akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.7k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 28
แบบอักษร

28

                “นัดกันหรือไง”

                เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างไม่พอใจ  น้ำหันไปมองโทระด้วยความงุนงง เพราะเข้าไม่เข้าใจที่โทระบอก  อีกฝ่ายกำลังจะสื่อว่าเขาเป็นคนนัดคริสออกมางั้นหรือ  แล้วเขาจะไปนัดอีกฝ่ายได้ยังไงกัน ในเมื่อเพิ่งจะรู้จักกันเมื่อวานเอง

                “ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่รู้จักเขา”

                “จะไปไหนเหรอน้องน้ำ”

                ทว่าคำแก้ตัวของน้ำเหมือนจะไม่เป็นผลดีเลยสักนิด  เพราะคริสเดินเข้ามาทักน้ำเหมือนคนที่รู้จักกัน และนั่นทำให้โทระแสดงสีหน้าบึ้งตึงออกมาทันที

                “ไหนบอกไม่รู้จักกัน”

                เขาแทบจะกัดฟันพูด  น้ำส่ายหน้าไปมา เขาไม่รู้จักอีกฝ่ายจริงๆ ทำไมโทระถึงไม่เชื่อเขาบ้าง

                “ตอนนี้ก็ถือว่ารู้จักแล้ว”

                คริสตอบหน้าตาย  เขามองหน้าโทระแล้วยิ้มให้  แต่โทระไม่คิดจะยิ้มตอบ  เขาไม่ถูกชะตากับคริส ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีใบหน้างดงามขนาดไหน เขาก็รู้สึกไม่ชอบอยู่ดี ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายและไม่น่าคบหา

                “เอ่อ  ผมขอบคุณมากนะครับ เรื่องเมื่อวาน แต่ว่าวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ”

                ต้องรีบพาโทระออกไปจากที่นี่ ก่อนที่จะเกิดเรื่อง  น้ำกลัวโทระจะใช้กำลังแก้ปัญหา  เขาพยายามจับแขนโทระให้อีกฝ่ายเดิน

                “จะรีบไปไหน  ฉันยังไม่ได้โทรเรียกแท็กซี่เลย”

                ใบหน้าบึ้งตึงหันมาคุยกับน้ำ  น้ำเสียวสันหลัง แต่หายใจเข้าลึกๆ

                “เอ่อ  ผมว่าทานแถวๆนี้ก็ได้นะครับ”

                ที่จริงแถวอพาร์ทเมนท์ก็มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน แต่ดูเหมือนโทระจะไม่ยอมง่ายๆ

                “แล้วไง”

                “กำลังจะออกไปทานข้าวเหรอ  ไปด้วยกันไหม  ฉันกำลังจะไปพอดี”

                คริสบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร  น้ำรู้สึกเกรงใจ  ส่วนโทระเหยียดยิ้ม  ตอบกลับไปอย่างไม่เป็นมิตร

                “ไม่ต้อง  นายจะไปไหนก็ไปเถอะ”

                “งั้นเหรอ…”           

                เขามองอย่างหยั่งเชิงทั้งคู่  ดูเหมือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนใจง่ายๆแน่  คริสจึงพูดออกมาเพื่อตัดปัญหา

                “งั้นเอาไว้คราวหลังแล้วกันนะ”

                ชายหนุ่มไม่ได้บอกกับโทระ แต่หันมาคุยกับน้ำ ราวกับต้องการจะบอกว่า ที่ชวนให้ไปด้วยกันนั้น เขาไม่ได้ชวนโทระ แต่ชวนน้ำต่างหาก

                “ฮึ่ย”

                ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ  น้ำรับรู้ได้ว่าโทระไม่ชอบคริส แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองที่เป็นสาเหตุ

                “มองตาละห้อยขนาดนั้น จะตามมันไปด้วยเลยไหมล่ะ”

                เขาหันมาประชดประชันใส่คนเด็กกว่า  น้ำอึ้งไปกับความไม่มีเหตุผลของโทระ  จึงสวนกลับไป

                “ผมไม่ได้มองตาละห้อยนะครับ”

                “เหอะ!”

