뚱뚱(ตุงตุง)

ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกแรงกำลังใจนะคะ ฝากนิยายเรื่องนี้ในอ้อมอกของทุกคนด้วยนะคะ

ตอนที่ 5 มึง กู 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 มึง กู 100%

คำค้น : มาเฟีย อ้วน ไอ้อ้วน เชอ วิน ลิลลี่ เอส

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 83.9k

ความคิดเห็น : 355

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2562 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 มึง กู 100%
แบบอักษร

 

ตอนที่ 5 

ฉันกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะทำงาน ก็ไม่มีอะไรมากฉันนั่งทำงานจนถึงเวลาเลิกงานนั่นก็คือสี่โมงเย็น ป่านนี้ลูกๆคงเลิกเรียนแล้ว 

"พี่ขวัญ เชอขอตัวกลับก่อนนะคะ" 

"จร้า กลับบ้านดีๆนะ" 

"เช่นกันค่ะ" ฉันเดินกลับเพราะมันไม่ค่อยไกลสักเท่าไหร่ ฉันเดินไปประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงโรงเรียนของเด็กๆ 

"แม่~~~"เจ้าตัวแสบทั้งสองของฉันวิ่งออกมาจากห้องเรียนแล้วมากอดฉัน 

"ขอบคุณคุณครูมากนะคะ" 

เด็กๆยกมือขึ้นไหว้คุณครูก่อนที่จะเดินออกจากโรงเรียน 

"แม่ถืออะไรอ่ะ ของเล่นของหนูใช่มั๊ยคะ"ลิลลี่ถาม 

"ถึงบ้านแล้วเราค่อยมาแกะดูกันดีกว่าเนอะ" 

ฉันเรียกห้องแคบๆนั่นว่าบ้าน 

หึ ตลกดีจัง 

ฉันกับลูกๆเดินต่อไปอีกไม่เกินสิบนาทีก็ถึงห้องพัก พอเข้าไปในห้องลิลลี่ก็ตื่นเต้นอยากดูสิ่งที่อยู่ในถุงทันที 

"ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น มันไม่ใช่ของเล่นลูก" 

"อ้าวหรอคะ"หน้าหงอยเลยลูกฉัน 

ฉันแกะเอาIpadออกมาให้ลิลลี่ดู ลิลลี่ดูแปลกใจมาก 

"อันนี้แม่ให้หนูกับพี่เอสใช้เรียนหนังสือนะคะ" 

อันที่จริงแค่Macbookเครื่องเดียวก็พอแล้วไม่จำเป็นต้องใช้Ipadหรอก 

"จริงหรอคะ มันใช่ยังอ่ะ"ลิลลี่ชะโงกหน้าเข้ามาหาฉัน 

ฉันเปิดเครื่องแล้วเข้ายูทูปเปิดคลิปท่องภาษาอังกฤษให้เด็กๆดู 

"แม่ขาหนูดูการ์ตูนได้มั๊ย" 

"แม่ครับผมดูด้วยได้มั๊ยครับ"ถ้าเกิดอยากดูทั้งสองคนอย่างนี้ ไม่ให้ดูก็ใจร้ายเกินไปแล้ว 

"ได้ดู แต่ลูกต้องไปอาบน้ำก่อนวันนี้มีการบ้านมั๊ย" 

"ไม่มีค่ะ วันนี้ครูยังไม่สอน"ลิลลี่ตอบเสียงใสแจ๋ว 

"งั้นไปอาบน้ำกันก่อนเลย เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวไปพลางๆ อาบน้ำเสร็จแล้วจะได้มากินข้าวแล้วมานอนดูการ์ตูนกัน" 

"ค่ะ" 

"ลิลลี่วันนี้พี่ขออาบก่อนนะ"เอสพูดก่อนที่จะลุกขึ้นเดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ลิลลี่ก็ทำท่าจะร้องเพราะตัวเองได้อาบน้ำก่อนมาตลอด แต่พอครั้งนี้เอสขออาบก่อน 

"แง้ๆ ฮื่อๆ " 

นั่นไงว่าแล้ว 

ฉันเดินเข้าไปปลอบลิลลี่ที่ร้องไห้ดังลั่นห้อง เงียบๆลูกเดี๋ยวห้องข้างๆเค้าจะมาด่าเอา 

"ลิลลี่ ลิลลี่ฟังแม่นะ" 

"ฮื่อๆ " 

"หยุดร้องก่อนลูก" 

