หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 47 กระเทียมไร้เทียมทาน (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 47 กระเทียมไร้เทียมทาน (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 75

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 47 กระเทียมไร้เทียมทาน (1)
แบบอักษร

            [เฟิงปู้เจวี๋ย เลเวล 11]

            [หวังทั่นจือ เลเวล 11]

            [กรุณาเลือกโหมดที่ต้องการจะเล่น]

            [ท่านเลือกโหมดแบบทีม (ทั่วไป) กรุณายืนยัน]

            [ทีมของท่านกำลังเข้าสู่ระบบโหมดแบบทีม (ทั่วไป) จำนวนสมาชิกสุ่มได้ที่จำนวน: หกคน]

            [ทีมของท่านกำลังเข้าสู่แถว กำลังค้นหาบุคคลหรือสมาชิกอื่นๆ]

            [จับคู่สำเร็จ กำลังปรับการเชื่อมต่อประสาท กำลังโหลดด่าน]

            [เริ่มการดาวน์โหลด กรุณารอสักครู่]

            “ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่สวนสนุกสยองขวัญ” เสียงในระบบครั้งนี้เหมือนจะเป็นเสียงของชายวัยกลางคน แต่พูดไม่ค่อยชัด

            [ดาวน์โหลดสมบูรณ์ ท่านได้เข้าสู่เข้าสู่ระบบโหมดแบบทีม (ทั่วไป) แล้ว]

            [ในโหมดนี้จะมีการแนะนำด่านคร่าวๆ และมีโอกาสพบภารกิจรอง / ภารกิจลับและโลกทัศน์พิเศษ]

            [รางวัลผ่านด่าน: เวลาคำนวณรางวัลจะได้รับค่าประสบการณ์พื้นฐาน 100%]

            [กำลังจะเริ่มการแนะนำด่าน หลังจากจบการแนะนำจะเริ่มเกมทันที]

            ภาพที่เฟิงปู้เจวี๋ยเห็นก็กลายมาเป็น CG ในภาพยนตร์ เหมือนเป็นการเปิดฉากแบบแกมบังคับยังไงยังงั้น

            ภาพในกล้องปรากฏเป็นภาพของเขาที่กำลัง “ตกลง” มาจากกลางอากาศ แต่บนตัวเขาไม่ได้ใส่เป็นชุดทหาร และยังคงเป็นชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงขายาวของระบบ ภาพบรรยากาศด้านหน้าเป็นเมฆและท้องฟ้า ลมและแสงตะวัน

            กล้องหมุนภาพไป ก็จะเห็นใต้เท้าของเขาเป็นตึกอาคารสูงใหญ่ในยุคปัจจุบัน

            เสียงของระบบดังขึ้นมาพร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพ : [คุณเป็นสมาชิกของทีมกู้ภัย ได้รับคำสั่งให้มาค้นหาพนักงานของบริษัทออล์เลิฟมู (allerbmu) ------ ด็อกเตอร์แอชฟอร์ด แต่เนื่องจากอุบัติเหตุบนเครื่องบิน ขณะที่คุณและสมาชิกอีกห้าคนกระโดดร่มลงมานั้นได้ทำอุปกรณ์สื่อสารและอาวุธไมโครคอนฟิกซ์ และกระจายตัวออกไปยังทุกที่ของเมือง]

            “ออล์เลิฟมูมันคืออะไร ..... นี่มันแค่เอาคำว่า umbrella เขียนย้อนหลังเองไม่ใช่เหรอ?” เฟิงปู้เจวี๋ยมองไปยังคำบรรยายที่ลอยขึ้นมาบนหน้าจอ “ชื่อของเมืองนี้นี่ทับเสียงภาษาอังกฤษของแรคคูนซิตี้มาใช้ก็ได้แล้วใช่ไหมเนี่ยห้ะ?”

            [ไวรัสไม่ทราบสายพันธุ์กำลังทำลายเมืองนูก้า (nooccar) แห่งนี้อยู่]

            “เฮ้ย ..... ทำจริงเหรอเนี่ย!”

