chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 01:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

​ตอนที่ 18

“แล้วเงินที่ตกลงกันเอาไว้ล่ะพี่ดำ” เสียงพูดคุยที่ดังอยู่ภายในห้องนอนปลุกให้ร่างสูงตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ดวงตาสีนิลหรี่ลงเพื่อปรับให้ชินกับแสงสว่าง ร่างกายของแทนเมื่อยล้าไปหมดจะขยับมากก็ไม่ได้เพราะถูกเชือกรัดมือรัดเท้าเอาไว้อย่างแน่นหนา

“กูบอกว่าทำเสร็จก็ให้เลยไง มึงจะเซ้าซี้อะไรนักหนา!” ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาแทนช็อกตัวสั่นด้วยความกลัว หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งเปลือยกายยืนพูดคุยกับคนที่จับตัวเขามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“แหม~ ฉันทำงานก็ต้องอยากได้เงินเป็นธรรมดาสิ” นิ้งกอดรัดกล้ามแขนของนายดำแน่นโดยใช้หน้าอกถูไถยั่วยวน แทนมองแล้วรู้สึกพะอืดพะอม ภาพร่างกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวทำให้เขานึกถึงอดีต

“เออๆ” นายดำพยักหน้ารับตัดรำคาญ ถึงนิ้งจะถูกสเปกแต่พูดมากขนาดนี้เขาก็ขอปล่อยผ่านแล้วกัน คนประเภทนี้ไม่สมควรยุ่งด้วยเพราะอาจทำให้ความลับรั่วไหลได้

“มันตื่นแล้วมึงไปจัดการซะ” นายดำหันไปเห็นแทนตื่นพอดีก็ผลักนิ้งเข้าไปหาแล้วจึงเดินออกนอกห้อง พร้อมจัดการล็อกประตูให้เสร็จสรรพ

“งานนี้ดีจริงๆ ได้คนหล่อแถมเงินหนัก” นิ้งมองใบหน้าแทนอย่างพิจารณา ปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงยกยิ้มด้วยความพอใจเพราะส่วนใหญ่เธอมักเจอแต่คนแก่ เฒ่าหัวงูบ้ากาม

“ปล่อยกู!!” แทนร้องโวยวายออกมาสุดเสียงเมื่อถูกมือนุ่มนิ่มสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาว ลูบไล้กล้ามเนื้ออย่างปลุกเร้า

“ได้ปล่อยแน่ค่ะ แต่หลังจากเสร็จกิจก่อนนะ” นิ้งยิ้มหวาน ส่งสายยั่วยวนให้ก่อนใช้มือแกะกระดุมเสื้อของแทนออกอย่างรวดเร็ว ร่างสูงพยายามดิ้นให้เชือกที่รัดมือไว้หลุดออกแต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยซ้ำยังทำให้ข้อมือและข้อเท้าถูกเสียดสีจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา

“ฮือๆ อย่า...ไม่เอา! ฮึก” แทนร้องไห้จนตัวโยกเมื่อถูกริมฝีปากนุ่มกดจูบลงผิวกาย รสสัมผัสและความอุ่นนุ่มนวลของร่างกายสตรีเพศยังคงเหมือนเดิม เหมือนที่ชายหนุ่มเคยเสพสมเมื่อครั้งเยาว์วัย

“ฮึ่ม! ปล่อยกู! อ๊ากกกกก” แทนผวาเฮือกเมื่อถูกปลดกางเกงสแลคพร้อมกางเกงในลงไปกองไว้ที่หน้าขา ภาพในวัยเด็กตอนถูกน้าเบลกระทำผุดขึ้นมาในหัวมากมาย การละเล่นวิตถาร ท่าพิสดารต่างๆ ที่ถูกบังคับให้ทำ สร้างความบ้าคลั่งขึ้นมาภายในใจ ร่างสูงดิ้นพล่านแหกปากร้องไม่หยุด

