หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 51 กระเทียมไร้เทียมทาน (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 51 กระเทียมไร้เทียมทาน (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 188

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51 กระเทียมไร้เทียมทาน (5)
แบบอักษร

            ในขณะที่หวังทั่นจือกำลังคิดแบบนี้นั้น ซากศพมนุษย์หมาป่ากลับไม่คิดแบบเดียวกัน มันไม่คิดหรอกว่าผู้เล่นจะมีโรคอะไร มันรู้จักแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้น

            ในฐานะ BOSS เฝ้าประตูที่มีปัญญาไม่สูงมากนัก ซากศพมนุษย์หมาป่าทิ้งเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า หันหลังกลับไป เพื่อสำรวจสองคนที่อยู่ด้านหลัง และยังทิ้งระยะเป้าหมายไว้ นั่นหมายความว่าทั้งสองคนนี้น่าจะแกร่งพอตัวเลย

            ยังการเรียกชื่อของพวกเขา เสี่ยวทั่นก็เดาได้ว่าพวกเขาน่าจะเป็นสมาชิกในทีมที่มีชื่อว่า [พานเฟิงแม่ทัพผู้ไร้เทียมทาน] และ [ฮัวสง บุรุษพันสังหาร] แน่ๆ เนื่องจากในด่านนี้แรกเริ่มผู้เล่นทุกคนนั้นแยกออกจากกัน แล้วในตอนนี้ฉายาและชื่อเรียกด้านบนศีรษะก็จะไม่ปรากฏแล้ว (ในช่องของทีมมีแค่ชื่อ เลเวล และแสดงแค่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่) ดังนั้นเสี่ยวทั่นก็จะไม่มีทางรู้ว่าพวกเขามีฉายาว่าอะไร และไม่มีทางรู้ว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งมากเท่าไร แต่ในเมื่อพวกเขาทั้งสองกระตือรือร้นที่จะเข้ามาช่วย และกล้าที่จะพูดอะไรออกมาแบบนี้ คิดว่า BOSS ก็ไม่น่าจะรอดแล้วละ

            “ท่าน ...... ท่านแม่ทัพทั้งสอง” เสี่ยวท่านพูดอย่างขัดเขิน “ด้านล่างนี้มีมนุษย์หมาป่าผีดิบอยู่มากเลย ฉันว่าเราล่อ BOSS ให้มันขึ้นไป ...... อ๊าก!” เมื่อเขาพูดยังไม่ทันจบ ก็อ้าปากค้าง และกรีดร้องออกมาจนน่าตกใจ

            อย่ากังวลไป เขาไม่ได้ถูกกัดหรอก ถึงแม้มนุษย์หมาป่าผีดิบที่อยู่ในลานจอดรถด้านหลังจะมีห้าหกตัวที่กำลังบีบเข้ามา แต่ยังมาไม่ถึงข้างกายของเสี่ยวทั่น เพราะพวกมันถูกไม้กั้นที่จอดรถขวางไว้ ...... เนื่องจากปัญญามันต่ำมาก พวกมันยกขึ้นไม่เป็น แต่กำลังใช้ตัวเองดันมัน ......

            แต่เมื่อเห็นแม่ทัพพานกระโดดขึ้น ยกขวานยักษ์ขึ้นเหนือหัว ร่างกายดิ่งลง คมขวานวาดลงมา ท่าทางดูไม่เร็ว แต่มุมการออกอาวุธและการเคลื่อนที่ก็ทำให้ซากศพมนุษย์หมาป่าไม่สามารถหลบหลีกไปไหนได้เลย

            เจ้ามอนสเตอร์โกรธและร้องคำราม ใช้กรงเล็บบล็อกเอาไว้ ในวินาทีที่อาวุธในมือของแม่ทัพพานสับลงบนแขนของมอนสเตอร์นั้น มันกลับเพิ่มระดับขึ้น แสงเย็นเยียบของคมขวานสาดออกมา ราวกับสายฟ้าวาบผ่าน รวดเร็วราวกับดาวตก เลือดที่ท่อนแขนมันสาดกระจาย ดาบเดียวขาดเป็นสองท่อน

