ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

กำลังเริ่มเขียนเรื่องนี้แล้วนะครับ ฝากกดไลต์และคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะพยายามอัพให้ต่อเนื่องครับผม

Chapter 3 คอนแทคเลนส์

ชื่อตอน : Chapter 3 คอนแทคเลนส์

คำค้น : นิยายวาย,Yaoi,Boy's love, Prince of Pentagon

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 231

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2561 13:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 คอนแทคเลนส์
แบบอักษร

CHAPTER

-03-

คอนแทคเลนส์

            หลังเกิดเหตุจราจลจากบรรดาสาวๆแฟนคลับของครูสซ์ที่ตึกโอรีกอน ไอซ์ก็ถูกลากตัวฝ่าฝูงชนออกมาแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่แม่น้ำคีลซึ่งอยู่ห่างจากตึกโอรีกอนไม่ไกลนัก เดินข้ามสะพานไปก็จะเห็นต้นจามจุรีขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาให้บรรดานักศึกษาได้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจในยามว่าง  ที่แห่งนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือนในมหาวิทยาลัยครูสซ์และเพื่อนๆจึงชอบมานั่งเล่นที่นี่เป็นประจำ

            “ปล่อยผมซะที” คนที่โดนลากตัวมาด้วยทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

            “พูดได้แล้วเหรอ” ครูสซ์ยอมปล่อยมือคนตัวเล็กทันที

            ข้อมือเล็กมีรอยแดงช้ำจากการถูกเสียดสีจากอุ้งมือหนานั่น  ไอซ์จับข้อมือตัวเองแล้วหมุนไปมาเพื่อคลายเส้น

            “รุ่นพี่ทำอย่างนี้ทำไมครับ คนอื่นก็เข้าใจผมผิดสิถ้างั้น” คนตัวเล็กมองหน้ารุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ

            “ฉันเบื่อสาวๆพวกนั้น” เขาตอบหน้าตาเฉย

            “แล้วให้ผมเป็นไม้กันหมาให้เนี่ยนะ!” เขาทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำตอบนั่นแล้วชี้ที่หน้าตัวเอง

            “ใช่! ก็นายเป็นคนที่ซื่อบื้อเหมาะกับการเป็นแฟนปลอมๆของฉันไงล่ะ” เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่าย

            “ละ...แล้วถ้าผมไม่ยอมล่ะ” ถึงแม้จะขัดกับหัวใจที่มันบานฉ่ำอย่างเต็มที่  ที่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม  แต่หากเลือกได้เขาขอแอบปลื้มอยู่เงียบๆดีกว่าการต้องมานั่งหวาดระแวงกับสายตาสาวๆทั่วทั้งมหาวิทยาลัยอย่างนี้

            “ไม่ยอมก็ต้องยอมแล้วล่ะ ถึงนายปฏิเสธไปคนทั้งหมา’ลัยก็คิดว่านายเป็นแฟนฉันไปแล้ว คิดดูว่านายจะต้องเจอกับอะไรบ้าง  หากไม่มีฉันช่วยปกป้องนายคงจะโดนสาวๆพวกนั้นจัดหนักแน่” นี่คือสิ่งที่ทำให้ครูสซ์มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องยอมจำนนเขาแต่โดยดี

            “คิดว่าผมกลัวรึไง” เอ่ยพร้อมกับขยับแว่นหนาเตอะนั้นให้เข้าที่

            “ไม่กลัวก็ลองดูสินายคนเดียวกับสาวๆทั้งมหา’ลัยใครจะเป็นฝ่ายชนะ”

            “แล้วรุ่นพี่คิดว่าจะปกป้องผมได้รึยังไง คนเดียวเหมือนกัน”

            “นายก็รู้ว่าฉันเป็นใคร” ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสที่แก้มขาว  เหมือนโดนชายหนุ่มสะกดจิตให้ยืนอยู่นิ่งๆแล้วมองตาคมคู่นั้น นั่นทำให้นึกถึงรสจูบก่อนหน้านั้นจึงหลับตาปี๋ลงทันที

            ทำไมใจมันสั่นอย่างนี้นะ ทำไมเราขยับตัวไม่ได้เลย...

