chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2561 04:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28
แบบอักษร

ตอนที่ 28

“คุณแทนจะให้ผมไปรับกี่โมง”

“ไม่ต้องเดี๋ยวกลับเอง”

“แต่คุณไม่ได้เอารถไปนะครับ”

“เดี๋ยวหมอนพไปส่ง แค่นี้นะ”

“...ครับ”

แทนทำใจกดวางสายจากครูซที่มีน้ำเสียงค่อนข้างจะผิดหวังจากการถูกเขาปฏิเสธไม่ให้มารับ เขาไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่มันเป็นข้อตกลงระหว่างเขากับหมอนพ ข้อตกลงที่มันมีความสำคัญมาก ๆ ต่อวันอาทิตย์ที่กำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้

“ทำหน้าแบบนี้กับเขาก็เป็นด้วย” เสียงกวนอารมณ์จากหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งสร้างความรำคาญใจให้แก่แทนเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ติดว่านพนนท์เป็นหมอเพียงคนเดียวที่พอจะช่วยให้เขาหายจากโรคที่เป็นอยู่ได้ เขาไม่มีทางมานั่งให้มันกวนประสาทแบบนี้หรอก

“อย่าพูดมาก รีบทำ” แทนส่ายหน้าปลง ๆ

“โอ้~ วันนี้มาแปลก ปกตินี้นั่งอยู่ค่อนวันถึงจะให้เริ่ม หึ ๆ สงสัยจะรีบกลับไปง้อหนุ่มน้อยใช่ไหม” หมอนพหัวเราะชอบใจก่อนกดขวดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือถู ๆ ให้ทั่วทุกนิ้ว พอทำเสร็จก็ยื่นมือขึ้นสองข้างโบกไปมาตรงหน้าแทนเป็นการบอกว่าตอนนี้มือเขาสะอาดปลอดเชื้อโรคแล้วนะ

“มะ เริ่มกัน...อ้าว! แทนอย่าหนีผมดิ” หมอนพที่ยิ้มกว้างพร้อมเริ่มการบำบัดร้องออกมาอย่างตกใจที่อยู่ ๆ แทนก็ลุกพรวดเดินหนีไปยืนอยู่อีกมุมห้องทันทีที่เขายื่นมือไปหา

“ฮึ่ม! อย่าเข้ามา!!” แทนชี้หน้าร้องห้ามหมอนพไม่ให้ขยับเข้ามาใกล้ตน

“แล้วแบบนี้จะจับไงล่ะ ขยับมา” หมอนพพูดจบก็กวักมือเรียก ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างเนียน ๆ

“หยุด! เดี๋ยวจับเอง อยู่นิ่ง ๆ”

“อ่า ๆ ๆ แล้วแต่เลย” หมอนพยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ยืนกระดิกเท้ากวน ๆ รอให้แทนเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาเอง แทนมองท่าทางกวนประสาทนั้นอย่างหัวเสีย ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลั้นใจก้าวเท้าเข้าไปยืนใกล้หมอนพ มือขาวสั่นเทาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่กำลังจะทำ

เขารังเกียจ ขยะแขยง เขากลัวการสัมผัส ใบหน้าแทนซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามขมับทั้งสองข้าง

หมับ

“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!!” แทนร้องลั่น พยายามกระชากมือตัวเองออกจากอุ้มมือร้อนของหมอนพที่อาศัยจังหวะเขาเผลอสอดประสานนิ้วมือเข้าไว้ด้วยกันเสียแน่น

“ชู่~ มองหน้าผม ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่จับมือเฉย ๆ ไม่สกปรกด้วยเพิ่งล้างแอลกอฮอล์เมื่อกี้เอง แทนก็เห็น เพราะงั้นไม่เป็นไรนะ ตั้งสติ สูดหายใจเข้า ค่อย ๆ ผ่อนลมออก” หมอนพที่ตัวเท่า ๆ กันกับแทน ดันอีกฝ่ายให้ชิดกำแพงแล้วใช้ตัวกดไม่ให้คนหน้านิ่งดิ้นก่อนค่อย ๆ พูดปลอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เหมือนไม่ได้ทำเรื่องจริงจังกันอยู่ แทนพยายามตั้งสติควบคุมลมหายใจตามคำพูดของหมอนพ ภายในหัวนึกถึงแต่ครูซซ้ำไปซ้ำมาเพื่อลบล้างความรู้สึกกลัว ขยะแขยง เมื่อผ่านไปสักพักร่างกายที่สั่นเกร็งก็เริ่มคลายลง  

