chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2561 02:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25
แบบอักษร

​ตอนที่ 25

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้น

วันที่เบลได้พบกับสามีของพี่สาวต่างแม่เป็นครั้งแรกในงานแต่ง

“เบล...นี่คุณทศสามีพี่จ้ะ”

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดี” แค่เพียงเห็นหน้ากับรอยยิ้มบาง ๆ ที่ส่งมาทำให้ใจของหญิงสาวที่ไม่เคยมีความรักก็พลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มตรงหน้าช่างหล่อเหลาและดูดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา แม้จะรู้ว่าผิดและไม่มีหวังแต่เธอแต่ยังอยากจะได้เขามาครอบครอง หลังจากงานแต่งในครั้งนั้นเธอก็เฝ้าหาโอกาสเข้านอกออกในบ้านของทศพลกับไพลินอยู่เสมอ ทั้งที่แต่ก่อนเธอไม่เคยคิดสนใจพี่สาวต่างแม่คนนี้เลยสักนิด

เธอเกลียดมัน...

มันสวยกว่า รวยกว่า เรียนเก่งกว่า มันโชคดีกว่าเธอหมดทุกอย่าง

เวลาเจอกันก็ชอบส่งยิ้มหวานน่ารังเกียจมาให้ เป็นคนดีที่โง่งม แค่บอกว่าลำบากบีบน้ำตานิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยอมให้เงินมาใช้ฟรีเป็นแสน ๆ คนแบบนี้ไม่เห็นเหมาะกับผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างทศพลเลย ทำไมเธอถึงไม่เจอเขาก่อนมัน ทำไมไม่เป็นเธอที่อยู่ข้างเขา

ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งถลำลึกมากขึ้นเมื่อทศพลดูแลและให้ความห่วงใยเธอเป็นอย่างดีในฐานะน้องสาว แต่คนที่หลงหน้ามืดตามัวก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าอีกฝ่ายก็มีใจให้เหมือนกัน ความรักความปรารถนาที่ครอบงำจิตใจทำให้เบลตัดสินใจใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้มาครอบครอง ในคืนวันหนึ่งหญิงสาวออกอุบายให้ไพลินกลับไปดูแลพ่อที่นอนป่วยแทนตน และแอบผสมยาปลุกเซ็กส์ไว้ในขวดน้ำ พอทศพลกลับมาก็ทำทียกน้ำไปให้ดื่มแล้วบอกว่าพี่สาวอนุญาตให้ตนนอนค้างได้ที่ห้องรับรองแขก ทศพลเพียงรับฟังแล้วเดินกลับห้องทันทีเพราะร่างกายเริ่มรู้สึกร้อนผิดปกติ ผ่านไปไม่นานความต้องการก็รุนแรงมากขึ้นจนชายหนุ่มทนไม่ไหว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหายไปหมดสิ้น เมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของเบลที่มายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง ค่ำคืนนั้นผ่านไปด้วยความอิ่มเอมใจของเบลแต่กลับเป็นนรกในใจของทศพลที่ไม่มีวันลบเลือน

เขานอกใจไพลินและแย่ยิ่งกว่านั้นคือเธอเป็นน้องสาวของภรรยาเขา

“เบล...พี่ขอโทษ” ทศพลทำอะไรไม่ถูกเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงกับเบลที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น

“พี่ขอโทษ ลืมมันไปได้ไหม เมื่อคืนพี่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่ถึงขาดสติขนาดนั้น”

“ลืม...พี่จะให้เบลลืมเหรอ” เบลขบฟันแน่นมือกำจิกต้นขาตัวเองเพื่อระบายความคับแค้นในอก

“เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว...อีกอย่างลินเพิ่งตั้งท้อง พี่ไม่อยากทำให้เขาเสียใจ” น้ำเสียงรู้สึกผิดและสีหน้ากังวลใจของทศพลเหมือนเปลวไฟที่เผาไหม้จิตใจของหญิงสาว... ทั้ง ๆ ที่เธอรักเขามากมายขนาดนี้ ยอมเสียตัวให้แต่ก็ไม่อาจได้แม้เพียงเศษเสี้ยวความรักจากคนตรงหน้า ในสมองของทศพลก็ยังคงมีแต่ไพลิน ไพลิน และก็ ไพลิน!! ไม่ว่าใครก็คิดถึงแต่มัน!! ในเมื่อมันเกิดมาเพื่อแย่งทุกสิ่งไปจากเธออยู่แล้ว งั้นครั้งนี้เธอจะเป็นมารชีวิตขัดขวางความสุขมันบ้างจะเป็นไรไป