            [สารชนิดนี้ประกอบด้วยเชื้อไวรัสชีวภาพอานุภาพร้ายแรงที่มีชื่อว่า “Z” จุดเด่นของมันมีอยู่สี่อย่าง: ติดต่อ 100% ตาย 100% จะแพร่กระจายเมื่อติดต่อผ่านเมือกสัมผัสหรือสารคัดหลั่งของร่างกาย ไม่สามารถแพร่กระจายไปในอากาศและน้ำได้]

            “โห! บอกมาเลยว่าเป็น T ไวรัสก็จบแล้วไหม จะมา Z อะไรอีกเนี่ย? ใครจะเดาด่านแบบนี้ไม่ออกบ้าง”

            [สิ่งใดที่ติดเชื้อทั้งหมด จะกลายเป็น ...... มนุษย์หมาป่าผีดิบดูดเลือด]

            “เอะ?” เฟิงปู้เจวี๋ยชะงักไปกะทันหัน ในสมองปรากฏภาพที่เลวร้ายมากขึ้น .....

            [ความสามารถทั่วไปและความเคยชินของมอนสเตอร์ตัวนี้ไม่ต่างกับผีดิบทั่วไป แต่มันมีความสามารถพิเศษของมนุษย์หมาป่าและผีดูดเลือดเพิ่มขึ้น เรียกง่ายๆ ว่า ...... มนุษย์หมาป่าผีดิบ]

            “หะ?”

            [เครื่องเงินสามารถเผาไหม้ร่างของมนุษย์หมาป่าผีดิบได้ หลังถูกับน้ำลายก็จะส่งกลิ่นของกระเทียมออกมาซึ่งสามารถข่มขู่พวกมันได้ การเคลื่อนไหวและปัญญาของพวกมันต่ำมาก หากฟันหรือโจมตีไปยังส่วนหัวของมันมันก็จะตาย]

            “นี่มันอ่อนกว่าผีดิบทั่วไปอีกไม่ใช่เหรอ? แล้วทำมาแบบนี้เพื่ออะไรเนี่ย!”

            [มนุษย์หมาป่าผีดิบเกลียดแสงอาทิตย์มาก แต่แสงอาทิตย์ไม่สามารถสร้างการทำลายล้างทางกายภาพกับมันได้ มันมีพลังการดมกลิ่นที่แข็งแกร่งมาก และมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วต่อเสียงและแสง ความอยากและระบบย่อยของมันแยกส่วนกัน ถึงแม้ว่ามันจะเสียปาก คาง หรือ กระเพาะ และอวัยวะอะไรอื่นๆไป ...... พวกมันก็ยังจะสามารถฉีกกระชากและกลืนเหยื่อเข้าปากได้ ดังนั้น ผู้รอดชีวิตทั้งหมดจะกลายเป็นเป้าหมายการสังหารของมัน]

            ภาพ CG และคำอธิบายของด่านนี้ค่อนข้างยาว อาจจะเป็นเพราะว่าการลอยตัวลงมาจากอากาศมันต้องใช้เวลาพอประมาณ หลังจากแนะนำจบแล้ว ภาพสุดท้ายที่เห็นนั้นก็คือเฟิงปู้เจวี๋ยตกลงมาอยู่บนดาดฟ้าของร้านข้างทางร้านหนึ่ง

            หลังจากนั้นเพียงหนึ่งวินาที การมองเห็นของเฟิงปู้เจวี๋ยก็หลอมเข้ากับภาพ เริ่มเกมอย่างเป็นทางการแล้ว บนตัวของเขาไม่มีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการโดดร่มเลย ระบบน่าจะตัดมันออกไปแล้ว เพื่อลดเวลาอธิบาย

            เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้น [ภารกิจหลักปรากฎ]

