chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนจบ
แบบอักษร

​ตอนจบ

“สวัสดีค่ะคุณแทน” พนักงานสาวยกมือไหว้แทนที่กำลังยืนรอลิฟต์ตามมารยาท

“สวัสดี”

“!!” เธอชะงักตัวแข็งทื่อเมื่อได้คำตอบรับจากเจ้านายหนุ่ม แม้จะไม่มีรอยยิ้มแต่ดวงตาสีนิลที่จ้องตรงมากับน้ำเสียงทุ้มกังวานทำเอาหญิงสาวใจเต้นแรงด้วยความเขินอาย เห็นเพื่อนที่แผนกพูดคุยเรื่องนี้มาหลายวันไม่คิดว่าจะเป็นจริงตามที่เขาพูดๆ กัน คุณแทนดูเปลี่ยนไป บรรยากาศรอบตัวไม่ได้น่าพิศวงเหมือนเดิมหากแต่ดูแข็งแกร่งและนุ่มนวลจนทำให้ยากที่จะละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายไปได้ ปกติก็เป็นคนจำพวกดึงดูดสายตาอยู่แล้วยิ่งดูเข้าถึงง่ายกว่าแต่ก่อนยิ่งทำให้ผู้หญิงในบริษัทมองกันอย่างหลงใหล คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะรูปร่างหน้าตาและฐานะที่ครบสูตรถึงขั้นเรียกได้ว่าเพอร์เฟคนั้นเป็นต้นแบบผู้ชายอย่างที่ผู้หญิงหลายคนต้องการ

ภายในห้องโดยสารทรงสี่เหลี่ยมที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่มีเพียงชายหนุ่มสองคนเท่านั้นที่ใช้บริการ

“ผมหวงนะครับ” ครูซที่ยืนข้างกันในลิฟต์พูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบนิ่งไม่ได้บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน

“หวงเรื่องอะไร” แทนเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

“ทำตัวน่ารักแบบนี้กับคนอื่น เห็นแล้วมันหงุดหงิดใจ” เพราะเมื่อก่อนคนหน้านิ่งปิดกั้นตัวเองทำให้เขาไม่ได้รู้สึกหึงหวงกลัวว่าใครจะเข้าหา แต่ตอนนี้สิ ผู้หญิงในบริษัทต่างมองกันอย่างเปิดเผย บางคนใจกล้าขนาดเข้ามาทักทายทุกวัน เดินผ่านบ่อยๆ ให้ร่างสูงจำหน้าได้ เขาที่ยืนอยู่ข้างกายตลอดพาลอารมณ์เสียทุกทีเมื่อเห็นสายตาทอดสะพานเหล่านั้นส่งมาให้แทน

“คิดมาก” แทนยกมือลูบหัวครูซอย่างนึกเอ็นดู ถึงอีกฝ่ายจะมีนิสัยสุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่และพึ่งพาได้ แต่ในบางครั้งนิสัยแบบเด็กๆ ก็มีหลุดมาให้เห็นบ้าง แทนไม่คิดว่ามันเป็นข้อเสียหรือเรื่องที่ต้องแก้ไข เขากลับนึกชอบใจกับการกระทำที่สมอายุของครูซมากกว่า มันทำให้เขานึกอยากเอาใจ อยากตามใจเด็กคิดมาก

“ผมก็คิดแต่เรื่องของแทนนั่นแหละครับ” ครูซพูดจบลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่สามสิบแปดพอดี

“หึ...น่ารัก”

จุ๊บ

ครูซยืนอึ้งอยู่กับที่เมื่อถูกมือขาวคว้าคอเข้าไปใกล้แล้วกดปากอิ่มจูบลงบนแก้มแรงๆ ต่อหน้าพนักงานอีกสามสี่คนที่ยืนรอลิฟต์อยู่ ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึงยกเว้นก็แต่เจ้าตัวที่เดินไปยังห้องทำงานอย่างอารมณ์ดี

“...” ครูซที่เพิ่งตั้งสติได้รีบเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พนักงานชายหญิงที่เห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อครู่อ้าปากค้างอยู่กับที่ไม่มีใครก้าวเท้าขึ้นลิฟต์แม้แต่คนเดียวจนกระทั่งลิฟต์ปิดลงอีกครั้ง