                แต่ดูเหมือนว่าโทระไม่คิดจะฟังอะไรทั้งนั้น  เขายื่นโทรศัพท์ส่งให้น้ำ  น้ำมองอย่างไม่เข้าใจ

                “โทรเองเลย”

                น้ำมองโทรศัพท์ที่ส่งมา  น้ำรับมากดโทรหาแท็กซี่อย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าโทระจะโมโหอะไรนักหนา แต่เขาก็เหนื่อยเกินกว่าจะโต้เถียงกับชายหนุ่ม

                รอเวลาไม่นาน แท็กซี่ก็มาถึง  ในระหว่างที่รอ โทระไม่คิดจะพูดกับเขาแม้แต่คำเดียว  ขณะที่นั่งรถ  ชายหนุ่มก็นั่งเงียบ  ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน  น้ำเองก็เพลียจนไม่อยากจะพูดอะไรเหมือนกัน

                พอถึงที่หมาย  โทระก็จ่ายเงินแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านอาหารทันที น้ำถอนหายใจเฮือกใหญ่กับท่าทางเหมือนเด็กงอนของรุ่นพี่  โตกว่าเขาแท้ๆแต่ทำตัวเป็นเด็กไปได้

                “รุ่นพี่จะไม่พูดกับผมเลยเหรอครับ”

                เพราะโทระเอาแต่ทาน  ไม่คิดจะพูดกับเขาสักคำ

                “ฉันเกลียดคนโกหก”

                “แต่ผมไม่ได้โกหกนี่ครับ”

                น้ำบอกไปตามความจริง โทระหรี่ตามองเจ้าเด็กตัวเล็ก ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  เขาตักกุ้งในหม้อใส่ถ้วยของน้ำ

                “ฉันพามากิน ไม่ได้พามาให้นายพูดมาก”

                สุดท้ายโทระก็ไม่ฟังเขาอยู่ดี  น้ำจึงก้มหน้าทานอาหารอย่างเงียบๆ  โดยทุกอย่างอยู่ในสายตาของโทระ

                “ทำไมต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้น  หรือว่าอยากไปกับเจ้านั่นมากกว่ามากับฉัน”

                คนตัวโตยังไม่หยุดหาเรื่อง  น้ำเงยหน้ามองโทระ

                “ทำไมรุ่นพี่ต้องหาเรื่องผมด้วยครับ”

                “ฉันเนี่ยนะ  หาเรื่องนาย”

                คนหาเรื่องไม่คิดจะยอมรับว่าตัวเองผิด  น้ำเมินหน้าหนีไปทางอื่น  เขารู้สึกแย่จริงๆที่โทระหาเรื่องเขา ทั้งๆที่เขาก็ยอมทุกอย่าง

                “เอาเถอะๆ เลิกงอน   แล้วก็กินได้แล้ว  เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก”

                ว่าพร้อมกับเลื่อนมือไปจับหน้าน้ำให้หันกลับมาตรงถ้วยอาหารของตัวเอง เด็กน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ถึงจะเคืองรุ่นพี่ยังไง  แต่พอโดนง้อเข้าหน่อย  เขาก็ใจอ่อนยวบทันที

                พอเห็นน้ำเริ่มทานต่อ โทระก็ระบายยิ้มออกมา  คนตัวเล็กเหลือบตามองโทระที่ยิ้มให้เขา เขารีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่มีความสุขของตัวเอง

-------+++++-------

                ไทกะยังคงอยู่เป็นเพื่อนวายุ จนกระทั่งชายหนุ่มตัดสินใจกลับห้องพัก  ชายหนุ่มเดินนำไทกะออกจากห้องพักผู้ป่วย

                “ขอบใจมากนะ  ที่นายมาเป็นเพื่อนฉัน”

                “ไม่เป็นไร”

                บอกพร้อมกับยิ้มจางๆ ไทกะหันไปผู้ป่วยที่นั่งอยู่บนรถเข็น  เป็นเด็กสาวอายุไม่น่าจะเกิน 15 ปี ไทกะคาดเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะประสบอุบัติเหตุ  เพราะเขาเห็นขาของเด็กคนนั้นใส่เฝือกอยู่  ถึงร่างกายจะบาดเจ็บขนาดนั้น แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะยิ้มแย้มให้กับผู้ชายตัวโตที่ดูเหมือนจะเป็นพี่ชาย

                “มองอะไรของนาย”

                “ฉันอยากให้นายเป็นแบบนั้น”

                คำพูดนั้นทำให้วายุตาโต  มองไทกะอย่างไม่ค่อยพอใจ

                “หมายถึงอยากให้ฉันประสบอุบัติเหตุน่ะเหรอ!”