“ฮือ...เบลไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว เบลอยากตาย!” เบลแสร้งร้องไห้ปาแก้วให้แตกแล้วหยิบเศษแก้วขึ้นมาจ่อที่ข้อมือ

“เบลอย่า!” ทศพลหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลตามขมับและซอกคอ เศษแก้วแหลมกรีดลงบนแขนลึกจนเห็นเลือดล้นทะลักออกมาทำเอาเขาสติหลุด

“อย่ามาห้ามเบล!” หญิงสาวก้าวถอยหลังหนีเมื่อทศพลจะเข้ามาจับแขนเธอไม่ให้ออกแรงกรีดเพิ่ม

“เบลอย่าทำแบบนี้ เธอต้องการให้พี่ทำอะไรบอกมาเถอะ พี่ยอมหมดทุกอย่างเลย” ทศพลพลั้งปากพูดออกไปด้วยความกลัวหลังเห็นเลือดไหลหยดลงพื้นเป็นทางยาวไม่ยอมหยุด วินาทีนั้นเขาเพียงต้องการจบเหตุการณ์บ้าๆ นี่เสียทีโดยไม่ทันคิดว่าคำพูดนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเขาและครอบครัวขนาดไหน

หลังจากวันนั้น เบลก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในบ้านของเขา เธอเข้ามาอยู่อย่างถาวร บางครั้งก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาในที่สาธารณะ แต่ที่หนักที่สุดเบลทำตัวรุ่มร่ามกับเขาต่อหน้าไพลิน ทศพลเริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของหญิงสาว เขาทั้งเครียดทั้งกดดัน กลัวว่าสักวันหนึ่งอีกฝ่ายจะหลุดพูดความจริงออกไปให้คนรักที่กำลังตั้งท้องอยู่ฟัง เขาจึงตัดสินใจเอาไปปรึกษาคุณหญิงรัศมี แม่ที่ห่วงใยและดูแลเขาเป็นอย่างดีมาเสมอ

“อย่าคิดมากไปเลยตาทศ เดี๋ยวแม่ไปคุยให้ ผู้หญิงด้วยกันเข้าใจกันดี” คุณหญิงรัศมีลูบผมทศพล พร้อมส่งยิ้มให้ เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ได้ระบายความอึดอัดใจและได้คนมาช่วยแก้ปัญหา โดยหารู้ไม่ว่าเรื่องราวทุกอย่างกำลังดำดิ่งลงสู่เหวลึกที่ฉุดรั้งให้ทุกคนเข้าไปอยู่ในวังวนแห่งความมืดมิด

.

.

เพี๊ยะ

“นังงูพิษ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกวางแผนอะไรไว้” เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มนุ่มดังลั่นไปทั่วทั้งโกดังแต่คนโดนตบกลับเพียงถ่มน้ำลายที่ผสมกับเลือดในปากลงบนพื้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ร้องหรือแสดงถึงความเจ็บปวดเลยสักนิด ซ้ำยังจ้องมองคุณหญิงรัศมีด้วยสายตาท้าทายไม่กลัวตาย

“ยังมีหน้ามาจ้องฉันอีกเหรอ!” คุณหญิงโกรธจนตัวสั่น เธอหันไปสั่งลูกน้องให้รุมตบรุมกระทืบมันแต่สุดท้ายเบลก็ไม่ยอมอ้าปากพูดหรือร้องอะไรออกมาเลยสักอย่าง

“ได้...จะลองดีกับฉันใช่ไหม พวกแก! อยากจะทำอะไรกับมันก็เชิญ อดอยากมานานนี่” สิ้นคำพูดแสนร้ายกาจ เบลก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอยอมถูกทำร้ายจนตายยังดีเสียกว่าโดนลูกน้องหน้าตาน่าเกลียดพวกนี้รุมขืนใจ

“กรี๊ด!! ปล่อย ไม่ อ๊ายยย ไม่!” หญิงสาวดิ้นกัดฟันสู้สุดแรงเกิด น้ำตาไหลนองหน้าไม่หยุด เธอไม่ยอมให้ใครมาแตะตัวง่ายๆ แน่ ผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่เธอเต็มใจมอบให้คือทศพล เธอยอมผิดยอมถูกตราหน้าว่าชั่วก็เพราะรักเขา แต่การที่ถูกชายนับสิบรุมกระทำ มันเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะยอมรับได้

