เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 33 คราปักษาพานพบตำนานมีชีวิต [จบบทที่ 7]

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 คราปักษาพานพบตำนานมีชีวิต [จบบทที่ 7]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 152

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2561 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 คราปักษาพานพบตำนานมีชีวิต [จบบทที่ 7]
แบบอักษร

​ตอนที่ 33 คราปักษาพานพบตำนานมีีชีวิต [จบบทที่ 7]

คุณพ่อหายสาบสูญ ทิ้งคุณแม่ ฉันและน้องสาวไว้เบื้องหลัง ฉันตัดสินใจตามหาคุณพ่อโดยมุ่งสู่เส้นถนนแห่งอดีตสีน้ำฝน ภายในเกาะโดดเดี่ยวท่ามกลางมรสุมอันบ้าคลั่ง โรงพยาบาลบ้า และเรือนจำคุกที่มีนักโทษมากมาย ฉันอยากรู้เรื่องคุณพ่อหรือ ไม่ใช่ เหตุผลที่ฉันเลือกเป็นผู้ป่วยทางจิตก็เพราะว่า*…สถานที่แห่งนี้ช่างเงียบสงบอย่างไรล่ะ*”

ไว้ฉันจะรอชมเรื่องราวของเธอ เซนะ

          พลบค่ำ บ้านเด็กกำพร้าลิเทอท์แอน์

          “ม่า ทำไมพวกหนูถึงเปียกชุ่มเช่นนี้”

          วันนี้ไม่มีฝนตกสักเม็ด กระนั้นเมรัยและจูเลียกลับตัวเปียกปอนปานลูกหมาตกน้ำ หมอผีน้อยยิ้มแห้งมิกล่าวข้ออ้าง เพราะหลังจากหาแหวนเจอ เมรัยและจูเลียก็รีบกลับบ้านทันที ไม่สละเวลาทำตัวให้แห้งกรอบ สองสาวน้อยโดนแม่วัวสาวจับแก้ผ้า เช็ดตัว และสั่งให้รีบอาบน้ำทำตัวให้อบอุ่น มิฉะนั้นทั้งคู่อาจเป็นหวัดจับไข้ เมรัยและจูเลียยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี

          “เด็กหน่อ”แคโรไลน์ถอนหายใจพลางจัดเตรียมชุดให้พวกเมรัยเปลี่ยน ข้างหลังนางมีเด็กสาวโนร่าที่ยืนมองห่างๆ “พี่เมรัยกับจูเลียกลับมาแล้วหรือคะ”

          “กลับมาแล้วจ๊ะ ไม่รู้พากันไปตกบ่อน้ำที่ไหน”

          โนร่าวางสีหน้าเฉยชา ดวงตาสั่นวูบวาบ นางเกาะขอบประตูพยักหน้ารับรู้ พลางโยกจากไปเงียบๆในโล่งอกที่เพื่อนปลอดภัยไม่ถูกจับไปขาย

          ฝั่งลีโอน่าได้รับข่าวจากเมรัยตั้งแต่หมอผีน้อยหาจูเลียพบ เมรัยใช้กระดาษอาคมติดต่อลีโอน่า ภายในเขียนข้อความว่า “เจอจูเลียแล้ว ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง” หลังรับข่าวความคืบหน้า พวกเด็กๆหนูน้อยจึงวางใจและปล่อยให้เมรัยอยู่กับจูเลียสองต่อสอง ลีโอน่ากลับบ้านพร้อมโนร่า คราวต่างฝ่ายต่างทำกิจวัติส่วนตน ลีโอน่าสอนเล่นเปียโนในห้องกิจกรรม โนร่าก็รำเรียนหนังสือกับอาจารย์แคโรไลน์ เด็กสาวมิแสดงพิรุธให้ผู้ใหญ่สังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติ  

          เรื่องของเมรัยกับจูเลียคล้ายมิมีใครรับรู้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใครคนอื่น