“พี่มาช่วยจับหน่อยสิ ดิ้นแรงมากเลย” นิ้งตกใจผละออกจากแทนแล้ววิ่งออกไปตามคนมาช่วย เธอมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร กามอารมณ์ที่มีก่อนหน้านี้หายไปแทบไม่มีเหลืออยู่ เธอทำงานด้านนี้มานานเคยเจอแต่คนเต็มใจสมยอม พอมาพบคนที่ร้องไห้กลัวสุดขีดแบบนี้ทำให้สะเทือนใจอยู่ไม่น้อย

หมับ

“อึก ฮือ...น้าเบลไม่เอาๆ แทนขอโทษ” ร่างสูงถูกนายดำและลูกน้องจับแขนกับขายึดไว้กับเตียงไม่ให้ดิ้น สัมผัสหยาบโลนที่ดึงรั้ง ลมหายใจร้อนที่พ่นใส่ใบหน้าทำให้แทนอาเจียนออกมาจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อน

“ร้องทำเหี้ยอะไรนักหนา มึงแค่เย็ดกับอีนี่ก็จบแล้ว” นายดำจิกผมแทนเต็มแรงด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายทำให้เตียงเลอะไปหมด เขาอยากฆ่าไอ้หน้าหล่อนี่จริงๆ มันทำเขาเสียเวลากับงานง่ายๆ แบบนี้มาหลายชั่วโมงเกินไปแล้ว

“ชักช้าทำไมวะ! รีบทำสิหรือมึงอยากตาย!!!” เสียงขู่กรรโชกของนายดำทำให้นิ้งสะดุดตกใจรีบก้าวเท้าเข้าไปหาแทนทันที แม้ตอนนี้จะไม่อยากทำแต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะขืนทำแบบนั้นคนที่จะซวยคงเป็นเธอซะเอง

ปากนิ่มของหญิงสาวครอบลงไปบนแกนกลางอ่อนตัว ดูดเลียจนเกิดเสียงดังลั่นไปทั่วห้อง ลูกน้องสองคนของนายดำมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบจนเริ่มมีอารมณ์ตามไปด้วย แทนขยับตัวไปมาหนีสัมผัสน่าขยะแขยงที่หญิงสาวตรงหน้ากำลังมอบให้ แต่เมื่อผ่านไปไม่นานร่างกายก็ตื่นตัวขึ้นอย่างง่ายดาย

“หึ! ทำเป็นขัดขืนมึงก็มีอารมณ์กับมันนี่หว่าไอ้หน้าหล่อ” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยยิ่งทำให้แทนรู้สึกขยะแขยงตัวเอง นายดำหยิบผ้ามัดปากแทนหลังเห็นร่างสูงเริ่มกัดปากจนเลือดไหลเป็นทางยาว บทกามอารมณ์เริ่มบรรเลงต่อไปโดยมีผู้ขับเคลื่อนคือหญิงสาวผู้ช่ำชองในบทรัก แม้แทนอยากปฏิเสธแต่ร่างกายเขากลับตอบสนองทุกสัมผัสเร่าร้อนที่อีกฝ่ายมอบให้ ร่างกายที่ถูกฝึกมาเพื่อทำเรื่องน่าสมเพช ร่างกายแสนโสมม

“น้องแทนชอบใช่ไหมเวลาน้าทำแบบนี้” น้าสาวฉีกยิ้มมองหลานชายใต้ร่างที่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุด


เราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ร้องไห้ทำไมหืม...ต้องดีใจสิเด็กดี นิ้วนิ่มเกลี่ยไล้ไปทั่วแก้มใสเปียกชุ่ม ก่อนก้มใช้ลิ้นเลียชิมน้ำรสเค็มด้วยสีหน้าสุขสม สะโพกกลมยกขึ้นลงเร่งจังหวะวาบหวิว แต่เด็กชายกลับทำหน้าเหยเกเมื่อรู้สึกจุกและเจ็บแกนกลางที่ยังไม่ถึงวัยพร้อมใช้งาน

