เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 ตายแล้วแต่ยังอยู่

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ตายแล้วแต่ยังอยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2561 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ตายแล้วแต่ยังอยู่
แบบอักษร

ตอนที่ 17

ตายแล้วแต่ยังอยู่

ซี******solo :

ผมโกหกน่าน เพราะคิดว่ามีผมเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง ผมอยากปล่อยให้น่านเชื่อแบบนั้นแล้วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทุกอย่างมันดีอยู่แล้วผมไม่ควรทำมันพัง แต่ความรู้สึกผิดตามติดตัวผมเป็นเงา น่านเชื่อในตัวผม และยิ่งเขาเชื่อมากเท่าไร ความผิดของผมก็กัดกินใจไปมากเท่านั้น จริงอยู่ที่ความจริงเรื่องนี้มันไม่มีคนรู้ แต่ผีรู้ 

มีผีตัวหนึ่งที่รู้

"พี่หลอกน่านทำไม"

ผมหันไปมองเสียงที่ดังก้องขึ้นข้างหู แต่ไม่มีใคร มือกำขวดเบียร์แน่นตอนที่เสียงหลอนนั่นดังขึ้นอีกที 

"พี่หลอกน่านทำไม!"

สิ้นเสียงที่ตะโกนอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น เจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เพราะผมมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ผมจึงมองเห็นมัน...ไอ้คิท

มันมาในรูปแบบการตายที่สยดสยอง ผมกลัวแต่ต้องทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ผมยกเบียร์ขึ้นกรอกปากหมดขวดในทีเดียว แล้วเดินขึ้นห้องโดยไม่พูดอะไร ไอ้ผีตัวนั้นยังคงตามมากรอกหูด้วยคำถามเดิม 

"พี่หลอกน่านทำไม!"

"..."

"ผมรู้ว่าพี่เห็นผม"

ผมเกลียดการที่ตัวเองมองเห็นผีได้ แล้วยังต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ไม่รู้ว่าอะไรก็ตามที่บงการให้ผมเป็นแบบนี้ ผมอยากบอกว่ามันหนักเกินไปสำหรับผม ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันมองสิ่งที่น่าสยดสยองตรงหน้า

"ทำหน้าดีๆ แบบนี้กูกลัว"

วิญญาณสยองหน้าค่อยๆ แปรสภาพกลับมาเป็นวิญญาณในรูปแบบปกติ ผมจึงได้เห็นหน้าชัดๆ ของคนที่ชื่อคิท คนที่เป็นพี่ชายของแคท คนที่น่านเคยรัก

"มึงไม่หนีกูแล้วเหรอ" ผมถามเสียงเรียบ เพราะทุกครั้งที่ไอ้คิทต้องการจะปรากฏตัว เมื่อมองมาเห็นผมมันก็จะรีบหนีไปราวกับไม่กล้าสู้หน้า แต่คราวนี้มันยอมโผล่มาให้เห็นกันซึ่งๆ หน้า สาเหตุเพราะผมไปโกหกน่านว่าคิทมันอยู่ด้วย ก่อนน่านจะยอมพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด ผีที่ถูกพาดพิงคงไม่พอใจจึงตามมาโวยวายกับผมถึงที่

"ผมถามว่าพี่โกหกน่านทำไม!"

"กูแค่อยากรู้ว่าน่านคิดอะไร"

"แค่นั้นถึงกับต้องโกหกมันเรื่องผมเลยเหรอ น่านมันอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากพี่ก็รู้แล้วยังไปหลอกมันอีก"

"แต่มึงก็ได้ยินทุกคำที่น่านพูดนี่"

มันเงียบขณะที่ผมก็มองมันไม่ละสายตา  

เหี้ยอะไรวะชีวิตกู ต้องมายืนจ้องหน้าเป็นเดือดเป็นแค้นอยู่กับผี กูหึงน่าน โคตรหึงเลย หึงกับคนยังมีสิทธิ์เอาชนะได้ นี่หึงกับผีกูจะเอาอะไรไปสู้มันวะ แต่ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ผมไม่มีทางยอมแพ้ ต่อให้มันมาหักคอผมตรงนี้ผมก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

"น่านควรลืมมึง แล้วให้กูแทนที่มึงได้แล้ว"

"แต่ผมไม่ยอม"

"ไม่ยอมแล้วมึงทำอะไรได้"

"..."

