คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 2 แต่งงาน..50%

ชื่อตอน : บทที่ 2 แต่งงาน..50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2562 07:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 แต่งงาน..50%
แบบอักษร

งานแต่งงานระหว่าง พ่อเลี้ยงกัณตภณ และ จิตรานุช ได้จัดขึ้นที่บ้านของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ นั้นเอง โดยได้จัดเป็นพิธีการแบบเรียบง่าย ในงานไม่ได้มีแขกเรื่ออะไรมากมายนัก จะมีก็แต่เพื่อนสนิทมิตรสหายของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ และพวกคนงานในไร่กังวานไกลเท่านั้น  

ในตอนเช้าตรู่ ตั้งแต่ไก่โห่เลยก็ว่าได้ ช่างแต่งหน้าทำผมก็ได้มาถึงบ้านของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ และจับ จิตรานุช ทำการแปลงโฉม เพื่อให้ทันกับงานพิธี ซึ่ง จิตรานุช สวมชุดแต่งงานเป็นแบบล้านนา ท่อนบนจะสวมใส่เป็นผ้าเกาะอกสีเงินระยิบระยับ มีผ้าคลุมไหล่บางๆ ลวดลายลูกไม้ คลุมไว้ที่ไหล่มนเสริมให้ดูอ่อนช้อย สง่างามมากยิ่งขึ้น ท่อนล่างจะสวมใส่เป็นผ้าถุงสีม่วงปักลิ่มทอง เครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นต่างหู สร้อยคอ เข็มขัด ก็เป็นทองทั้งชุด 

“สวยงามเหมือนเจ้านางเหนือมากเลยค่ะคุณน้อง รับรองเลยนะคะว่าพ่อเลี้ยงจะต้องตกตะลึง เมื่อได้เห็นอย่างแน่นอนเลยทีเดียวเชียว ขอบอก อิอิ!” ลินลี่ ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าที่เป็นสาวประเภทสอง เอ่ยจีบปากจีบคอชม อย่างเห็นเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อได้ทำการแต่งหน้า ทำผมและช่วยแต่งตัวเสร็จ 

“ขอบคุณนะคะ พี่ลินลี่ ถ้าไม่ได้พี่แต่งให้ ก็คงไม่สวยได้ขนาดนี้หรอกค่ะ เป็นเพราะฝีมือพี่ล้วนๆ นั้นแหละค่ะ” จิตรานุช หันมาเอ่ยชมฝีมือการแต่งหน้าทำผมของช่าง ที่เสกสรรให้เธอออกมาสวยงามอลังการได้ขนาดนี้  

“แหม! ถ้าคุณน้องไม่สวยอยู่ก่อนแล้ว ก็คงแต่งสวยไม่ได้ขนาดนี้หรอกค่ะ/ใช่ไหมค่ะป้า” ลินลี่ ยิ้มแก้มแทบปริที่ถูกชมว่าแต่งหน้าแต่งผมเก่ง ก่อนจะเอ่ยชมกลับ พร้อมกับหันไปขอความเห็น จันทรา ที่นั่งดูและช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับลูกสาวด้วยอีกแรง 

“ลูกสาวป้าก็ต้องสวยเหมือนกันกับป้านั้นแหละ” จันทรา กล่าวหยอกล้อเล่นกับช่างแต่งหน้าทำผมอย่างออกรสออกชาติ พร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี และมีความสุขที่ได้เห็นลูกสาวคนเล็ก กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว “แหม! ป้าก็ไม่ค่อยจะชูโรงให้ตัวเองเลยนะคะเนี้ย!” ช่างแต่งหน้าทำผมกล่าวประชดประชัน แกมกระแนะกระแหน จันทรา อย่างเสียไม่ได้ 

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น และเปิดออกด้วยมือของคนที่เคาะ ซึ่งเป็น จำเนียร แม่บ้านของไร่กังวานไกลนั้นเอง “จะได้ฤกษ์แล้วค่ะ พ่อเลี้ยงให้มาแจ้งว่าให้ลงไปได้แล้วล่ะค่ะ” จำเนียร เอ่ยบอกขึ้นอย่างนอบน้อม กับว่าที่เจ้านายคนใหม่  

 จำเนียร มองดูคนที่เป็นเจ้าสาวอย่างชื่นชมในความงามที่ได้เห็นอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะแต่งงานกับ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ด้วยสาเหตุเพราะต้องมาชดใช้หนี้สินแทนผู้ให้กำเนิดก็เถอะ ตัวแม่บ้านอย่างเธอก็ไม่มีสิทธิ์ ที่จะไปรังเกียจเดียดฉันท์ หรือดูหมิ่นดูแคลนได้แต่อย่างใด 

“ขอบคุณจ้ะป้าเนียร” จิตรานุช กล่าวยิ้มๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้เต็มปอด แล้วค่อยๆ ปล่อยออกมาช้าๆ แล้วจึงก้าวเดินออกไปจากห้องนอนนั้น  

: 

เมื่อได้พากันลงไปถึงยังชั้นล่างของบ้าน ก็เห็นว่า พ่อเลี้ยงกัณตภณ ซึ่งตอนนี้ได้แต่งตัวอยู่ในชุดล้านนาสีขาว ยืนรออยู่และจ้องมองมายังเจ้าสาวของตนอยู่ก่อนแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ มอง จิตรานุช ไม่วางตาเลย แต่หน้าของชายหนุ่มนิ่งมาก จึงไม่มีใครได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มนั้นเกิดความพึงพอใจ ในตัวของเจ้าสาวมากน้อยเพียงใด  

พิธีการในช่วงเช้าไม่มีการแห่งขันหมากแต่อย่างใด จะมีก็แต่การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลอันดีในการเริ่มต้นการครองคู่กัน พอเสร็จจากการทำบุญตักบาตรแล้วก็ได้มีพิธี     *เรียกขวัญและผูกข้อมือบ่าวสาว ซึ่งได้ดำเนินการพิธีเสร็จสิ้นลงในช่วงสาย และพิธีต่อไปเป็นพิธีที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือ พิธีส่งตัวเข้าห้องหอ  

“ขอให้พ่อเลี้ยงโปรดจงเอ็นดูลูกสาวของป้าด้วยนะคะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยมันด้วยนะคะ” จันทรา กล่าวอวยพรเจ้าบ่าว ซึ่งไม่เชิงว่าเป็นการอวยพร เป็นการฝากฝั่งเสียมากกว่า “เชื่อฟังพ่อเลี้ยงเขานะลูก” จันทรา กล่าวบอกลูกสาวน้ำตาคลอ “จ้ะแม่!” จิตรานุช กราบลงไปที่ตักผู้ได้ชื่อว่าเป็นมารดาบังเกิดเกล้า ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ 

“ขอให้มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองนะครับพ่อเลี้ยง” ลุงชม คนงานในไร่ที่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เคารพนับถือได้อวยพรคู่บ่าวสาวเป็นคนสุดท้าย และจากนั้นทุกคนก็พากันออกจากห้องหอ ปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง 

 

 

หมายเหตุ: *เรียกขวัญและการผูกข้อมือบ่าวสาวเป็นการเรียกขวัญคู่บ่าวสาวให้รักกันยืนนานชั่วชีวิต ปัดเคราะห์ เพื่อให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขปราศจากโรคภัยและอุปสรรค์ทั้งปวง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น