“ดูสิ น้าดูดกลืนแทนเข้าไปหมดเลยนะ” น้าสาวจิกกระชากผมสีนิลให้เงยมามองแกนกลางที่ผลุบเข้าไปในร่างกายของเธอ

“ฮือๆ แทนเจ็บ” เด็กชายยกมือดันร่างกายน้าสาวออกห่าง

“จำไว้นะเด็กดี นั่นเขาเรียกว่าความสุข ยิ่งเจ็บยิ่งสุข ยิ่งทุกข์ทรมานยิ่งสุขสม”

Rrrrr Rrrrr

ครูซขมวดคิ้วยุ่งเมื่อได้ยินเสียงดังรบกวนเวลานอน มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงสะเปะสะปะไปทั่ว พอเจอก็หยิบมารับโดยที่ไม่ทันได้ดูว่าใครเป็นคนโทรมา

“ครูซ! คุณอยู่ไหน! มาด่วนเลย!! // อ๊ากกก”

“ครับ?” ร่างโปร่งหายงัวเงียขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของแทนดังแทรกเข้ามาในสาย

“พวกผมไม่มีใครหยุดแทนได้สักคน คุณช่วยมาดูมันให้หน่อย” ไวน์พูดไปหอบไปเหมือนกำลังใช้แรงทำอะไรอยู่สักอย่าง

“คุณแทนเป็นอะไร!” ครูซลุกจากเตียงวิ่งไปหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ด้วยความรวดเร็ว

“เดี๋ยวค่อยเล่า กละ.. // ไวน์! กูจะต้านแรงพี่เขาไม่อยู่แล้ว // แปบ ๆ มึงกดไว้ก่อน” เสียงความวุ่นวายที่ดังแทรกเข้ามาทำให้ครูซกระวนกระวายใจ มือเรียวกำโทรศัพท์มือถือแน่นขึ้นเพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดภายในอก

“คุณแทนอยู่ไหน!!” ครูซตะคอกถามออกไปด้วยความร้อนใจหลังไวน์ปล่อยให้ชายหนุ่มรอสายมาหลายนาทีแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงโวยวายร้องไห้แทบขาดใจของแทนยิ่งทำให้ครูซเดือดพล่าน มือไม้สั่นไปหมด

“ส่งข้อความไปให้แล้วรีบมา // ปล่อย! ฮือๆ ตู๊ด...”  สายถูกตัดไปพร้อมเสียงร้องไห้ของแทนที่ทำเอาคนฟังปวดใจ

“บ้าเอ๊ย!!” ครูซสถบออกมาสุดเสียง มือเรียวคว้ากุญแจรถได้ก็รีบวิ่งออกไปทันทีโดยที่ไม่สนใจจะล็อกประตูบ้านด้วยซ้ำ พอกระโจนขึ้นรถได้ครูซก็เหยียบคันเร่งจมมิดขับพุ่งทะยานไปยังเส้นทางที่หมอไวน์ส่งมาให้

ความจริงกำหนดกลับจากต่างจังหวัดคือพรุ่งนี้แต่ครูซทนกังวลใจเกี่ยวกับแทนไม่ไหวจึงขอแม่กับน้องกลับมาก่อนโดยจงใจไม่บอกแทนเพราะเขารู้ดีว่าถ้าบอกไปอีกฝ่ายต้องไม่พอใจแน่ๆ ที่ขัดคำสั่ง แต่ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณตัวเองเหลือเกินที่ตัดสินใจนั่งเครื่องบินกลับมาก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถขับรถมาหาแทนได้ในเวลาแบบนี้

