chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2561 23:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22
แบบอักษร

ตอนที่ 22

เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งโกดัง กระสุนจากทั่วสารทิศพุ่งเจาะทะลุร่างลูกน้องของคุณหญิงรัศมีอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดกระเซ็นออกจากตัวพวกมันจนเจิ่งนองเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ บนพื้นปูนที่สร้างขึ้นไม่สม่ำเสมอ

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมการ์ดยืนเรียงรายกันเต็มพื้นที่ทั้งในและนอกโกดัง เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีแต่สิ่งที่ทำให้หญิงสูงวัยเบิกตากว้างตกใจจนแทบลืมหายใจก็คือ...

“ตาทศ!!”

ร่างของทศพลที่ทรุดล้มลงกับพื้นหลังวิ่งเอาตัวรับกระสุนแทนลูกชาย แทนชะงักนิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกปืน มองร่างคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าพ่อนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าตน

“กรี้ดดดดดด ไม่!! โฮ..ตาทศลูก” คุณหญิงกรีดร้องแทบขาดใจวิ่งเข้าไปโอบกอดลูกชายคนโตไว้ในอ้อมแขน น้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายเสียงสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าไปตรวจดูสภาพศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นและบางส่วนเข้าไปจับคุณหญิงแยกออกจากตัวทศพล พัชชาเองก็วิ่งนำทีมแพทย์เข้ามาดูแลครูซและทศพลด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

แม้ในใจจะสั่นไหวกับเหตุการณ์ตรงหน้าแต่แทนก็ทำเป็นไม่ใส่ใจนัก ชายหนุ่มเพียงก้มหน้าลงโอบอุ้มครูซที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นเดินไปวางลงบนเปลที่ทีมแพทย์แบกมาให้อย่างเบามือ แต่ในขณะที่แทนกำลังจะก้าวเท้าตามไปก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้เขาตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที

“ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น!”

ราวกับเวลารอบตัวหยุดหมุนลง สมองมันด้านชาไปหมด แขนขาเหมือนถูกโซ่เส้นหนามาล่ามเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้ ถึงจะรู้สึกเกลียดคนคน นี้ขนาดไหน แต่ภายในใจลึก ๆ แล้ว แทนก็ไม่เคยอยากให้อีกฝ่ายตายเลยสักครั้ง

ไม่เคยต้องการให้พ่อจากไปแบบนี้...

ชายหนุ่มก้มมองมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยมาตามสายลม ภาพความวุ่นวายที่วิ่งผ่านตัวไปมาเป็นเครื่องกระตุ้นให้เขาบ้าคลั่ง ภายในหัวมันแปรปรวนไปหมด ดวงตาสีนิลสั่นระริก ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว

ครูซบาดเจ็บนอนไม่ได้สติ...

พ่อที่แสนเกลียดตาย

เสียงกรีดร้องแทบขาดใจของหญิงแก่...

ทุก ๆ อย่างทำให้แทนสติขาดผึง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองจับจ้องไปยังคุณหญิงที่นั่งร้องไห้พยายามคลานเข่าเข้าไปหาทศพล *ใบหน้าแสนเจ็บปวดทรมานของมันยังไม่เพียงพอ มันต้องมากกว่านั้น!* แทนเดินหน้านิ่งเข้าไปกระชากผมหญิงสูงวัยอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มกลิ้งไปกับพื้น

"โอ๊ย!!"

“คุณแทนอย่าค่ะ” พัชชาที่กำลังนั่งดูอาการของทศพลอยู่ร้องห้ามออกมาด้วยความตกใจ

เพี๊ยะ

“กูเกลียดมึง มึงทำลายชีวิตกู กูเกลียดมึง!!” แทนระบายความโกรธแค้นด้วยการตบหน้าคุณหญิงเต็มแรงแล้วตรงเข้าไปบีบคออีกฝ่ายสุดแรงเกิด บีบจนคนเป็นย่าหน้าเขียวตาเหลือก ดิ้นไปดิ้นมาอย่างทุรนทุราย แม้จะรังเกียจและรู้สึกขยะแขยงเนื้อตัวของอีกฝ่ายแค่ไหน แต่ความโกรธแค้นในใจมีมากกว่าจนแทนเลือกที่จะปลดปล่อยมันด้วยการบีบรัดคอให้มันตายคามือ