แอ๊ด ปัง

เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นเพียงเสี้ยววิ ยังไม่ทันที่แทนจะหันไปมองท่อนแขนอุ่นแสนคุ้นเคยก็สวมกอดเขาจากด้านหลังไว้เสียแน่น

“เป็นอะไร” แทนที่ยืนเลือกแฟ้มอยู่ข้างโต๊ะทำงานเอี้ยวคอไปมองครูซที่ซบหน้าลงกับไหล่ตนไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยด้วย

“...” ครูซไม่ตอบแต่กอดรัดแน่นมากยิ่งขึ้น หัวใจเขามันเต้นรัวจนปวดไปหมด ดีใจแทบบ้า เขาไม่ได้ต้องการให้แทนป่าวประกาศให้คนอื่นได้รับรู้ ไม่ได้อยากทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เพราะรู้ว่าการทำงานในตำแหน่งสูงอย่างผู้บริหารต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ แต่การที่ร่างสูงแสดงออกกับเขาอย่างเปิดเผยเมื่อครู่มันก็ทำให้อดรู้สึกดีไม่ได้จริงๆ

น่ารัก แทนฟ้าของเขาน่ารักที่สุด

“ทำแบบนั้นจะดีเหรอครับ” เมื่อกอดจนพอใจครูซก็คลายแรงลงพลางถามสิ่งที่เป็นกังวลอยู่ เพราะต่อให้รู้สึกดีแค่ไหนแต่เขาก็เป็นห่วงภาพลักษณ์ของอีกฝ่ายไม่น้อย

“ทำไม” แทนแกะแขนครูซออกจากเอวเดินไปนั่งลงบนโต๊ะแล้วดึงให้ร่างโปร่งเข้ามายืนแทรกกลางอยู่ระหว่างขาตน

“ก็มันจะส่งผลกับงาน”

“งานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ใครจะคิดอะไรก็เรื่องของเขา ผมไม่สนอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องคิดมาก...ผมสนใจแค่ครูซคนเดียว” แทนยิ้มละมุมแบบที่ใครก็ไม่มีวันได้เห็น รอยยิ้มที่มีไว้เพื่อครูซเพียงคนเดียว

“แทน...” ครูซรู้สึกซึ้งกับคำตอบแสนซื่อตรงของอีกฝ่ายจนพูดไม่ออก

“ครับ” เสียงทุ้มตอบรับด้วยคำสุภาพ กับมือขาวที่ยกลูบแก้มเขาไปมาทำเอาแข้งขาอ่อนไปหมด เจอแทนโหมดนี้แล้วใจไม่ดีเลย แพ้ทางสุดๆ

“จะทำให้หลงไปถึงไหน หื้ม~” ครูซฟัดแก้มขาวของแทนที่ใสจนเห็นเส้นเลือดฝอยเต็มแรง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดเข้าเต็มปอดอย่างนึกหมั่นเขี้ยว แทนไม่ได้ขัดขืนซ้ำยังเอียงหน้าให้หอมให้จูบอย่างเอาใจ

“เอาให้ไปจากผมไม่ได้เลย”

“แค่นี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้วครับ”

หลังพูดคุยปรับความเข้าใจกันเสร็จทั้งคู่ก็ต่างย้ายแยกกันไปทำงานของตนเอง แทนนั่งตรวจดูรายชื่อผู้ถือครองหุ้นที่มีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ บริษัทของเขากำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด หากจัดอันดับบริษัทนำเข้าด้านอุตสาหกรรมการผลิตและการนำเข้าเครื่องจักร บริษัทของตระกูล วราวุธกิจ ต้องติดหนึ่งในสามแน่นอน แม้ก่อนหน้านี้จะมีหุ้นแกว่งไปบ้างจากข่าวคุณหญิงรัศมีเสียชีวิต แต่ไม่นานแทนก็สามารถกอบกู้ความน่าเชื่อถือและความมั่นใจคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