ถนนยามตีสี่กว่าโล่งมากทำให้ครูซสามารถขับมาถึงที่หมายในเวลาอันรวดเร็ว บ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างหน้า ประตูรั้วมีการ์ดและตำรวจยืนออกันเต็มพื้นที่ บรรยากาศดูตึงเครียดจนครูซที่อยู่ในรถยังสัมผัสได้ มือเรียวกดโทรหาไวน์พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนประตูรั้วลวดลายสวยงามจะเปิดออกพร้อมสายตานับสิบที่พุ่งมองมาอย่างสำรวจ แต่วินาทีนั้นครูซไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากเหยียบคันเร่งเข้าไปจอดภายในบ้านด้วยความร้อนใจ

“คุณแทนอยู่ไหน!” ทันทีที่ลงจากรถ ครูซก็พุ่งตัวเข้าไปถามไวน์ที่ยืนน้ำตาคลออยู่หน้าประตูบ้าน ไวน์ไม่ตอบแต่วิ่งนำครูซขึ้นบันไดไปชั้นสอง ไม่ต้องให้ร่างบางบอกครูซก็รู้ได้ในทันทีว่าแทนอยู่ห้องไหนเพราะมีเพียงห้องเดียวที่มีเสียงโครมครามดังลั่นออกมา

ครูซกระชากประตูเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ภาพตรงหน้าทำเอาเขาแทบล้มทั้งยืน ร่างกายที่เขาเฝ้าถนอมมาตลอดตอนนี้กลับเต็มไปด้วยบาดแผล ดวงตาสีนิลแดงช้ำมีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย เสียงร้องหวาดผวาเหมือนมีดคมที่กรีดลึกเข้าไปถึงกลางใจ

“ฮือๆ ออกไป!!!” แทนถีบทุกคนที่เข้ามาใกล้ไม่ยอมให้ใครแตะตัว ตอนนี้แขนทั้งสองข้างถูกผ้าพันรัดไว้หลวมๆ เพื่อป้องกันการทำร้ายตัวเอง ไวน์ฉีดยาระงับประสาทให้แล้วก่อนหน้านี้แต่พอตื่นขึ้นมาแทนก็มีอาการอีก เขาจะฉีดซ้ำก็ไม่ได้เพราะร่างกายอีกฝ่ายอ่อนแอเกินไปหากไม่ได้ทานข้าวทานยาจะช็อกเอาได้

หมับ

“คุณแทน” ครูซคว้าร่างสูงมากอดไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดจากตัวอีกฝ่ายคละคลุ้งไปทั่วเตียงเนื่องจากไม่มีใครสามารถเช็ดตัวให้ได้สักคน มือเรียวเร่งแกะผ้าที่รัดแขนแทนออกเพราะรู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายไม่สามารถขยับตัวได้อย่างที่ต้องการ เขาไม่อยากให้แทนรู้สึกเหมือนถูกบังคับ ยิ่งทำแบบนี้แทนยิ่งต่อต้าน เมื่อแขนเป็นอิสระแทนก็ทุบตีผลักให้ครูซออกห่างทันที

“อย่าจับ! สกปรก! ฮึก ปล่อย” แทนดิ้นร้องห้ามอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้แทนไม่มีสติจะแยกแยะพอว่าใครเป็นใครเขารู้เพียงว่าทุกอย่างน่ากลัว น่าขยะแขยงไปหมด

ครูซกอดรัดแทนไว้แน่นแม้จะถูกทุบถูกเข่ากระแทกไปตามตัวจนจุกแต่เขาก็ไม่อยากปล่อย เขาไม่อยากห่างจากคนหน้านิ่งอีกแล้ว

“ชู่...ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ” ครูซกระซิบข้างหูแทน ลูบหลังปลอบโยนไม่หยุด ร่างกายของแทนสั่นเทา ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสียงหอบหายใจดังถี่บ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวหวาดกลัวแค่ไหน