“ปล่อยก่อนครับคุณแทน!!” ตำรวจสามนายช่วยกันดึงรั้งอยู่นานกว่าจะทำให้แทนปล่อยมือออกจากคอของคุณหญิงรัศมีได้ 

“ค่อก อึก แค่ก ๆ” คุณหญิงนอนชักตัวกระตุกกุมคอไอกับพื้นอย่างหมดสภาพ เธอเกือบหมดลมหายใจเฮือกสุดท้ายไปเสียแล้วหากแทนปล่อยช้ากว่านี้ ​เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นเธอก็รีบตะเกียกตะกายตัวคลานถอยห่างจากร่างสูงซึ่งจ้องมองมาด้วยสายตาดุดันเหมือนสัตว์ป่าที่พร้อมพุ่งขย้ำเหยื่ออยู่ตลอดเวลา

“ปล่อยกู!! กูจะฆ่ามันๆ อ๊ากกกก” แทนตวาดลั่นสะบัดแขนให้หลุดจากการดึงรั้ง ดวงตาสีนิลยังคงจับจ้องใบหน้าของนังปีศาจร้ายที่พรากความสุขของชีวิตเขาไปหลายต่อหลายครั้ง

“กูจะทำให้มึงหมดสิ้นทุกอย่าง ให้มึงไม่เหลืออะไรเหมือนที่ทำไว้กับกู!!!” แทนพูดลอดไรฟันด้วยเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาสีนิลแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้น พยายามกระชากตัวให้หลุดจากการดึงรั้งของตำรวจสามนาย คุณหญิงนอนน้ำตาไหลหอบหายใจเหนื่อยอ่อน เธอได้แต่มองใบหน้าของหลานชายโดยไม่มีกะจิตกะใจจะตอบอะไรกลับไปเพราะภายในหัวของเธอตอนนี้มีเพียงลูกชายคนโตที่ถูกปั๊มหัวใจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน    

“หมอไวน์!” พัชชาเรียกหมอร่างเล็กที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโกดังด้วยความดีใจ เธอโทรหาหมอหน้าเด็กให้มาช่วยตั้งนานแล้วแต่อีกฝ่ายติดผ่าตัดใหญ่อยู่ทำให้มาถึงล่าช้า

“จับล็อกไว้กับพื้นเลย!” ไวน์ตะโกนสั่งคนที่อยู่รอบตัวให้มาช่วยหยุดแทนที่ดิ้นหนีอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้โดยไม่สนใจสักนิดว่าคนคนนั้นเป็นใคร สายตาดุดันมองทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวเป็นศัตรูไปหมด 

“อ๊ากกกกกก!!!” ทั้งตำรวจและการ์ดหลายนายช่วยกันจับแขนและขาแทนกดล็อกไว้กับพื้นเพื่อไม่ให้ร่างสูงออกแรงพยศได้ 

“พี่ใจเย็นดิวะ!” ไวน์นั่งชันเข่าข้างร่างสูงด้วยสีหน้ากังวลใจ มือเรียวเล็กรีบเปิดกล่องหยิบเข็มออกมา ดูดยาจากขวดแก้วเล็กจนเต็มก่อนกดฉีดปลายแหลมของเข็มลงบนต้นแขนซ้ายของแทนอย่างชำนาญ ร่างสูงที่ดิ้นอย่างบ้าคลั่งค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ ก่อนหมดสติไปด้วยฤทธิ์ยา

.

.

.

.

