หอหมื่นอักษร

- เขายอมที่จะเป็นคนเห็นแก่ตัว เพื่อที่จะได้นางผู้เป็นรักไว้เคียงข้างกาย - ติดตามความสนุกได้ทุกวัน เวลาประมาณ 4 โมงเย็นเจ้าค่าาา

ตอนที่ 12 บีบบังคับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 บีบบังคับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.3k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2561 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 บีบบังคับ
แบบอักษร



“น้องหญิง ข้าพนันว่าเจ้าชนะ” หลี่อวิ๋นชิงพูดขึ้นมาอีกครั้ง หากคำพูดของเขาไม่ทำให้ผู้คนต้องตกใจ เขาก็คงจะไม่หยุดพูด ครั้งนี้ก็เช่นกัน คำพูดของเขาทำให้ทุกคนต่างงงงัน พูดจบเขาก็แกะป้ายประจำตระกูลออกมา โยนขึ้นไปบนโต๊ะ “นี่คือป้ายประจำตระกูลหลี่ ถือว่าเป็นของรางวัลสำหรับผู้ชนะก็แล้วกัน”

“อวิ๋นชิง เจ้าไม่ได้พูดเล่นใช่หรือไม่” ไป๋มู่เฟยหยิบป้ายนั้นขึ้นมาเพ่งพิศอยู่นาน “หรือว่านี่คือตรามังกรพยัคฆ์ที่เขาร่ำลือกัน ข้าเคยได้ยินมาว่าถ้าหากถือตรานี้ จะให้ประมุขตระกูลหลี่ทำอะไรก็ได้......”

“ใช่ นี่ก็คือตรามังกรพยัคฆ์”

มู่หรงชีชีไม่รู้ว่าตรามังกรพยัคฆ์คืออะไร แต่คนจากอีกสามตระกูลใหญ่ที่เหลือ รวมถึงตระกูลมู่หรง ต่างก็รู้ดีถึงความสำคัญของตรามังกรพยัคฆ์ที่มีต่อตระกูลหลี่ แต่หลี่อวิ๋นชิงกลับไม่สนใจ นำมันมาพนันว่ามู่หรงชีชีจะชนะเสียอย่างนั้น แท้จริงแล้วเขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่

“น้องหญิง ชะตาชีวิตของข้าและตระกูลหลี่อยู่ในมือของเจ้าแล้ว ถ้าหากเจ้าแพ้ขึ้นมา กลับไปข้าคงต้องคุกเข่าต่อหน้าศาลบรรพบุรุษ”

หลี่อวิ๋นชิงยังคงมีท่าทางสุขุมเยือกเย็น ชุดสีเขียวขนนกกระเต็นขับให้เขายิ่งดูมีพลังอำนาจ

เขาเดินไปยืนอยู่ตรงหน้ามู่หรงชีชีอย่างไม่รีบไม่ร้อน ก้มหน้าลงไปมองนาง เหตุใดหลายปีมานี้เขาถึงไม่เคยค้นพบว่านัยน์ตาของนางนั้นช่างแปลกประหลาด? ภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง นัยน์ตาคู่นี้ส่องประกายแวววาว ไม่รู้ว่ายามที่มันส่องประกายที่แท้จริงออกมา จะเจิดจ้าสักเพียงใด

“ข้ากลับอยากเห็นท่านพี่คุกเข่าหน้าศาลบรรพบุรุษเสียมากกว่า” สำหรับพี่ชายคนนี้ มู่หรงชีชีรู้ดีว่านิสัยของเขาเป็นเช่นไร เขามันคนประเภทยืนดูเรื่องสนุกไม่กลัวปวดเอว ตอนนี้ก็ผลักนางให้ตกที่นั่งลำบาก ส่วนตัวเขาเองก็ยืนดูเรื่องสนุก เขาตั้งใจชัดๆ

“ฮ่าๆ......”

เมื่อได้ฟังคำที่มู่หรงชีชีพูดออกมา หลี่อวิ๋นชิงก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ส่งผลให้ผมดำประบ่าสะบัดพลิ้ว “ได้ยินน้องหญิงพูดเช่นนี้ ข้าก็รู้แล้วว่าจะชนะพนัน!”

หนุ่มหล่อก็คือหนุ่มหล่อ ขยับนิดขยับหน่อย จะหัวเราะจะโมโห ก็ยังคงงดงามดุจภาพวาด

“เด็กผี!”