“เห็นไหม ไม่ยากเลย” หมอนพยิ้มพร้อมเอ่ยชมกับปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสัมผัสของแทนที่ดีขึ้นกว่าวันแรก ๆ ที่รักษา ตอนนั้นแค่เขายื่นมือไปแตะแขนก็ถูกถีบกระเด็นไปกองกับพื้นจนเอวเคล็ดไปซะตั้งหลายวัน

“อืม...ปล่อยก่อน” แทนใช้ไหล่ผลักให้หมอนพขยับออกจากตัวเขาเสียที หลังถูกกดติดกับผนังห้องมานานจนรู้สึกชาไปทั่วทั้งแผ่นหลัง

“ไม่ปล่อย วันนี้จะจับสักครึ่งชั่วโมง” ไม่พูดเปล่าหมอนพยังแกว่งมือที่กุมกันไว้กับแทนส่ายไปมาเหมือนที่เด็กอนุบาลชอบทำกัน

“ไม่” ถึงจะไม่ได้รู้แย่ขนาดทนไม่ได้แต่แทนก็ไม่นึกชอบสัมผัสของคนอื่นนอกจากครูซอยู่ดี ยิ่งจับมือแบบสอดประสานกันไว้แบบนี้ยิ่งรังเกียจ ไหนจะเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจนชื้นแฉะ คราบไคลหรือกลิ่นน้ำหอมจากตัวอีกฝ่ายเขาก็ไม่ชอบ

“ไม่ปฏิเสธใช่มะ ฮ่า ๆ อย่าลืมสิ วันอาทิตย์นี้ต้องไปเจอแม่ครูซไม่ใช่เหรอ ฝึก ๆ ไว้จะได้ชิน เวลาไปเจอครอบครัวเขาจะได้ไม่ทำอะไรที่ผิดสังเกต”

“เฮ้อ...” แทนถอนหายใจ ที่เขายอมลงทุนมาคลุกอยู่กับหมอนพวันละหลาย ๆ ชั่วโมงก็เพราะเรื่องนี้นั่นแหละ ตอนนั้นเขาโทรไปขอร้องแอนนี่ให้ครูซมาอยู่ที่คอนโดด้วยเหตุผลที่ว่า เขาอยู่ไม่ได้หากไม่มีครูซข้างกาย แอนนี่เงียบไปสักพักใหญ่แล้วตอบกลับมาแค่ว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ให้เขาเข้าไปคุยกับเธอ เหมือนแอนนี่จะพอเดาความสัมพันธ์ระหว่างเขาทั้งสองคนออก แต่เธอแค่ไม่ถามออกมาเท่านั้นเอง ในเมื่อเธอแสดงความจริงใจให้เขาขนาดนี้ เขาเองก็ต้องแสดงออกให้เธอเห็นถึงความจริงใจของเขาที่มีต่อลูกชายเธอเช่นกัน

“คุณนพนนท์ปล่อยมือผมก่อน” แทนฝืนความรู้สึกขยะแขยงต่อไปไม่ไหว เอ่ยขอด้วยเสียงอ่อนแรง หลังนั่งให้หมอนพนั่งจับมือมาเกือบยี่สิบนาที

“เรียกซะเต็มยศเลย เรียกนพเฉย ๆ ก่อนถึงจะปล่อย”

“นพปล่อย” แทนไม่รีรอรีบพูดออกไปทันที ทำเอาคนขี้แกล้งขมวดคิ้วยุ่งเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดเอาไว้

“โห ไม่หนุกเลย ทำไมยอมเรียกง่ายจัง ปกติคนนิ่ง ๆ เขาจะแบบหยิ่ง ๆ ไม่พูดดิ”

ไร้สาระ ยิ่งอยู่ด้วยยิ่งรู้สึกว่าหมอนี่พิลึกคน

“จะกลับแล้ว” แทนสะบัดตัวออกห่างจากหมอนพแล้วพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการขึ้นมาทันที