ปวด

ปวดร้าวไปทั้งตัว

ครูซขยับเปลือกตาขึ้นเมื่อรู้สึกตัว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงเล็กน้อยเพราะยังไม่ชินกับแสงสว่างที่ส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาภายในห้อง ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นรู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวแต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความหนักอึ้งที่มือขวา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่มาจากอาการบาดเจ็บแต่มันหนักชาคล้ายถูกอะไรบางอย่างกดทับเอาไว้เป็นเวลานาน

ครูซเหลือบตาไปมองความอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่บนมือของตนด้วยความสงสัย

กลุ่มผมสีดำสนิทแสนคุ้นตานอนแนบใบหน้าเข้ากับมือเขา ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวยังคงหลับสนิทอยู่ ครูซกะพริบตาถี่ๆ เพื่อคิดทบทวนเรื่องราวก่อนลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่ออีกฝ่ายดูปกติดี ไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างที่กังวล เพราะภาพสุดท้ายที่ชายหนุ่มจำได้คือกระบอกปืนนับสิบจ่อยิงมายังคนหน้านิ่ง ตอนนั้นเขาทั้งหวาดกลัวและตึงเครียด แต่สมองกลับรู้สึกมึนเบลอจนไม่อาจฝืนร่างกายให้ประคองสติอยู่ได้ ทุกอย่างดับวูบเหมือนถูกดึงลงไปใต้ก้นทะเลลึกที่ดำมืด ถ้าหากฟื้นขึ้นมาแล้วเขาไม่พบแทนนอนอยู่ข้างกายแบบนี้ เขาคงจะสติแตกไม่น้อย

ใบหน้าของแทนดูอิดโรย ใต้ดวงตาเป็นสีดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด รอยขีดข่วนมีให้เห็นตามแก้มและซอกคอ ทั้งรอยเก่ารอยใหม่แต่ที่ทำให้คนมองใจกระตุกก็คือมือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยคราบเลือดซึ่งไม่ต้องให้ใครบอก ครูซก็รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าตัวทำเอง เพราะมันมีแต่รอยเล็บจิกฝังลึกลงบนผิว ไหนจะรอยฟันที่ขบกัดจนเป็นรูปชัดเจน ระหว่างที่เขาหมดสติไป คนหน้านิ่งต้องทนอยู่ในสภาวะเครียดและกดดันขนาดไหนกัน ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกสงสาร ครูซยกมืออีกข้างลูบบนกลุ่มผมนิ่มก่อนไล้ลงลูบใบหน้าอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นแทนตัวสั่นผวาเหมือนฝันร้าย ชายหนุ่มนอนมองอีกฝ่ายพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มารู้ตัวอีกทีแสงแดดที่เคยส่องผ่านเข้ามาภายในห้องเริ่มอ่อนแสงลง และลำคอของเขาก็ร้อนผ่าวราวกับทะเลทรายที่ขาดน้ำเช่นกัน

“คะ..ค่อก คุณทะ...แทน” ครูซฝืนตัวเองส่งเสียงปลุกอีกฝ่าย แม้ใจจริงจะยังอยากให้แทนพักผ่อนต่อแต่เขากระหายน้ำมากเกินกว่าจะทนรอได้ เพียงไม่นานแทนก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ปรากฏเข้ามาในสายตาก็คือ รอยยิ้มอบอุ่นจากหนุ่มลูกครึ่งที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสองวันเต็ม มือเปื้อนคราบเลือดเอื้อมไปลูบแก้มที่มีรอยช้ำด้วยท่าทางเหมือนกำลังติดอยู่ในภวังค์ ความร้อนที่ส่งผ่านมายังปลายนิ้วมือเป็นเครื่องยืนยันว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้หายไปเหมือนในความฝันที่ตามมาหลอกหลอนทุกครั้งยามเขาเผลอหลับตานอน

“ครูซ ฮึก...ครูซ” แทนพึมพำ น้ำใสที่คลออยู่ในดวงตาไหลหยดลงบนผ้าห่มเป็นวงกว้าง สองมือประคองแก้มครูซไว้แน่นก่อนยกตัวขึ้นไปกดจูบซ้ำๆ ทั่วใบหน้านั่นด้วยความดีใจ ความทรมานความหนักอึ้งที่ติดอยู่ในใจมลายหายไป

