หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 48 กระเทียมไร้เทียมทาน (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 กระเทียมไร้เทียมทาน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 44

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 กระเทียมไร้เทียมทาน (2)
แบบอักษร

อาชีพผู้เล่นเกม เมื่อใครๆ ได้ฟังก็คงอยากรีบจะพุ่งเข้าไปทำงาน ที่สามารถเอาเกมมาเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง ได้ทั้งชื่อเสียงและความร่ำรวย ใครบ้างละที่ไม่คิด?

ในปี 2055 มันกลายมาเป็นอาชีพที่สังคมยอมรับกันอย่างกว้างขวางในยุคนี้ ผู้เล่นสุดยอดในสายอาชีพนี้จะเทียบได้กับนักกีฬาที่ทรงอิทธิพล

อายุของอาชีพผู้เล่นอยู่ระหว่างสิบสี่จนถึงสามสิบห้า แน่นอนว่า ยอดฝีมือที่มีอายุน้อยก็มีอยู่เช่นกัน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านอายุการเข้าเล่นเกมทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมเล่นได้

โดยปกติ ผู้เล่นมืออาชีพจะแบ่งออกเป็นสองประเภทง่ายๆ อย่างแรกคือผู้เล่นระดับดาว อีกอย่างคือผู้เล่นระดับปกฟ้า

ผู้เล่นระดับดาวจะเกษียณอายุตัวเองอายุราวๆ สามสิบ พวกเขาอาจจะเปลี่ยนมาเป็นมืออาชีพเลย หรือเลือกเส้นทางที่สอง คือเตรียมตัวในการเปิดสตูดิโอ หรือเปลี่ยนไปทำงานในตำแหน่งอื่นๆ ในสายเกม เช่น การลงความเห็น การตัดสินใจ การก่อตั้งกลุ่ม เป็นต้น หรือทำอะไรที่ทำให้มีรายได้มากขึ้น นั่นก็คือการเป็นเจ้าของซะเอง

ทุกคนที่เข้าสู่วงการนี้ต้องการเป็นผู้เล่นระดับดาวด้วยกันทั้งนั้น หลายต่อหลายคนเข้ามาในสายงานนี้ตั้งแต่เรียนจบมัธยมศึกษา แล้วทำต่อเนื่องจนอายุสามสิบปี แล้วท้ายที่สุดก็หาทางออกทางสังคม มันถือเป็นการเดิมพันกับชีวิตอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ มีเพียงตัวของพวกเขาเท่านั้นที่รู้คำตอบดีที่สุด ส่วนผู้เล่นที่ไม่อยู่ในระดับดาว ก็จะถือว่าเป็นผู้เล่นระดับปกฟ้า จริงๆ แล้วพวกเขาต่างหากที่ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งในสายอาชีพนี้ หากไม่ได้การสนับสนุนจากพวกเขา งานในสตูดิโอทั้งหมดคงไม่สามารถดำเนินไปได้ ขนาดผู้เล่นระดับดาวยังต้องใช้พวกเขาเป็นโล่ให้

แต่เรื่องที่น่าหดหู่ที่สุดในสายงานนี้ นั่นก็คือ ความโหดร้ายในการแข่งขัน

ไม่ว่าจะเป็นเกมตัวใดก็ตามที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียง จะต้องมีการ “เผชิญหน้า” ด้วยกันทั้งนั้น หากในเกมนั้นๆ ไม่มีผู้เล่นสองคนหรือสองฝ่ายต่อสู้กันเพื่อแสดงศักยภาพออกมาแล้วละก็ เกมๆ นั้นก็จะไม่สามารถดึงดูดเหล่าสตูดิโอเกมทั้งหลายให้มาเข้าร่วมได้ จะดึงดูดได้แค่กลุ่มผู้ที่ค่อนข้างจำกัด

สำหรับเกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นเข้าเล่นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จะมาในแบบการแข่งขันหรือไม่ไม่สำคัญ ต่อให้เป็นแค่การตีมอนสเตอร์อัพเวล ก็มี PK ไว้เพื่อตัดสินแพ้ชนะอยู่แล้ว

ในสายอาชีพนักเล่นเกมสิ่งที่สามารถตัดสินมูลค่าของตัวผู้เล่นมีเพียงคำง่ายๆ คำเดียวเท่านั้น นั่นก็คือคำว่า ------ ชนะ