“ครับ ๆ เดี๋ยวโชเฟอร์คนนี้จะพานายท่านไปส่งให้ถึงที่เลย” หมอนพพยักหน้ารับ เดินไปหยิบกุญแจรถ ปิดไฟปิดประตูแล้วเดินนำแทนไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อดังของยุโรปที่เพิ่งออกใหม่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว จะว่าไปตั้งแต่หมอนพซื้อรถมายังไม่เคยให้ใครนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถสักครั้ง วันนี้คงจะเป็นแทนที่ได้อภิสิทธิ์นั้นไปครอบครอง แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาคิดไว้ในตอนแรกจะผิดคาดเมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านประตูรถข้างคนขับ

“อ้าว ไปนั่งหลังทำไมแทน มานั่งหน้าดิ” หมอนพเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจที่แทนเปิดประตูด้านหลังแล้วขึ้นมานั่งบนเบาะด้วยท่าทางเย็นชาไม่ตอบสนองกับคำถามของเขาเลยสักนิด

“ผมไม่ใช่คนขับรถนะ!!” เมื่อแทนไม่ได้สนใจ หมอนพก็โวยวายขึ้นมาทันทีแต่ไม่ว่าจะพูดสักเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ไม่หันมาสนใจเลยสักนิด จนชายหนุ่มเหนื่อยที่จะพูดจึงล่าถอยไปเองยอมขับรถออกไปตามทางที่แทนเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ ตลอดทางที่ขับรถไปส่งมีเพียงแต่เสียงของหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งคนเดียวที่พูดไม่ยอมหยุดปาก มีบ้างนาน ๆ ครั้งที่ถามอะไรออกไปแล้วคนหน้านิ่งจะตอบกลับมาสักคำ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เกี่ยวกับครูซ ดวงตาสีนิลจะมีแววความรู้สึกหวงแหนขึ้นมาทันที

“อย่าบอกนะว่าตอนไปไหนมาไหนกับครูซก็นั่งหลังแบบนี้”

“ไม่” แทนตอบเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก หากถ้าเป็นตอนแรกก็อาจจะใช่ เขาไม่ชอบการนั่งใกล้กับคนอื่น ยิ่งหน้ารถที่แคบและชิดกันแบบนั้นยิ่งไม่ชอบ แต่กับครูซเขากลับรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้อึดอัดอะไร บางครั้งกลับสบายใจขึ้นด้วยซ้ำยามอีกฝ่ายจอดรถติดไฟแดงแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวลูบแก้มเขาเล่น

“สองมาตรฐานชัดๆ ” แทนหัวเราะขึ้นจมูก สำหรับเขาไม่มีใครสำคัญเท่าครูซอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่มีทางเทียบได้กับครูซ คนที่เขายอมให้ทุกอย่าง ยอมลงให้ในแบบที่ไม่เคยทำให้ใคร

“ถึงล่ะ”

“ขอบใจ” แทนเอ่ยขอบคุณแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถ ขายาว ๆ ก้าวเดินไปตามทางที่คุ้นชินแต่เพียงไม่นานก็ต้องหันกลับไปมองด้านหลังอย่างหงุดหงิดใจ

“ตามมาทำไม” แทนถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นบุคคลที่สมควรขับรถออกไปแล้วเดินตามหลังมาติด ๆ

“จะไปทักทายครูซหน่อย” แทนขบกรามแน่นเมื่อฟังจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

“กลับไป” เสียงเย็นชาที่ทำเอาคนอื่นหวาดกลัวของแทนไม่สามารถใช้กับคนอย่างหมอนพได้ นอกจากจะไม่เกรงกลัวแล้ว ยังมีหน้ามายืนเบะปากร้องขอด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ อีก เห็นแบบนั้นแล้วแทนรู้สึกขวางหูขวางตาจนอยากหาอะไรมาขว้างใส่ให้อีกฝ่ายเลือดตกยางออก มันไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรย แต่เขารู้สึกอยากทำจริง ๆ อยากทำให้หัวมันเลือดโชกจะได้ไม่มากวนประสาทหรือพูดจาถึงครูซอีก

“โทษ ๆ ใจเย็นสิ ยอมกลับแล้วอย่าโมโห” หมอนพรับรู้ได้ถึงบรรยากาศรอบตัวแทนที่เริ่มเปลี่ยนไปจึงยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้… คงถึงขีดจำกัดของแทนแล้ว เขาไม่สามารถล้ำเส้นที่อีกฝ่ายขีดไว้ได้มากกว่านี้