ปัญหาเรื่องญาติพี่น้องที่ตอนแรกร่วมกลุ่มกันขึ้นมาประท้วงโวยวายที่ไม่ได้รับมรดกจากคุณหญิงก็หายไปเมื่อแทนเสนอเงินจำนวนมหาศาลยื่นให้แลกกับเงื่อนไขเปลี่ยนนามสกุล พร้อมทำสัญญาว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีก คนพวกนั้นถึงจะเสียดายชื่อเสียงของวราวุธกิจซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของสังคมแต่เมื่อเห็นจำนวนเงินที่แทนเสนอให้ก็ตอบตกลงในทันที ทำให้ตอนนี้จากตระกูลที่มีญาติพี่น้องล้นหลาม เหลืออยู่เพียงแค่สองครอบครัวเท่านั้น คือ บ้านแทนกับหมอไวน์ นิตยสารซุบซิบข่าวไฮโซโจมตีแทนเรื่องทิ้งญาติพี่น้องอยู่พักหนึ่ง สำหรับแทนเขาไม่สนใจอยู่แล้วจึงไม่ได้ตามไปแก้ข่าว แต่กลับเป็นครูซที่รู้สึกไม่ดีกับข่าวที่ออกมาเพราะกังวลว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทจึงขอตัวไปจัดการเรื่องนี้หนึ่งวันเต็มๆ กับพัชชา ซึ่งพอวันรุ่งขึ้นข่าวแทนก็หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อนเพราะบริษัทข่าวบันเทิงที่ลงเรื่องแทนล้มละลายปิดตัวลงแบบถาวร

Rrrr Rrrr

ระหว่างที่กำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลิน โทรศัพท์มือถือสีดำขวับก็ส่งเสียงเรียกให้ชายหนุ่มละสายตาจากเอกสารหันไปหยิบขึ้นดู

พัชชา

แทนกดรับสายอีกฝ่ายทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

“ว่าไง”

“คุณแทนสะดวกคุยไหมคะ”

“อืม...อยู่ไหน” แทนเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงผู้คนมากมายดังแทรกเข้ามาในสาย

“สนามบินค่ะ อีกยี่สิบนาทีจะขึ้นเครื่องแล้วเลยอยากโทรมาบอกก่อนเผื่อติดต่อไม่ได้”

“แล้วใครไปส่ง”

“นั่งแท็กซี่มาค่ะ สะดวกดี”

แทนกัดปากแน่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยนึกว่าเธอจะจากเขาไปไหน เขาเคยชินที่เห็นพัชชาอยู่ข้างกายตลอด แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอเดินมาขอลาออกกับเขาด้วยตัวเองเพื่อจะเดินทางไปอยู่ที่สิงคโปร์กับน้องชาย ทำเอารู้สึกใจหายตั้งตัวไม่ทันอยู่เหมือนกัน แต่แทนก็ไม่ได้เอ่ยห้ามหรือรั้งเธอไว้สักคำเพราะรู้ดีว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พัชชาต้องทนกับความกดดันสภาวะตึงเครียดมากมาย ไม่เคยอยู่อย่างสุขสบายได้เต็มที่สักวัน แทนรู้สึกขอบคุณพัชชาอยู่เสมอที่เธอไม่เคยคิดจะทิ้งเขาแม้จะอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตรายขนาดไหนก็ตาม

“ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะคุณแทน ขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา”

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ...แล้วก็ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณแล้ว ตอนนี้คุณไม่ใช่ลูกน้อง”

“ค่ะ...ถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาหาน้าได้ตลอดเลยนะแทน”

“อืม...พัชชา...”

“ค่ะ”

“...จะกลับมาไหม” แม้ไม่ได้ผูกพันกันทางสายเลือด แต่สำหรับแทน พัชชาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพรัก เธอฉุดให้เขาหลุดพ้นออกมาจากนรกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เป็นคนที่โอบประคองเขาไว้เสมอตั้งแต่เด็กจนโต

*“กลับสิคะ บ้านน้าอยู่ที่นั่น”* พัชชาที่ดูแลแทนมาเป็นสิบกว่าปี เธอก็รู้สึกรักและผูกพันมองอีกฝ่ายเหมือนลูกเหมือนหลานที่ตัดไม่ขาด เธอเป็นห่วงและเฝ้าดูการเติบโตของแทนมาตั้งแต่เด็กและจะเป็นแบบนั้นต่อไปจนกระทั่งหญิงแก่อย่างเธอจะหมดแรงลง