แต่น่าเสียดาย บนโลกใบนี้มีแสงสว่างเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่มีแม่ทัพที่ไม่เคยพ่ายศึก และไม่มีใครสามารถชนะไปได้ตลอด

ด้วยเหตุผลของอายุที่เพิ่มมากขึ้น สถานการณ์แข่งขันที่ขึ้นๆ ลงๆ ความนิยมของเกมที่ลดลง เป็นต้น ...... ทำให้เหล่าผู้เล่นที่ถูกขนานนามว่า “เทพ” ทั้งหลาย ค่อยๆ ถูกลบเลือนและอยู่นอกสายตา คนที่ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดแล้วเกษียณตัวเองออกมานั้น มีนับไม่ถ้วนเลย

หากยิ่งเป็นสตูดิโอเกมที่อยู่ในระดับสูง การแข่งขันก็จะยิ่งโหดร้ายมากขึ้นไปตามๆ กัน พวกเขาต้องการวัยรุ่นสายเลือดใหม่ๆ ตลอดเวลา ...... ต้องการกลุ่มผู้เล่นที่จะมาคงสถานะความเป็นที่สุดของพวกเขาได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องมีใจรักการต่อสู้และเป็นผู้ที่กล้าได้กล้าเสีย ...... ซึ่งเป็นคนที่สามารถดึงเหล่าบรรดาเทพลงมาจากตำแหน่งได้ตลอดเวลา

พูดง่ายๆ ก็คือ ------ เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในความทะเยอทะยานมาแต่กำเนิด ตัวอย่างเช่น ...... กลืนเสี้ยววิญญาณ

ในสวนสนุกสยองขวัญสตูดิโอจื้อสวี่ได้ส่งทีมผู้เล่นเข้าร่วมทั้งหมดสี่ชุด ชุดละสิบคน แต่ละชุดจะมีผู้เล่นระดับดาวสองคน ที่เหลือก็จะเป็นนักสำรวจทรัพยากร และผู้เล่นอาวุโสระดับปกฟ้า

ส่วนกลืนเสี้ยววิญญาณนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกชุดที่สี่ ------ ซึ่งเป็นผู้เล่นใหม่ที่มีอายุไม่ถึงยี่สิบปี

สตูดิโอจื้อสวี่คาดหวังในตัวเขาค่อนข้างสูง ดังนั้นเขาจึงถูกจัดให้เข้าไปอยู่ในทีมผู้เล่นเซ็ตแรกที่ถูกส่งเข้าไปเล่นในสวนสนุกสยองขวัญ หัวหน้าทีมไม่มีการมอบหมายงานอะไรให้เขาเป็นพิเศษ เขาแค่เข้าไปเล่นตามอารมณ์ได้เลย ใครจะคิดว่าครั้งแรกที่เขาเข้าไปเล่นในโหมดสังหาร ก็ได้พบกับทีมสามคนที่มีผู้ไร้ความหวาดกลัวเป็นหัวหน้าทีม แล้วยังไม่รู้จักกาลเทศะสังหารผู้อาวุโสทั้งหมด ...... พูดง่ายๆ คือ เขาจงใจทำเรื่องที่ตามใจตัวเองมากเกินไป ซึ่งก็สมควรแล้วที่จะถูกหัวหน้าสั่ง “พักงาน”

แน่นอนว่า ผู้ไร้ความหวาดกลัวก็ไม่ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ “แข็งแกร่ง” มากนัก ในบรรดาผู้เล่นระดับดาวของสตูดิโอจื้อสวี่ ไม่ว่าจะเป็นแต้มสะสมหรือระดับชื่อเสียง ก็ไม่อยู่ในสิบอันดับแรกด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการอัพเลเวลจนถึงเลเวลยี่สิบในเกมช่วง CBT แต่มันยังห่างไกลความสามารถจริงๆ ภายในสตูดิโอ