“กลับก็ได้ ไม่ต้องมองขนาดนั้น” ดวงตาสีนิลจ้องมายังเขาอย่างดุดัน แม้มันจะดูบ้าคลั่งและเย็นชาแต่เขากลับชอบที่จะถูกจ้องมอง แทนมีเสน่ห์ดึงดูดแบบแปลก ๆ ยิ่งเห็นยิ่งอยากเข้าหา ใบหน้านิ่ง ๆ แบบนั้นยามอยู่กับหนุ่มลูกครึ่งกลับอบอุ่นสว่างไสวขึ้นมาจนเขาไม่อาจจะละสายตาได้ ถ้ามาเจอก่อนหน้านี้ก็คงดี...อยากทำให้คนที่แข็งกระด้างด้านชาเช่นนี้ยอมลงให้กับเขาเพียงคนเดียว

“เดี๋ยว ๆ จับมือก่อน” หมอนพเผลอรั้งแขนแทนที่หมุนตัวเดินหนีไว้แน่น

“ปล่อย!!” แทนสะบัดแขนออกสุดแรง สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างไม่คิดปิดบัง หมอนพยิ้มขำ ๆ ไม่ได้ถือสาอะไรกับท่าทีแบบนั้นของอีกฝ่าย จะเรียกว่าชินก็ได้มั้งเพราะตั้งแต่เริ่มการรักษามาเขาก็เจอแต่สีหน้าแบบนี้ของแทนทุกวัน ไม่มีหรอกจะยิ้มจะหัวเราะให้เห็น ขนาดตอนอยู่กับครูซอย่างมากก็แค่ยิ้มมุมปากแค่นั้นเอง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าถ้าแทนกับครูซอยู่กันแค่สองคน คนหน้านิ่ง ๆ แบบแทนอาจจะมีอีกมุมที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางได้เห็นนอกจากครูซก็ได้

“ถ้ายอมเป็นฝ่ายจับมือก่อนจะรีบกลับเลย เร็ว ๆ ดิ อย่าลืมสิวันนี้ผมอุตส่าห์ปล่อยคุณออกมาก่อนเวลาตั้งหลายชั่วโมงนะ” หมอนพพูดยิ้ม ๆ

“ตอนนี้ชักรู้สึกผิดแล้วสิ ที่เอาเปรียบคนอื่นทำงานไม่ครบเวลา เฮ้อ~ คงต้องโทรไปขอโทษกับครูซสักหน่อยแล้วมั้ง” ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกางเกงสแลคขึ้นมาทำท่ากดหาเบอร์ครูซด้วยสีหน้าสำนึกผิด แทนกำหมัดแน่น ขบฟันอย่างนึกโมโห คนอย่างหมอนี่สมควรถูกทำร้ายให้นอนจมกองเลือดเสียจริง ถ้าไม่ติดว่าเขารังเกียจคงจะตรงเข้าไปบีบคอมันแล้วจับกระทืบให้ตายคาเท้า

“อย่ายุ่งกับครูซ” แทนเอ่ยเตือนด้วยเสียงเรียบนิ่ง

“ไม่ยุ่งก็ได้...แต่ต้องทำไงก่อนครับแทน” หมอนพยอมเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงง่าย ๆ พร้อมทวงสิ่งที่เขาขอไปก่อนหน้านี้ด้วยสีหน้าสุขใจแตกต่างจากแทนที่ยืนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

หมับ

“เฮ้ย!” แทนสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือที่ยื่นไปจับถูกกระชากเข้าหาตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะข้างหูกับลมหายใจที่ไม่คุ้นชินทำเอาแทนตัวอ่อนจนไม่มีแรงผลักหมอนพออกจากตัว ภายในหัวมีแต่คำว่าขยะแขยง ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน เขารู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอ้วกแต่ดีที่อีกฝ่ายเหมือนจะรับรู้ถึงความผิดปกติของเขา ถึงรีบปล่อยตัวเขาออกแล้วขยับออกห่าง

“โอ๊ะโอ เจอจุดอ่อน หูไวต่อสัมผัสเหรอครับ” น่าสนใจ คนคนนี้น่าสนใจจนเขาหุบยิ้มไม่ลง มันตื่นเต้นเหมือนตอนเจอเคสคนไข้รักษายากๆ เป็นครั้งแรก เหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งเลย ความรู้สึกอยากรู้อยากลองแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วสิ สงสัยต่อมใต้สมองเขาคงหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมามากแน่ ๆ ถึงได้รู้สึกเบิกบานได้ขนาดนี้