          เรื่องที่จูเลียหนีออกจากบ้านก็ไม่ถูกแคโรไลน์จับได้

          “พวกตัวแสบสามัคคีดีนะ ช่วยกันเก็บความลับอย่างไร้ที่ติ”

          เสร็จจากทานมื้อเย็นแสนเอร็ดอร่อย เมรัย นารี เรไร นั่งเล่นในห้องนอน ทั้งสามพูดคุยเรื่องจูเลีย เมรัยเล่าเหตุการณ์ตลอดวัน เช้า บ่าย ให้สหายรักฟังอย่างมีอรรธรสและสีสันแพรวพราว นารีนั่งฟังเงียบๆบนเก้าอี้ข้างเตียง เรไรนอนเอนหลังนุงหมอนสีหน้าเต้นกระตุก เพราะเมรัยกำลังนั่งทับน่องขานางอย่างไม่มีความเกรงใจ

          ข้าเป็นคนป่วยนะย่ะ เจ้าจักนั่งทับทำไม เรไรอยากดุแต่ปากมิขยับ

          “ก็นะ เรื่องดูแลเด็กข้าถนัด”เมรัยยิ้ม ยกนิ้วโป้ง นางเป็นคนรักเด็ก

          “ชอบแกล้งมากกว่ากระมัง”

          นารีส่ายหน้า ยกแก้วกระเบื้องจิบชาอย่างเอือมระอา รสชาติเข้มข้นมิช่วยให้นางอยากตบเมรัยน้อยลง ดวงดาวน้อยนั่งเฝ้าปักษาน้อยในช่วงเพลาเช้า และช่วงบ่ายจึงปล่อยให้เรไรนอนพัก คราวนารีไปเล่นกับลีโอน่า ฟังดนตรีไปพลางเล่นกับเด็กๆไปพลาง  

          “พอหยุดเล่า”เรไรหงุดหงิดที่ต้องยินเมรัยพูดถึงเรือนร่างหนุบหนับของจูเลีย ไม่รู้เพราะอะไร แต่นางไม่ชอบ

          “…เจ้าไม่อยากให้ข้าจิ้มเอวหญิงอื่นสินะ”เมรัยเชิดเนินอกยิ้มเป็นแมวเหมียว เรไรฟังแล้วแก้มป่องด้วยความโกรธ

          ใช่สิ มีข้ากับนารีแล้ว ยังจะไปจิ้มคนอื่นอีก!!

          “ฮึๆ”

          “ฮาๆ”

          นารีและเมรัยขบขันให้ท่าทางเด็กดื้อหวงของเล่น เรไรน้ำตาคลอ

          “โธ่ พวกเจ้าห้ามขำ”

          ค่ำคืนนี้มีฝนรินปรอย เมรัยมิอยากให้เรไรอารมณ์เสียจึงเปลี่ยนเรื่อง เมรัยและนารีมีเรื่องกลุ้มอกหนักใจเรื่องหนึ่ง พวกนางตั้งใจรอให้เรไรฟื้นก่อนถึงจะพูดเรื่องนี้ เรื่องของโซฟีและสาเหตุว่าทำไมพวกนางถึงโดนหมายหัว เมรัยและนารีครุ่นคิดเรื่องนี้ตลอดสองสามวัน กระนั้นด้วยปัญญาอันชาญฉลาดของฮ่องเต้หญิงและปัญญานิ่ม ของหมอผี คิดจนควันพ่นออกหูก็นึกมิตก “เจ้าว่าทำไมนางถึงตามล่าพวกเราหรือ” “บางทีนางอาจต้องการของบางสิ่งกับพวกเรากระมัง”

          “นางอยากหาเรื่องพวกเรามากกว่า”เรไรทำตาขวางปานเจ้าแม่มาเฟีย ความแค้นที่ตนพ่ายแพ้ให้อีกฝ่ายยังร้อนระอุเผาไหม้ในดวงวิญญาณปักษาฤดูหนาว ถ้าเรไรเจอโซฟีคราวหน้า นางไม่ปล่อยอีกฝ่ายแน่ น่าโมโหจนนางอยากกระอักเลือด รสชาติความพ่ายแพ้ที่นางต้องยอมรับและฝืนกลืนลงคอ ไม่ดีเลย นางแพ้หมดรูป ชั่วชีวิตนางแพ้คนนับได้ไม่เกินสิบนิ้ว  

