หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 54 กระเทียมไร้เทียมทาน (8)

ชื่อตอน : ตอนที่ 54 กระเทียมไร้เทียมทาน (8)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 54 กระเทียมไร้เทียมทาน (8)
แบบอักษร

ภายในลิ้นชักมีกระดาษอยู่สองใบ ชัดเจนมาว่าเป็นเงื่อนงำที่ระบบเซ็ตไว้ให้ไขปริศนา เฟิงปู้เจวี๋ยเปิดกระดาษแผ่นแรกออก ด้านในมีข้อความเขียนหวัดๆ ไว้สามบรรทัด บรรทัดแรกเขียนว่า JMMJAOD บรรทัดที่สองเขียนว่า 1/4F และ บรรทัดที่สามเขียนว่า 3/4F

หลังจากอ่านจด เขาสบถออกมาว่า “ชิ ......”

เนื้อหาในกระดาษแผ่นที่สองค่อนข้างจะเยอะหน่อย มันเป็นเอกสารที่ปริ้นออกมา ตัวอักษรในกระดาษค่อนข้างทางการ เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับไวรัสทั้งหมด

ก่อนอื่นเลย รหัสของไวรัสตัวนี้คือ “Z” จริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าตอนเริ่มด่านนี้มาก็ได้พูดถึงชื่อนี้แล้ว ดูท่าแล้วมนุษย์หมาป่าผีดิบที่อยู่ตามถนนจะได้รับเชื้อชนิดเดียวกัน แต่ทำไมพวกมันถึงได้กลายเป็นผีดิบคนละสายพันธุ์แบบนี้ไม่รู้เพราะอะไร

วรรคที่สอง หลังจากถูกไวรัสนี้ไปแล้วเหลือเวลาให้ผู้เล่นกำจัดเชื้อในร่างกายไม่ถึงสามชั่วโมง ในเนื้อหาเขียนว่า ------ ภายในสามชั่วโมงหลังติดเชื้อ จะเกิดอาการเหงื่อไหล มีไข้สูง แล้วจะกลายเป็นผู้สูญเสียสติสัมปชัญญะ นี่มันเป็นคำอธิบายอย่างดีว่าเพราะอะไรเฟิงปู้เจวี๋ยถึงมีเหงื่อออกทั้งตัว แล้วกำลังไร้เรี่ยวแรงลง ชัดมากว่าระบบไม่สามารถทำให้ผู้เล่นสูญเสียสติสัมปชัญญะได้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อไวรัสกำเริบกระทบต่อระบบสมอง ผู้เล่นก็จะถูกตัดสินว่าตายแล้วให้ออกจากด่านไป

วรรคต่อมาเป็นคำอธิบายรายละเอียดของการกลายร่างของผู้ถูกไวรัส เช่นเกิดการกระจายตัวของเนื้องอกเซลล์เรื้อรัง เกิดการเน่าเปื่อยของผิวหนังร่างกาย ความจุออกซิเจนของเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ชะลอการไหลเวียนของโลหิต เพิ่มความแข็งแรงและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสามารถในการรับรู้ลดลง เริ่มกินเนื้อสดของสด เป็นต้น ...... แน่นอนว่า ในข้อสุดท้าย ------ ผู้ที่ได้รับเชื้อโดยสมบูรณ์จะต้องมีความแข็งแกร่งในส่วนกะโหลกเป็นอย่างมาก

เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยอ่านท่อนนี้จบแล้ว เขาพูดออกมาว่า : “นี่มันคือ SCP008 นี่ ...... แต่ว่า ...... ในด่านกลับเซ็ตวัคซีนชะล้างพิษเอาไว้ด้วย” ขณะที่เขาพูดถึงเรื่องนี้ สายตาของเขาได้มองไปยังเนื้อหาในส่วนของการชะล้างเลือดแล้ว