            แขนข้างหนึ่งของซากศพมนุษย์หมาป่าก็ขาดลงแบบนี้เลย แล้วลอยละลิ่วออกไป มันร้องคำรามอย่างเจ็บปวด หอกยาวของฮัวสงก็ออกโรงตาม การจู่โจมครั้งนี้รวดเร็วยิ่งกว่า เร็วจนมองไม่เห็น เลือดกระฉูดเป็นน้ำพุ เข่าของมอนสเตอร์ถูกแทงทะลุ

            แขนซ้ายถูกขวานยักษ์ตัดจนขาด ขาขวาถูกแทงทะลุ ร่างกายของซากศพมนุษย์หมาป่าหัวหนักขาเบาอยู่แล้ว ร่างกายของมันยิ่งดูสูงใหญ่กำยำ เมื่อถูกโจมตีสองครั้ง ก็เสียศูนย์ไปโดยทันที ล้มลงไปทางด้านขวา แล้วล้มตึงลงไป

            วินาทีต่อมา สายตาของซากศพมนุษย์หมาป่าก็สะท้อนแสงเย็นยะเยือกสายหนึ่ง เสียงฉึบดังขึ้น ขวานยักษ์สับลงไปบนพื้น เลือดลอยพุ่งออกมา หลังจากนั้น ศีรษะของหมาป่าก็ค่อยๆ ลอยแล้วตกลงเนินไป ......

            เสี่ยวทั่นยืนอึ้ง ทั้งสองคนสามารถกำจัด BOSS ได้ภายในสามกระบวนท่า มันแข็งแกร่งมาก ไม่ยากจะเชื่อว่าพวกเขาจะมีเลเวลสูงกว่าตัวเองแค่สองเลเวลเท่านั้น

            “ฮื่อ ------ ” เสียงครางต่ำๆ ของมนุษย์หมาป่าผีดิบดึงสติเขากลับมา

            เสี่ยวทั่นหันหลังกลับไปมอง หลังไม้กั้นที่จอดรถมีเจ้านั่นราวสิบตัว ในลานจอดรถที่มืดมิด ก็มีกองอยู่มากมายนับไม่ถ้วนเลย

            “น้องชาย เราขึ้นไปข้างบนกันดีไหม?” พานเฟิงถาม

            เสี่ยวทั่นตอบรับว่า : “ดีดี ...... ไปหาสถานที่ที่ไม่มีมอนสเตอร์ค่อยว่ากัน” เขารีบเดินขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เดินผ่านร่างของซากศพหมาป่า เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองร่างที่ไร้ศีรษะของเจ้ามอนสเตอร์ .......

            ............

            หลังจากที่ออกมาจาก “ฐานที่มั่น” เฟิงปู้เจวี๋ยก็กำลังมุ่งตรงไปยังอาคารบริษัทออล์เลิฟมู เขารู้ว่าหากไปที่นั่นมีโอกาสมากกว่าที่จะหาเพื่อนร่วมทีมเจอ ในตอนนี้เขาหวังแค่ว่าเสี่ยวทั่นกับผู้เล่นอีกสองคนจะไม่หลับหูหลับตาเข้าไปรนหาที่ตายในอาคาร

            เขาไม่รีบร้อนที่จะเข้าไปช่วยด็อกเตอร์แอชฟอร์ด พูดกันตามตรง ต่อให้ด็อกเตอร์อะไรนั่นตายแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะระบบไม่ได้ระบุไว้ว่าถ้าดอกเตอร์ตายเกมก็จบ นี่เป็นโหมด “ความอยู่รอด” แบบทีม มีเพียงผู้เล่นตายทั้งหมดเท่านั้น ถึงจะถือว่าด่านล้มเหลว ตัวละครในด่านตายก็แค่เพิ่มความยากของด่านและจุดจบของเนื้อเรื่องเท่านั้นเอง

            ตอนที่เฟิงปู้เจวี๋ยอยู่คนเดียวเขาสังหารมนุษย์หมาป่าผีดิบไปแล้วเกือบห้าสิบตัว จริงๆ แล้วหากเขาคิดจะจริงจังเขาจะสังหารได้มากกว่านี้อีก แต่เขาแค่ต้องการทดสอบปฏิกิริยาของมอนสเตอร์เท่านั้น เลยกินเวลาของเขาไปเล็กน้อย