“ดูแลตัวเองดีๆ ไว้โทรไปหา” แทนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ

“เช่นกันค่ะ ฝากทักทายครูซด้วยนะคะ”

แทนเงยหน้าจากหน้าจอมือถือที่ดับสนิท จ้องมองไปยังประตูห้องทำงาน นึกถึงคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้อง เขารู้ว่าชีวิตคนเรามีพบก็ต้องมีจากเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจากเป็นหรือว่าจากตาย เมื่อก่อนเขาไม่เคยกลัวเรื่องความตาย เพราะจะอยู่หรือไปก็มีค่าเท่ากัน เขาใช้ชีวิตไปวัน ๆ ด้วยความเบื่อหน่าย จนกระทั่งครูซเดินเข้ามาในชีวิต เขาที่อยากตายอยากหายไปจากโลกแสนโสมมใบนี้ กลับอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานเพียงเพราะอยากอยู่เคียงข้างครูซ อยากเห็นรอยยิ้มและได้รับสัมผัสอบอุ่นจากตัวอีกฝ่าย  คิดๆ ดูมันก็น่าตลกดี ด่าคนอื่นไว้เยอะ เกลียดความรักเกลียดความสัมพันธ์ของคู่รัก...แต่ตอนนี้เขากลับเป็นทุกอย่างที่เคยดูถูกเอาไว้

“งานใกล้เสร็จหรือยังครับ” ครูซเปิดประตูเข้ามา นำแฟ้มในมือไปเรียงใส่ชั้นวางตำแหน่งที่แยกไว้สำหรับให้แทนได้อ่านและเซ็นอนุมัติอีกครั้ง

“ยัง ไว้ทำต่อที่ห้องเดี๋ยวพวกเขารอนาน”

“งั้นเราไปกันเลยแล้วกันครับ เย็นกว่านี้รถจะติด”

“อื้ม” ทุกวันศุกร์แทนกับครูซจะไปทานข้าวที่บ้านทศพลกับไพลิน ตามคำขอร้องของคนเป็นพ่อกับแม่ นี่ก็ครบหนึ่งเดือนพอดีนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ไป

“ขับเอง” แทนหยิบกุญแจรถจากมือครูซแล้วเดินไปนั่งที่เบาะคนขับ ครูซก็เดินไปนั่งข้างกันอย่างว่าง่ายไม่ได้ดื้อดึงเหมือนตอนแรก ช่วงหลังมานี้ครูซไม่ค่อยได้ขับรถสักเท่าไหร่เพราะแทนมักเสนอตัวทำเองตลอด จนมีครั้งหนึ่งครูซถามออกไปด้วยความสงสัย แต่แทนเพียงยิ้มมุมปากแล้วลูบหัวเขาเบาๆ ด้วยสายตาที่ทำเอาใจเต้นจนไม่คิดถามออกไปอีกเลย

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าทั้งคู่ก็มาถึงบ้านเดี่ยวสามชั้นที่อยู่แถวชานเมือง บ้านหลังใหญ่ตกแต่งสไตล์หลุยส์ตามความชอบของไพลิน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะมีสีขาวกับสีทอง ยกเว้นห้องนอนของแทนคนเดียวที่เป็นสีดำ ซึ่งมันก็นานมากแล้วที่แทนไม่ได้ขึ้นไปห้องนอนตัวเอง แต่ไพลินก็ยังเก็บทุกอย่างไว้เหมือนเดิม บอกให้แม่บ้านเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มให้ตลอดเพื่อรอการกลับมาของลูกชาย

“พี่ทศลูกมาแล้ว” ไพลินเอ่ยเรียกสามีที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยน้ำเสียงดีใจ