                “จะบ้าหรือไง”

                ไทกะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวายุจะคิดไปแบบนั้น แต่วายุไม่สน เพราะสายตาที่ไทกะมองไปนั้นก็เห็นอยู่ว่าเป็นผู้ป่วย

                “แล้วมันหมายความว่าไงล่ะ”

                “ฉันแค่อยากให้นายเข้มแข็ง  แม้บางครั้งนายจะเจอเรื่องแย่ๆ”

                น้ำเสียงจริงจังของไทกะพร้อมกับสายตาที่ส่งมาทำให้วายุหยุดชะงัก  เขาสบตากับชายหนุ่ม

                “อืม…เข้าใจแล้ว”

                ความรู้สึกอุ่นวาบเกิดขึ้นในใจ  วายุแอบอมยิ้ม ก่อนจะก้าวเดินต่อไป

                “เอาเป็นว่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงขนมแล้วกัน”

                วายุยื่นข้อเสนอตอบแทนไทกะ  ไทกะหัวเราะออกมาเบาๆ  แต่นั่นก็สะกดสายตาของวายุได้  เพราะเขาไม่ค่อยเห็นไทกะหัวเราะ

                “นายเห็นฉันเป็นเด็กหรือไง  ถึงจะมาเลี้ยงขนม”

                “ก็เด็กกว่าฉันแล้วกัน”

                คนอายุมากกว่าบอกกล่าวอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินนำไทกะไปยังร้านเล็กๆที่ถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก

                “อยากกินอะไรสั่งเลย เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

                วายุยืดอกบอกอย่างแมนๆ  ไทกะเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วเปิดดูเมนู ก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่ง

                “สั่งเค้กด้วยสิ”

                “ฉันไม่ค่อยชอบกินของหวาน”

                “เค้กที่นี่ไม่ได้หวานขนาดนั้น  อร่อยนะ  ลองสั่งมาแล้วจะติดใจ”วายุนำเสนออย่างเต็มที่  จนไทกะต้องจ้องมอง

                “เขาแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เท่าไหร่ ถึงโฆษณาขนาดนี้”

                “เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่บอกตามที่รู้สึกเท่านั้นเอง”

                “งั้นเอาเค้กช็อกโกแล็ตอันนี้แล้วกันครับ”

                พอเห็นว่าไทกะสั่งขนมเสร็จ  วายุก็เริ่มชวนคุย

                “อีกไม่นานฉันเริ่มจะยุ่งๆแล้ว”

                “ต้องการจะพูดอะไร”ไทกะถามหน้านิ่ง

                “ฉันกำลังคิดว่า อาจจะไปสอนพวกนายแค่เสาร์ หรือไม่ก็แค่วันอาทิตย์”

                Rrrr

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา  โทระหยิบขึ้นมารับสาย  เบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่บ้าน

                “ครับ”

                [พี่ไทกะ  นี่กานต์เองนะครับ]

                “ว่าไงกานต์  มีอะไรหรือเปล่า”

                วายุมองหน้าไทกะ  ไทกะเหลือบตามองวายุเพียงครู่  เขารอฟังในสิ่งที่น้องชายจะพูด

                [พี่โทระยังไม่กลับบ้านเลยครับ ผมติดต่อไม่ได้เลย]

                “จริงเหรอ  โทรไม่ติดเลยเหรอ”

                [ครับ  แม่กวางเป็นห่วงพี่โทระมากเลยครับ  เลยให้ผมโทรมาหาพี่ไทกะ  เผื่อว่าพี่โทระจะอยู่กับพี่ไทกะ]

                “เจ้านั่นไม่ได้อยู่กับพี่ แต่กานต์บอกแม่นะว่าไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่ตามโทระให้เอง”

                ไทกะวางสาย  ใบหน้าเขาไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก 

                “แย่จริงๆ”เขาบ่นเบาๆ

                “มีอะไรหรือเปล่า”