"ฮื่อๆ "ลิลลี่พยายามหยุดร้องแต่ก็ยังมีสะอื้นอยู่ 

"หนูร้องทำไม ให้พี่เค้าอาบก่อนไม่ได้หรอคะ" 

ลิลลี่ส่ายหัว 

"ทำไมล่ะ ทีพี่เค้ายังให้ลิลลี่อาบก่อนเลยแล้วทำไมหนูถึงให้พี่เค้าอาบก่อนไม่ได้" 

"ก็หนูอาบคนแรกมาตลอด"ฉันไม่คิดว่าการเสียสละของเอสจะทำให้ลิลลี่กลายเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้ 

"หนูฟังแม่นะ หนูต้องรู้จักแบ่งปันเสียสละเข้าใจมั๊ย พี่เอสเค้าเสียสละให้หนูอาบก่อนตลอด แล้วทำไมหนูไม่เสียสละให้พี่เค้าบ้างล่ะ" 

"....."เงียบ 

ถ้าเกิดลิลลี่ก้มหน้าเมื่อไหร่แสดงว่าเธอกำลังรู้สึกผิด ฉันรู้นิสัยของลูกฉันดี 

"แอ๊ด~~~"ประตูห้องน้ำเปิดออกมา อ้าวยังไม่ได้อาบหรอ 

"ทำไมยังไม่อาบน้ำอีกลูก" 

"ลิลลี่ไปอาบก่อนสิ"เอสเดินคอตกไปนั่งที่มุมโปรดของตน 

ลิลลี่เดินไปหาเอส 

"ขอบคุณนะพี่" 

"อืมรีบไปอาบอยากดูการ์ตูนแล้ว"เค้าดีกันเร็วเหลือเกินค่ะ ฮ่าๆ 

ลิลลี่ยิ้มดีใจวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้ว 

หึ เอสก็นะแพ้น้องตลอด แพ้หมดทุกอย่างที่เป็นลิลลี่รายนี้รักน้องยิ่งกว่าอะไรให้ได้ทุกอย่าง 

ยิ่งเวลาที่น้องร้องเพราะตัวเองนะ ซึมไปเลยจร้า 

"เอสมาช่วยแม่ล้างผลไม้หน่อย" 

ฉันกับเอสเราสองคนทำกับข้าวกันระหว่างที่รอลิลลี่อาบน้ำ เวลาที่เด็กๆอาบน้ำฉันจะไม่ให้ปิดประตูสนิท ให้แย้มๆเอาไว้เผื่อเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นจะช่วยได้ทัน 

ไม่นานลิลลี่ก็ออกมาจากห้องน้ำตัวเปียกโชกเลย 

"คนเก่งของแม่ใส่เสื้อผ้าก่อนนะคะ"ฉันวางเสื้อผ้าให้ลิลลี่ก่อนที่เธอจะจัดการสวมใส่เอง 

หลังจากนั้นก็เป็นคิวของเอสต่อมาก็ฉัน 

พออาบน้ำเสร็จพวกเราก็นั่งล้อมวงกินข้าวกัน กินข้าวเสร็จก็นอนดูการ์ตูนจนเด็กๆเผลอหลับไป 

ตอนนี้พึ่งจะทุ่มกว่าเองดีแล้วล่ะ ตื่นตอนเช้าจะได้ไม่งอแงกัน 

เช้าวันใหม่ 

วันนี้ก็เหมือนกับเมื่อวาน ฉันพาลูกๆเดินออกจากห้องตอน7โมงเช้า ไปถึงโรงเรียน7โมงครึ่งส่งเด็กๆเสร็จฉันก็เดินไปทำงานต่อ ถึงที่ทำงานตอน8โมงเช้าแล้วฉันเข้างานตอน9โมงจร้า~~~ 

เอารางวัลพนักงานดีเด่นมาให้ฉัน ฉันขยันแค่ไหนคิดดูมาก่อนเวลาเข้างานเป็นชั่วโมง 

"มาเช้าจังเลยนะครับ"พี่รปภทักฉัน 

"ค่ะ"ฉันก็ยิ้มตอบก่อนที่จะเดินเข้าไปในบริษัท 

ฉันนั่งเล่นที่โต๊ะทำงานจนเริ่มมีผู้คนเข้ามาในบริษัทมากขึ้นเพราะตอนนี้ใกล้จะได้เวลาเข้างานแล้ว 

พอได้เวลาเข้างานทุกคนก็นั่งทำงานของตัวเอง ที่นี่มีห้องสังสรรค์ด้วยนะ พอว่างจากงานหรือว่าทำงานเสร็จแล้วก็ไปนั่งเม้ามอยท์หาของกินเล่นกันได้ตามสบาย 

"สวัสดีค่ะท่านประธาน"เสียงพนักงานเริ่มดังขึ้นมาใกล้เรื่อยๆ 

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเค้าจะมาเดินตรวจแผนกต่างๆทำไม ทำเพื่อ? 