“สวัสดีครับ” แทนกับครูซยกมือไหว้ทศพลกับไพลิน

“สวัสดีจ้ะ มาๆ วันนี้แม่ทำแต่ของโปรดพวกลูกทั้งนั้นเลยนะ” ไพลินเดินไปจับแขนแทนกับครูซคนละข้างพาเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารอย่างอารมณ์ดีโดยมีทศพลระบายยิ้มเดินตามหลัง ชายวัยกลางคนรู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นภาพลูกชายอยู่ในบ้านหลังนี้ ครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ทศพลคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้วที่พาไพลินไปหาแทนที่คอนโดเมื่อเดือนก่อน เขาตัดสินใจพูดขอโทษขอโอกาสจากลูกชายอย่างไม่มีทิฐิ และยังดีที่แทนตอบตกลงเริ่มใหม่กับพวกเขาอีกครั้ง ทศพลเชื่อว่าหากเป็นเมื่อก่อนให้ตายยังไงแทนก็ไม่มีทางตอบรับแต่เพราะมีครูซอยู่ด้วย อะไรหลาย ๆ อย่างจึงเปลี่ยนแปลงไป ถึงจะไม่ได้นึกสนับสนุนหรือเห็นด้วยที่แทนคบผู้ชายด้วยกันในฐานะคนรัก แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ครอบครัวเขามีทุกวันนี้ได้อีกครั้งก็เพราะครูซ ทศพลจึงคิดในทางที่ดี อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้ลูกชายเพิ่มมาอีกคน

“แม่ แผ่นเพลงผมยังอยู่ไหม” แทนถามขึ้นเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วนึกขึ้นมาได้ว่าเค้กกำลังหาแผ่นเสียงดนตรีบรรเลงเชลโลอยู่ สองอาทิตย์ก่อนเขาไปเยี่ยมบ้านครูซ เด็กสาวก็โชว์เล่นเชลโลที่เขาซื้อให้ตามสัญญา ฝีมือการเล่นของเค้กถือได้ว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์หากได้รับการฝึกฝนอย่างดีต้องพัฒนาไปได้อีกไกลแน่นอน

“อยู่สิลูก แม่เก็บทุกอย่างไว้ให้อย่างดีเลย”

“งั้นผมนั่งรออยู่นี่นะครับ” ครูซอยากให้ไพลินได้ใช้เวลาอยู่แทนมากขึ้นจึงเอ่ยปากขอนั่งรออยู่ข้างล่าง

“อื้ม” แทนตอบรับในลำคอ ลูบต้นคอของครูซเบาๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับไพลินที่ชวนพูดคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้ม

.

.

“เอาไหม”

ทศพลหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก ยื่นซองบุหรี่ให้ครูซที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วพยักหน้าไปทางสวนหลังบ้าน ครูซก้มหัวเล็กน้อยเชิงขอบคุณก่อนหยิบมาหนึ่งม้วนแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปยืนจุดบุหรี่สูบกันสองคน วันนี้พระจันทร์เต็มดวงแสงเหลืองนวลดูสวยสบายตา อากาศข้างนอกก็เย็นกำลังดีลมพัดเอื่อยๆ ให้ความรู้ผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย

“ไม่คิดว่าจะสูบ” ทศพลยื่นให้ในตอนแรกตามมารยาทไม่นึกว่าหนุ่มลูกครึ่งจะรับด้วยซ้ำ

“ไม่ติดครับ นานๆ ที” ครูซมีอะไรมากกว่าที่เห็น ทศพลคิดแบบนั้นตั้งแต่สบตาอีกฝ่ายครั้งแรก ในบรรดาคนที่มาสมัครเป็นเลขาทั้งหมด ครูซเป็นคนที่มีอายุและประสบการณ์การทำงานน้อยสุด หากแต่ไหวพริบและชั้นเชิงในการพูดนั้นกลับน่าสนใจ ดึงดูดให้หยุดฟังได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด ทั้งน้ำเสียงแววตาท่าทางนั้นล้วนเต็มไปด้วยความมั่นคงและมีอำนาจอยู่ในตัวเองจนน่าทึ่ง ความเป็นผู้นำฉายแววเด่นชัดจนเขาคิดว่าหากคนคน นี้ทำงานในตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหารคงไปได้รุ่ง

“รู้ไหม ฉันรู้สึกดีใจทุกครั้งที่นึกเลือกเธอขึ้นมาเป็นเลขาของแทน ถ้าไม่มีเธอครอบครัวฉันคงไม่มีวันนี้” ทศพลมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างพิจารณา นึกเสียดายที่ทั้งแทนกับครูซไม่อาจมีลูกได้ ไม่อย่างนั้นหลานชายหลานสาวของเขาคงหน้าตาน่ารักมากพอดู