“อึก ฮือ.. ฉันจะแก้แค้น อึก พวกแกทุกคน!” ผู้หญิงคนเดียวไม่อาจสู้แรงชายฉกรรจ์ได้ เธอถูกย่ำยีจนแทบไม่เหลือความเป็นคน โดนพวกมันจับไปทิ้งไว้ข้างทางนานหลายชั่วโมงกว่าจะมีคนใจดีพาตัวเธอไปรักษาที่โรงพยาบาล นับตั้งแต่นั้นมาเบลก็หายไปจากชีวิตของทศพลและไพลินเกือบหกปี ไม่มีใครติดต่อได้ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน จนกระทั่งเบลกลับไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านพร้อมพัชชา โดยบอกทุกคนว่าถูกรถชนความจำเสื่อม เพิ่งจำเรื่องในอดีตได้ราง ๆ จึงกลับบ้านถูก ไม่มีใครสงสัยในความแปลกประหลาดไม่สมเหตุสมผลของเรื่อง แต่ทศพลก็รู้สึกโล่งใจที่เบลลืมเรื่องในอดีตไปจนหมด แม้จะรู้สึกผิดที่สบายใจกับความเจ็บป่วยของอีกฝ่ายแต่เขาก็ไม่อาจห้ามความคิดได้จริง ๆ 

“พี่ทศ ลินว่าจะให้เบลมาช่วยดูแลแทนฟ้าดีไหมคะ”

“หื้ม ทำไมล่ะ”

“ลินอยากช่วยน้อง เบลกับที่บ้านกำลังลำบากแต่ไม่ยอมรับเงินจากลินเฉย ๆ เขาบอกว่าจะไปหางานทำเอง แต่ลินไม่อยากให้เบลไป น้องยังจำอะไรเกี่ยวกับอดีตไม่ได้เลย” ทศพลแม้จะไม่เต็มใจมากนักที่จะให้เอาเบลมาอยู่ใกล้ตัว แต่เมื่อเห็นสีหน้าทุกข์ใจของคนรักก็ยอมตกปากรับคำไป เพราะคิดว่าเบลยังความจำเสื่อมอยู่คงไม่เป็นอะไร แต่หารู้ไม่ว่าการตัดสินใจของเขาในวันนั้นจะพรากความไร้เดียงสาน่ารักของเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล

“ฮือ ๆ พ่อครับ แทนอยากไปด้วย” ประโยคนี้ทศพลได้ยินมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งแต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดฟัง เขาเริ่มออกไปทำงานที่ต่างประเทศมากขึ้นโดยพาไพลินไปด้วยเสมอ เขาไม่อยากอยู่ในบ้านที่มีเบล และเขาก็ไม่ไว้ใจพอที่จะปล่อยให้ภรรยาอยู่บ้านกับน้องสาวที่ไม่รู้ว่าจะจำเรื่องราวในอดีตได้เมื่อไหร่ จึงต้องหาข้ออ้างหาเหตุผลมากมายในการพาไพลินติดตัวไปทำงานด้วยตลอดจนละเลยที่จะใส่ใจลูกชายเพียงคนเดียวที่นับวันยิ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จากเด็กขี้อายพูดน้อยอยู่แล้ว กลายเป็นเด็กที่ชอบเหม่อลอยและซ่อนตัวจากผู้คน ไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาพ่อหรือแม่ตัวเอง

ทุกอย่างดำเนินผ่านไปหลายปีจนกระทั่งถึงวันเกิดแทนในปีที่สิบสาม เด็กชายหายตัวไปจากบ้านพร้อมน้าสาวเกือบสามอาทิตย์ ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แต่สุดท้ายได้รับแจ้งข่าวจากโรงพยาบาลในจังหวัดติดทะเลว่า พบแทนนั่งร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าของโรงพยาบาลพร้อมร่างไร้วิญญาณที่เละไม่มีชิ้นดีของเบลที่พลัดตกจากดาดฟ้า คนที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดคือคุณหญิงรัศมีกับพัชชา