“ผมเป็นของคุณไงครับ” ครูซโอบกอดแทนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน มือเรียวลูบผมสีนิลเบาๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ในตอนแรกหลั่งไหลออกมาเมื่อมือขาวยกขึ้นมากอดตอบ ครูซไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายไม่ว่ากับเรื่องอะไรแต่สำหรับครั้งนี้มันสุดจะทนแล้วจริงๆ แทนที่เขาเฝ้าถนอมดูแลเอาใจใส่ แทนที่เขารักมากมายถูกทำร้ายจนร่างกายยับเยินขนาดนี้ สภาพจิตใจไม่ต้องพูดถึง บ้าคลั่งจนสติไม่หลงเหลืออยู่เลยสักนิด ใครที่มันกล้าทำ เขาสาบานเลยว่าจะลากคอมันมารับผิดชอบให้ได้!

“ครูซ....” แทนมองใบหน้าของครูซด้วยความสับสน ชายหนุ่มทั้งอยากกอดทั้งอยากผลักไส แต่ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยที่ได้รับทำให้แทนหลับตาลงแล้วเลือกที่จะกอดรัดครูซไว้

“ครับ ผมเอง” ครูซกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อของแทนอย่างรักใคร่ สัมผัสอ่อนโยนที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่ชอบฟังทำให้แทนผ่อนคลายมากขึ้น ความตึงเครียดความหวาดกลัวเริ่มจางหายไป

“ครูซ...ครูซ...ครูซ” แทนเรียกชื่อครูซซ้ำไปซ้ำมาคล้ายคนกำลังเพ้อละเมอ

“ไม่เป็นไร ผมอยู่นี่แล้ว” ครูซกระชับกอดแทน ทุกคนที่อยู่ในห้องเมื่อเห็นแทนสงบลงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะหลายชั่วโมงที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถหยุดคนสติแตกแบบแทนได้เลย ร่างสูงแหกปากอาละวาด ใครเข้าใกล้ก็ทำร้ายจนเจ็บตัวไปตามๆ กัน หนักสุดคงเป็นพยาบาลสาวที่ถูกถีบอย่างแรงจนล้มกระแทกโต๊ะหัวแตกต้องพาไปเย็บแผลเกือบสิบเข็ม เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายไวน์ก็หันไปไล่ทุกคนให้ออกไปข้างนอกเหลือเพียงแค่เจ้าตัวกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่นั่งพิมพ์งานอยู่มุมห้องเงียบๆ

“ครูซ” แทนเคลิ้มจะหลับหลายรอบแต่ก็สะดุ้งตื่นมาทุกครั้ง

“หลับเถอะ ผมไม่ไปไหนหรอกครับ” ครูซกระซิบบอกข้างหู ลูบแก้มขาวที่บวมช้ำจากการถูกทำร้ายด้วยสัมผัสแผ่วเบา ทั้งที่เขาไม่ใช่คนที่ถูกกระทำ แต่กลับทุกข์ทรมานใจมากมายเหลือเกิน หากย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด เขาจะไม่ยอมทำตามคำสั่งแทนเด็ดขาด ครูซกอดร่างสูงแนบอกพลางดึงผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวให้ มือเรียวลูบหัวลูบหลังปลอบทุกครั้งที่แทนผวาตกใจ

“ครูซ” แทนเรียกครูซอยู่แบบนั้นจนทนความอ่อนล้าของร่างกายไม่ไหวจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา ผ่านไปสักพักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับสนิทแล้วหนุ่มลูกครึ่งจึงขยับตัวพยุงร่างสูงนอนหนุนหมอนเพราะไม่อยากให้แทนตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยตัว แต่ระหว่างจัดท่านอนให้สายตาครูซก็สะดุดเข้ากับรอยดูดสีแดงจางๆ ตามซอกคอขาว ไวเท่าความคิด มือเรียวแกะกระดุมเสื้อออกอย่างรวดเร็วเพื่อมองให้แน่ชัด