มาโปรดเสน่ห์ละสิไม่ว่า เหอะ! 

"ท่านประธานสวัสดีค่ะ"เสียงพี่ขวัญ 

"สวัสดีครับ สบายดีกันนะครับทุกคน" 

"คร้า~~~"ทุกคนในแผนกต่างส่งเสียงขานตอบเค้า 

"ตั้งใจทำงานกันนะครับ" 

"คร้า~~~" 

แล้วเค้าก็เดินจากไป พอเค้าไปก็มีเสียงนินทาขึ้นมาทันที 

"โอ๊ยฉันอยากเป็นเมียท่านประธาน"จ๊ะ 

"ฉันด้วย คนอะไรหล่อเป็นบ้า"จ๊ะ 

"หล่อรวยเฟอร์เฟคอ่ะ"จ๊ะ แถมเลวให้ด้วย 

"นี่ทำงานกันได้แล้ว วันๆคิดแต่เรื่องจะจับผู้ชาย"พี่ขวัญตะคอกใส่พวกที่นั่งจับกลุ่มนินทากัน 

"รู้แล้วคร้าเจ๊~~~" 

ดูจากท่าทางแล้ว เค้าคงไม่โกรธที่โดนพี่ขวัญด่าไปเมื่อกี้สงสัยจะโดนบ่อยจนชินแล้วมั้ง ฮ่าๆ 

"พี่ขวัญ ปกติท่านประธานเค้าพูดเพราะแบบนี้หรอ"ฉันชะโงกหน้าไปถาม 

"ใช่ ท่านก็พูดแบบนี้มาตลอดนะ" 

แล้วทำไมตอนนั้นขึ้นกูมึงกับฉันว่ะ โห้~~~สองมาตรฐานชัดๆ 

รอให้ฉันสวยก่อนเหอะ 

"มีอะไรหรอ" 

"อ่อป่าวค่ะ งั้นเชอขอตัวทำงานก่อนนะคะ" 

"จร้า~~~" 

แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน บางที่ฉันก็เบื่อนะที่ต้องมาทำอะไรซ้ำกันทุกวัน แต่จะทำยังไงได้เพื่อเงินต้องทำ. 

เดี๋ยวนี้ฉันเดินกลับห้องพักทุกวันเพราะจะได้ลดน้ำหนักไปด้วย ตอนเช้าก็เดินมาส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จแล้วก็เดินต่อไปทำงาน น้ำหนักจงลดเดี๋ยวนี้ 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ของอีกวัน 

น่าเบื่ออ่ะ พอไม่ได้ยินเสียงลูกๆแล้วมันรู้สึกเหงา 

"มาทำงานเช้าดีหนิ" 

เฮ้อ~~~ 

จากที่เบื่ออยู่แล้ว พอเจอหน้าเค้าฉันนี่เบื่อคูณสิบเท่าเลย 

"สวัสดีค่ะท่านประธาน" 

"อืม" 

เค้ารับไหว้ฉันก่อนที่จะเดินเข้าไปในบริษัท 

อืมก็ไม่มีอะไร ดีแล้วละ 

ฉันเดินเข้ามานั่งเล่นที่โต๊ะเหมือนเช่นเคย อีกชั่วโมงจะถึงเวลาเข้างาน 

ทุกคนคิดดูว่าฉันเหงาแค่ไหน เมื่อคืนฉันอัดเสียงลูกๆเอาไว้ในโทรศัพท์กะว่าจะเอามาฟังตอนทำงานจะได้รู้สึกเหมือนมีลูกๆอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา 

"ตึก ตึก ตึก" 

เสียงคนเดินมาทางนี้ ด้วยความที่ทั้งแผนกยังไม่มีใครนอกจากฉัน ฉะนั้นเวลาใครเดินเข้ามาจะได้ยิน เสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ถ้าจะให้ทาย ฉันคิดว่าเป็นพี่ขวัญแน่นอนรายนั้นก็มาเช้าเหมือนกัน ปกติจะมาตอนแปดโมงนิดๆ แต่นี่พึ่งจะแปดโมงเองนะ 

"หมูตอน" 

"หือ? " 

ไม่ใช่พี่ขวัญแต่เป็นเค้า มาทำไม? 