"บอกกูสิว่ามึงจะทำอะไรได้ มึงตายไปแล้ว ตรงนี้ไม่มีที่ของมึงแล้ว"

"แต่น่านรักผม"

"มันรักกู"

"ไม่! น่านรักผม!"

"ผีเหี้ย! ตายแล้วก็ไปเกิดดิวะ"

"ผมจะไปได้ยังไง ผมต่างหากที่ยังค้างคาใจ..."

ไอ้ผีนั่นพูดแค่นั้นก่อนหายวับไปอย่างทุกครั้ง ผมทิ้งตัวเองลงบนที่นอน ลืมตามองเพดานด้วยความว่างเปล่า นี่มันเรื่องอะไรกันวะ แบบนี้ใจร้ายกับกูไปหน่อยไหม

...

แม้ผมจะรู้แล้วว่าน่านคิดยังไงกับผม แต่ผมมันเห็นแก่ตัว และใจกว้างไม่พอที่จะยอมให้น่านคิดถึงคนเก่า คนที่ตายไปแล้วไม่ควรมีบทบาทอะไรในชีวิตน่านเลย แต่หลายครั้งน่านก็คิดถึงมันแล้วพูดออกมาให้ผมฟัง

"คิทตายตรงนั้น"

ผมเงียบไปตอนที่น่านบอกกับผม พลางชี้ไปยังถนนเส้นหนึ่งที่ผมสะดุดกึกตอนหันมอง 

"รถเขาชนเข้ากับสะพานตรงนั้น ผ่านไปสามปีแล้วยังลืมไม่ได้เลย"

"ชนสะพาน สามปีที่แล้ว" ผมทวนคำพูดของน่านแล้วหันมองตำแหน่งนั้นอีกครั้ง ภาพอุบัติเหตุของผมเมื่อสามปีก่อนพุ่งเข้ามาในหัวจังหวะที่ความรู้สึกเจ็บแปลบแทรกเข้ามาจนพูดอะไรไม่ออก

"พี่ซี"

"..."

"พี่เป็นอะไรหรือเปล่า"

"เปล่า ไม่เป็นไร"

ผมพูดปัดๆ แต่ความทรงจำในหัวที่เคยแตกเป็นเสี่ยงประกอบเข้ากันจนทุกอย่างชัดเจนขึ้นมาในตอนนั้น ผมถูกรถชนที่นี่ พ่อตายที่นี่ และไอ้คิทตายที่นี่...

...

ท่ามกลางความมืดและบรรยากาศชวนขนลุก ผมฝ่าความกลัวเข้ามาในสุสานหลังวัดคนเดียว เพื่อมายืนอยู่ที่หน้าโกศเก็บกระดูกของไอ้คิท ผมโกรธจนอยากถีบรูปหน้าศพนั่นให้แตกคาตีนแต่ห้ามใจตัวเองไว้แล้วเรียกมันออกมา

"มึงออกมาเลย"

"..."

"กูบอกให้มึงออกมา!"

มันปรากฏตัวขึ้นในตอนนั้นด้วยสภาพปกติที่ทำให้ผมกล้าพอที่จะยืนจ้องหน้ามันท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม

"ผมคิดอยู่แล้วว่าวันหนึ่งพี่ต้องรู้"

"มึงก็เลยหนีกูตลอด ทุกครั้งที่กูมองเห็นมึงใช่ไหม"

"วันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ผมไม่ได้ตั้งใจนะพี่..."

"กูไม่ต้องการคำอธิบายของมึง"

"แล้วพี่มาที่นี่ทำไม"

"มึงทำให้กูต้องเป็นแบบนี้"

"..."