            ในครั้งนี้ผู้เล่นทั้งหกคนกระจายตัวไปตามแผนที่ต่างๆ แล้วถึงจะเริ่มเกม สถานการณ์แบบนี้เฟิงปู้เจวี๋ยเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก เขาเปิดแถบเมนูขึ้น แล้วเข้าไปดูรายละเอียดของภารกิจก่อน : [เข้าไปสำรวจอาคารสำนักงานของบริษัทออล์เลิฟมู เพื่อค้นหาเงื่อนงำของด็อกเตอร์แอชฟอร์ด]

            ต่อมา เขาก็กวาดสายตาไปดูสถานะของช่องทีม มันแสดงรายชื่อสมาชิกทั้งหมดห้าคน [หวังทั่นจือ] [พานเฟิงแม่ทัพผู้ไร้เทียมทาน] [ฮัวสง บุรุษพันสังหาร] [ชื่อตั้งยากจริงๆ นะ] [คุณชายอาโตเบะ]

เฟิงปู้เจวี๋ยพูดในใจว่า : “พานเฟิงกับฮัวสงนี่น่าจะเป็นทีมเดียวกัน ...... ว่าแต่ ด่านนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้เล่นชายทั้งหมดเลย”

            “แฮ่ -----” ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงที่ฟังไม่ค่อยชัดดังมาจากด้านหลังของเฟิงปู้เจวี๋ย

            เฟิงปู้เจวี๋ยหันหน้าไปมอง เขาเห็น ..... หรือจะเรียกมันว่ามนุษย์หมาป่าผีดิบ มันกำลังเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาใกล้ตัวเขา

            เจ้านี่มีจุดเด่นในรูปร่างภายนอกที่ชัดเจนเลยก็คือ: มันมีขนเต็มตัว แต่บนหน้าและมือไม่มี ไม่ใช่แค่ไม่มีขนนะ แต่ผิวของมันก็ขาวซีด ใบหน้าเป็นใบหน้าของคน ปากมีเขี้ยวของผีดูดเลือด นอกจากนี้ก็ยังมีจุดเด่นที่ผีดิบมี เช่น รอยแผลที่อัปลักษณ์ แล้วก็แขนขาที่เน่าเปื่อย

            เจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้มันเดินช้ามาก หรืออาจจะเป็นเพราะมันอยู่ใต้แสงแดดมันเลยเคลื่อนไหวช้า แต่มันโง่ถึงขนาดส่งเสียงให้ตัวเองถูกเจอได้อย่างง่ายดาย

            เฟิงปู้เจวี๋ยใช้เวลาหลายวินาทีมองมันด้วยมุมสี่สิบห้าองศา แล้วเดินอ้อมไปยังด้านหลังของมอนสเตอร์ตัวนี้ …….

            แต่มอนสเตอร์ก็ขากะเผลก แล้วค่อยๆ หันกลับมา เผชิญหน้ากับเฟิงปู้เจวี๋ยอีกครั้ง แล้วส่งเสียงใส่พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้

            “ช้าขนาดนี้เลยเหรอ ..... เฟิงปู้เจวี๋ยไม่ได้หยิบอาวุธออกมาจากกระเป๋า เขาขี้เกียจจะฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ เขามองไปที่ประตูทางออกจากดาดฟ้านี้

            มนุษย์หมาป่าผีดิบที่อยู่ด้านหลังเขายังคงเดินเข้ามาหาเขาเหมือนเดิม แต่การเคลื่อนที่ของมันเทียบกับคนปกติอย่างเฟิงปู้เจวี๋ยแล้วช้ากว่ามาก

            เฟิงปู้เจวี๋ยเปิดประตูดาดฟ้าออก ด้านหลังของประตูเป็นบันไดลงไปชั้นล่าง ถึงแม้เขาจะค่อนข้างดูถูกกับมอนสเตอร์ในด่านนี้ แต่เขาก็ยังคงตื่นตัวที่จะสำรวจสภาพด้านหลังประตูก่อน แล้วถึงเข้าไป ก่อนที่จะไป เฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่ลืมที่จะปิดประตู ……