“ไม่หรอกครับ ที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะทุกคนยอมลงทิฐิของตัวเองลงมากกว่า ตัวผมคงเดียวคงทำอะไรมากไม่ได้”

“ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากขอบคุณเธอที่ช่วยดูแลแทนฟ้า” ทศพลยกมือตบไหล่ครูซสองสามที

“คุยอะไรกัน” ร่างสูงเดินหน้านิ่งเข้าไปยืนแทรกระหว่างทั้งคู่ พอครูซเห็นแทนก็รีบดับบุหรี่ลงทันที ถึงอีกฝ่ายจะไม่เคยบอกให้เขาเลิกเพราะไม่ได้ติด แต่ก็ชอบขมวดคิ้วแบบไม่รู้ตัวให้เห็นเวลาได้กลิ่นนิโคตินตามร่างกายเขาอยู่ดี สงสัยคงต้องเลิกอย่างถาวรแล้ว

“ทำไม แกจะหึงแม้แต่กับพ่อหรือไงแทนฟ้า” ทศพลพ่นควันสีเทาออกจากปากด้วยสีหน้ายิ้มขำเมื่อเห็นท่าทีของลูกชาย

“...ตาแก่” แทนกัดฟันแน่น ถึงจะกลับมาคุยกันได้ปกติ ไม่ได้รังเกียจเหมือนเมื่อก่อน แต่สองคนพ่อลูกก็ยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ดี ชอบลับฝีปากกันทุกครั้งที่เจอหน้า แต่มันกลับเป็นความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา เพราะถ้าจะให้เข้าหากันด้วยการพูดจาภาษาดอกไม้คงไม่ใช่นิสัยของทั้งคู่

“อย่าแก่บ้างแล้วกันไอ้ลูกบ้า” ทศพลพูดประชดก่อนดับบุหรี่ลงเมื่อเห็นภรรยาเดินเข้ามาใกล้

“พี่ทศก็อย่าไปชวนลูกทะเลาะสิ ลูกอุตส่าห์มาทานข้าวด้วยทั้งที” ไพลินตีแขนสามีด้วยท่าทีไม่จริงจังเหมือนเป็นการหยอกล้อกันมากกว่า

“หึ” แทนยิ้มเยาะอย่างคนเหนือกว่า ทศพลก็ส่ายหน้าไม่ถือโทษกับสีหน้าท่าทางของลูกชาย เพราะสำหรับทศพลถึงจะเป็นรอยยิ้มแบบร้ายๆ แต่ก็ยังดีกว่าที่แทนพูดคุยด้วยใบหน้านิ่งราวกับหุ่นยนต์ไร้อารมณ์เหมือนที่ผ่านมา พัฒนาไปขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

“จริงสิ น้องไวน์เอาของฝากจากญี่ปุ่นมาให้ด้วย” ไพลินที่นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อวานก่อนไวน์ที่กลับจากไปฮันนีมูนกับเภาที่ญี่ปุ่นเอาของมาฝากให้เสียมากมายทั้งของของกินของใช้ แต่มีอยู่กล่องหนึ่งที่หลานชายย้ำนักย้ำหนาว่าต้องเอาให้แทนกับครูซให้ได้ เมื่อกี้ก็เกือบลืมไปซะสนิทดีที่หันไปเห็นพอดี

“แวว ช่วยหยิบกล่องของฝากไปใส่รถแทนฟ้าให้ฉันหน่อย”

“ค่ะคุณนาย”

“ไปนั่งคุยกันข้างในเถอะค่ะ น้ำค้างลงแล้ว” ไพลินชวนให้ทุกคนไปนั่งพูดคุยกันในห้องนั่งเล่น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไพลินกับครูซมากกว่าที่เป็นคนพูด เพราะแทนเคยเงียบอย่างไรก็เงียบอยู่อย่างนั้น นาน ๆ ทีจะพูดขึ้นมาเอง พอ ๆ กับทศพลที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเล่นมีพูดแทรกขึ้นบ้างเมื่อเป็นเรื่องงานในบริษัท

“แล้วกำหนดวันไว้หรือยัง”