ส่วนทศพลกับไพลินที่ไปติดต่อทำสัญญาเปิดบริษัทใหม่ที่อเมริกาไม่เคยรับรู้ความจริง สิ่งที่คุณหญิงรัศมีบอกคือ เบลพาแทนฟ้าไปเที่ยวทะเลและเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต แทนจึงช็อกจนต้องพาไปพบจิตแพทย์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไพลินและทศพลพยายามจะชดเชยช่วงเวลาที่เคยสูญเสียไปให้ลูกชายแต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว แทนฟ้าที่เคยร้องไห้ขอตามพวกเขาไปทำงานไม่มีอีกแล้ว เหลือแต่ลูกชายที่เย็นชาตัดขาดความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว กลับมาจากโรงเรียนก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่เคยพูดคุยกับใครเกินความจำเป็น ใครเข้าใกล้ก็อาละวาดปาข้าวของใส่ตลอด ไพลินที่รู้สึกผิดกับการที่ไม่ได้ดูแลลูกมาหลายปีก็ยอมตามใจทุกอย่างที่แทนต้องการ แม้สิ่งที่ขอคือห้ามให้คนเป็นแม่อย่างเธอเข้าไปก้าวก่ายในชีวิตลูกชายก็ตาม

.

.

.

.

“ทะ...แทนฟ้า โฮ! ฮือ ๆ ลูกแม่” เมื่อคำบอกเล่าจบร่างของไพลินก็ล้มไปนั่งกองอยู่ที่พื้นอย่างหมดแรง น้ำตาหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เธอเจ็บปวดหัวใจยากที่จะหาคำใดมาเปรียบเทียบได้ ความจริงที่ได้ฟังมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน ลูกชายเธอต้องเจอกับความทรมานพวกนี้มาเนิ่นนาน แต่แม่อย่างเธอกลับไม่เคยรับรู้มาก่อน

“ป้าลินใจเย็น ๆ” ไวน์ลูบหลังเล็กที่สั่นสะท้านตามแรงสะอื้น พยายามพูดปลอบประโลมเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้จนหายใจผิดจังหวะ ร่างกายไพลินไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว หมอหน้าเด็กกลัวเธอจะเป็นลมล้มพับไปอีกคน

“ฉันเล่าให้คุณฟังหมดแล้ว...ที่เหลือก็อยู่ที่คุณ ว่าอยากจะแก้ไขมันอย่างไร” พัชชาพูดพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือแล้วเดินออกไปจากห้องเงียบๆ  

“เดี๋ยวก่อนคุณพัชชา” ทรรศพลที่เดินตามออกมาเอ่ยเรียกอีกฝ่ายไว้ก่อน

“มีอะไรคะ”

“ทำไมคุณไม่เล่าเรื่องตัวเองให้ฟังบ้างล่ะ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่อยู่ ๆ คุณก็โผล่เข้ามาในชีวิตของทุกคนแล้วรู้ไปหมดทุกเรื่องโดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเองเลยสักนิด” ทรรศพลถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มองทุกการกระทำของพัชชาเหมือนกับการจ้องจับผิด ทำเอาหญิงวัยกลางคนหัวเราะออกมากับความใส่ใจในรายละเอียดของทรรศพล

“แล้วเรื่องของฉันมันสำคัญด้วยหรือไงกัน”

“คนเราถ้าไม่มีแรงจูงใจมากพอคงไม่กล้าทนอยู่เป็นสิบ ๆ ปีกับสถานการณ์เสี่ยงตายตลอดเวลาแบบนี้หรอก”

“ใช่ ฉันอยู่เพราะมีเป้าหมาย” พัชชาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนพยักหน้ารับพร้อมยิ้มบางๆ ให้เหมือนทุกที แต่ทรรศพลกลับรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป ดวงตาที่นิ่งสงบตอนนี้กลับลุกโชยไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้น

“เป้าหมายของคุณคืออะไร”

“ทำให้แม่คุณทรรศย่อยยับไม่มีชิ้นดีเหมือนที่ทำไว้กับเบลไงคะ”

.

.

.

เป็นดังที่พัชชาต้องการ...