"มึงขับรถชนกู"

"..."

"ชนพ่อกู"

"..."

"มึงทำให้พ่อกูตาย"

"เปรี้ยง!" เสียงฟ้าผ่าลงมาหลังจากผมพูดประโยคนั้นจบ เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนโผล่เข้ามาในหัวเหมือนหนังฉายซ้ำ ผมกับพ่อไม่ได้ทำอะไรผิด แต่พ่อต้องมาตายเพราะไอ้วัยรุ่นที่ไม่มีกระทั่งใบขับขี่แถมยังเมาแล้วขับ แม้มันจะตายไปด้วย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันยุติธรรม มันไม่สมควรตาย แบบนั้นมันง่ายเกินไป

"ผมขอโทษ"

"คำขอโทษของมึงไม่มีประโยชน์เลย พ่อกูไม่มีวันได้ยิน"

"ผมขอโทษจริงๆ"

ผมคลายหมัดที่กำแน่น จริงอยู่ที่อยากจะกระโดดชกหน้ามันสักทีแต่ก็รู้ว่าไม่มีทางทำได้เพราะมันเป็นวิญญาณ จึงสงบใจตัวเองแล้วถอนหายใจเรียกสติอีกครั้ง

"ที่มึงยังไม่ไปไหน ไม่ใช่เพราะน่าน แต่เป็นเพราะกูกับพ่อใช่ไหม"

"ผมรักน่าน แล้วน่านก็รักผม"

"ตอบคำถามกูไอ้ผีเหี้ย"

"..."

"ที่มึงยังอยู่เพราะกูหรือเพราะน่าน"

มันก้มหน้าหลบตา ก่อนยอมจำนนด้วยการพยักหน้ารับเบาๆ    

"น่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมยังไปไหนไม่ได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด"

"..."

"สาเหตุจริงๆ คือพี่"

"..."

"มันเป็นเพราะผมยังไม่เคยขอโทษพี่เลย ผมไม่เคยกล้าพูดว่าขอโทษ แถมยังต้องหนีทุกครั้งที่พี่มองเห็น เพราะผมไม่กล้า"

"..."

"ผมอยากไปให้พ้นจากสภาพนี้แต่ทำไม่ได้ ความรู้สึกผิดมันมีมากเกินไป มากเกินกว่าที่ผมจะปล่อยให้มันนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้นแล้วไปในที่ที่ควรไป"

"แล้วการที่มึงเร่ร่อนอยู่แบบนี้มันจะช่วยอะไร"

"ผมอยู่อย่างสำนึกผิด"

"..."

"อยู่เพื่อรอวันที่พี่จะยอมให้อภัย"

ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง ผมคิดโกรธเคืองคนที่ทำให้พ่อต้องตายมาตลอดชีวิต ถ้าพ่อยังอยู่ผมคงจะถามพ่อว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี ผมอยากฆ่ามันให้ตายอีกครั้งแต่พ่อคงไม่อยากให้ผมคิดแบบนั้น พ่อไม่ได้สอนให้เป็นคนแบบนั้น และชีวิตก็สอนผมว่าเราไม่มีเวลามากพอที่จะโกรธแค้นใครได้นานไปทั้งชีวิต 

"มึงไปเถอะคิท"

"..."

"กูให้อภัย"

หากเป็นพ่อก็คงจะพูดแบบนี้เหมือนกัน...

...

ผมเดินกลับมาจากสุสานก่อนมาหยุดที่ริมแม่น้ำกว้าง ทอดสายตาไปยังแผ่นน้ำที่กระทบแสงไฟระยิบระยับ

"เฮียขา!"