“ยังเลยครับ รอฝ่ายมูลนิธิเขาแจ้งมาอีกที” งานเลี้ยงการกุศลในครั้งนี้บริษัท วี.เค. กรุ๊ป จำกัด รับเป็นเจ้าภาพ แม้แทนจะไม่เห็นความสำคัญของงานแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ครูซกลับเห็นต่างออกไปเพราะชายหนุ่มคิดว่ามันเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท ยิ่งรับเป็นเจ้าภาพนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาพูดคุยเรื่องธุรกิจในงานยิ่งให้ความสนใจ ซึ่งทศพลก็เห็นตรงกันกับครูซทำให้แทนตัดสินใจเซ็นอนุมัติไปเมื่อหลายวันก่อน

“ชวนแม่เธอไปด้วยสิ ฉันอยากเจอคราวที่แล้วทำขนมพายแอปเปิลมาฝากอร่อยมากเลย ฉันจะถามสูตร”

“ครับ เดี๋ยวผมบอกให้”

“จะสี่ทุ่มแล้ว ผมกลับก่อนนะ” แทนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วบอกกับไพลินซึ่งกำลังพูดคุยกับครูซอย่างสนุกสนาน

“จ้ะลูก ไว้เจอกันใหม่ศุกร์หน้า แม่รักแทนฟ้านะ”

“ขับรถดี ๆ เสาร์อาทิตย์หยุดงานบ้างก็ได้ ไม่ต้องโหมทำมากมาย” ทศพลตบไหล่แทนกับครูซคนละทีแล้วเดินขึ้นบันไดบ้านไป การแสดงความรักระหว่างพ่อกับลูกชายคงได้เท่านี้ จะให้ไปกอดไปบอกรักเหมือนที่ไพลินทำ ทศพลทำไม่เป็น แทนเองก็คงรับไม่ได้พอกัน

“สวัสดีครับ”

หลังจากกล่าวลาไพลินทั้งคู่ก็เดินทางกลับโดยแทนเป็นคนขับรถเหมือนเดิม พอถึงห้องก็ต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำ ครูซที่อาบเสร็จก่อนเดินไปเตรียมวัตถุดิบไว้ทำอาหารตอนเช้า ส่วนแทนพออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็หยิบกล่องของฝากลังใหญ่ขึ้นมาแกะบนโซฟาพร้อมเปิดทีวีดูข่าวภาคค่ำไปด้วย

“!!” แทนชะงักมือค้างเมื่อเจอของพิสดารมากมายภายในกล่อง ทั้งดิลโด้ เจลหล่อลื่นหลากหลายกลิ่น และถุงยางหน้าตาประหลาด มีแผ่นหนังโป๊อีกเป็นโหล

มันคิดว่าคนอยากเขาจะมีอารมณ์กับการไปนั่งดูคนอื่นกอดจูบลูบคลำกันหรือไง

แค่คิดก็จะอ้วกแล้ว ถึงจะอาการดีขึ้นขนาดไหน แต่สำหรับแทนคนที่จะทำเรื่องอย่างว่าด้วยแล้วไม่รู้สึกขยะแขยงก็มีแต่ครูซเพียงคนเดียว เพราะแค่เห็นท่าทางวาบหวิวของชายหนุ่มสองคนบนหน้าปกก็ทำเอาอาหารที่กินไปตอนเย็นเริ่มวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คอจนต้องเอาของเล่นหน้าตาประหลาดไปวางทับไว้จนมิด พลางนึกถึงใบหน้าทะเล้นของไวน์อย่างเบื่อหน่าย

คนอย่างไวน์นี่มันน่าจับมาตีให้ตาย จะซื้อของฝากทั้งทีเอาแบบธรรมดาไม่ได้หรือไงกัน

“นมอุ่นครับ” เสียงนุ่มที่เอ่ยเรียกทำให้แทนตื่นจากภวังค์ จับกล่องที่อยู่บนตักวางลงกับพื้นแล้วหยิบแก้วนมสดที่ส่งกลิ่นหอมมาถือไว้

“ขอบใจ”

“ของฝากสมกับเป็นหมอไวน์ดีนะครับ” ครูซยิ้มขำเมื่อเห็นของภายในกล่อง แทนพยักหน้ารับแล้วยกแก้วนมดื่มจนหมดแล้ววางไว้บนโต๊ะเล็กข้างโซฟา

“ซื้อมาขนาดนี้ใครจะไปใช้หมด”