ทีมทั้งสี่ชุดนี้ ถือได้ว่าเป็น “ทีมไร้ความหมาย” ทีมผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดของสตูดิโอ พวกเขาแค่มาลงทะเบียน แล้วตั้งค่าชื่อเรียก แล้วก็ไม่ได้ออนอีกเลย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ...... เหล่ายอดฝีมือที่แท้จริงจะไม่มีการส่งเข้าไปเล่นในช่วงเวลานี้ เหล่าบรรดาสตูดิโอชั้นสูงต่างมีนโยบายแต่แรกอยู่แล้ว พวกเขาเฝ้าดูอยู่ อย่างน้อยๆ ก็รอจนบริษัทเมิ่งเปิดระบบเป็นทางการเริ่มปล่อยให้แลกเหรียญและเก็บค่าบริการแล้ว ค่อยส่งผู้เล่นสูงสุดเข้าไปเล่น

พูดมามากมายขนาดนี้ ทุกท่านคงจะเริ่มงงแล้วใช่ไหมว่า ทำไมถึงลากอะไรมายืดยาวขนาดนี้? เฟิงปู้เจวี๋ยละ? ด่านในเมืองนูก้าละ?

รอผมใช้สักสามย่อหน้านะ จะดึงเนื้อเรื่องกลับมา

เมื่อพูดถึงสตูดิโอเกม ในด่านคราวนี้ของเฟิงปู้เจวี๋ยก็มีสมาชิกของสตูดิโอรวมอยู่

แต่ว่าพวกเขาไม่ใช่พนักงานภายใต้สตูดิโอที่ใหญ่ระดับจื้อสวี่ พวกเขาเป็นบุคคลที่ผมเอ่ยมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นพวกเจ้าของ พวกนักบัญชีฟรีแลนซ์ พวกผู้เล่นฟรีแลนซ์ ......

เขาคือ [คุณชายอาโตเบะ]

ทุกคนคงเดาออกแล้วใช่ไหม ใช่ สตูดิโอของพวกเขามีชื่อว่า “เฮียวเท”

ในชีวิตจริงคุณชายอาโตเบะอายุยี่สิบสามปี เพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว พ่อเปิดโรงงาน ทางบ้านก็ถือว่ามีฐานะบ้างเล็กน้อย สามารถทำให้เขาสร้าง ...... เอาเป็นว่าต้นทุนของสตูดิโอเกมก็ไม่ได้สูงมากนัก เช่นที่สักที่หนึ่ง ซื้อเครื่องเกมมาสักสองสามเครื่อง ส่วนการลงทุนในบุคลากรก็ไม่ได้สูงมาก พนักงานส่วนมากก็เพื่อนสมัยเรียนของเขาทั้งนั้น

ปัจจุบันคุณชายอาโตเบะมีพนักงานแค่สองสามคนเท่านั้น คนแรกก็ก็คือคนที่อยู่ในด่านเดียวกับเขาตอนนี้ที่ใช้ชื่อว่า [ชื่อตั้งยากจัง] นอกจากนี้อีกสองคนชื่อ [ชื่อตั้งยากจริงๆ นะ] และ [ตั้งชื่อยากจัง] ถึงแม้คุณชายอาโตเบะจะเคยบอกให้พวกเขาใช้ชื่อแนว คาบาจิ โอชิทาริ แต่ก็ถูกปฏิเสธไปอย่างไร้เยื่อใย เมื่อเขาเอาเงินเดือนมาข่มขู่ ก็ถูก*อารูบาทันที

สตูดิโอของพวกเขาก็รู้ดีว่าจะต้องทำงานเปลี่ยนกะ ดังนั้นจึงแบ่งการเข้าเล่นเกมเป็นสองทีม ตอนนี้อีกสองคนที่เหลือที่รอเวลาเข้าเกมก็ไปนั่งกินรอบดึกอยู่ด้านนอก

รูปลักษณ์ในเกมของคุณชายอาโตเบะเป็นชายหนุ่มรูปงามดูสะอาดตา ร่างกายผอม ซึ่งไม่ต่างจากตัวจริงมากนัก ...... แค่หน้าตาปรับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเท่านั้น

ส่วนชื่อตั้งยากจังจะเตี้ยกว่าคุณชายอาโตเบะเล็กน้อย รูปลักษณ์ของคนๆ นี้ก็เหมือนกับชื่อของเขานั่นแหละให้ความรู้สึกแปลกๆ งง เขาไม่แก้ให้ตัวเองดูหล่อเหลา แถมยังแต่งภาพให้ดูหัวโล้น