                วายุอดไม่ได้ที่จะถามออกไป เมื่อเห็นท่าทางอารมณ์ไม่ดีของไทกะ  ชายหนุ่มมองหน้าวายุ  เขาบอกไปตามความจริง

                “ก็เจ้าโทระน่ะสิ  ไม่ยอมกลับบ้าน”

                “แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าโทระอยู่ที่ไหน”

                “อยู่กับน้ำ”

                “อ่า…งั้นนายก็รีบติดต่อไปสิ”

                ไทกะพยักหน้ากดโทรหาโทระ  แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะปิดเครื่องไปแล้วจริงๆ หรือไม่อีกอย่างก็คือแบตมือถือคงหมดไปแล้ว

                “เหมือนเจ้านั่นจะแบตหมด”

                “แล้วนายมีเบอร์ของน้ำหรือเปล่าล่ะ”

                “มี”

                ว่าจบก็กดโทรหาน้ำ  ไม่นานนัก  เจ้าของเบอร์ก็กดรับสาย โทระหรี่ตามองเจ้าเด็กตัวเล็กที่กำลังกรอกเสียงลงไปตามสาย

                “อยู่ครับ  รุ่นพี่อยู่กับผมครับ  ครับ  ครับ”

                โทระมองอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์  เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม  รอจนกระทั่งน้ำคุยเสร็จ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก

                “ใครโทรมา โทรมาทำไม”

                เสียงทุ้มถามเหมือนคาดคั้นคำตอบ น้ำยิ้มเจื่อนๆ

                “พี่ไทกะโทรมาครับ”

                “นี่ไปแลกเบอร์กันตอนไหน”ความไม่พอใจเริ่มก่อตัว

                “ก็ผมต้องคอยช่วยงานที่สภา  ก็เลยต้องให้เบอร์พวกรุ่นพี่ไว้น่ะครับ”

                “นี่นายทำเบอร์ตัวเองให้เป็นสาธารณะหรือไงเนี่ย”

                “เปล่านะครับ ก็ผมแค่กรอกเบอร์ทิ้งไว้ ก็เท่านั้นเอง”

                “ฮึ่ย”

                โทระเริ่มหงุดหงิด เขาเมินหน้ามองไปทางอื่น  จากคำพูดที่น้ำบอก นั่นแสดงว่าเบอร์ของเจ้าตัวคงมีคนได้ไปไหนถึงไหนแล้ว  ใครอยากจะโทรมา ใครอยากจะติดต่อก็คงไม่ใช่เรื่องยาก

                “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

                พอเห็นท่าทางของโทระแปลกๆ น้ำเลยถามด้วยความเป็นห่วง เผลอคิดไปว่า เพราะโทระทานเยอะเกินไป อาจจะจุกหรือเปล่า

                “เปล่า  ไปกันได้แล้ว”

                เอ่ยขึ้นแล้วลุกจากโต๊ะ  เดินไปที่เคาเตอร์เพื่อจ่ายเงิน  ปล่อยให้น้ำมองตามด้วยความงุนงง

-------+++++-------

                หลังจากที่วางสายจากน้ำแล้ว  เขาก็รับรู้ได้ว่าไทกะเหมือนกำลังเหลือบมองบางสิ่งอยู่

                “ปกตินายมากินที่ร้านนี้บ่อยเหรอ”

                “ก็ช่วงที่ฉันมาเยี่ยมคุณพ่อก็จะแวะมาที่นี่”

                “อืม…”

                ไทกะตอบรับในลำคอ  เขารู้สึกไม่ค่อยดี  สัญชาตญาณบอกเขาว่ามีคนกำลังแอบมองพวกเขาอยู่

                “เดี๋ยวฉันจะโทรให้คนที่บ้านมารับ  นายกลับกับฉันแล้วกัน”

                “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่แถวนี้เอาก็ได้”

                ทางไปบ้านไทกะกับอพาร์ทเมนท์ที่เขาเช่าไว้นั้นเป็นคนละทาง  แต่ไทกะไม่ยอม เขาจะให้วายุกลับไปเขา

                “นายนี่ดื้อตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าเนี่ย  เอาแต่ใจตัวเองชะมัด”

                ไทกะไม่ตอบ เขาเมินหน้ามองไปทางอื่น  เขาไม่สนที่วายุต่อว่าเขา  ในเมื่อเขาตั้งใจจะพาวายุกลับไปกับเขาให้ได้