“ฮึ่ม!” ครูซขบกรามขมวดคิ้วยุ่ง ไฟในใจลุกโชน คนหน้านิ่งเกลียดสัมผัสยิ่งกว่าอะไร ไม่มีทางที่จะยอมให้ใครมาแตะตัวแบบนี้แน่ๆ นอกเสียจากถูกบังคับ

ในชีวิตครูซเขาไม่เคยอยากตามไปฆ่าใครเท่านี้มาก่อน ร่างกายที่เขามีสิทธิ์ครอบครองเพียงคนเดียว ถูกสารเลวที่ไหนมาทิ้งรอยไว้เต็มไปหมด

โครม*!*

ครูซลุกขึ้นถีบตู้เสื้อผ้าเต็มแรงด้วยอารมณ์ร้อนที่พลุ่งพล่านไปทั่วกาย ใคร...มันเป็นใคร!

“เฮ้ย! ใจเย็น แทนมันเพิ่งหลับ” หมอไวน์วิ่งไปรั้งตัวครูซไว้เมื่อเห็นร่างโปร่งกำลังจะทำร้ายข้าวของที่อยู่ใกล้ตัวอีก ครูซชะงักตัวลงเมื่อได้ยินชื่อแทน ชายหนุ่มหลับตาลงสูดหายใจเข้าออกช้าๆ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถใจเย็นได้อีกต่อไป เขาต้องรู้เดี๋ยวนี้ และต้องรู้ทุกเรื่อง

“บอกมา! ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!!!” เสียงตะโกนถามที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นทำให้ไวน์สะดุ้งตกใจ ใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าในตอนนี้มันไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว คนใจเย็นเวลาโกรธขึ้นมามักน่ากลัวมากกว่าคนปกติหลายเท่า ไวน์เพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็วันนี้นี่เอง

 “ใจเย็นก่อน ตอนนี้ผมเองก็บอกอะไรคุณมากไม่ได้” ร่างบางขยับตัวออกห่างจากครูซเล็กน้อยเมื่อบรรยากาศรอบๆ ตัวอีกฝ่ายดูน่ากลัวจนไม่น่าเข้าใกล้

“ทำไม!” ครูซที่นอตหลุดไปแล้วตะคอกถามเสียงดังจนชายหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่ตรงมุมห้องทนมองไม่ได้จึงเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน เขาไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่อีกฝ่ายทำพฤติกรรมไม่ดีใส่ไวน์

“สงบสติอารมณ์หน่อย ยังมีคนที่คุณต้องดูแลอยู่ ถ้าใช้อารมณ์แบบนี้เดี๋ยวก็พังหมดทุกอย่างหรอก” เภาพูดเตือนเสียงเข้มแล้วดันตัวไวน์ให้ยืนหลบอยู่หลังตน ซึ่งร่างบางรีบเกาะชายเสื้อคนรักไว้แน่นชะโงกมองหนุ่มลูกครึ่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ ที่จะคุยด้วย

“ขอโทษ” ครูซคลายกำหมัด ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ เมื่อเห็นท่าทีสงบลงแล้วไวน์จึงพูดอธิบายให้ฟังต่อ

“ผมไม่ได้รู้เรื่องมากสักเท่าไหร่ น้าพัชชาเป็นคนพาแทนมาหาผมตอนเช้ามืด เธอมาส่งแล้วก็รีบร้อนออกไป” พอไวน์พูดจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคำตอบของเขาคงทำให้หนุ่มลูกครึ่งไม่สบอารมณ์ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อสิ่งที่ไวน์พูดเป็นความจริง ตัวเขาเองก็อยากรู้ พยายามถามแล้วแต่พัชชาก็ไม่ยอมบอกหรือเล่าอะไรให้ฟังเลยนอกจากพูดแค่ว่า ทุกอย่างใกล้ถึงจุดจบแล้ว

“เธออยู่ไหน”

“ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ผมพยายามโทรหาอยู่แต่ว่าติดต่อไม่ได้” ไวน์ส่ายหน้าไปมา