ฉายาของคุณชายอาโตเบะเป็นชื่อที่ดูเยาะเย้ยอย่างร้ายกาจมากในเกม ชื่อ [นักดาบคนหนึ่ง] ส่วนอาวุธที่เขาใช้ก็เป็นดาบจีนใหญ่เล่มหนึ่ง ดูไปแล้วเหมือนอาวุธในหนังจีนกำลังภายในที่ใช้กันทั่วไป คุณภาพทั่วไป ไม่มีประสิทธิผลพิเศษอะไร แต่ก็ยังถือว่าเป็นอาวุธที่เป็นอาวุธจริงๆ

ฉายาเช่นคุณชายอาโตเบะนั้นปกติจะค่อนข้างแตกต่าง ส่วนฉายาชื่อตั้งยากจังดูจะค่อนข้างสูงส่งมาก สี่คำ ------ [แข็งนอกในกลวง] หัวโล้นๆ กับเลเวลที่เขาเล่นได้มันช่างดูขัดแย้งกัน เพราะผู้เล่นท่านนี้แม้แต่อาวุธสักชิ้นก็ไม่มีเลย ในกระเป๋ามีเพียงไม้เบสบอลสองท่อนและท่อเหล็กสนิมเกาะหนึ่งชิ้นเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปเขาเก็บมาจากไหน ……

ถือได้ว่าพวกเขานั้นโชคดีมาก ทั้งสองตกลงมาอยู่ในเมืองที่มีบริเวณห่างกันไม่มากนัก ดังนั้นก็เลยได้พบกันเร็วมาก

ดูๆ ไปแล้วทั้งสองคนนี้ดูไม่ค่อยจะพึ่งพาได้สักเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้ว หากไม่เข้าใจในสายเกม คงไม่เปิดสตูดิโอเกมหรอกจริงไหม ดังนั้น คุณชายอาโตเบะจึงตัดสินใจ ไม่รับภารกิจ แล้วไปหาร้านขายปืนหาอาวุธให้ตัวเองก่อน

จากสภาพของเมือง เดาได้ว่าด่านนี้กำหนดพื้นที่ไว้ที่อเมริกาแน่นอน ดังนั้น เกินกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นในเมืองมีร้านขายปืนแน่นอน ถึงแม้ในร้านขายปืนจะไม่ได้มีอาวุธอะไรหนักอะไรที่ทำให้ตกใจ แต่ปืนมาตรฐาน ปืนลูกซอง ปืนยาว หรือ แม้แต่กระสุน ทั้งหมดล้วนแต่มีค่ามาก

ทั้งสองเดินไปตรงขึ้นไปข้างหน้า บนถนนจะเจอมนุษย์หมาป่าผีดิบบ้างสองถึงสามตัวเป็นระยะ แต่ท่าทางการข่มขู่ของเจ้าพวกนี้มันน้อยมาก หากไม่อยากจะเผชิญหน้าก็แค่เดินอ้อมไปเท่านั้น หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็แค่ทุบส่วนหัวไปสักทีหนึ่งก็เรียบร้อยแล้ว ต่อให้อยู่ในขอบเขตของการกัดของพวกมัน การเคลื่อนไหวของพวกมันก็ช้าซะเหลือเกิน แต่สิ่งที่ต้องระวังให้มากนั้นก็คือ อย่าให้ถูกมอนสเตอร์สามตัวล้อมพร้อมกันในเวลาอันสั้น เพราะมันจะทำให้จัดการยากมากขึ้นนั้นเอง

หลังจากผ่านไปสองเส้นถนน คุณชายอาโตเบะก็เข้าไปยังตู้โทรศัพท์ เขาหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ไม่มีสัญญาณ ในความเป็นจริงต่อให้มีสัญญาณ เขาก็ไม่รู้ว่าจะโทรหาใครอยู่ดี โทร 911 เหรอ? แต่เป้าหมายในการเข้ามาในตู้โทรศัพท์เพราะเขาต้องการค้นสมุดโทรศัพท์ เขาตรวจดูอยู่สามถึงห้านาที ในที่สุดคุณชายอาโตเบะก็ค้นเบอร์และที่อยู่ของร้านขายปืนจนพบ เขาและชื่อตั้งยากจัง (ผมตัดสินใจว่าต่อไปผมจะเรียกเขาว่าเสี่ยวหมิง) ก็รีบเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว

เดินไปราวสิบนาที พวกเขาก็เข้าใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ แต่กลับพบความผิดปกติ

บนถนนพบซากศพของเจอมนุษย์หมาป่าผีดิบราวสามสิบตัว แล้วในส่วนหัวก็ถูกทุบจนเละทุกตัว นอนเรียงรายไปตลอดทางจนถึงร้านขายปืน

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า บริเวณหน้าร้าน ถนนอยู่เกาะกลาง มีถังน้ำขนาดใหญ่สกรีนแบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่ “เกเตอเรด” ไว้ ภายในบรรจุสารเหลวสีแดงเต็มไปหมด ด้านข้างมีถุงเลือดเปล่าตกอยู่เกลื่อนพื้นไปหมด กลิ่นสาบคาวเลือดขนาดนี้แม้แต่จมูกมนุษย์ก็สามารถได้กลิ่นแม้จะอยู่ไกลจากตรงนี้

ลำโพงขนาดใหญ่วางอยู่ข้าง “ถังเลือด” เปิดดนตรีทำนอง “มาร์ชมาทาดอร์” จากร่องรอยบนพื้น น่าจะถูกลากมาจากด้านหน้าร้านขายลำโพง กล่องไฟฟ้าตรงถนนถูกทำลาย ด้านในดูไม่ค่อยชัดเท่าไร แต่ว่าสายไฟมันโผล่ออกมาเต็มไปหมด ……

“เกิดอะไรขึ้น” เสี่ยวหมิงถาม

คุณชายอาโตเบะก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าเขายังไม่ทันได้คำตอบอะไร กลับเห็นมนุษย์หมาป่าผีดิบตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากหลังถังเลือด

หลังจากนั้น ก็เห็นชายคนหนึ่งซึ่งร่างกายอาบไปด้วยเลือดวิ่งตามออกมาจากตรงนั้น มือหนึ่งใช้มีดอันแหลมคม อีกมือหนึ่งถือคีมหนีบ บริเวณไหล่แขวนพวงกระเทียมคาดบ่าทั้งสองข้างไว้พวงใหญ่ “พวงกระเทียม” คาดบ่าไว้เป็นรูปตัว X ก็ถูกอาบไปด้วยเลือดสีแดงเช่นกัน

เขาเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีมาร์ชมาทาดอร์ กระโดดโลดเต้นราวกับมี “วิชาตัวเบา” ในปากยังก็อมอะไรก็ไม่รู้สีขาวๆ ราวกับหมากฝรั่งเอาไว้ ...... เขาทะยานพุ่งกดทับมนุษย์หมาป่าผีดิบ แล้วก็เฉาะกะโหลกเจ้ามนุษย์หมาป่าผีดิบจนแตกกระจาย ของเหลวพุ่งกระฉูดออกมา

หลังจากที่เขากำจัดมอนสเตอร์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เหมือนจะสังเกตเห็นอะไรสักอย่าง เขายืดตัวขึ้น หันหลังกลับาดู เขาก็เห็นคุณชายอาโตเบะและเสี่ยวหมิงยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ด้านหลัง

“หนีเร็ว!” หลังจากที่พวกเขาสบตากับเฟิงปู้เจวี๋ยราวสองวินาที ก็พร้อมใจกันตะโกนออกมาแล้วหันหลังวิ่งหนีไป

เฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา วิ่งตามไปทันที จริงๆ เขาก็อยากจะตะโกนออกไปว่า : “พวกนายวิ่งหนีกันทำไม? ฉันก็เป็นผู้เล่นเหมือนพวกนายนั่นแหละ!” แต่ในปากของเขาอมกระเทียมเอาไว้อยู่ เลยไม่สะดวกที่จะพูด

อีกด้านหนึ่ง เหมือนเห็นคนที่มีรูปร่างเล็กๆ วิ่งตามมาติดๆ ค่าความสยองของผู้เล่นก็ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง เขาวิ่งไปพร้อมทั้งพูดกับคุณชายอาโตเบะว่า : “ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ ...... ถ้าเจ้านี่ตามมาทันเราไม่รอดแน่ ความผิดนายคนเดียวเลย! หาเรื่องจะมาหาร้านขายปืนอะไรก็ไม่รู้ เห็นไหมเนี่ยหน้าร้านขายปืนเซ็ต BOSS เล็กไว้ตัวหนึ่งเลยเนี่ย!”