"ไปไกลๆ เลย อารมณ์ไม่ดี" ผมพูดเบาๆ กับผีที่ปรากฏตัวข้างๆ

"เป็นอะไรอะ"

ผมหันไปหามินท์ เอาหลังพิงราวสะพาน มองดูผีผู้หญิงที่สวมชุดนักศึกษา มันเป็นผีตัวเดียวที่ผมไม่กลัวและไม่เคยมาอย่างสยดสยอง ผมมองเห็นมินท์ครั้งแรกหลังจากมันฆ่าตัวตายได้ไม่นาน ผีที่เอาแต่ร้องไห้อย่างน่ารำคาญ เมื่อก่อนมันไม่เคยพูดอะไรได้แต่คร่ำครวญ หลังๆ มานี้พูดไม่หยุดปาก รำคาญกว่าตอนมันเอาแต่ร้องไห้อีก 

"มินท์ ทำไมมึงไม่ไปเกิดวะ"

"ไปไม่ได้ เขาไม่ให้ไป"

"ใครวะ"

"เฮียไม่เข้าใจหรอก ต้องลองตายดูถึงจะรู้"

อีนี่ ถ้ากูเตะผีได้รับรองว่ามึงปลิวไปนู่น

"ได้ยินนะเฮีย"

ผมหันมองตาขวางที่มันถือวิสาสะมาล่วงรู้กระทั่งเรื่องที่คิดในใจ

"แล้วมึงจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานไหม"

"หนูก็ไม่รู้ ก็ไม่อยากติดอยู่แบบนี้หรอกแต่ไปไหนไม่ได้ หนูทำบาป ทำร้ายตัวเอง"

"แล้วไอ้ผีที่เลือกที่จะไม่ไปเกิดเองล่ะ มันทำได้ไงวะ"

"ยังห่วงอะไรล่ะมั้ง ก็เลยไม่ยอมไป"

ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนหันมองเด็กสองคนที่ปั่นจักรยานผ่านไป เด็กนั่นหันมองผมแล้วหันไปคุยกัน

"พี่เขาคุยคนเดียวเว้ย"

"เออ สงสัยจะคนบ้า รีบไปเร็ว"

ไอ้เด็กเปรต เดี๋ยวโดนเตะ

"เฮียคิดมากเรื่องคิทกับน่านเหรอ"

"มึงรู้ได้ไงเนี่ย"

"หนูรู้ทุกเรื่องแหละ"

"ผีขี้เสือก"

"เฮีย ปากงี้อยากโดนบีบคอตายป่ะ"

"เดี๋ยวนี้มึงกล้ากับกูเหรอ"  

"เหอะ! ไม่ทำให้เสียแรงหรอก เดี๋ยวเฮียก็ตับแข็งไม่ก็มะเร็งปอดตายเองแหละ"

"ถ้ากูตายจะตามไปกระทืบมึงคนแรกเลยอีผี"

"คนร้าย!"

"ไปไกลๆ เลยไป กูจะกลับละ"

มินท์ยักไหล่หน่อยๆ ก่อนหายวับไป เป็นวิญญาณแม่งคงจะดีตรงไม่ต้องเดินนี่แหละ ป่านนี้มินท์มันถึงหอไปแล้วแต่ผมยังเดินลากเท้าไปเรื่อยๆ ตอนแรกจะกลับหอแต่เปลี่ยนใจเลี้ยวเข้าร้านเหล้าแทน 

เมื่อผมรู้ตัวว่าความเมาช่วยไม่ให้มองเห็นผีได้ ผมก็ใช้เหล้าเป็นทางออกหลีกหลีความกลัวพวกนั้นมาตลอด วันไหนที่สติสัมปชัญญะของตัวเองเหนือการควบคุมผมก็จะกลายเป็นคนปกติ ไม่มองเห็นผี ไม่สัมผัสถึงวิญญาณ แต่ก็อย่างที่ใครๆ บอก ผมคงต้องตับแข็งตายในไม่ช้านี้แน่นอน ชีวิตนี้คงอยู่ได้ไม่นานก็รีบๆ แดกเข้าไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวตายไม่ได้แดกอีก  

