หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

- เขายอมที่จะเป็นคนเห็นแก่ตัว เพื่อที่จะได้นางผู้เป็นรักไว้เคียงข้างกาย - ติดตามความสนุกได้ทุกวัน เวลาประมาณ 4 โมงเย็นเจ้าค่าาา

ตอนที่ 3 คุณหนูสามแห่งจวนอำมาตย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 คุณหนูสามแห่งจวนอำมาตย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2561 10:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 คุณหนูสามแห่งจวนอำมาตย์
แบบอักษร



เข้าสู่เดือนเจ็ดแล้ว แสงแดดสาดส่องร้อนแรงเสียจนแสบตา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจวนอำมาตย์ ในสวนชุ่ยจู๋ มู่หรงชีชีกำลังนั่งกินแตงโมเย็นฉ่ำอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง พร้อมกับฟังซู่เยว่รายงานเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวง

“คุณหนูเจ้าคะ ตั้งแต่คุณหนูกลับมาที่นี่ สามวันมานี้มีข่าวลือให้ร้ายคุณหนูออกมาเรื่อยๆ เลยเจ้าค่ะ”

“บางคนพูดว่าคุณหนูหน้าตาอัปลักษณ์ เจ็บป่วยใกล้ตาย จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงอายุสิบแปดปี”

“บางคนก็บอกว่าคุณหนูไม่มีความเป็นกุลสตรี แม้แต่หญิงสาวชาวบ้านยังมารยาทงามกว่าคุณหนูเสียอีก”

“นอกจากนี้นะเจ้าคะ บางคนก็พูดถึงเรื่องที่คุณหนูเคยขโมยมุกราตรีเมื่อห้าปีก่อน พูดเสียเป็นตุเป็นตะอย่างกับว่าได้เห็นกับตาตัวเองว่าคุณหนูเนี่ยเป็นคนขโมยไปอย่างไรอย่างนั้นเจ้าค่ะ ”

“ข้าน้อยได้ไปสืบมาเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ผู้ที่เป็นคนปล่อยข่าวลือพวกนี้ คือเฟ่ยชุ่ยบ่าวรับใช้ข้างกายของมู่หรงซินเหลียน คุณหนูเจ้าคะ จะให้ข้าน้อย......” ซู่เยว่เมื่อยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ นางอยากจะเอามีดไปฟันคนที่พูดให้ร้ายมู่หรงชีชีเสียเดี๋ยวนั้น

“ซู่เยว่ สงบสติอารมณ์หน่อย!” มู่หรงชีชีรับผ้าเช็ดมือชุ่มน้ำจากซูเหมยมาเช็ดนิ้วมืออย่างพิถีพิถัน “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าการรบราฆ่าฟันกันนั้นมันแก้ไขปัญหาไม่ได้ ข้าเป็นอารยชน เคยได้ยินหรือไม่ สุภาพชนนั้นใช้ปากแก้ปัญหา มิใช่ใช้กำลังแก้ปัญหา”


ได้ฟังดังนั้น ซูเหมยและซู่เยว่ก็หางตากระตุกอย่างอดไม่ได้ คุณหนูพูดคำนี้ออกมาอย่างหน้าตาเฉยได้อย่างไร มีครั้งไหนบ้างที่สุดท้ายแล้วคุณหนูไม่ใช้ “กำลัง” แก้ปัญหา


ในขณะที่นายบ่าวสามคนกำลังพูดคุยกันนั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เหมือนกับกำลังมีคนมาหาเรื่องพวกนางถึงที่สวนชุ่ยจู๋! ท่าทางจะไม่ใช่แค่คนเดียวเสียด้วย!

แต่ในเมื่อคุณหนูไม่ได้มีคำสั่ง ซูเหมยและซู่เยว่ต่างก็ไม่พูดอะไร เพียงถอยไปยืนอยู่ด้านหลังของมู่หรงชีชีอย่างรู้งาน สวมบทบาทเป็นบ่าวรับใช้ผู้สงบเสงี่ยมเจียมตัว จนกระทั่งคนพวกนั้นก็มาถึงสวนชุ่ยจู๋พอดี

“แหม! ท่านพี่นี่ความอดทนสูงเสียจริงๆ นะเจ้าคะ”

มู่หรงชิงเหลียนที่เพิ่งจะมาถึง ก็เห็นมู่หรงชีชีนอนอยู่บนเก้าอี้โยก ดวงตาที่ปรือลงบ่งบอกถึงความสุขสบายของนาง “พี่สาม ตอนนี้ผู้คนข้างนอกต่างก็พูดถึงพี่ แล้วตัวต้นเหตุอย่างพี่จะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ มันเป็นเพราะหน้าของพี่มันหนาไป หรือพี่ไม่รู้จักคำว่า “ละอาย” กันแน่”