บนกระดาษเขียนเอาไว้ว่า : การทดสอบแสดงให้เห็นว่า วัคซีนการชะล้างพิษไม่ใช่จะได้ผลกับทกุคน หลังจากผ่านการทดสอบจากเพศ อายุ กรุ๊ปเลือด ของมนุษย์จำนวนกว่า สามร้อยเก้าสิบชีวิต มีมนุษย์จำนวนทั้งสิ้นหนึ่งร้อยห้าสิบสี่คนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วมีผลข้างเคียง ซึ่งได้รับผลการชะล้างเพียง 40% เท่านั้น ปัจจุบันยังระบุไม่ได้ว่าผลข้างเคียงที่ว่านั้นมีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง

หลังจากเฟิงปู้เจวี๋ยอ่านวรรคนี้จบ เขารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ถ้าว่ากันตามนิสัยของเขาแล้ว การวิจัยยาถอนพิษล้มเหลว ...... และวัคซีนชะล้างเลือดก็ได้ผลในการขจัด [อาการ] ได้แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ มิเช่นนั้นแล้ว ....... เขาก็เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงเท่านั้น หากจะใช้เวลาเท่านี้ในการผ่านด่านมันดูจะเป็นไปค่อนข้างยาก เขาคงทำได้เพียงแค่หาวัคซีนชะล้างให้เจอแล้วมอบมันให้กับสมาชิกคนอื่นๆ

เมื่อพูดถึงสมาชิกคนอื่น ...... ขณะที่ได้ยินว่าคุณชายอาโตเบะและเสี่ยวหมิงตายเมื่อสิบนาทีที่แล้วเขาก็เข้าใจทันทีว่า ในด่านนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น การตายของทั้งสองคนนั้นทำให้เขารู้สึกยากที่จะเข้าใจ พวกเขาไม่ใช่พวกที่จะไปจากร้านขายปืนได้ง่ายขนาดนั้น ดังนั้น การตายในเวลาอันสั้นของพวกเขา แถมยังอยู่บริเวณหน้าร้านขายปืนจะต้องเจอมอนสเตอร์อะไรสักอย่างแน่ๆ

แต่สถานที่ในเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักจะมีมอนสเตอร์อยู่ได้ยังไงกัน? ต่อให้เป็นตอนกลางคืน มนุษย์หมาป่าผีดิบถูกเพิ่มความแกร่งมากขึ้น แต่ก็ไม่น่าที่จะสามารถสังหารผู้เล่นสองคนที่ในมือมีปืนได้ในช่วงเวลาไม่กี่วินาที

นอกจากนี้ พานเฟิงกับฮัวสงที่อยู่กับหวังทั่นจือกดูจะมีลับลมคมใน จากสถานการณ์ในตอนนี้หลังจากที่พวกเขาพาหวังทั่นจือไล่กวาดเข้ามายังตัวอาคารแล้ว ก็ไม่ได้ลงไปดูในห้องแล็บเลย แต่กลับไปที่อื่นก่อน เพื่ออะไรกัน? ในตึกมีป้ายอนุสรณ์ขนาดใหญ่มากมาย ภารกิจหลักก็เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าช่วย “ด็อกเตอร์” คนหนึ่ง ส่วนในชั้นอื่นๆ ก็เป็นแผนกทั่วไปที่ยุ่งเหยิงไปหมด ไม่งั้นก็เป็น “เขตสำนักงาน” แล้วทำไมยังมีคนคิดจะขึ้นไปข้างบนอีกละ?

เรื่องราวที่ดูผิดปกติมันดูมากจนเกินไป แค่ชั่วขณะคงคิดออกมาไม่หมด เฟิงปู้เจวี๋ยไม่ได้คิดต่อไป เขาหันหลังกลับไปแล้วตรงไปยังประตูโลหะ และก็ได้เห็นช่องใส่รหัสของประตู

“คิดไว้ไม่มีผิดหกหลักจริงๆ ด้วย ......” เขามองไปที่ช่องใส่รหัส สีหน้าท่าทางเป็นแบบ “คิดแล้วไม่มีผิด” แล้วกรอกตัวเลขลงไป 312928 คิดไม่ถึงเลยว่า มันจะปรากฏตัวอักษรว่า accept