“หุบปาก” แทนพิงหลังกับกำแพงในลานจอดรถ ลมหายใจหอบรุนแรงจนหมอนพเริ่มเป็นห่วง

“ขอโทษครับ ค่อยๆ หายใจเข้า หายใจออก ชู่~ ผมไม่ได้จะทำร้ายแทน มองตาผม” น้ำเสียงสบาย ๆ กับดวงตามั่นคงสงบนิ่งที่หมอนพชอบใช้เวลาทำการบำบัดทำให้แทนค่อย ๆ หายเกร็ง เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องฟังที่หมอนพพูด เขาไม่ชอบหน้ามันแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาสงบลงได้ยามอีกฝ่ายใช้น้ำเสียงและดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองมานิ่ง ๆ

“เก่งขึ้นแล้วนี่ อีกหน่อยก็หายแล้วครับ” หมอนพพูดยิ้มๆ ไม่ได้ขยับเข้าไปช่วยแทนที่พยายามพยุงตัวเองให้ยืนขึ้นตรง ๆ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการ และวันนี้มันก็มากเกินพอสำหรับการฝืนบังคับแทนแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขาเอาความรู้สึกส่วนตัวมาใส่ในงานจนแกล้งอีกฝ่ายเล่น แต่เขาใช้วิธีการรักษาในแบบของเขาเองต่างหาก คนแต่ละคนต้องมีวิธีเข้าหาแตกต่างกัน เขาไม่สามารถทำตัวจริงจังเพื่อบำบัดคนที่มีลักษณะเครียดและหวาดระแวงกับทุกเรื่องอย่างแทนได้

แม้เจ้าตัวจะทำเหมือนไม่ชอบคนเฮฮา พูดเก่ง แต่จริงๆ แล้วแทนมักยอมลดกำแพงให้กับคนประเภทนี้ เขาสังเกตจากไวน์ที่มักวิ่งพรวดเข้าไปหาไปเกาะแกะ พูดจาอ้อนใส่ ถึงแทนจะชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ห้ามอย่างจริงจังสักที ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผูกพันมาตั้งแต่เด็ก แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนเรามักมองหาในสิ่งที่ตัวเองขาดหายไป

คนที่หัวเราะร้องไห้ง่าย อารมณ์อ่อนไหว มักหาคู่ชีวิตที่มีความมั่นคงในอารมณ์ และพึ่งพิงได้ ส่วนคนที่จริงจังกับการใช้ชีวิตมักมองหาคนร่าเริงที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด คนส่วนใหญ่มักเป็นแบบนี้ ทั้งรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้างสลับกันไป ความรักสำหรับคนทั่วไปคงเป็นสิ่งหนึ่งที่ซับซ้อน ทั้งสัตว์และมนุษย์มักยากที่จะบอกได้ว่าทำไมเราถึงรักคนนี้แล้วทำไมวันต่อมาถึงเลิกรักได้อย่างง่ายดาย แต่เขาที่เชื่อและเรียนทางด้านนี้มา พฤติกรรมหรือความรู้สึกนึกคิดของคนเรามีส่วนมาจากสารเคมีในสมองทั้งนั้น จะให้หมกมุ่นจมปลักร้องไห้เสียใจฟูมฟายกับความรัก เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเขาอีกแล้ว...คนที่รู้ทันสมองตัวเอง

“กลับไป”

“เจอกันพรุ่งนี้ครับ” น้ำเสียงและแววตาที่นิ่งสงบทำให้แทนอดคิดไม่ได้ว่าก่อนที่จะมารักษาคนอื่น  นพนนท์สมควรรักษาตัวเองก่อนด้วย เปลี่ยนนิสัยเปลี่ยนวิธีพูดไปมาไม่หยุดนิ่ง คนที่เหมือนจะรู้ทันทุกคนไปเสียทุกเรื่อง คนประเภทนี้ก็น่ากลัวไม่น้อยไปกว่าคนที่ป่วยเป็นโรคประสาทแบบเขาสักเท่าไหร่หรอก หรือบางทีการที่หมอนพสามารถเข้าใจและรักษาคนไข้ได้เป็นอย่างดี อาจจะเพราะตัวเองเคยเป็นมาก่อนก็ได้ ใครจะรู้