                “ไม่ต้องจ่ายนะ  ฉันเลี้ยง”

                วายุดักเอาไว้ก่อน  เจ้าตัวหยิบเงินจ่ายพนักงาน  ก่อนที่ทั้งคู่จะออกจากร้าน

                “ครับ  โอเคครับ”

                หลังจากที่โทรไปถามจุดที่รถจอดเรียบร้อยแล้ว  เขาก็เดินนำวายุไปที่รถทันที   ไทกะและวายุนั่งอยู่ข้างๆกัน ด้านหลังคนขับ  ไทกะนั่งเงียบอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้น

                “นายควรจะบอกทางไปอพาร์ทเมนท์ของนาย”

                “ฉันว่าให้ฉันลงแถวๆนี้ก็ได้นะ  เดี๋ยวฉันไปต่อเอง”

                ไทกะหันไปมองด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจทันที  วายุถอนหายใจ แล้วบอกทางให้กับคนขับ

                วายุสังเกตเห็นไทกะเอี้ยวตัวเล็กน้อย คล้ายคนที่กำลังนั่งไม่สบายตัว  เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

                “นายโอเคไหม”

                “ฉันรู้สึกว่ามีคนกำลังตามพวกเรามา”

                บอกไปตามที่คิด แต่นั่นก็ทำให้วายุแปลกใจ  เขาหมุนกายหันไปดูด้านหลัง  ก็พบรถยนต์มากมายที่วิ่งตามมา  หนึ่งในนั้นก็ยังมีบิ๊กไบต์สีดำคันหนึ่งขับมาด้วย  คนที่ขับเป็นชายชุดดำ  แต่ในความคิดของวายุ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด ที่ชายคนนั้นจะใส่เสื้อหนังสีดำ  ใส่ชุดดำทั้งตัว

                “คงตามมาเป็นขบวนเลยล่ะ”

                ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างติดตลก  ไทกะไม่ได้ตอบกลับ  แต่เขาหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย  จนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้าไปในซอย  วายุจึงสังเกตอีกครั้ง

                “บิ๊กไบค์คันนั้น”

                วายุเริ่มใจคอไม่ดี เขามองไปยังไทกะที่ทำหน้านิ่ง ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาสักนิด

                “ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้”

                ไทกะแกล้งพูดขึ้น แต่สีหน้าวายุไม่ได้คิดแบบนั้น  สายตาของไทกะจริงจัง  แต่บางทีพวกเขาอาจจะคิดไปเอง

                เอี๊ยดด!!

                ความคิดทั้งหมดถูกหยุดกะทันหัน เมื่อรถยนต์ที่เขานั่งมานั้นเบรก จนวายุแทบจะพุ่งตัวไปด้านหน้า

                “เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

                เขาโวยวายอย่างตกใจ คนขับจึงตอบไปตามความจริง

                “มีรถมาตัดหน้าครับ”

                ไทกะและวายุเงยหน้ามองรถที่ตัดหน้า  วายุอึ้งไปเมื่อเห็นบิ๊กไบค์คันนั้นจอดอยู่ตรงหน้าเขา  และสิ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้างมากกว่าเดิม คือผู้ชายคนนั้นชักปืนขึ้นมา แล้วจ่อมาทางรถยนต์พวกเขา

                “ก้ม!”

                ไทกะบอกเสียงดัง พร้อมกับรั้งร่างวายุให้ก้มต่ำลงมา

                ปัง!

                “อ่า…”

                คนขับรถแทบจะหัวใจวาย  เขานึกว่าจะต้องไปเฝ้ายมบาลในวันนี้เสียแล้ว พอสำรวจตัวเองก็พบว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน

                “คุณไทกะ!”

                คนขับรถรีบหันมามองด้านหลัง  จึงเห็นว่าเจ้านายของตนที่ใช้ร่างตัวเองบังร่างของวายุไว้


100%

ติดตามการอัพได้ที่เพจ  Akikoneko17

เปิดพรีออเดอร์  สามีผมเป็นเสือ ภาค 3  

รายละเอียดอยู่ที่หน้าบทความ  หรือดูได้ที่เพจ Akikoneko17 ค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}