คนที่พูดประโยคนี้ออกมาคือมู่หรงชิงเหลียน คุณหนูสี่แห่งตระกูลมู่หรง มารดาของนางคือหลิวเอียนจือ ถึงแม้จะเป็นเพียงอนุ แต่มู่หรงไท้กลับโปรดปรานในตัวนางเป็นอย่างมาก ตอนนี้มู่หรงชิงเหลียนฝึกวรยุทธ์ไปถึงขั้นสี่แล้ว ถือว่าเก่งกาจไม่น้อยสำหรับหนุ่มสาววัยเดียวกัน และด้วยเหตุนี้มู่หรงไท้จึงตามใจนางมากเป็นพิเศษ ทำให้นางมีนิสัยเอาแต่ใจ ไม่ฟังผู้ใดทั้งนั้น

หญิงสาวในชุดชมพูข้างกายของมู่หรงชิงเหลียนก็คือมู่หรงซินเหลียน นางมาที่นี่ แน่นอนว่าเพื่อมาดูเรื่องสนุก

เมื่อเห็นว่ามู่หรงชีชีไม่ได้ตอบโต้ แม้แต่จะชายตามองพวกนางสักนิดก็ยังไม่มี มู่หรงซินเหลียนก็แกล้งทำเป็นตกใจ “น้องสามไปอยู่สำนักแม่ชีมาห้าปี ไม่ใช่ว่าปัญญาอ่อนหนักกว่าเก่าเสียแล้วหรือ ไม่นะ หรือว่าจะหูหนวกเสียแล้ว”

ซู่เยว่ขมวดคิ้วไม่พอใจ หันไปมองมู่หรงชีชี ก็เห็นนางยังคงนอนดั่งหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ไม่พูดออกมาสักคำ แม้กระทั่งไม่ลืมตาขึ้นมามอง นางรู้ว่าคุณหนูตั้งใจทำเช่นนั้น นางก็เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียบ้าง

มู่หรงซินเหลียนและมู่หรงชิงเหลียนพูดมาตั้งนาน แต่กลับไร้การตอบโต้จากมู่หรงชีชี นางทั้งสองไม่เคยถูกละเลยเช่นนี้มาก่อน มีหรือจะทนได้ มู่หรงชิงเหลียนจึงเดินตรงเข้าไปหามู่หรงชีชี นางกำลังจะตะโกนข้างหูมู่หรงชีชี แต่มู่หรงชีชีกลับกรีดร้องออกมาเสียก่อน ทำเอานางใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม

“พี่สาม จะทำให้ข้าหัวใจวายตายหรืออย่างไร!” มู่หรงชิงเหลียนรีบอุดหู หลบไปยืนไกลๆ เสียงของมู่หรงชีชีแสบแก้วหูเสียจนทำให้นางหูอื้อ

“น้องสี่ เป็นเจ้าเองหรือ!”

มู่หรงชีชียิ้มแห้งๆ ออกมา เมื่อหันไปเห็นมู่หรงซินเหลียน นางก็ทำตาโต “พี่รอง พี่ก็มาเยี่ยมข้าด้วยหรือนี่! อุ๊ย! น่าอายเสียจริงๆ เลย เมื่อครู่ข้ากำลังนอนหลับฝันหวานอยู่ทีเดียว ไม่รู้ว่าพวกท่านมา ต้องขอประทานโทษจริงๆ เจ้าค่ะ”

ตอนแรกมู่หรงซินเหลียนนึกว่ามู่หรงชีชีนั้นแกล้งทำเป็นโง่ แต่เมื่อนางได้เห็นแววตาใสซื่อ ไม่ต่างจากห้าปีก่อนของมู่หรงชีชี ความคลางแคลงภายในใจของนางถึงค่อยๆ เลือนหายไป “น้องสาม เจ้าฝันถึงเรื่องอะไรงั้นหรือ เล่าให้พวกข้าฟังบ้างสิ!”

“ใช่ๆ! พี่สาม อย่างท่านจะฝันดีได้แค่ไหนกัน เล่าให้พวกข้าฟังเถอะ!” มาถึงตอนนี้มู่หรงชิงเหลียนก็หายหูอื้อแล้ว กลับหันมาสนใจเรื่องความฝันของมู่หรงชีชีแทน


ทั้งๆ ที่พวกนางไม่ถูกกัน มาที่นี่ก็มาเพื่อยั่วยุ ตอกย้ำซ้ำเติมมู่หรงชีชี แต่พวกนางยังเสแสร้งแกล้งทำเป็นพี่น้องที่รักกันดี มู่หรงชีชีเห็นแล้วก็รู้สึกว่าช่างน่าหัวเราะยิ่งนัก ในเวลาเดียวกันก็คิดว่าช่างน่าสะอิดสะเอียนเช่นกัน


มู่หรงชีชีได้รับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิม เป็นเหตุทำให้เธอรู้ว่าลับหลังผู้คนนั้น นางสองคนได้กลั่นแกล้งอะไรคุณหนูสามแห่งตระกูลมู่หรงไว้บ้าง

ตั้งแต่เริ่มแรกที่พวกนางแค่เพียงแย่งเสื้อผ้า เครื่องประดับ จากนั้นก็แกล้งหนักขึ้นด้วยการเอาเม็ดทรายและแมลงมาใส่ในอาหารของนาง จนท้ายที่สุดก็เริ่มตบตีนาง หรือเมื่ออารมณ์ไม่ดีก็จะใช้เล็บจิกนางบ้าง หยิกลงบนผิวของนางบ้าง นอกจากนั้นยังขู่ไม่ให้นางบอกใครอีก