 “สวัสดีครับคุณแทน” ครูซที่กำลังเตรียมจัดอาหารเย็นบนโต๊ะเงยหน้ามามองแทนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“อืม” แทนจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ความหงุดหงิด วุ่นวายใจจากการอยู่กับหมอนพเมื่อครู่เริ่มจางหายไป

“เหนื่อยเหรอครับ” ครูซเห็นแทนยืนนิ่งด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักจึงวางช้อนในมือลงบนจานแล้วเดินเข้าไปหาร่างสูงด้วยความเป็นห่วง 

“อย่าจับ ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย สกปรก” แทนร้องห้ามขยับตัวออกห่างเมื่อครูซกำลังจะคว้ามือเขาไปกุมไว้

“งั้นไปอาบน้ำเถอะครับแล้วค่อยมาทานข้าวกัน” ร่างสูงพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวเดินไปไหนนอกจากจ้องมองใบหน้าของครูซที่กำลังกวาดพื้นอยู่

“ครูซ”

“ครับ?” ครูซเงยหน้ามามองงงๆ เพราะนึกว่าอีกฝ่ายเดินเข้าห้องนอนไปแล้ว

“ครูซ”

“ว่าไงครับคุณแทน” ครูซเดินเข้าไปหา เมื่อร่างสูงเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาแต่ไม่ยอมพูดอะไรสักที

“เปล่า...แค่คิดถึง” รอยยิ้มที่นานๆ จะได้เห็นจากคนหน้านิ่งทำเอาครูซใจเต้นไม่เป็นส่ำ มือเรียวคว้าใบหน้าอีกฝ่ายมากดจูบโดยไม่สนใจแรงดิ้นหรือเสียงบ่นว่าสกปรกเลยสักนิด

“ครูซปล่อยยังไม่ได้อาบน้ำ!!” แทนพยายามผลักครูซออกแต่สู้แรงกอดรัดไม่ไหวและเขาเองก็ไม่อยากใช้แรงมากจนทำให้อีกฝ่ายเจ็บเลยยืนนิ่งๆ ให้ครูซทำตามใจ ช่วงหลังมานี้ครูซบ้าออกกำลังกาย ตื่นไปวิ่งตอนเช้ายกเวทก่อนอาบน้ำทุกคืน แตกต่างจากเขาที่เริ่มขี้เกียจออกบ้างไม่ออกบ้างจนกล้ามเนื้อไม่ได้แน่นเหมือนเมื่อก่อน แต่เทียบกันแล้วร่างกายเขากับครูซก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เขาแค่สูงกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง

“ต่อให้ตอนนี้คุณแทนเปื้อนโคลนมาผมก็จะกอด” ครูซบอกอย่างอารมณ์ดี ก็ใครใช้ให้มายืนยิ้มพูดจาน่ารักแบบนี้ใส่กัน ไม่รู้เหรอไงว่ามันทำให้เขาหลงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว

“อยากกอดเหมือนกัน...แต่ขออาบน้ำก่อนไม่ได้เหรอ”

ตายแน่...เขาต้องตายแน่ๆ วันนี้แทนมาแปลก อ้อนเขาแบบนี้

“ผมยอมแล้ว ยอมหมดทุกอย่างเลยครับ” ครูซหอมแก้มแทนหนึ่งทีให้ชื่นใจก่อนยอมปล่อยแขนที่กอดรัดอีกฝ่ายออก

“อาบเสร็จจะให้กอด” แทนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เดินเข้าห้องนอนด้วยท่าทางปกติแตกต่างจากครูซที่ยืนกัดปากหน้าแดงก่ำ ถึงจะรู้ว่าแทนเป็นคนขี้เกียจพูดอะไรยาวๆ บางทีก็ย่อจนเขาเข้าใจความหมายผิดไป แต่พอได้ยินคำว่ากอดทีไร เขาชอบคิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาทุกทีเลยสิ ....น่ารักจนอยากจะฟัดให้จมเตียง คนอย่างแทนนี่มัน โคตรของโคตรน่ารักเลยจริงๆ

“คุณแทนในแบบนี้ให้ผมเห็นแค่คนเดียวพอนะครับ”

TBC.

ความคิดเห็น