ปริศนาของรหัส เฟิงปู้เจวี๋ยรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นข้อความบนกระดาษแล้ว บรรทัดแรกนั้นเขียนว่า JMMJAOD นั่นก็คือตัวอักษรตัวแรกของเดือนในภาษาอังกฤษ 1 3 5 7 8 10 12 โดยทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเดือนที่มี 31 วัน ส่วนในบรรทัดที่สองและสามในกระดาษ F หมายถึงเดือนที่ 2 เพราะมีแต่เดือนที่สองเท่านั้นที่ขึ้นต้นด้วย F ¼ หมายถึง เดือนสองมี 29 วัน ¾ หมายถึง 28 วัน สำหรับเขาแล้วปริศนาแบบนี้ไม่ยาก เพราะตัวเขาเองก็เป็นนักไขปริศนาอยู่แล้ว แค่เขียนเงื่อนงำให้เขาบนกระดาษ ขอแค่ไม่ได้อยู่นอกเหนือความสามารถของเขา ยังไงเขาก็เดาได้

หลังจากที่ปลดล็อกสำเร็จแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยก็รีบไปจับบนหูจับประตู แล้วใช้แรงหมุนหลายรอบ แล้วเปิดประตูออก ภายในเป็นห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง กำแพงทั้งสามด้านเต็มไปด้วยตู้วางของแบบใส ภายในตู้เต็มไปด้วยหลอดใส่สารเหลวทั้งหมด ในแต่ละแถวจะมีรหัสเขียนเอาไว้ชัดเจน

เมื่อหยิบหลอดไอเทมขึ้นจะเห็นคำอธิบาย :

[ชื่อ: วัคซีนชะล้างพิษ]

[ประเภท: เนื้อเรื่อง]

[คุณภาพ: ทั่วไป]

[ประสิทธิผล: มีอัตรา 39.48% ที่ผู้ใช้งานจะสามารถถอนไวรัส Z ได้]

[สามารถนำออกจากด่านได้ไหม: ไม่]

[หมายเหตุ: ใช้ฉีดหรือกิน ไม่มีผลต่อมอนสเตอร์และผู้เล่นที่กลายเป็นผีดิบไปแล้ว]

ดูจากรหัสเดาได้ว่าน่าจะแยกช่วงการผลิต หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนผสมที่ไม่เท่ากัน ในตอนนี้เองเฟิงปู้เจวี๋ยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ อาจเป็นไปได้ว่าไวรัส Z ไม่ใช่ไวรัสที่ผลิตโดยบริษัทออล์เลิฟมู แต่เป็นไปได้ว่าพอพวกเขาพบสารตัวนี้เลยพยายามที่จะควบคุมมัน และหาวิธีคิดค้นยาถอนพิษขึ้นมา

เฟิงปู้เจวี๋ยไม่มีเวลาในการไปทำความเข้าใจในบริษัทนี้อย่างละเอียด เขาไม่รู้ว่ายาเซ็ตไหนได้ผลหรือไม่ได้ผล ทำได้เพียงแต่สุ่มหยิบออกมาจากตู้หลอดหนึ่งเท่านั้น แล้วใช้หลอดฉีดยาที่พบเมื่อครู่ดูดสารเหลวจากหลอดขึ้นมา แล้วฉีดให้ตัวเอง

เมื่อเข็มนี้ทิ่มลงไป ช่องความชำนาญในการรักษาของเขาก็ปลดล็อกออก กลายมาเป็นระดับ F เสียงของระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาว่า : [ยินดีด้วยท่านได้ปลดล็อกความชำนาญทั้งหมดในช่วงทดสอบระบบ แล้ว]

            “ช่วงทดสอบระบบ?” เขาคิดในใจว่า “แสดงว่าอนาคตจะมีความชำนาญอย่างอื่นอีกงั้นเหรอ? เขาเปิดแถบเมนูแล้วตรวจดูที่ช่องความชำนาญ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่น่าเสียดาย ...... ด้านข้างของค่าพลังชีวิตยังคงเป็น [ติดเชื้อ] ไม่เปลี่ยนแปลง”

“ล้มเหลวงั้นเหรอ ......” เขาพูดอย่างผิดหวัง “หรือต้องลองเปลี่ยนอีกสักเข็มหนึ่ง? จะมีผลข้างเคียงอะไรบ้างรึเปล่านะ ......”