"มีอะไรให้ฉันรับใช่หรอคะท่านประธาน"ฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันเพื่อที่จะทำงานได้สะดวกๆ 

"มึงตามกูมาที่ห้องดิ" 

เดี๋ยวนะ เค้าพูดจบแล้วก็เดินจากไปทันที 

"อะไรว่ะทีกับฉันขึ้นกูมึง ทีกับคนอื่นพูดซะเพราะเชียวสองมาตรฐานชัดๆไอ้บ้า" 

ฉันจำใจเดินตามเค้าไปที่ห้องทำงาน ห้องทำงานของเค้าตกแต่งด้วยโทนสีขาวกับสีดำ 

"จะยืนอีกนานมั๊ยนั่งดิ" 

เนี่ย ทำไมทุกคนไม่มาเห็นเหมือนฉันบ้างนะว่าไอ้ท่านประธานที่แสนดีของพวกเค้าตัวจริงมันเป็นยังไง 

"มีอะไรหรอคะ" 

"กูแค่อยากขอโทษเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน"ขอโทษตอนนี้เนี่ยนะ 

"ช่างมันเถอะค่ะ" 

"อืมกูขอโทษอีกครั้ง" 

ถ้าเปลี่ยนจากกูขอโทษเป็นผมขอโทษฉันจะให้อภัยเลย 

"แค่นี้ใช่มั๊ยคะ ฉันจะได้กลับไปทำงาน" 

"เดี๋ยว นั่งทำบัญชีเล่มนี้ให้หน่อยขอเสร็จก่อนสิบโมง"อ้าวนี่มันยังไม่ถึงเวลาเข้างานนะเจ้านาย 

"ทำไมมึงทำหน้าอย่างนั้น เดี๋ยวกูให้เงินเดือนเพิ่ม" 

ฉันไม่รอช้ารีบเอาแฟ้มมาทำทันที 

"เห็นแก่เงินว่ะ" 

"เงินนะ มีใครบ้างที่ไม่ชอบ"ฉันตอบเค้าไป 

ฉันเดินมานั่งทำบัญชีอยู่ที่โซฟารับแขก บนโต๊ะรับแขกมีรูปผู้หญิงคนนึงยืนถ่ายรูปคู่กับเค้า 

เค้าคงมีลูกมีเมียไปแล้วล่ะ 

9:50น. 

"เสร็จยัง ใกล้จะ10โมงแล้วนะยัยหมูตอน" 

"ใกล้แล้วค่ะ" 

เหลือแค่หน้าสุดท้ายแล้ว ห้านาทีผ่านไป 

ฉันลุกขึ้นเดินถือเอกสารเอาไปให้เค้าที่โต๊ะทำงาน 

"เสร็จแล้วค่ะ" 

"ดีมาก เดี๋ยวกูเพิ่มเงินเดือนให้ห้าร้อย" 

แหม่…ไอ้เราก็คิดว่าจะเพิ่มให้สักพัน ที่ไหนได้เพิ่มแค่ห้าร้อยแต่ก็เอาวะ 

"ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ได้เวลาเข้างานแล้ว" 

"เดี๋ยวอยู่ก่อน มึงจะรีบไปไหน" 

ก็รีบไปทำงานให้บริษัทมึงไงไอ้มาวิน อย่าให้แม่ขึ้นนะขึ้นแล้วจะลงยาก 

"มีอะไรให้ดิฉันทำอีกหรอคะ" 

เค้าไม่ตอบแต่กลับนั่งจ้องหน้าฉัน อย่าจ้องให้เสียสายตาเลยบอกด้วยความหวังดี 

"ถามจริงมึงไม่คิดอะไรกับกูหรอ"ถามอะไรของเค้าเนี่ย แล้วฉันต้องตอบว่าไงอ่ะ 

"....." 