ผมรินเหล้าใส่แก้วก่อนจะเทน้ำเปล่าตามลงไป จังหวะที่กำลังจะยกขึ้นดื่มก็มีมือหนึ่งดึงแก้วนั่นไปก่อน ผมมองเด็กผู้หญิงที่ยกแก้วเหล้ากระดกรวดเดียวเกลี้ยง เห็นว่าเป็นแคทเลยยกมือทุบหัวมันไปทีหนึ่ง 

"เดี๋ยวก็เมาตายห่าหรอก"

"ทำไมมานั่งกินเหล้าคนเดียวเนี่ย พี่ขอแก้วใบ" ประโยคหลังมันหันไปพูดกับเด็กในร้านเหล้าที่เดินผ่านมาพอดี

"ใครบอกให้มึงกิน"

"เดี๋ยวกินเป็นเพื่อน"

"เป็นอะไร ทะเลาะกับผัว?"

"ปากหมางี้ไงเลยไม่มีใครคบ" แคทยื่นมือมาหยิกแขนผมผม แรงจนต้องโยกตัวหลบ

"เออๆ ทะเลาะกับแฟนอีกแล้วหรือไง"

"อือ เรื่องเดิมๆ" แคทรับแก้วมาจากเด็กเสิร์ฟ แล้วจัดการชงเหล้าก่อนจะยกแก้วมาชนกับแก้วผม

"แล้วมาประชดรักด้วยการกินเหล้าเนี่ยนะ เท่ตายล่ะ"

"ว่าแต่หนู พี่เนี่ยเป็นอะไร เมาจนคอจะไม่อยู่บนบ่าอยู่แล้ว"

ผมยกคอตัวเองขึ้นมาวางบนขวดเหล้าเพื่อค้ำไม่ให้มันลงไปกองกับโต๊ะ

"ว่าไง เป็นอะไร"

"กูก็มีเรื่องเครียดของกูบ้าง"

"พี่ซี"

"อือ"

"พี่ชอบพี่น่านเหรอ"

"อือ"

"จริงป่ะเนี่ย แล้วพี่น่านชอบพี่ป่ะ"

"ชอบดิ"

"จริงเหรอ ดีใจว่ะ"

"ดีใจอะไร"

"พี่น่านจะได้ลืมพี่คิทสักที"

ผมเงยหน้ามองแคทที่พูดมันออกมาด้วยรอยยิ้ม

"พี่คิทไม่ได้จริงจังอะไรกับพี่น่านเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยชัดเจนกับพี่น่านแล้วก็มาตายไปก่อน กลายเป็นพี่น่านที่ไม่กล้ารักใครไปเลยเพราะเขา หนูสงสารพี่น่านจริงๆ นะ"

"ใช่ คนผิดคือพี่มึง"

"ก็คงงั้นอะ แต่พี่คิทตายไปแล้วนะ ป่านนี้ไปเกิดใหม่เป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้"

"เกิดใหม่ห่าอะไร วนเวียนอยู่แถวนี้แหละ"

"พี่ซี พูดอะไรอะ"

"ไอ้คิทไง มันยังไม่ไปไหนเลย วันก่อนยังมาเถียงกับกูอยู่เลยว่าน่านรักมันอย่างนั้นอย่างนี้ ไอ้ผีหวงก้าง"

"พี่เมามากเลยนะ"

"กูก็คิดงั้นแหละ"

ผมพยายามตั้งหัวให้ตรงแต่ก็พบว่าคอมันทรยศไม่เป็นอย่างที่คิด โลกก็หมุนไปหมุนมาเหมือนต้องการจะแกล้งอะไรกัน ความคิดในหัวก็วิ่งวนตีกันจนสับสน ผมรู้สึกผิดกับน่านที่โกหกเขา และกับไอ้คิทเอง ผมสับสน เหมือนกับว่าผมยังไม่คิดที่จะให้อภัยมันจริงๆ อย่างที่พูดออกไป มันเร็วเกินกว่าที่ผมจะทำใจยอมรับได้



To be continued. 



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น