            “พอนายไม่ใส่แว่นก็หล่อใช่ย่อยเลยนะ ต่อจากนี้ไปแฟนฉันต้องไม่ใส่แว่นหนาเตอะอย่างนี้มันดูซื่อบื้อเกินไป” เขาถอดแว่นคนตัวเล็กออกแล้วมองอย่างพินิจพิจารณาแล้วยิ้มที่มุมปาก

            “เอาแว่นผมคืนมานะ!” เมื่อแว่นหนาถูกถอดออกไปสายตาที่เคยมองเห็นชัดแจ๋วก็พร่ามัวขึ้นมาทันที เขามองเห็นคนเจ้าเล่ห์นั่นเป็นภาพเบลอๆก่อนจะวิ่งตามจับตัวอย่างทุลักทุเล

            “อยากได้ก็มาเอาสิ” ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันมากทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถเอื้อมมือถึงแว่นตาที่อยู่ในมือของครูสซ์ที่ถูกยกขึ้นสูงท่วมหัวได้ อีกฝ่ายได้แต่เอื้อมมือขึ้นไปแม้จะรู้ว่ามันยากสักแค่ไหนก็ตาม

            “จะแกล้งกันทำไมเนี่ย!” ไอซ์ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แว่นตาคืนมา เขาใช้มือเรียวกอดที่เอวชายหนุ่มเอาไว้เพื่อยึดตัวเองให้มั่น  ส่วนมืออีกข้างก็พยายามยื้ออยู่อย่างนั้นจนตอนนี้ร่างทั้งสองแนบชิดราวกับเป็นคนๆเดียวกัน  ครูสซ์เผลอจ้องหน้าคนตัวเล็กอย่างหลงไหล  ใบหน้ารูปไข่ที่ขาวใสชวนสัมผัส ริมฝีปากหยักได้รูปก็ช่างเย้ายวนเขาเสียจริง  อีกคนก็ตกอยู่ในภวังค์ส่วนอีกคนก็พยายามกอดก่ายเพื่อจะได้แว่นตาคืนมา ทำให้คนตัวสูงนั้นโอนเอนจนไม่สามารถพยุงตัวไว้ได้  ทั้งสองล้มลงพร้อมกันแต่ครูสซ์กลับเอาตัวเขาลงที่พื้นก่อนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเจ็บตัว

            “โอ๊ย!” เสียงเข้มตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อศีรษะกระแทกกับก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มาก  แต่ก็พอจะทำให้เกิดแผลได้

            “รุ่นพี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ” มือเรียวพยายามควานหาแว่นตาจนเจอก่อนจะรีบใส่แล้วมองไปยังชายหนุ่มที่นอนกุมศีรษะทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

            “เจ็บสิถามได้”

เพราะนายคนเดียวเลยรู้ตัวไหมนั่น ถ้าฉันไม่เผลอมองหน้านายคงไม่ล้มอย่างนี้...

“ผมช่วยครับลุกไหวไหม” เขารีบเข้าไปพยุงตัวครูสซ์ขึ้นมาก่อนจะเห็นเลือดเปื้อนที่มือของอีกฝ่าย“เลือด!”

            “ก็เลือดน่ะสิร้องเสียงดังอย่างกับคนไม่เคยเห็นอย่างนั้นล่ะ” เสียงเข้มตวาดใส่

            “เดี๋ยวผมจะพารุ่นพี่ไปโรงพยาบาลครับลุกขึ้นเร็ว”

            ตอนนี้ครูสซ์รู้สึกเจ็บมากจนต้องยอมทำตามอีกฝ่ายโดยง่าย  หลังจากนั้นก็ค่อยๆพยุงตัวเดินไปที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยซึ่งข้ามสะพานแล้วเดินไปอีกไม่ไกลก็ถึง

            “อยู่ดีๆก็หาเรื่องเจ็บตัวซะงั้นกู” ครูสซ์บ่นออกมาขณะเดินไปที่โรงพยาบาล 

            คนที่พยุงตัวอยู่นั้นรู้สึกสมน้ำหน้าขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน  ก็ใช่น่ะสิอยู่ดีๆก็หาเรื่องเจ็บตัวแถมยังจะทำให้เขาเจ็บตัวไปด้วยอีกคน อีกไม่นานหรอกสาวๆพวกนั้นได้มารุมตบเขาแน่

            “ไหวไหมครับรุ่นพี่” น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงทำให้คนเจ็บรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

            “นายห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”

            “ใช่สิครับห่วงมากด้วย” เขาเผลอตอบกลับโดยเร็วอย่างลืมตัว ก่อนจะเห็นชายหนุ่มส่งยิ้มที่มุมปากให้ก็ทำหน้าเหรอหราทันที “เอ่อ..เพราะรุ่นพี่ช่วยผมไว้ไง ไม่งั้นคงเป็นผมที่ต้องเป็นฝ่ายเจ็บซะเอง” ไอซ์รีบแก้ตัวพัลวัน

            “เห็นไหมล่ะว่าฉันปกป้องนายได้ต่อจากนี้ไปให้เชื่อฟังไม่งั้นนายเดือดร้อนแน่เข้าใจไหม!” เสียงเข้มสั่ง