            ผ่านช่วงเวลาแห่งความทรมาน ความเชี่ยวชาญการยิงของเขาจากระดับ F อัพขึ้นไปจนถึง E แต่การต่อสู้ยังคงอยู่ในระดับ E ดูแล้วการใช้อาวุธที่ไม่ใช่อาวุธจริงๆ เฉาะกะโหลก มันไม่สามารถทำให้ความสามารถในการรบของเขาอัพไประดับ D เพราะงั้นเขาต้องคิดแนวคิดใหม่

            แน่นอนว่า การต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่เคลื่อนที่ช้ายังกับปู คงไม่สามารถฝึกอะไรได้ดีนักหรอก อย่างน้อยๆ ก็ต้องสู้กับอะไรที่สอดคล้องกับความสามารถในการรบ หรือแข็งแกร่งมากกว่า ถึงจะสามารถอัพความเชี่ยวชาญและกำลังรบได้

            ตอนนี้สิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยกำลังคิดเป็นเรื่องแรกก็คือทำยังไงก็ได้ที่จะสามารถติดตั้งไอเทม [เกราะเสียงสะท้อน] ได้ ตอนนี้เขารู้แล้ว การที่จะอัพความเชี่ยวชาญจนถึงระดับ C มันไม่ง่ายขนาดนั้น แต่การอัพความเชี่ยวชาญของยุทโปกรณ์เป็นระดับ D คิดว่าน่าจะลองดูได้ อย่างน้อยมันต่างกันแค่ระดับเดียวเท่านั้น

            ตลอดทางเขาคิดเพียงแต่ว่าเขาจะได้รับอะไรบ้างจากในด่านนี้ เมื่อเจอมอนสเตอร์ก็เดินอ้อมไป ไม่นานนัก เขาก็เข้าใกล้อาคารบริษัทออล์เลิฟมู เดาจากสายตาแล้วน่าจะห่างอีกไม่ไกล

            ในตอนนี้เอง เฟิงปู้เจวี๋ยก็สังเกตเห็นว่ามนุษย์หมาป่าผีดิบล้อมรอบตัวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเขายังเห็นซากศพที่ถูกสังหารส่วนหนึ่ง

            ด้วยเหตุนี้ เจ้านี่ก็มีอารมณ์ที่จะ “ชันสูตรศพ” ขึ้นมา ...... เขานั่งยองลงไปข้างตัวศพ ดูส่วนหัวและสารเหลวที่ถูกระเบิดออก ตรวจสอบรอยแผลอย่างละเอียด แล้วยังตรวจสอบรอยบาดแผลยังอื่นอีกด้วย ราวกับเป็นตำรวจชันสูตร

            “อืม ไม้เบสบอลทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ ......” เขาบ่น “จู่โจมก่อนด้านหน้าแล้วอ้อมไปยังด้านข้างและด้านหลังต่อเนื่องอีกสองครั้ง ...... เสี่ยวทั่นเหรอ ......”  เขายืนขึ้นมา แล้วหยิบคีมหนีบขึ้นมา แล้วเหยียบขึ้นไปบนอกแล้วทุบสมองของมอนสเตอร์ออกมาดู

            “แต่ว่าไม้เบสบอลเป็นไอเทมที่มาได้ง่ายที่สุด เจ้าคนที่ชื่อ ‘ชื่อตั้งยากจัง’ ก็มีตั้งหลายชิ้น เขากำลังคิดว่า “ก็ยังไม่สามารถตัดผู้เล่นอีกสองคนทิ้งไปว่า พวกเขาจะไม่มีไม้เบสบอล”

            เขาคิดไปพร้อมกับเดินหน้าต่อไป ใครจะคิดว่า เมื่อเดินต่อไปไม่นานนัก เขาก็เห็นซากศพจำนวนกว่าเจ็ดแปดศพอยู่ด้านหน้า ส่วนหัวถูกฟันขาดจนหมด แถมหัวยังคงกระดิกได้ แต่เพราะไม่มีหลอดลม จึงส่งเสียงไม่ได้ หัวที่ถูกตัดขาดจึงทำได้แค่อ้าปากไว้ คางขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลา

            “อืม ...... นี่ไม่น่าจะเป็นเขาทำนะ”

ความคิดเห็น