"กูถามก็ตอบครับ" 

"ไม่คิดอะไร" 

"ทั้งๆ ที่กูเป็นผัวคนแรกของมึงเนี่ยนะ"จะย้ำเผื่อเรื่องมันตั้งนานแล้วมั๊ย 

"พอเถอะฉันไม่อยากคิดถึงมัน" 

"เออ กูขอโทษ" 

"ค่ะ" 

"เออมึงชื่อไรนะ"เอ่อ....นี่เค้ายังไม่รู้จักชื่อฉันหรอ 

"ชื่อเชอรี่" 

"เชอรี่เรียกยากเรียกหมูตอนก็แล้วกันง่ายดี" 

อยากกระโดดเตะขาคู่ใส่หน้าเค้ามากตอนนี้ 

"เอาที่คุณสบายใจเลยค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ" 

"เดี๋ยว! "ฉันไม่สนเค้าแล้ว 

ไม่ดูเวลาบ้างรึไงมันได้เข้าเวลางานแล้ว ฉันก็มีงานของฉันที่ต้องทำไม่ว่างมานั่งคุยกับเค้าทั้งวันหรอก 

ฉันกลับมาที่โต๊ะทำงานพี่ขวัญก็ถามว่าหายไปไหนมาเห็นแต่กระเป๋า ฉันก็เลยอ้างว่าออกไปหาอะไรกิน 

ถ้าบอกว่ามาจากห้องท่านประธานรับรองต้องถามต่อแน่นอน ฉันขี้เกียจอธิบาย 

พอหลังจากช่วงเที่ยงดูเหมือนแผนกของฉันจะวุ่นเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้ไม่รู้งานมันมาจากไหนมันล้นโต๊ะฉันไปหมดแล้ว ไม่ใช่มีแค่โต๊ะฉันแต่มีทุกโต๊ะ 

"ทุกคนครับ วันนี้ผมขอโทษด้วยนะครับที่ใช่งานพวกคุณหนัก"เค้าเดินเข้ามาในแผนกและตะโกนบอกทุกคน 

"ไม่เป็นไรค่ะพวกเรายินดี" 

ยินดีกับผีสิ เยอะไปไหนว่ะ 

"ผมจะเพิ่มโอทีให้ทุกคนเลยนะครับไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้ผมของานทั้งหมดก่อนสองทุ่มด้วยนะครับ" 

ห๊า! สองทุ่ม นี่ฉันต้องอยู่จถึงสองทุ่มเลยหรอ แล้วลูกฉันล่ะ 

16:00น. 

"พี่ขวัญคะ เชอขอตัวกลับก่อนได้มั๊ยคะ" 

"เชอต้องไปขอท่านประธานนะ" 

ตอนนี้ฉันอยากจะบ้าตายแล้ว ทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องลูก ตอนนี้ได้เวลาเลิกเรียนของเด็กๆแล้วฉันต้องไปรับพวกเค้า แต่ตอนนี้ที่บริษัทกำลังวุ่นวายแผนกของฉันไม่มีใครกลับบ้านเลยเพราะยังทำงานไม่เสร็จ งานของฉันก็เหมือนกันจะทำยังไงดี 

"งั้นเชอขอตัวไปซื้ออะไรมากินก่อนนะคะ" 

"จ๊ะๆ รีบมานะ" 

ฉันรีบหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากบริษัททันที 

ฉันโบกวินมอไซต์ตรงไปยังโรงเรียนของเด็กๆทันทีมาถึงโรงเรียนฉันก็เดินเข้าไปรับเด็กๆออกมา 

จะทำยังไงต่อดี ปล่อยให้อยู่ที่ห้องสองคนหรอฉันไม่กล้าหรอก 

"แม่ขาทำไมแม่รีบให้หนูนอน หนูยังไม่ง่วงเลย"ลิลลี่ถามฉัน 

สุดท้ายฉันก็ต้องปล่อยให้พวกเค้าอยู่กันสองคน 

"ลิลลี่ เอส เดี๋ยวแม่ต้องกลับไปทำงานต่อนะคะ เพราะฉะนั้นลูกนอนได้แล้วนะ" 

"ค่ะ/ครับ" 

ฉันเปิดการ์ตูนในไอแพดให้เด็กๆ ดูก่อนที่จะรีบนั่งวินมอไซต์กลับบริษัท 

"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด" 

เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นมา 

พี่ขวัญโทรมา 

"ฮัลโหลค่ะ" 

'เชออยู่ไหน' 

"อยู่หน้าบริษัทค่ะ"ฉันตอบไปตามความจริง เพราะตอนนี้ฉันกำลังเดินเข้าบริษัท 

'รีบมาเลยน่ะ ท่านประธานเค้าหักเงินเดือนเชอนาทีละร้อย' 

"แล้วนี่หนูออกมากี่นาทีแล้วคะ" 

'หนึ่งชั่วโมง' 

"ค่ะ เชออยู่หน้าแผนกแล้วพี่ขวัญ แค่นี้นะคะ" 

หักเงินเดือนนาทีละร้อย 60นาที 6000 

อีเห้~~~ 

หมดแล้วเงินเดือนฉัน 

"หายไปไหนมา รู้มั๊ยว่าคุณกำลังเอาเปรียบคนอื่น"ซวย! 