“อย่าทิ้งผมไปแบบนี้สิ อึก...อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว” แทนบอกด้วยเสียงสะอื้น ตัวก็สั่นเทาจนคนเจ็บแบบครูซต้องฝืนยืดตัวยกมือโอบกอดปลอบให้คนหน้านิ่งผ่อนคลาย ทั้งคู่ต่างซึมซับสัมผัสอ้อมกอดของกันและกันจนจิตใจสงบลงจึงผละออก แทนเดินไปหยิบน้ำมาเทใส่แก้วเมื่อเห็นครูซเริ่มไอติดต่อกันนานจนหน้าแดง แทนป้อนน้ำให้ครูซดื่มแก้กระหาย ซึ่งชายหนุ่มดื่มหมดอย่างรวดเร็วจนแทนต้องเติมน้ำให้อีกสองแก้วถึงจะพอใจ

“คุณแทนเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” เมื่อคอที่แห้งแล้งเหมือนดังทะเลทรายได้รับน้ำเข้าไปให้ความชุ่มชื่น ครูซก็มีแรงสอบถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง

“ไม่” แทนส่ายหน้า ดวงตาสีนิลนั่งจ้องครูซอยู่ตลอดเวลา มองทุกการกระทำไม่ให้คลาดสายตา เพิ่งเคยรู้สึกเหมือนจะขาดใจแบบนี้เป็นครั้งแรก การที่อยู่ใกล้แต่อีกคนกลับไม่สามารถพูดคุยหรือตอบโต้อะไรกลับมาได้ มันเป็นความทรมานที่แสนสาหัสเหลือเกิน ตลอดเวลาทำได้แต่เฝ้ามองเปลือกตาที่ปิดสนิท ร่างกายนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองนิ่งเกินไปจนบางครั้งเขานึกกลัวว่าครูซจะหมดลมหายใจไปแล้วจริง ๆ จึงคอยจับมือคอยเฝ้ามองไม่ยอมหลับยอมนอน แม้จะเผลอหลับไปแต่ไม่นานก็มักสะดุ้งตื่นขึ้นมาเสมอด้วยความเป็นกังวล ช่วงเวลาที่ผ่านมาสองวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึกของเขา

“ขอผมดูมือหน่อยครับ” แทนยื่นมือออกไปให้อย่างว่าง่าย ครูซจับพลิกดูรอยแผลก่อนลูบไล้เบา ๆ

“ทำไมถึงทำให้เป็นแผลอีกแล้วล่ะครับ ทั้งที่ผมตั้งใจดูแลไว้แท้ๆ”

“ขอโทษ...” ใช่ว่าแทนจะชอบที่เป็นแบบนี้แต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งเครียดหรือรู้สึกอึดอัดกับอะไรสักอย่าง ร่างกายก็ขยับไปเองโดยไม่ทันได้รู้ตัวเลยสักนิด

“ได้นอนบ้างหรือเปล่าครับ” มือเรียวแตะใต้ตาที่หมองคล้ำ สายตาก็คอยสอดส่องไปตามร่างกายอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง แทนไม่ได้พูดหรือตอบอะไรกลับไปเพียงแต่ขยับขึ้นไปนอนบนเตียงกับครูซ วางศีรษะลงบนอกอุ่น ตะแคงกอดรอบเอวสอบไว้แน่น ตั้งแต่แทนฟื้นขึ้นมาจากยาสลบ ชายหนุ่มก็ไม่ได้หลับสนิทอีกเลย เขานั่งเฝ้าครูซอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ทั้งนั้นแม้กระทั่งหมอไวน์หรือพัชชา หากจะเข้ามารักษาก็ต้องใช้คนจำนวนหนึ่งจับแทนมาฉีดยาระงับประสาทไม่อย่างนั้นก็ถูกอาละวาดใส่จนได้เจ็บตัวไปตามๆ กัน ความกลัวความหวาดระแวงยังคงตกตะกอนอยู่ภายในใจของร่างสูงอย่างล้นเปี่ยม

“ครูซ”

“ครับ?”