            “เข้าใจก็ได้ครับ” คนตัวเล็กพูดเสียงเบา

            ครูสซ์ยิ้มที่มุมปากเมื่อดึงคนข้างๆเข้ามาเป็นยันต์กันสาวๆพวกนั้นได้  โดยเฉพาะกับแคทเทอรีนจะได้เลิกยุ่งกับเขาเสียที

            โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

            “อ้าว! ไอ้ครูสซ์มึงไปโดนใครตีหัวมาวะ” ภิภพที่กำลังยืนคุยกับรุ่นพี่นักศึกษาแพทย์อยู่หน้าโรงพยาบาล เห็นเพื่อนเดินมาพร้อมกับหนุ่มน้อยเลขาลีดเดอร์บ้านซีคนัสก็แปลกใจ  แล้วเดินเข้ามาทักทายทันที

            “ไม่มีใครทำทั้งนั้นล่ะอุบัติเหตุรีบพากูเข้าไปทำแผลหน่อยเจ็บจะตายอยู่แล้ว”

            “เดี๋ยวพี่พาไอ้นี่เข้าไปเองน้องไอซ์กลับไปก่อนก็ได้ครับ” ภิภพบอกรุ่นน้องแล้วรีบมาพยุงเพื่อนไว้แทน

            “อย่าเพิ่งกลับรอฉันอยู่นี่ก่อน” เขาไม่มีทางให้ไอ้เด็กซื่อบื้อคนนั้นไปก่อนแน่เพราะยังมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันอีกหลายเรื่อง

            “ก็ได้ครับ” ไอซ์หลบตาคมคู่นั้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้รอผู้ป่วย  ส่วนภิภพก็พาเพื่อนเข้าไปทำแผลด้านในโรงพยาบาล

            ระหว่างนั่งรอก็มีสายโทรเข้ามา ‘ชินตะ’ รูมเมททายาทแก๊งซามูไรนั่นเอง

            “ว่าไงชินตะ”

            (“นายอยู่ไหนเนี่ยรู้รึเปล่าตอนนี้ข่าวนายดังไปทั่วหมา’ลัยแล้ว”) ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “ข่าวอะไรเหรอ?” พูดไปแล้วถึงนึกออกมาน่าจะเป็นข่าวอะไร

            จูบนั่นแน่ๆเลย...

            (“ก็ข่าวนายกับรุ่นพี่ครูสซ์ไงล่ะ ตอนนี้เพื่อนๆในคณะมารุมถามเราอยู่เนี่ยเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทและรูมเมทกับนาย”) ฟังจากน้ำเสียงเจ้าตัวคงจะรำคาญไม่น้อย  คงจะมีนักศึกษาสาวสาวกของครูสซ์มารุมถามกันให้ควั่ก

            “เราขอโทษนะชินตะมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ” เมื่อรู้ว่าตัวเองคือต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนต้องเดือดร้อนไอซ์ก็พูดเสียงอ่อยขึ้นมาทันที

            (“สรุปแล้วมันเป็นจริงอย่างที่เค้าลือกันไหมล่ะ เราอยากฟังจากปากนายถึงแม้ว่าจะเชื่อเกินครึ่งไปแล้วก็ตาม”) นั่นเพราะมันไม่ใช่แค่ข่าวลือที่ได้ยินมาแต่ภาพถ่ายและคลิปมันชัดเจนมาก รุ่นพี่ที่ฮอตที่สุดของมหาวิทยาลัยจูบกับเพื่อนเขาต่อหน้าแฟนคลับอย่างโจ๋งครึ่ม  ชินตะรู้มาตลอดว่าเพื่อนแอบชอบรุ่นพี่ครูสซ์มาตลอด เขาควรจะดีใจด้วยถ้าหากมันเป็นแค่การคบกันลับๆ แต่นี่คนรู้ทั่วทั้งหมาวิทยาลัยเพื่อนคงจะโดนรังควานไม่มีทางจบสิ้นแน่นอน

            “มันไม่ใช่อย่างที่เห็นนะเดี๋ยวถึงห้องเย็นนี้เราจะอธิบายให้นายฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง  ตอนนี้เราไม่สะดวกคุยเพราะกำลังรอรุ่นพี่ครูสซ์ไปทำแผล”

            (“อ้าว! แล้วเค้าเป็นอะไรไปล่ะ”)

            “เกิดอุบัติเหตุล้มหัวกระแทกก้อนหินหลังจากนั้นนั่นล่ะ”