          “นางสภาพย่ำแย่เช่นกัน”เมรัยบีบยอดพรูเรไรอย่างปลอบประโลม หมอผีน้อยสงสารนักเชิดหุ่นน้อยนะ

          “ฮึ อย่าให้ข้าเจอหน้านางอีก”

          เรไรเบือนหน้าหนีมิวายปัดมือเมรัยให้พ้นระยะอันตราย ปักษาน้อยคาดว่าต้องมีโอกาสที่พวกนางจะเจอกันอีกครั้งมากเสียยิ่งกว่าโอกาสที่เมรัยจะท้องเสีย

          “ข้าคิดว่าไม่ใครรวยพอจ้างนักฆ่ามาเก็บข้านะ”

          พูดถึงเรื่องเป้าหมายสังหาร เมรัยชี้แจ้งตามความจริง ตั้งแต่ลืมตามองโลกนางยังไม่เคยเหยียบหางคนใหญ่คนโตที่ไหน จะว่านางฝากความแค้นไว้กับพวกวิญญาณเท่านั้น

          หรือว่าพวกวิญญาณที่สุสานลับรวมมือกันว่าจ้างนักฆ่า เมรัยสลัดความคิดไร้สาระและวางไว้บนพุงเรไร ไม่มีทางกระมัง พวกมันจนจะตาย

          “เช่นนั้นคงเป็นข้ากระมัง”

          เรไรไม่อยากยอมรับ แต่ถ้าพูดถึงศัตรูทางการเมือง นางที่เป็นลูกสาวและหนึ่งในตระกูลทรงอำนาจแห่งเผ่าปักษาก็มีสิทธิ์โดนเพ่งเล็ง กระนั้นก็ยากจะเชื่อว่ามีคนหมายตัดหัวนาง เพราะหน้าที่ของนางหรือผลประโยชน์ เรไรเม้นปากมิเข้าใจเรื่องพวกนี้ ยากจัง

          “มิใช่”

          นารีปฏิเสธความคิดเรไร ดวงดาวน้อยยังไม่รู้เรื่องการปกครองเผ่าปักษามากนัก กระนั้นสังเกตฝีมือ จุดประสงค์ และการจับตาของนักเชิดหุ่นน้อยที่พบเมื่อไม่นานมานี้ เป้าหมายของโซฟีไม่ใช่เรไร เพราะตอนสู้กันทั้งสองสู้วัดฝีมืออย่างตรงไปตรงมา ท่าทีโซฟีเหมือนอยากกำจัดเรไรที่ขวางทางมากกว่าจะกำจัดเพราะเป็นเป้าหมายให้ล่า

          แย่แล้วสิ..

          “คงไม่ใช่นารีนะ..”เมรัยหวาดหวั่น เพราะหากไม่ใช่ตนและเรไร คนสุดท้ายที่คิดว่าใช่ก็คือนารี ดวงดาวน้อย

          “…”นารีลอบมองเพื่อนๆด้วยสายตาลึกล้ำและประกาศอย่างกล้าหาญ “ใช่ นางล่าข้า”

          “!!!”

          เมรัยกระโดดโหยงและมุดว่อนใต้ผ้าห่มปานเจอผี เรไรสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด นารีไม่เข้าใจว่าทั้งคู่จักตกใจอันใด เรื่องเล็กๆน้อยๆ

          “พอๆหยุดอ้าปากเถอะ”

          นารีใคร่อยากปิดปากเมรัย เพราะหมอผีน้อยแสดงอาการเกินจริงมากเสมือนพึ่งค้นพบว่านารีเป็นดอกเข็มมิใช่ดอกกุหลาบ