คุณหญิงรัศมีเปลี่ยนแปลงไปไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลยสักนิด ใบหน้าที่เคยอิ่มเอมสง่างามตอนนี้กลับซูบตอบลงไปมาก ดวงตาที่เคยหยิ่งผยองหมองคล้ำเหมือนคนที่ไม่ได้รับการพักผ่อน ผมเผ้าล้วนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

“ทศลูก ตาทศ” เสียงพึมพำร้องเรียกหาลูกชายดังขึ้นในห้องขังพิเศษ น้ำตาไหลซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา ความเศร้าความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเธอจนเจ็บเจียนตาย ลูกชายที่เปรียบดังแก้วตาดวงใจ ลูกที่เป็นทั้งชีวิตกลับต้องตายด้วยน้ำมือของเธอเอง

“กรี๊ด...พาฉันออกไปหาลูกเดี๋ยวนี้!! ปล่อยฉันออกไป!!!” หญิงแก่เบิกตากว้างเมื่อนึกถึงภาพลูกชายนอนจมกองเลือด เธอสติแตกอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจเต้นแรง มือทุบประตูตะโกนกรีดร้องสุดเสียงจนใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำตา

 “ตาทศ!! ฮือ” ผู้คุมขังส่ายหัวไปมาอย่างเบื่อหน่าย อีกเดี๋ยวคุณหญิงก็เงียบลงเอง เธอเป็นแบบนี้ตลอดตั้งแต่ถูกขังไว้ อาละวาดทุกสองสามชั่วโมง พอเหนื่อยก็กลับไปนั่งเหม่อลอยเงียบๆ มีแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ร้องเอะอะโวยวายใหม่ ผ่านไปไม่นานเสียงทุกอย่างก็เงียบลงพร้อมกับคนมาเยือนใหม่ที่ถือตะกร้าผลไม้มาด้วย

“เปิดห้องขังให้ฉันหน่อย” พัชชาแสดงบัตรพิเศษที่ได้มาจากตำรวจยศใหญ่ให้เจ้าหน้าที่ดู

“เข้าได้ไม่เกิน 5 นาทีนะครับ” เมื่อแจ้งรายละเอียดเสร็จเจ้าหน้าที่ผู้คุมขังก็หยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูเหล็กเดินนำพัชชาเข้าไปข้างในโดยยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่อาจคาดคิดได้

“เป็นยังไงบ้างละ...รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นไหมคะ” พัชชาวางตะกร้าผลไม้บนโต๊ะแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้คุณหญิงรัศมีที่นอนตะแคงข้างกับพื้นปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเรื่อย ๆ

“สิ่งที่คุณได้รับมันยังไม่สาสมกับที่คุณไปทำไว้กับคนอื่นเลยด้วยซ้ำ ใครบ้างที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ ใครบ้างที่เขาต้องรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งที่ไม่มีความผิดอะไรเลย!!!” ทั้งเบลทั้งแทน หรืออาจจะมีอีกหลายคนที่ต้องถูกทำร้ายจากหญิงแก่เลวทรามคนนี้

“แก ฮือ...แกต้องการอะไร” คุณหญิงรัศมีเงยหน้าขึ้นมามองพัชชาที่ยืนก้มหน้าจ้องตนด้วยสายตาเยือกเย็น

“คุณทำอะไรไว้กับเบลบ้างล่ะ”

“มันต่างหากที่ทำลูกฉันก่อน คนอย่างอีนั่นสมควรตายแล้ว! คนวิปริตอย่างแกเองก็น่าจะตายๆ ไปพร้อมกับมัน รักกันมากไม่ใช่เหรอ หึๆ” เสียงหัวเราะน่ารังเกียจจากหญิงแก่สร้างความไม่พอใจให้กับพัชชาเป็นอย่างมากแต่เธอรู้ว่าควรจัดการกับคนประเภทนี้อย่างไร จึงทำเพียงเหยียดยิ้มแล้วพูดในสิ่งที่จะทำให้คนตรงหน้าต้องบ้าคลั่งจนไม่สามารถต่อปากต่อคำกับเธอได้อีกเลย

“คนที่สมควรตายคือคุณต่างหาก ฆ่าลูกตัวเอง ฆ่าหลานตัวเองได้อย่างเลือดเย็น”

“หุบปาก! ไม่ ฉันไม่ได้ฆ่า ฮือ...ตาทศยังไม่ตาย ลูกฉันยังไม่ตาย ฮือ ๆ” อาการของคุณหญิงเหมือนกับแทนไม่มีผิด อาการของผู้ป่วยทางจิต หลายคนอาจไม่รู้แต่คุณหญิงรัศมีมีปัญหาเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เธอดีขึ้นจนคล้ายว่าจะหายเพราะเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องกับจิตแพทย์ แตกต่างจากแทนที่กินแต่ยาอย่างเดียวจึงมักควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ เรื่องนี้พัชชาใช้เวลาสืบอยู่เกือบสองปีกว่าจะรู้สาเหตุแท้จริงที่ทำให้คุณหญิงรัศมีเป็นโรคจิตเวช แม้เรื่องราวของคุณหญิงจะน่าสมเพชเวทนา แต่พัชชาก็ไม่มีความเห็นใจอยู่เลยสักนิดเพราะคนที่เลือกใช้วิธีโหดร้ายไประบายกับคนอื่นให้เหมือนกับที่ตัวเองพบมา มันก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจดีๆ นี่เอง

