คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 1 ตัวแทน..100%

ชื่อตอน : บทที่ 1 ตัวแทน..100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2562 07:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ตัวแทน..100%
แบบอักษร

 “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อจิตรานุช เป็นลูกสาวของแม่จันทรา อยากจะมาคุยเรื่องหนี้สินของแม่ และก็ข้อตกลงที่พ่อเลี้ยงได้พูดคุยกันกับแม่ของฉันเมื่อวานนี้น่ะค่ะ” จิตรานุช พนมมือไหว้คนตรงข้ามอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยบอกถึงสิ่งที่เธอต้องการมาคุยในวันนี้  

ซึ่ง จิตรานุช พยายามทำเป็นใจดีสู้เสือเข้าไว้ พยายามระงับความรู้สึกข้างในไว้ ไม่ให้เขาได้รับรู้ว่าตอนนี้เธอนั้นกำลังรู้สึกประหม่าเป็นยิ่งนัก และยิ่งถูกมองด้วยสายตาคมกริบ ที่อ่านไม่ออกนั้นด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนมีพลังบางอย่างแผ่ออกมา จนทำให้ตัวเธอแทบสั่นไปเลยทีเดียว 

“ฉันว่าฉันพูดกับแม่ของเธอรู้เรื่องแล้วนะ แล้วจะมาพูดอะไรซ้ำไปซ้ำมาอีกล่ะ สาวน้อย” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หรี่ตามองดูคนตัวเล็ก พร้อมกับผ่อนกายแกร่งให้เอนไปพิงพนักโซฟา ในท่าทางสบายอารมณ์ “ยังค่ะ ฉันยังต้องการจะรู้ข้อมูลรายละเอียดให้มากกว่านี้ ถ้าว่าฉันจะต้องแต่งงานกับคุณจริงๆ” จิตรานุช สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเอ่ยบอกพ่อเลี้ยงให้รับทราบ 

“เธออยากรู้เรื่องอะไรบ้างล่ะ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองหน้าสวยหวานนั้น ก่อนจะเอ่ยถาม “ถ้าฉันแต่งงานกับคุณแล้วหนี้สินของแม่ฉัน คุณจะทำยังไงคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามขึ้นมาทันทีอย่างสงสัยใคร่รู้ “แล้วเธออยากให้เป็นยังไงล่ะ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ถามกลับอย่างลองเชิง 

“คนที่เป็นหนี้เป็นสินก็ย่อมต้องการจะให้หนี้นั้นหมดไป ซึ่งถ้าถามความต้องการของฉัน ฉันก็ต้องการให้หนี้สินของแม่หมดไปเหมือนอย่างคนเป็นหนี้ทั่วๆ ไปนั้นล่ะค่ะ” จิตรานุช มองหน้าครามครันนั้น ก่อนตอบถึงสิ่งที่เธอคิดไว้ในใจให้คนตรงข้ามได้รับทราบ 

“ฮึ! ฉลาดดีนี้สาวน้อย ที่ตอบออกมาอย่างนี้ แต่ก็เอาเถอะถ้าเธอต้องการอย่างนั้นฉันก็จะยอมให้ แต่มีข้อแม้ว่าถ้าแต่งงานกันแล้ว เธอจะต้องรับฉันได้ทุกอย่าง และหากเธอคิดนอกใจไปมีชู้ หนี้สินของแม่เธอจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และฉันจะยึดทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน ไร่สวน ของพวกเธอทั้งหมดมาใช้หนี้แก่ฉันในทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น” พ่อเลี้ยงกันตภณ กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งก็ไม่ปาน จนคนฟังนิ่งเงียบไปเลยทีเดียว 

“เธอยังต้องการอยากรู้ข้อมูลอะไรอีกหรือเปล่าล่ะ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวขึ้นอีกรอบเพื่อทำลายความเงียบนั้น “เอ่อ! แล้วฉันจะต้องอยู่กับคุณไปจนถึงเมื่อไรคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามอีกคำถาม แต่ภายในใจนี้รู้สึกใจหาย และโหวงเหวงยังไงบอกไม่ถูก  

“จนกว่าฉันจะพอใจ และเบื่อไปเองนั้นแหละ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มดุขึ้นมาทันที หงุดหงิดที่หญิงสาวเอ่ยคำถามนี้ขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ได้จะตกจะแต่งกันเลย “แล้วมีคำถามอีกไหม?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองจ้องใบหน้าสวยหวาน แล้วเอ่ยถามขึ้นอีกรอบด้วยน้ำเสียงอันเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม 