คุณท่านประธานยืนด่าฉันอยู่หน้าแผนก คนอื่นๆก็หันมามอง 

"ขอโทษค่ะ" 

"ผมจะหักเงินเดือนคุณ" 

เฮ้อ~~~ยังมีเหลือให้หักอีกหรอ 

"ค่ะ" 

"ทุกคนทำงานไปครับ"คือแบบถ้าจะพูดอย่างนี้บอกไปเลยดีกว่าว่าอย่าเสือก 

พนักงานทุกคนหันกลับไปสนใจงานของตนเองต่อ 

"ตามกูมา" 

เค้าพูดเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคน 

ฉันเดินตามเค้าออกไป แล้วนั่นจะไปไหนอีกว่ะ 

เค้าเดินนำฉันเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ของกินเพียบตาเป็นประกายเลยฉัน 

"มึงหายไปไหนมา" 

"ไปธุระ" 

"มึงก็ควรบอกกูสักนิดมั๊ยหมูตอน" 

"ขอโทษค่ะท่านประธาน" 

"เฮ้อ หิวรึไงมัวแต่มองของกิน" 

"ก็นิดนึง" 

"ไม่ต้องแดก อ้วนจนตัวจะแตกอยู่แล้ว"โอ๊ยเจ็บไปอีก ไอ้คนผอมไอ้คนหุ่นดี เชอะ 

"...."ฉันได้แต่นั่งอาลัยอาวรกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า 

"ถ้าหิวมากก็กินสลัดไป" 

"ขอกินข้าวขาหมูได้มั๊ย" 

"มึงไม่สงสารหรอกินขาเพื่อนตัวเอง"เห้อ~~~เอาที่สบายใจค่ะ 

"......" 

"กินสลัดนั่นแหละ มึงเคยไปตรวจที่โรงบาลบ้างมั๊ยว่ามึงเป็นโรคอะไรบ้าง"เค้าเดินไปหยิบสลัดมาให้ฉันแล้วถาม 

"ฉันแข็งแรงดีค่ะ" 

"แข็งแรงบ้านพ่อมึงดิ ที่มึงอ้วนอ่ะเค้าเรียกเป็นโรค" 

"ค่ะ" 

"กูไม่ได้สั่งให้มึงไปลดความอ้วนน่ะ แต่กูแค่ไม่อยากมีพนักงานที่ทำงานอืดอาดยืดยาดทำอะไรก็ช้า" 

ถ้าฉันไม่ลดนี่จะไล่ฉันออกหรอ 

"ค่ะ" 

"คุยกับมึงแล้วน่ารำคาญว่ะ" 

"ค่ะ" 

"มึงแมร่ง เอาข้าวไปกินไป" 

เค้าพูดอย่างหัวเสียแล้วเดินไปหยิบข้าวขาหมูมาให้ฉัน 

อ้าวไหนบอกไม่ให้กินไง 

"ขอบคุณค่ะ" 

"จานนี้คือจานสุดท้ายของมึง กินซะก่อนที่จะไม่ได้กิน" 

"งั้นขอสองจาน" 

"จานเดียวพอแดรกไรเยอะแยะ"ฉันนั่งกินข้าวขาหมู โอ้โห้อร่อยมาก 

อร่อยที่สุดขาหมูของฉัน 

"อ่ะน้ำ ค่อยๆกินกลัวกูจะแย่งมึงกินหรอ"ฉันไม่ตอบ ฉันจะกินใครพูดอะไรฉันไม่สน 

"เชอรี่" 

"คะ? "นี่ครั้งแรกเลยน่ะที่เค้าเรียกชื่อเล่นฉันจริงๆ 

"กูทะเลาะกับเมียว่ะ"🔫​ 

 

มาแล้วจร้าาาาาาาาาาาาาา ฝากกดไลค์กันคนละไลค์ด้วยนะคะ 😘😘 ***มีคนเข้าใจผิด คือตอนนี้มาวินยังไม่รู้เรื่องลูกนะคะ 

​ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลค์ให้ดาวกดคอมเม้นกันเยอะๆนะคะ 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น