“จะใช้กับผมเหรอ?” ครูซยกยิ้มเท้าแขนกับพนักพิงก้มหน้าถาม

หมับ

“แค่เจลนะ เพราะอย่างอื่นไม่มีทาง...” แทนพูดเสียงเย็นดึงให้ครูซนั่งคร่อมบนตักตนแล้วขบใบหูนิ่มอย่างนึกหมั่นเขี้ยว

“จะของจริงหรือของปลอม ถ้าไม่ใช่ของผมก็อย่าหวังจะยอมให้ผ่านเข้าไปในตัวคุณเลย” กลิ่นครีมอาบน้ำที่อีกฝ่ายใช้ยังคงส่งกลิ่นหอมจางๆ ปลุกให้แทนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วตัวจนอดใจไม่ไหวไล่ดูดเลียไปทั่วคอขาวอย่างหลงใหล

“หวงผมขนาดนั้นเลย” ครูซกอดคอแทนถามด้วยสีหน้าหยอกล้อ

“มากกว่าที่คุณคิดไว้ก็แล้วกัน” พูดจบแทนก็กัดลงบนคอขาวจนขึ้นรอยฟันสีแดงช้ำเพราะแรงที่แทนใช้ไม่ใช่น้อยๆ แต่ครูซก็ไม่ได้ว่าหรือเอ่ยห้ามซ้ำยังสอดมือเข้าไปสางผมสีนิลเหมือนที่ชอบทำ บีบนวดเบาๆ เอียงองศาคอเปิดทางให้แทนสูดดมกลิ่นกายตนได้ง่ายขึ้น

“แล้วตอนนี้อยากใช้ของจริงกับผมเหรอครับ” ครูซถามทีเล่นทีจริงเมื่อรู้สึกถึงแก่นกายที่นั่งทับอยู่เริ่มขยายใหญ่เบียดอยู่ระหว่างก้นทั้งสองข้างของเขา

“อย่ายั่วให้มันมากเดี๋ยวได้เจ็บหนัก”

“เป็นคำขู่ที่ทำเอาใจสั่นเลยครับแทน” เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าครูซร้ายกาจ และร้ายสุดๆ ตรงที่รู้ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะตบะแตก

ผลัก

“หึ...ถึงห้ามผมก็ไม่หยุดแล้วนะ” แทนจับครูซเหวี่ยงลงกับโซฟาแล้วคร่อมทับลงไป มือก็บีบเคล้นไปทั่วตัวอีกฝ่ายตามแรงอารมณ์ที่เริ่มพุ่งขึ้นสูง จมูกโด่งคลอเคลียไปทั่วใบหน้าเนียนสูดดมกลิ่นหอมด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ อยากได้อยากครอบครองจนแทบบ้า

“ผมตามใจแทนอยู่แล้ว” พูดจบลิ้นอุ่นก็เลียตั้งแต่ปลายคางแทนอย่างอ้อยอิ่ง ดูดปากล่างแผ่วเบาก่อนค่อยๆ แทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากแทนอย่างเอาใจ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความหวานก่อนผละออกเพื่อสูดลมหายใจเข้าไปใหม่

“พรุ่งนี้หยุดงานแล้วกัน” แทนพูดบอกก่อนบีบกรามให้ครูซอ้าปากแล้วสอดลิ้นเข้าไปดูดกลืนอย่างหื่นกระหาย เขาชอบที่จะสัมผัสความชื้นแฉะแสนหวานจากปากบาง ชอบอุณหภูมิอุ่นกำลังดีของร่างกายอีกฝ่าย ชอบเสียงครางทุ้มนุ่มที่เอ่ยเรียกแต่ชื่อเขา ชอบช่องทางที่ตอดรัดอย่างอบอุ่น ชอบดวงตาที่จับจ้องมองมาที่เขาเพียงผู้เดียว ชอบทุกๆ อย่าง เขาอยากครอบครองจนแทบคลั่ง จากคนที่เคยรังเกียจสัมผัส ตอนนี้แทนกลายเป็นคนเสพติดสัมผัสไปแล้ว

ติดสัมผัสจากผู้ชายที่ชื่อครูซ เจนซัน

THE END

 

 

เราย้ายไปลงนิยายที่ readwrite แล้วนะคะ

ความคิดเห็น