“คิดถึง” ครูซยกยิ้มแก้มแทบแตกแม้จะเจ็บมุมปากแต่เขาไม่สน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ยินประโยคน่ารักแบบนี้จากปากของแทน หากแต่ดีใจได้ครู่เดียวอีกคนก็ผล็อยหลับลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลียโดยที่ยังไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาอยากตอบกลับไปเลยสักนิด

“ผมก็คิดถึงคุณแทน...ฝันดีครับ” ครูซฝังจมูกลงบนขมับแทน มือเรียวกระชับกอดให้ความอบอุ่น ชายหนุ่มนอนจ้องเพดานสีขาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ถึงจะเครียดหรือเหนื่อยขนาดไหนแต่พอได้กอดได้พูดคุยกัน เรื่องราวต่างๆ กลับดูเบาบางขึ้นจนเขานึกแปลกใจ นอกจากคนในครอบครัวก็มีแต่แทนเท่านั้นที่เขารู้สึกเหมือนได้เติมพลังชีวิตเพียงแค่อีกฝ่ายอยู่ข้างกาย ยิ่งคิดก็ยิ่งชัดเจน...เขาคงทั้งรักทั้งหลงคนหน้านิ่งจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆ

เมื่อผ่านไปสักพักคนในอ้อมแขนเขาก็หลับลึกด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ครูซเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกพยาบาลที่อยู่ข้างเตียงทันที

ครืด

ไม่ถึงสิบนาทีเสียงเลื่อนประตูก็ดังขึ้นพร้อมหมอหน้าเด็กที่กอดแฟ้มเล่มหนาเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าอ่อนล้า

“รู้สึกยังไงบ้าง” ไวน์วางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาปรือ

“ปวดตัวครับแต่พอทนได้” ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ แทนก็ขมวดคิ้วขยับแขนอย่างหงุดหงิดเมื่อมีเสียงดังรบกวน ครูซจึงต้องรีบยกมือตบลงบนแผ่นหลังกว้างเบา ๆ เป็นการกล่อมให้อีกฝ่ายหลับอีกครั้ง

“หิวไหม เดี๋ยวให้พยาบาลเอาข้าวเข้ามาให้จะได้กินยาด้วยเลย” เมื่อเห็นแทนหลับสนิท ไวน์ก็หันไปถามคนป่วยที่ถูกยึดเตียงไปกว่าครึ่ง เตียงก็ใช่ว่าจะใหญ่นอนคนเดียวก็เต็มแล้ว แทนยังมีความสามารถยัดตัวเองเข้าไปนอนได้อีกนะ ทั้งๆ ที่ห้องนี้เขาก็เลือกห้อง VIP ที่มีเตียงคนไข้ให้ถึงสองเตียงข้างกัน ไวน์ใช้หางตามองเตียงว่างอีกฝั่งที่สภาพเรียบร้อยเหมือนวันแรกไม่มีผิด

“ไว้รอคุณแทนตื่นก่อนก็ได้ครับ”

“อืม” ไวน์พยักหน้าตอบไปอย่างไม่นึกสนใจนัก ถึงเขาจะเป็นหมอแต่ตอนนี้เขาไม่อยากคิดอะไรแล้วทั้งนั้น เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด จะมานั่งบ่นนั่งว่าบังคับให้กินข้าวก็ไม่มีแรงจะทำ เป็นหมอเถื่อนไร้จรรยาบรรณสักวันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

“เรื่องไปถึงไหนแล้วครับ เกิดอะไรขึ้นตอนผมนอนอยู่บ้าง” ครูซไม่อาจทนความสงสัยได้อีกต่อไป จึงออกปากถามด้วยความอยากรู้ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนที่ผ่านมา มีทั้งยาเสพติดและคนเสียชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจึงเป็นไปได้ยากหากทางตำรวจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย แม้ว่าครึ่งหนึ่งของตำรวจจะเป็นพวกที่รับสินบนจากคุณแทนก็ตาม

“ผมอยากรู้จริงๆ” ครูซย้ำออกไปอีกครั้งเมื่อไวน์ไม่มีทีท่าว่าจะอ้าปากพูดอะไรออกมาสักที นอกจากนั่งก้มหน้าลูบผมสีนิลของแทนด้วยสายตาเลื่อนลอยเหมือนสติได้หลุดหายไปแล้ว