            (“เป็นห่วงเค้าอ่ะดิ”) ฟังจากน้ำเสียงเขาก็รู้แล้วว่าเพื่อนรู้สึกยังไง

            “ก็นิดนึงอ่ะเป็นเพราะเราเองที่ทำให้เค้าล้มอ่ะ”

            (“ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวเราเข้าเรียนก่อนเย็นนี้เจอกัน”)

            “โอเค บาย”

            (“บาย”)

            หลังจากวางสายเพื่อนแล้วครูสซ์ก็เดินออกมาพร้อมกับภิภพพอดี เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองคน  สายตาที่มองชายหนุ่มนั้นแสดงถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน จนภิภพที่สังเกตมองอยู่นั้นแอบอมยิ้มทันที

            “เป็นยังไงบ้างครับ” เอ่ยถามแต่กลับไม่กล้าสบตา

            “ยังไม่ตายไปกันเถอะ” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            คงจะหายปวดแล้วสินะ...

            “ไปไหนครับผมต้องกลับบ้านแล้ว”

            “กลับได้ไงกูยังไม่ได้สั่ง” เขาเอ่ยกับคนตัวเล็กแล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนอีกที “กูยืมรถมึงหน่อยสิรถกูจอดไว้ที่ตึกโอรีกอนขี้เกียจเดินไปเอา”

            “มึงจะไปไหนวะ”

            “จะพาไอ้หน้าซื่อนี่ไปซื้อคอนแทคเลนส์”

            อะไรกันเนี่ยเขานึกว่ารุ่นพี่จะลืมเรื่องนี้ไปแล้วเสียอีก...

             “อ่ะเอาไป” เขายื่นกุญแกรถให้เพื่อน “เดี๋ยวกูขับรถมึงกลับให้เองเอากุญแกมา” ครูสซ์เองก็ยื่นกุญแกรถให้เพื่อนเหมือนกัน

            “ไม่ไปไม่ได้เหรอครับผมใส่แว่นก็ดีอยู่แล้ว” คนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ

            “นั่นสิไอ้ครูสซ์น้องใส่แว่นก็ดีอยู่แล้วทำไมต้องให้ใส่คอนแทคเลนส์ด้วยล่ะ รู้ไหมว่าถ้ารักษาความสะอาดไม่ดีมันอาจจะทำให้ตาอักเสบได้” ภิภพแนะนำตามสัญชาตญาณความเป็นนักศึกษาแพทย์

            “ไม่ได้เป็นแฟนกูต้องดูดีจะได้ไม่ต้องอายคนอื่น”

            “เป็นแฟน? นี่กูตกข่าวอะไรไปเหรอวะ” ภิภพยังไม่ทราบข่าวคราวที่เกิดขึ้นเลย นั่นเพราะวันนี้ยังไม่ได้ท่องโลกโซเชี่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

            “ใช่มึงตกข่าวรีบเปิดเฟชบุ๊คหรือไอจีดูสิแล้วจะรู้เอง” หลังจากเพื่อนพูดจบภิภพก็ล้วงกระเป๋ากางเองเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูทันที คนแชร์ทั้งรูปและคลิปที่ครูสซ์กำลังจูบกับไอซ์จนเต็มหน้าฟีดไปหมด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนรักจะกล้าทำอย่างนี้ต่อหน้าบรรดาแฟนคลับสาวๆทั้งหลายเหล่านั้น

            “Oh My God!”  ภิภพอุทานออกมาเสียงดังแล้วมองหน้ารุ่นน้องที่ยืนนิ่งสีหน้าเป็นลูกตำลึงไปแล้ว “มึงบังคับน้องเค้าทำไมวะ”

            “กูไม่ได้บังคับโว้ย ไม่เชื่อถามนายนั่นดูสิ” เขาโบ้ยหน้าไปที่ไอ้เด็กซื่อบื้อคนนั้น

            “......” เจ้าตัวเงียบเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จาใดๆ

            “ไหนบอกไม่ได้บังคับดูน้องมันสิเอาแต่ก้มหน้า มึงจะทำให้น้องมันเดือดร้อนก็คราวนี้ล่ะ แฟนๆมึงร้ายใช่ย่อยซะที่ไหนกัน” เขาอยากรู้ว่าเจ้าเพื่อนตัวดีจะมีปฏิกิริยายังไง ก่อนหน้านี้เคยสนใจใครซะที่ไหนกันเย็นชาอย่างกับคนไม่มีหัวใจ แสดงว่ารุ่นน้องคนนี้ต้องมีดีอะไรสักอย่าง