          “ทำอย่างไรดี”เรไรกังวลความปลอดภัยสหายรัก ยิ่งเมรัยแสดงสีหน้าเกรงกลัว เรไรยิ่งหวั่นไหว ยามนี้ปักษาน้อยอ่อนแอใช้แรงไม่ได้ หากนักเชิดหุ่นน้อยอาศัยจังหวะนี้เล่นงาน

          “ไม่ต้องห่วง ข้าบอกแล้วฝ่ายนางก็ย่ำแย่เช่นกัน”เมรัยไม่คิดมากเท่าเรไร หมอผีน้อยมั่นใจว่าตลอดสัปดาห์ที่พักเมืองแบลดแอน์ พวกนางไม่ต้องกังวลว่าจะโดนลอบทำร้ายอีก เพราะอาการบาดเจ็บโซฟีคงสาหันเท่าๆเรไร ต่างคนต่างเก็บตัวนอนพักฟื้นอย่างน้อยก็สิบกว่าราตรี ในระยะเวลานี้รับรองว่าไม่มีการต่อสู้นองเลือดเกิดขึ้น   

          “ใช่ เมรัยพูดถูก เรไรไม่ต้องห่วงนะ”

          นารีคลี่ยิ้มละมุนละไมและลูบเรือนผมเรไรอย่างอ่อนโยน ช่วงเวลานี้ถึงมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างมีนักฆ่ามากกว่าหนึ่งคนมาทำร้ายนาง กระนั้นนางไม่ทางอยู่เฉยแน่

          หากมีใครกล้าหันคมหอกใส่ผู้ปกครองจักรวาล…มันผู้นั้นคงรู้ดีว่าจะลงเอยเช่นไร

          “ระวังเจ้าทำเรไรกลัวนะ”เมรัยเคาะหน้าผากนารีเป็นการตักเตือน หมอผีน้อยกระโดดลงจากเตียง สีหน้าเฉยเมยเป็นห่วงว่าปราณสังหารคมกริบของนารีจะทำให้เรไรฉี่รดที่นอน ดวงดาวน้อยคิ้วกระตุก แค่เพียงพริบตาที่นางปล่อยจิตสังหาร เมรัยก็จับได้แล้วหรือ ฝีมือสหายรักก็มิเลวนี่นา

          “แต่ว่า”เรไรยังดื้อมิยอมถอย นารีและเมรัยจึงถอนหายใจฟู่ บังคับกล่อมให้เรไรคลายใจมิคิดมาก

          “ฝีมือระดับนั้น…ข้าเจอก็เผ่น”

          “โธ่”

          เมรัยบอกอย่างมั่นใจ ใช่ฝีมือระดับโซฟี นางสู้ไม่ไหว เพราะฉะนั้นถ้าเจอกันระหว่างเข้าห้องน้ำ ทางเดียวที่จะรอดคือ หลอกว่ามีผีเกาะไหล่โซฟี และฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ อุ้มนารีวิ่งหนี แผนเยี่ยม แต่ถ้าหากแผนนี้ไม่ได้ผลก็มีแผนสำรอง

          “หลอกว่ามีผีเกาะไหล่นางสองข้าง”เมรัยตาหรี่ต่ำ มั่นใจว่าโซฟีต้องกลัวผีสองตนแน่  

          แม้หาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะข้อมูลและหลักฐานไม่มากพอ กระนั้นพวกเมรัยคิดและไขความจริงได้แล้วห้าส่วน สิ่งที่ยังไม่รู้สักวันใดวันหนึ่งข้างหน้าก็ต้องรู้อย่างแน่นอน เพราะความจริงจักเปิดเผย ต่อให้ความจริงโหดร้ายและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวบทนี้แต่อย่างใด กระนั้นสายสัมพันธ์ของสี่สาวน้อยจักเชื่อมโยงและทักทอเข้าด้วยกัน ด้วยความรัก มิตรภาพ ความเจ็บปวด และความหวัง เพราะพวกนางเหมือนกันและแตกต่างกัน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ความสุขนั้นกำลังรออยู่ ณ ปลายทาง…

          …

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น