“อืม...คุณย่าถูกจับขังคุกแต่ไม่ได้ออกสื่อเพราะคนในตระกูลไม่อยากให้เสียชื่อเสียงเลยปิดข่าวไว้ ลุงทศอยู่ในไอซียูกำลังประคับประคองให้อาการทรงตัว ส่วนบริษัทตอนนี้ให้พ่อผมคุมแทนอยู่” เล่าให้ฟังแบบสรุปเพราะตัวไวน์เองก็ไม่ได้รู้อะไรมาก วันๆ อยู่แต่ในโรงพยาบาลจะรู้ข่าวคราวอะไรก็ต้องโทรไปหาพัชชาไม่ก็พ่ออีกทีซึ่งเขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คือนอกจากแทนแล้ว ไวน์ไม่คิดจะใส่ใจเรื่องของญาติพี่น้องคนไหนสักเท่าไหร่ เขาไม่ได้ผูกพัน รักใคร่ขนาดนั้นแม้คนนั้นจะขึ้นชื่อว่าย่าก็ตาม

“คุณทศพลเป็นอะไรครับ?” เพราะตอนที่ครูซสลบไป เขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ถูกยิง ลุงทศเอาตัวไปบังกระสุนให้แทน กระสุนเฉียดจุดสำคัญไปเยอะ ตอนแรกหัวใจหยุดเต้นไปแล้วแต่หมอช่วยกันยื้อไว้ได้ อาการตอนนี้เลยห้าสิบห้าสิบ” ที่ไวน์ไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็เพราะต้องคอยเข้า ๆ ออก ๆ ระหว่างห้องฉุกเฉินกับห้องพักฟื้นของแทนและครูซนี่แหละ ตอนนี้จะหกโมงเย็นแล้ว ข้าวสักเม็ดเขายังไม่ได้กินเลยด้วยซ้ำ ทั้งหิวทั้งง่วง ตั้งแต่เกิดมาเขากล้าพูดเลยว่าตลอดสองวันมานี้เป็นสองวันที่เขาทำงานหนักหน่วงมากที่สุดในชีวิต

“รายละเอียดค่อยให้น้าพัชชามาพูดให้ฟังอีกทีแล้วกันนะ ผมไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอก” เห็นสภาพของหมอหน้าเด็กแล้ว ครูซก็ไม่อยากพูดรบกวนอะไรอีกจึงคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวกลับ

“เดี๋ยวให้พยาบาลมาตรวจร่างกายให้อีกที ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอตัวไปนอนก่อนนะ”

“ครับ ขอบคุณและขอโทษที่รบกวนนะครับ”

“เออ ไม่เป็นไร ช่วยหายไว ๆ แล้วมาดูแทนให้ก็พอ ผมจะขอบคุณมาก แม่งบ้าขึ้นมาแต่ละทีพาชาวบ้านชาวช่องเขาเจ็บตัวกันเป็นแถว” ไวน์บ่นหน้าหงิกไปเรื่อยแต่ก็ยกมือลูบหัวลูบหลังแทนด้วยความห่วงใย ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเซียวของร่างสูงความเห็นใจที่แทบไม่เคยมีต่อคุณหญิงรัศมีอยู่แล้วก็หมดสิ้นไปทันที ใครทำอะไรไว้ก็รับผลกรรมของตัวเองไปแล้วกัน เขาคงไม่คิดยื่นมือเข้าไปช่วยแน่นอน

“นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องทำแน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง” ครูซพูดออกไปตามที่คิด น้ำเสียงหนักแน่นและแววตาลึกซึ้งที่มองเสี้ยวหน้าของแทนทำให้ไวน์ยิ้มออกมาด้วยความอุ่นใจ ในที่สุดคนที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาตลอดชีวิตอย่างแทนก็ได้เจอที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเสียที ครูซคงเป็นคนที่ทำให้พายุบ้าคลั่งในใจของแทนสงบลงได้ในแบบที่ไม่มีใครสามารถทำได้ แม้จะเป็นเขาคนนี้ก็ตาม

TBC.

ความคิดเห็น