            “กูจะปกป้องไอ้นี่เองไม่มีใครทำอะไรมันได้ทั้งนั้นหากมันยังขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนกูอยู่” เขาไม่ว่าเปล่ากลับดึงตัวไอ้หนุ่มน้อยแสนซื่อบื้อมากอดคอเอาไว้

            “คือจริงๆแล้วผมก็...เต็มใจเป็นแฟนพี่เค้าเองล่ะครับรุ่นพี่” อยู่ๆไอซ์ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหม่า

            คนตัวสูงคิดว่าที่ไอซ์พูดออกมาเพราะตามน้ำไปเท่านั้น แต่จริงๆแล้วมันออกมาจากความรู้สึกภายในอย่างแท้จริง คนตัวเล็กคิดว่ามันไม่มีอะไรจะเสียแล้วต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

            “นี่น้องเต็มใจพูดใช่มะไม่ได้โดนบังคับ” ภิภพถามย้ำอีกครั้ง

            “ใช่ครับ”

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นคนตัวสูงก็หน้าบานขึ้นมาทันที

            ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้หน้าซื่อ...จะได้เหมาะสมที่จะเป็นแฟนฉัน...

            หลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันไป  ครูสซ์ขับรถหรูของเพื่อนพาแฟนจำยอมออกไปที่ร้านแว่นนอกรั้วมหาวิทยาลัย  ก่อนจะได้คอนแทคเลนส์มาสมใจอยากคุณชาย  แล้วพาตัวกลับมาส่งที่หน้าบ้านซีคนัสหลังจากนั้น

            บ้านซีคนัส

            เมื่อรถหรูจอดเทียบที่หน้าบ้านซีคนัสนักศึกษาที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างก็มองเป็นตาเดียวกัน คนตัวเล็กรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกทันทีที่รถจอดสนิท ก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณรุ่นพี่ที่ช่วยพาไปซื้อคอนแทคเลนส์แถมยังออกค่าใช้จ่ายให้อีกด้วย แต่คิดไปคิดมาก็สมควรแล้วล่ะเพราะเขาเองไม่ได้ต้องการมันสักนิดเดียว

            “ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” ก่อนจะเปิดประตูจะลงไปมือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเอาไว้  ไอซ์มองหน้ารุ่นพี่พร้อมกับเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย “มีอะไรอีกเหรอครับ”

            “พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมงเดี๋ยวฉันมารับ” เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับจ้องหน้าอย่างไม่วางตา ทำให้อีกคนหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที

            “พรุ่งนี้มีเรียนแปดโมงเช้าครับ แต่ไม่เป็นไรผมออกไปพร้อมกับเพื่อนก็ได้” เขาปฏิเสธออกไปเพราะไม่อยากให้มันเอิกเกริกจนเกินไป แค่นี้คนก็จับตามองเขามากพอแล้ว รวมถึงตอนนี้นักศึกษาที่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านซีคนัสต่างก็มองมาเป็นตาเดียวกัน

            “ไม่ได้พรุ่งนี้มารอที่หน้าบ้านเดี๋ยวมารับเอง นายไม่กลัวจะโดนทำร้ายรึไง” เขาเอาเรื่องนี้มาขู่ให้อีกคนกลัว

            “ถ้ากลัวขนาดนั้นรุ่นพี่มาอยู่กับผมยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยไหมล่ะครับ” คนตัวเล็กเอ่ยประชดออกไป

            “ก็ดีนะนายย้ายมาอยู่กับฉันที่บ้านอคลิลาเลยก็ได้เดี๋ยวบอกไอ้เจมส์ให้” เขาพูดหน้าตาเฉย

            “บ้าไปแล้ว! ผมแค่พูดเล่นอยู่บ้านนี้ดีที่สุดแล้วไม่ไปไหนหรอก”

            “ถ้างั้นก็เชื่อฟังคำสั่งฉันนายจะได้ปลอดภัยเข้าใจตรงกันนะ”

            “ก็ได้ครับ งั้นผมไปนะ”

            “อ้อ! เดี๋ยว” เขาลืมบอกบางเรื่องไป

            “มีอะไรอีกเหรอครับ?” คนตัวเล็กทำหน้าสงสัย

            “พรุ่งนี้อย่าลืมใส่คอนแทคเลนส์มาด้วยล่ะ”

            “ออครับ” เขาพยักหน้ารับแล้วก็ลงจากรถไป 

            ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้นเพราะอย่างน้อยก็มีเขาคนนั้นคอยปกป้องดูแล

            นายนี่โชคดีกว่าสาวๆพวกนั้นเยอะเลยนะไอซ์...

            คิดในใจก่อนจะเดินยิ้มไปอย่างนั้นราวกับโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียว...

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ความคิดเห็น