ครั้งนี้มู่หรงชีชีไม่ได้เห็นความเย็นชาภายใต้รอยยิ้มของหลี่อวิ๋นชิง กลับมองเห็นความอ่อนโยนในแววตาของเขาแทน หรือนางตาฝาดกันแน่

ยังไม่ทันที่มู่หรงชีชีจะดูให้ชัดเจน เขาก็ถอยกลับไปเสียแล้ว หลี่อวิ๋นชิงนั่งพิงพนักอย่างสบายใจ ราวกับมั่นใจว่ามู่หรงชีชีจะชนะตวนมู่อีอีเป็นแน่แท้

“อวิ๋นชิงข้าเชื่อสายตาของเจ้ามาโดยตลอด......” ไป๋มู่เฟยถอดแหวนปลอกมีดหยกดำมาวางไว้ “คุณหนูสาม ถ้าหากเจ้าแพ้ขึ้นมา กลับจวนไปจุดจบของข้าก็คงไม่ต่างกับพี่หลี่ ข้าก็ได้หวังว่าคุณหนูสามจะพยายามให้ชนะ”

แหวนปลอกมีดของไป๋มู่เฟย ก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลไป๋คือตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาสี่ตระกูล และทุกวันนี้กิจการทั้งหมดของตระกูลไป๋อยู่ภายใต้การดูแลของคุณชายใหญ่คนนี้นี่เอง แล้วแหวนปลอกมีดหยกดำวงนี้ ถือเป็นตราประจำตัวของเขา

“ในเมื่อท่านพี่คิดว่าคุณหนูสามจะชนะ เช่นนั้นข้าก็ลงพนันด้วย” ไป๋อี้เยว่ดึงปิ่นระย้าทองคำหนึ่งอันลงมาจากศีรษะ “ปิ่นอันนี้เป็นปิ่นที่คุณชายกวงหัวออกแบบใหม่ล่าสุด มีชื่อว่าก้าวย่างเกิดปทุม คุณหนูสาม สู้เขา!”


ตวนมู่อีอีไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนตระกูลหลี่และตระกูลไป๋จะพนันฝั่งมู่หรงชีชี จะรังแกกันเกินไปแล้ว!


สิ่งที่สามคนนั้นเอามาพนันนั้น ล้วนแต่เป็นของล้ำค่าทั้งสิ้น เพียงแค่ปิ่นปักผม “ก้าวย่างเกิดปทุม” ที่ไป๋อี้เยว่เอามาพนันนั้น ก็เป็นผลงานของคุณชายกวงหัวแห่งหอทงเป่า พันตำลึงก็ใช่ว่าจะซื้อได้

ในหนึ่งปีคุณชายกวงหัวจะทำเครื่องประดับออกมาเพียงไม่กี่ชิ้น ทุกชิ้นล้วนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แค่เปิดขายก็ถูกแย่งซื้อจนไม่มีเหลือ แม้แต่นางสนมในวังก็ยังคิดว่าการมีเครื่องประดับของคุณชายกวงหัวไว้เป็นของตนเองนั้นถือว่ามีเกียรติ

ปิ่นระย้า “ก้าวย่างเกิดปทุม” อันนี้ ตวนมู่อีอีอยากได้มานานแล้ว สำหรับสตรีแค่มีเครื่องประดับของคุณชายกวงหัวสักอัน ก็อิ่มอกอิ่มใจเป็นที่สุดแล้ว

“หึ! ถ้าพวกเจ้ามั่นใจในตัวนางขนาดนั้น ถึงเวลาก็อย่ามาเสียใจก็แล้วกัน”

ตวนมู่อีอีกัดฟันพูดออกมา นางไม่เชื่อว่ามู่หรงชีชีที่สู้นางไม่ได้สักอย่าง จะได้รับความสนใจจากคนตระกูลหลี่และตระกูลไป๋ ใช่สิ ไป๋มู่เฟยกับหลี่อวิ๋นชิงสนิทกัน เขาคงต้องให้เกียรติหลี่อวิ๋นชิงถึงพนันฝั่งมู่หรงชีชี ต้องเป็นแบบที่ข้าคิดแน่ๆ

คำพูดของตวนมู่อีอีทำให้ซั่งกวานอู๋จี้ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่กลับวางมีดสั้นดำสนิทลงบนโต๊ะ “ข้าพนันคุณหนูสามชนะ!”

เมื่อเทียบกับสามคนก่อนหน้านี้ มีดสั้นของซั่งกวานอู๋จี้กลับดูไม่สะดุดตา แต่มู่หรงชีชีคิดว่ามีดสั้นที่ซั่งกวานอู๋จี้พกติดตัวจะต้องไม่ธรรมดา นางจึงหยิบมีดสั้นนั้นขึ้นมา ดึงออกจากฝัก

“ชิ้ง......” มีแสงสาดส่องออกมา แสบตาเสียจนทุกคนลืมตาไม่ขึ้น

“มีดดี!” มู่หรงชีชีพูดออกมาเบาๆ ถึงแม้มีดสั้นเล่มนี้จะดูธรรมดา สีดำสนิททั้งเล่ม ถ้าทิ้งไว้บนพื้นทุกคนก็คงคิดว่าเป็นเพียงมีดสั้นธรรมดาเท่านั้น แต่มู่หรงชีชีที่ฝึกวิทยายุทธ์หลายแขนงกลับรู้ดี มีดสั้นเล่มนี้คือมีดสั้นล้ำค่าในตำนานที่สามารถเฉือนเหล็กได้ดั่งเฉือนก้อนดินก้อนโคลน

เมื่อเห็นว่ามู่หรงชีชีชอบ ซั่งกวานอู๋จี้ก็รู้สึกเหมือนได้เจอคนที่เข้าใจตนเอง ถึงแม้จะเป็นเพียงสาวน้อยอ่อนแอ แต่ความจดจ่อเมื่อได้ถือมีดสั้นของนาง ทำให้ในใจของเขารู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกไป

“คุณหนูสามชอบก็ดีแล้ว!”