“คุณครับหมดเวลาแล้ว” เสียงเจ้าหน้าที่เรียกสติให้พัชชาหลุดออกจากภวังค์ เธอพยักหน้ารับโดยไม่ได้ละสายตาจากหญิงแก่ที่นอนกัดเล็บตัวเองจนเลือดออก สภาพย่ำแย่ตกต่ำไม่เหลือความเป็นผู้ดีดังเช่นเคย หากเป็นคนอื่นอาจจะใจดีนึกอโหสิกรรมให้แต่สำหรับเธอ...ไม่มีวัน!

“ถึงคุณจะตายไป ฉันก็ไม่มีวันยกโทษให้กับสิ่งที่คุณทำ” คนที่พรากเบลไปจากเธอ ไม่มีวันจะได้รับคำว่าให้อภัย!!


“พี่พัช”

“ว่าไง”

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลเบลมาตลอดนะ”

“พี่เต็มใจอยู่แล้วอย่าคิดมากเลย”

“เบลรักพี่มากนะ”

“...พี่ก็รัก” รักมากจนยอมได้ทุกอย่าง

“เบลขออะไรพี่เป็นอย่างสุดท้ายได้ไหม”

“ไม่พูดแบบนั้นสิ อยากขออะไรก็บอกมาเลย”

“พาเบลกลับบ้านหน่อย เบลคิดถึงบ้าน”

“ถ้าพี่ขอไม่ให้ไปละ” อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่รั้งอีกฝ่ายไว้ข้างกายตลอดไป

“...เบลก็จะไม่ไป”

“พี่ล้อเล่น ถ้าเบลคิดถึงบ้าน พี่จะพาไปเอง”

ถ้าตอนนั้นเธอรั้งเบลไม่ให้กลับไป ยอมเห็นแก่ตัวเก็บอีกฝ่ายไว้เพียงคนเดียว เบลอาจจะยังอยู่เคียงข้างเธอเหมือนหกปีที่อยู่ด้วยกันมา หากเธอกล้าพอที่จะเปิดเผยความในใจ มอบความรักที่มีทั้งหมดให้เบลได้รับรู้ เธออาจไม่ต้องเสียเบลไปตลอดกาลอย่างนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะทำทุกวิถีทางให้คนที่เธอรักไม่กลับไปอยู่ในวังวนพวกนั้น แต่ต่อให้คิดมากมายขนาดไหน พัชชาก็รู้ตัวว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว มันไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว เบลจากเธอไปตลอดกาล เหลือไว้แต่ความทรมานที่ทำร้ายจิตใจให้เจ็บช้ำมาจนถึงทุกวันนี้

“รัก...พี่รักเบล รักเสมอมาและรักตลอดไป” มือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่มีภาพหญิงสาวสองคนยืนยิ้มเคียงข้างกัน มุมขวามีข้อความเขียนด้วยปากกาสีดำไว้หนึ่งประโยค

พี่คือแสงสว่างที่ไม่อาจครอบครอง

เธอไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเบลเป็นคนแบบไหน มีความคิดอย่างไร เพราะคนที่ยิ้มสดใสเมื่ออยู่กับเธอคือคนเดียวกันที่ทำเรื่องโหดร้ายกับแทน เธอไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงหรือไม่จริงกันแน่ แต่หญิงสาวที่เธอช่วยจากการถูกทำร้ายปางตายคนนั้น คือคนเดียวที่เธอรัก เป็นคนที่ทั้งชีวิตก็ไม่อาจหาใครมาแทนที่ได้ เพราะแบบนี้ถึงแค้นมากที่ถูกพรากคนที่แสนรักไป คนที่มันทำร้ายเบลจนฆ่าตัวตายเธอไม่มีวันให้อภัย!! จนกว่าจะถึงวันที่มันหายไปจากโลกใบนี้ เธอให้สัญญาว่าจะทำให้มันทรมานเจียนตายทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมา!!

TBC.

ความคิดเห็น