“มะ ไม่มีแล้วค่ะชัดเจนแล้ว ถ้ายังไงฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ” ว่าแล้ว จิตรานุช ก็ยกมือขึ้นไหว้ร่ำลาคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ก่อนจะลุกขึ้นยืนและก้าวเดินออกไปจากห้องรับแขก แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะคำพูดที่ลอยมาตามหลังจากเจ้าของบ้าน 

“เดี๋ยวสิจะรีบไปไหนล่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ฉันขอมัดจำก่อนเลยก็แล้วกันนะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ว่าพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก ที่ได้หันกลับมามองคนตัวโตอย่างสงสัยใคร่รู้ “มัดจำ อะไรยังไงหรือคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย  

“ยังไงน่ะเหรอ ก็อย่างนี้ไงล่ะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ จิตรานุช เข้าไปอีก ซึ่งตอนนี้ทำให้ร่างสองร่างห่างกันไม่ถึงคืบ แล้วพ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ดึงร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างจงใจ “อุ้ย! พ่อเลี้ยงจะทำอะไรคะ? อื้ออ!..” จิตรานุช กล่าวถามขณะที่ชายหนุ่มได้ก้มลงมาประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มไว้ เมื่อหญิงสาวได้กล่าวจบประโยค 

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ใช้ความช่ำชองชำนิชำนาญ บดจูบวนไปเวียนมาอยู่รอบๆ ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มอย่างหยอกเย้า ล่อหลอก จนทำให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนเผลอไผลหลงกล จนต้องเผยปากบางจิ้มลิ้มนั้นออกอย่างช้าๆ และก็เป็นโอกาสให้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ สอดลิ้นสากอุ่นร้อนลื่น เข้าไปสำรวจหาความหวานในโพรงปากบางจิ้มลิ้มนั้น 

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ใช้ลิ้นสากอุ่นร้อนลื่นของตน ตวัด ไล่ต้อน หยอกเย้า ยั่วยุ ดูดดึงลิ้นเล็กอุ่นร้อนของคนตัวเล็กเล่นไปมาอยู่อย่างนั้น จนร่างบางแทบทรุดลงไปกองกับพื้นห้อง เพราะร่างกายอ่อนระทวย งวยงง ไปกับรสสัมผัสอันใหม่สดๆ ร้อนๆ ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองจากใครมาก่อน จนต้องยกแขนเรียวเล็กขึ้นไปกอดคอแกร่งของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ไว้อย่างเผลอไผล 

เป็นนานกว่าที่พ่อเลี้ยงกัณตภณ จะถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั้น “นี่ไงล่ะมัดจำที่ฉันต้องการ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวกระซิบบอกที่ข้างใบหูเรียวเล็ก พร้อมกับใช้ปากบางของเขาขบเม้มเบาๆ ที่ใบหูเรียวเล็กนั้น อย่างหยอกเย้าด้วยอีกต่างหาก จนหญิงสาวในอ้อมแขนแกร่งขนลุกซู่ขึ้นมา 

“ปะ ปล่อยฉันเถอะค่ะ” จิตรานุช ซึ่งตอนนี้หน้าแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูราวกับลูกตำลึงสุก ได้ลดแขนเรียวที่โอบลำคอแกร่งไว้ ลงมายันที่หน้าอกแกร่ง ก่อนจะเอ่ยขอร้องให้คนตัวโตปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนแกร่ง โดยไม่มองหน้าคนที่โอบกอดนั้นแม้แต่นิดเดียว  

ซึ่งปฏิกิริยานั้นทำให้พ่อเลี้ยงกัณตภณ ที่กำลังมองดูอยู่ รู้สึกเหมือนว่าหัวใจกำลังเบิกบานขึ้นมายังไงชอบกล และมองดูคนตัวเล็กที่เขากำลังสวมกอดอยู่อย่างนึกเอ็นดู “การแต่งงานของเราจะมีขึ้นในอีกสองอาทิตย์ จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ทูนหัว” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กระซิบบอกคนตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยแขนแกร่งออกจากร่างบางอันแสนนุ่มนิ่มนั้นอย่างเสียดาย 

“ค่ะ” จิตรานุช ตอบรับ ก่อนจะผละเดินออกจากตรงนั้นไป โดยไม่ยอมมองหน้าคนตัวโต ที่ทำให้เธอได้อาย เพื่อออกไปจากไร่กังวานไกล กลับไปยังบ้านของตน ที่ตอนนี้มารดาบังเกิดเกล้าคงจะรอคอยเธอกลับไปอยู่แล้ว ด้วยความเป็นห่วงและอยากจะสอบถามถึงเรื่องที่เธอได้มาพูดคุยในครั้งนี้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น