ขณะที่เขากำลังลังเลอยู่นั้น คำว่าติดเชื้อในแถบเมนูก็ค่อยจางหายไป ความผิดปกติที่อยู่ด้านข้างค่าพลังชีวิตก็ปรากฎข้อความใหม่ว่า [ไม่มี]

เขาไม่ได้ปิดแถบเมนูไปในทันที มิเช่นนั้นอาจจะพลาดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไป หรืออาจจะเกิดอะไรแปลกประหลาดไปอีก เฟิงปู้เจวี๋ยหัวเราะร่วนสามครั้งออกมาอย่างสะใจ เขารู้สึกเหมือนได้ตายแล้วเกิดใหม่ยังไงยังงั้น

เขาหยิบเซ็ตหลอดแก้วออกมาจากตู้เก็บความเย็น ด้านในวางวัคซีนถอนพิษไว้แปดหลอด เขาหยิบอย่างระมัดระวังแล้วใส่ไว้ในกระเป๋า กระเป๋าของเขาในตอนนี้เต็มแล้ว ทั้งสิบช่องมีไอเทมดังนี้ : คีมหนีบมาริโอ้ ดวงตาแห่งความแค้น มีดทำครัวตะวันตก ไม้เบสบอล ไฟฉาย ปืนสั้น M1911A1 เกราะเสียงสะท้อน ปืนลูกซองวินเชสเตอร์ วัคซีนถอนพิษ*8 แล้วก็ถุงกระเทียมหนึ่งถุง

แจ๊สแดนซ์เขาใส่ไว้กับตัว นอกเสียจากเปลี่ยนทิ้ง มิเช่นนั้น เป็นไปได้ยากที่จะกลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋า แน่นอนว่า หากมีความต้องการใช้กระเป๋า แค่เฟิงปู้เจวี๋ยสวมแว่นดวงตาแห่งความแค้น มือถือไอเทมอาวุธชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ก็สามารถทำให้ช่องกระเป๋าว่างขึ้นได้อีก

หลังจากชะล้างเลือดถอนพิษไปแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่คิดที่จะสำรวจอะไรต่อไปอีก เขามาที่นี่ก็เพื่อจะค้นหาสมาชิกที่เหลือ แค่คิดไม่ถึงว่าเมื่อลิฟต์เปิดออกเขาจะถูกโจมตี แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายร่างเมื่อใดหลังติดเชื้อ

แต่ในตอนนี้ เขาก็ไม่ตายเพราะข้อจำกัดของเวลาแล้ว เขารู้สึกว่ายังไงซะกลับไปหาเพื่อนร่วมทีมก่อนน่าจะเหมาะที่สุด เมื่อเขาพิจารณาถึงวัคซีนชะล้างที่อยู่ในมือ อาจจะไปถูก FLAG อะไรสักอย่างเข้า หากสำรวจต่อไปอาจจะเจอ BOSS ก็จะแย่เอา เขาเป็นคนที่เคยติดเชื้อมาก่อน เสี่ยงอันตรายในตอนนี้มันไม่คุ้มเสีย

ในขณะที่เขากำลังคิดแบบนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น [ภารกิจก่อนหน้านี้สำเร็จ อัพเดทภารกิจหลัก]

“อะไรกันเนี่ย?” เฟิงปู้เจวี๋ยตกใจมาก “ด็อกเตอร์แอชฟอร์ดไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ เหรอเนี่ย? การที่พวกเขาสามคนขึ้นไปข้างบน เป็นเส้นทางที่ถูกต้องแล้วงั้นเหรอ แล้วก็ช่วยด็อกเตอร์สำเร็จแล้ว?”

เขารีบเปิดดูแถบเมนูอีกครั้ง เขาเห็นด้านหลังภารกิจช่วยด็อกเตอร์แอชฟอร์ดมีการอัพเดทใหม่ ปรากฏว่าภารกิจนั้นก็คือ : [เอาชนะร่างแปลงของแอชฟอร์ดให้ได้]

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น