“ฉันคิดไว้แล้วเชียว ! รวดเร็วทันใจเลยจริงๆ!” เสี่ยวหมิงบ่นอุบ

เฟิงปู้เจวี๋ยที่ห่างออกไปราวยี่สิบเมตรได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกันชัดเจน เขาคิดในใจว่า : ไร้สาระ ฉันมี [แจ๊สแดนช์] พวกนายจะมาแข่งกับฉันได้ไงกันเล่า?

ใครจะคิด ในตอนนั้นเอง ทั้งสองคนด้านหน้ากับพร้อมกันพูดออกมาว่า : “แยกกันเร็ว!”

ด้านหน้าเป็นสี่แยกไฟแดง พวกเขาวิ่งไปซ้ายคนขวาคน วิ่งกันไปคนละทาง

เฟิงปู้เจวี๋ยตะลึงแล้วพูดในใจว่า : สองคนนี้ก็มีกลยุทธ์ไม่เลวเลย

เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็เลี้ยวตามไปทางด้านซ้าย

ซึ่งทางนั้นเป็นคุณชายอาโตเบะที่วิ่งไป ……

“แย่แล้ว ...... ไม่ได้ทำให้มันได้ใช้เวลาคิดเลยเหรอเนี่ย” คุณชายอาโตเบะบ่นพึมพำ “ปล่อยเป้าหมายหัวโล้นเปล่งแสงไป แล้วพุ่งมาหาฉันเนี่ยนะ ความหล่อของฉันมันกำลังจะฆ่าฉันแล้วเนี่ย”

สายตาที่เห็นเฟิงปู้เจวี๋ยวิ่งตามมาติดๆ ค่าความสยองของคุณชายอาโตเบะก็พลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ว่าเขาต้องโดนจับแล้วแน่ๆ ถ้าจะต้องถูกลอบโจมตีจากทางด้านหลังจาก BOSS ก็ไม่สู้ถูกโจมตีทางด้านหน้า

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดวิ่ง หยิบดาบจีนขึ้นมา กวาดไปด้านข้างใส่เฟิงปู้เจวี๋ยที่กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

“เอ๋?” เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยพุ่งมาตรงหน้าของเขา คุณชายอาโตเบะกลับพบว่า ดาบในมือของเขามันขยับไม่ได้ การกระทำของเขาถูกระบบยับยั้งไว้

เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยมาอยู่ตรงหน้าเขา เขาหยุดวิ่ง แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองไปทางเขา แล้วพูดแบบขาดห้วงว่า : “ฉัน ...... แฮ่ก ...... หู้ว ...... ฉัน ....... เป็น ....... คน ......หา ...... คนกันเองนะ! นาย ...... [ปิ๊บ ------] !”

คำว่า “ปัญญาอ่อน” สองคำถูกระบบตัดเสียงออกไป ตามหลักแล้วเฟิงปู้เจวี๋ยไม่สามารถพูดคำพวกนี้ออกมาได้ตามความเป็นจริง แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะออกมาเบาๆ ได้ แสดงว่าในขณะที่เขาพูดนั้นไม่ได้มีความหมายในเชิงดูถูกเหยียดหยาม แต่แค่สบถออกมาเฉยๆ

“ห้ะ?” คุณชายอาโตเบะทรุดตัวลงไปกับพื้น สีหน้าซีดเซียว ปากสั่นเล็กน้อย “เหอะ ...... เหอะ ...... ขอ ...... ขอโทษ” คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดขอโทษออกมา


*อารูบา เป็นวิธีการแกล้งกันวิธีหนึ่งโดยหามคนที่ต้องการจะแกล้งแล้วเอาหว่างขาของอีกฝ่ายพุ่งชนกับเสาหรือต้นไม้ แบบที่เราชอบเห็นกันในรายการวาไรตี้ต่างๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น