“คุณชายซั่งกวาน ถ้าข้าชนะ มีดสั้นเล่มนี้จะเป็นเป็นของข้าจริงๆ หรือ” มู่หรงชีชีชื่นชอบมีดสั้นมาแต่ไหนแต่ไร พกพาสะดวก มิหนำซ้ำมีดสั้นเล่มนี้ยังเป็นสมบัติล้ำค่าหายาก นางถือขึ้นมาแล้วก็แทบจะไม่อยากวางมือ

“แน่นอน!”

“ดี! เพื่อคำๆ นี้ ข้าจะไม่ยอมแพ้แน่นอน!” มู่หรงชีชียังคงถือมีดสั้นไม่ยอมวางมือ ถึงแม้ในสายตาของทุกคนนั้น ของพนันของหลี่อวิ๋นชิงและสองพี่น้องตระกูลไป๋ช่างล่อตาล่อใจ แต่สำหรับนางแล้ว มีดสั้นเล่มนี้เป็นของขวัญที่ถูกใจนางที่สุด

“พี่สาม คิดจะคุยโวอย่างน้อยก็ต้องมีความสามารถนะ!”

มู่หรงชิงเหลียนชอบฝึกวรยุทธ์ นางก็ถูกใจมีดสั้นเล่มนี้เช่นกัน แค่คิดว่ามีดสั้นเล่มนี้จะตกเป็นของมู่หรงชีชี นางก็รู้สึกว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ นางจึงพนันว่าตวนมู่อีอีจะชนะ ถ้าตวนมู่อีอีชนะขึ้นมา นางก็สามารถไปขอมีดสั้นเล่มนี้จากตวนมู่อีอี

“ข้าก็พนันว่าตวนมู่อีอีชนะ!” มู่หรงซินเหลียนก็พนันฝั่งตวนมู่อีอี ส่วนมู่หรงจวิ้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาไม่เคยมีมู่หรงชีชีอยู่ในสายตา มิหนำซ้ำตวนมู่อีอียังเป็นสาวงาม แน่นอนว่าเขาต้องเอาใจสาวงามอยู่แล้ว

สุดท้ายก็เหลือแค่ตวนมู่หงเฉิน เขามองน้องสาวของตัวเองสลับกับมองมู่หรงชีชี จากนั้นจึงส่งรอยยิ้มขอโทษให้กับมู่หรงชีชี นำป้ายหยกไปวางไว้ตรงหน้าตวนมู่อีอี “ขออภัยด้วย คุณหนูสาม”

“ไม่เป็นไร” พี่น้องกันย่อมต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดา มู่หรงชีชีไม่คิดว่านางกับตวนมู่หงเฉินจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดให้เขาทิ้งน้องสาวของตัวเอง แล้วมาพนันนางชนะได้


เมื่อเป็นเช่นนี้ จำนวนคนทั้งสองฝั่งที่พนันก็เท่ากัน แต่สิ่งของพนันทางฝั่งของมู่หรงชีชีนั้นมีค่ามากกว่า ทำให้ตวนมู่อีอีไม่พอใจเป็นอย่างมาก สี่ตระกูลใหญ่ความสัมพันธ์ไม่เลว แต่วันนี้สามตระกูลนั้นเหมือนกินยาผิดเข้าไป ต่างก็พนันมู่หรงชีชีชนะ จะไม่ให้นางโกรธได้เช่นไร

“มู่หรงชีชี เจ้าจะเอาอะไรมาพนัน นี่เป็นการพนันระหว่างเราสองคน เจ้าก็ควรจะเอาของมาพนันด้วยถึงจะถูก แต่เจ้าดูท่าทางจะขัดสน คงไม่มีของมีค่าอะไร”

ตวนมู่อีอีกัดฟันหยิบไข่มุกทะเลบูรพาขนาดเท่าไข่ไก่ที่พกติดตัวไว้ออกมา “หากเจ้าชนะ ไข่มุกเม็ดนี้จะเป็นของเจ้า แต่ถ้าหากเจ้าแพ้ขึ้นมา......”

ตวนมู่อีอีเหลือบมองผิวน้ำทะเลสาบเวิ้งว้าง เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา นิ้วขาวเรียวชี้ไปทางทะเลสาบที่มีน้ำใสสะท้อนแสงจันทร์ เจ้าต้องกระโดดลงไปในทะเลสาบ!”




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น