            ตามทางบันไดลงไปด้านล่าง ชั้นล่างเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง ห้องครัวก็อยู่ที่บาร์ฝั่งตรงข้าม ข้างหน้าต่างห้องครัวฝั่งหนึ่งมีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงอยู่ ข้างบาร์ก็มีที่นั่งบางส่วน โต๊ะบางตัวยังมีอาหารที่กินเหลือวางอยู่ แซนวิชด์ เฟรนด์ฟราย แฮมและไข่ดาวเป็นต้น อาหารเหล่านี้ถูกแมลงวันตอมไปจนหมดแล้ว

            เฟิงปู้เจวี๋ยมองสำรวจไปทั้งสี่ด้าน ก็ได้ยินเสียงขู่อีก

            “แฮ่------” ในบาร์มีมนุษย์หมาป่าผีดิบตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่ ครึ่งตัวบนของมันอยู่ใกล้กับเตาอบ อีกครึ่งถูกกินไปแล้ว ลำไส้อะไรต่างๆ ด้านในไหลย้อยออกมาจนหมด เมื่อเห็นเฟิงปู้เจวี๋ยอยู่ใกล้ๆ มันก็เอียงคอไปทางเขา เราส่งเสียง ราวกับกำลังจะบอกว่า “เข้ามาในชามซะดีๆ”

            เฟิงปู้เจวี๋ยไม่ได้สนใจมัน เขาเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อดูถนนภายนอก ในขอบเขตสายตาของเขา ก็จะมีมนุษย์หมาป่าผีดิบสองสามตัวเดินไปเดินมา แต่พวกมันล้วนแต่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาของตึก การเคลื่อนไหวช้าเหมือนกันหมด

            “อืม ...... ดูแล้วไม่อันตรายสักเท่าไหร่ ลองทดสอบกันดีกว่า” เขาหยิบคีมหนีบออกมา แล้วพุ่งไปที่ห้องครัว หลังจากนั้นสองนาที เขาก็หยิบตะกร้ากระเทียมออกมาด้วย

            เฟิงปู้เจวี๋ยวางตะกร้าลงบนบาร์ หยิบกระเทียมขึ้นมา เก็บคีมหนีบแล้วหยิบมีดทำครัวออกมา เฉือนกระเทียมออกเล็กน้อย ดึงเปลือกออก แล้วอมเอาไว้ในปาก

            การกินอะไรในสวนสนุกสยองขวัญ จะได้รสชาติและกลิ่นที่เหมือนกับของจริงทุกอย่าง กินมากก็จะรู้สึกอิ่มเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงกระเพาะของผู้เล่นจะไม่มีอะไรเพิ่มเข้าไปหรอกนะ ไม่ว่าจะหิวหรืออิ่มมาก มันเป็นแค่ภาพลวงที่ระบบเชื่อมต่อประสาทสร้างขึ้นเท่านั้น

            รสชาติเผ็ดร้อนเริ่มเกิดขึ้นกับลิ้น เฟิงปู้เจวี๋ยอ้อมไปยังด้านหลังของบาร์ เข้าไปใกล้มนุษย์หมาป่าผีดิบ ตอนนี้มันได้วางแขนของตัวเองลงแล้ว ราวกับไม่มีความอยากอาหาร ดูแล้วกลิ่นกระเทียมมันได้ผล

            เฟิงปู้เจวี๋ยยังจะเดินขึ้นไปด้านหน้าอีก ยื่นหัวออกไป ห่างกันเพียงแค่ระยะหนึ่งเมตรโดยประมาณ “ฮ้า ------” เป่าลมใส่เจ้ามอนสเตอร์

            คิดไม่ถึงว่าเจ้ามอนสเตอร์ถึงกลับลงไปดีดดิ้นอยู่ตรงพื้น ราวกับว่าต้องการไปให้ไกลจากเฟิงปู้เจวี๋ย

            “เหอะๆ ...... ด่านนี้มันสวรรค์ชัดๆ” เฟิงปู้เจวี๋ยทำหน้าทำตาดีใจสุดๆ เขาตัดสินใจที่จะเล่นอยู่ในเมืองนี้จนสาแก่ใจก่อน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น