลียดเองคิดดูเอา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น