เรียกได้ว่ามีนางสองคนที่ไหน ก็ไม่มีทางที่มู่หรงชีชีจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข

ในยามนี้ เมื่อเธอได้กลายเป็นมู่หรงชีชี ก็ควรจะถึงเวลาที่เธอจะเอาคืนพวกนางเสียที เธอจะปล่อยให้นางโดนรังแกเปล่าไม่ได้

เมื่อมู่หรงชีชีสัมผัสได้ถึง “ความโกรธเกลียด” ในแววตาของมู่หรงซินเหลียน นางก็นึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เช่นนั้นจึงแกล้งทำเป็นเขินอายหน้าแดงขึ้นมา “ข้าฝันถึงจิ้งอ๋อง ฝันว่าท่านอ๋องพาข้าไปเที่ยวนอกเมือง......”

เมื่อได้ยินมู่หรงชีชีพูดออกมาเช่นนั้น สีหน้าของมู่หรงซินเหลียนก็ซีดเผือดทันที นางกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด ใช่สิ! นางลืมไปได้อย่างไร นังไร้ประโยชน์นี่เป็นว่าที่พระชายาของจิ้งอ๋อง!

บุรุษที่นางแอบรัก สุดท้ายแล้วเขากลับต้องเสกสมรสกับคนไร้ประโยชน์อย่างมู่หรงชีชี แล้วจะไม่ให้นางเคืองแค้นได้อย่างไร

ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของนางจะงดงามกว่ามู่หรงชีชี ดีเด่นกว่ามู่หรงชีชี แต่เพราะว่ามารดาของนางเป็นเพียงอนุ ต่อให้เป็นบุตรสาวแท้ๆ ของท่านอำมาตย์ แต่ชะตากรรมของลูกอนุอย่างนาง อย่างดีที่สุดก็แค่ได้ตบแต่งไปเป็นอนุ

เพียงคิดถึงความแตกต่างระหว่างมารดาของนางเจิ้งหมิ่นกับฮูหยินใหญ่หลี่ชิวสุ่ย ความรู้สึกภายในใจของนางก็เริ่มที่จะปั่นป่วนขึ้นมา


คนหนึ่งคือบุตรสาวสายตรงของหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลี่ อีกคนหนึ่งเป็นแค่บุตรสาวสายรองของตระกูลพ่อค้า แน่นอนว่าเมื่อตบแต่งเข้ามาย่อมต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่ได้มีเพียงชนชั้นวรรณะเท่านั้นที่แตกต่างกัน แม้แต่ชะตาของบุตรสาวของพวกนางก็ต่างกันเป็นอย่างยิ่ง


เหตุที่มู่หรงเสวี่ยเหลียนได้รับคัดเลือกเข้าวังหลวง ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ยกตำแหน่งเป็นกุ้ยเฟย ต่างก็เป็นเพราะชาติกำเนิดอันสูงส่งทั้งนั้น มารดาของนางแค่ไม่ได้กำเนิดในตระกูลใหญ่ แต่ทำไมโชคชะตาถึงไม่ยุติธรรม


แค่เพียงคิดว่าคนไร้ประโยชน์อย่างมู่หรงชีชีนั้นเกิดจากบุตรสาวสายตรงของตระกูลหลี่ ต่อให้นางไร้ความสามารถ เป็นคนไร้ประโยชน์ แต่กลับได้เป็นชายาของจิ้งอ๋อง มู่หรงซินเหลียนก็รู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก


นางกับมู่หรงชีชีเกิดห่างกันเพียงสิบวัน แต่โชคชะตากลับต่างกันราวฟ้ากับเหว!


หลายครั้งหลายคราที่นางนั้นเกิดความเคลือบแคลง จะต้องเป็นเพราะแม่นมนั้นอุ้มคนผิด นางต่างหากที่ควรจะเป็นบุตรสาวของหลี่ชิวสุ่ย แต่ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่านางจะหลอกตัวเองอย่างไรนางก็เกิดมาจากอนุอยู่ดี อย่างไรเสียนางก็เป็นได้เพียงลูกอนุ

“พี่รอง ท่านเป็นอะไรไปหรือ”

เมื่อเห็นสีหน้าของมู่หรงซินเหลียนเปลี่ยนไปมา มู่หรงชีชีก็แกล้งทำเป็นห่วงใย ถามไถ่ขึ้นมา แต่ความจริงแล้วในใจของนางนั้นกลับชื่นบานเป็นนักหนา

อิจฉาเข้าไป! ริษยาเข้าไปอีกสิ! เคียดแค้นเข้าไปอีก! รอให้เมล็ดพันธ์แห่งความโลภมันงอกงาม ผลิดอกออกผล ความนึกคิดของเจ้าก็จะถูกกลืนกิน ข้ากำลังหาโอกาสในการแก้แค้นเจ้า แค่กำลังรอเวลาให้เจ้าเข้ามา “หาเรื่อง” ข้าเอง





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น