“เธอบอกแค่ว่าอีกสองวันจะกลับมา ให้คุณอดทนรอก่อน พอถึงตอนนั้นจะยอมบอกทุกอย่างเอง” ครูซนิ่งเงียบไป กำลังใช้สมองคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เรียงรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่ามีใครบ้าง แล้วคนที่ทำมีเหตุผลอะไร คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของชายหนุ่ม

“ผมว่าตอนนี้คุณช่วยดูแลคุณแทนก่อนเถอะ เผื่ออาการดีขึ้น คำตอบทุกอย่างอาจจะออกมาจากปากของเขาเองก็ได้” เภาเอ่ยแนะนำ ครูซหันไปมองแทนด้วยสีหน้านิ่งๆ

“สองวัน...ได้ สองวัน” เวลาแค่นี้เท่านั้นที่จะปล่อยให้พวกมันลอยนวลอยู่อย่างสุขสบาย ครูซเป็นพวกหวงของ อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าของเขา ชายหนุ่มจะถนอมดูแลรักษาไว้อย่างดี ใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำลายหรือแตะต้อง เขาไม่เคยยุ่งหรือคิดร้ายกับใครแต่ถ้ามันกล้าล้ำเส้น เขาจะทำให้มันเจอนรกที่แท้จริง นรกที่เขาเคยมอบให้ใครคนหนึ่ง จนคนนั้นหายไปจากวงจรชีวิตเขาตลอดกาลโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้เลยสักคน

เฮือก

แทนผวาตื่นขึ้นด้วยความกลัวเมื่อรับรู้ว่าร่างกายของตนกำลังถูกใครบางคนสัมผัสอยู่

“ออกไปๆ อ๊ากก ไม่เอา!!” ร่างสูงออกแรงดิ้นทันทีโดยไม่ทันได้ดูว่าเจ้าของมือคือใคร ภายในหัวของแทนมีแต่ภาพน้าเบลกับนิ้งกำลังเล่นสนุกกับร่างกายตน สัมผัสโสมมที่ตราตรึงไปทั่วตัวทำให้เขานึกเกลียดร่างกายตัวเอง

สกปรกต้องเอาออกไป ต้องกรีดหนังขูดเนื้อออกไปให้หมดจะได้สะอาดสักที

“คุณแทนใจเย็น ๆ” ครูซรีบทิ้งผ้าเช็ดตัวผืนเล็กในมือ คว้าแขนขาวกดล็อกเข้ากับเตียงเมื่อเห็นแทนใช้เล็บกรีดข่วนไปตามตัวจนหนังถลอกเลือดไหลซิบออกมา

“อ๊ากกกก ปล่อย! ต้องเอาเลือดออก สกปรกๆ ๆ ๆ ๆ” แทนตะเกียกตะกายให้หลุดจากการกักกุม หนุ่มลูกครึ่งเริ่มต้านแรงอีกฝ่ายไว้ไม่ไหวจึงขยับตัวคร่อมทับไว้เพื่อไม่ให้ร่างสูงอาละวาดทำร้ายตัวเองอีก

“คุณแทนมองผม!” ครูซใช้มือข้างหนึ่งจับปลายคางมนหันมาทางตนตรงๆ แต่แทนกลับสะบัดหน้าหนีร้องโวยวายไม่ยอมหยุด

“ฮึก ฮือ…ออกไป!! เกลียดๆ ๆ”

“ถ้ายังดื้อแบบนี้ผมไม่รักแล้วนะครับ!”

“อึก...รัก ห้ามเลิกรัก!!” จากที่ตอนแรกดิ้นหนี ตอนนี้แทนกลับคว้าท่อนแขนของครูซมากอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจากหายไป ครูซยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้วิธีจะปราบพยศแทนได้ เขาจำได้ว่าครั้งก่อนเคยพูดแบบนี้แล้วแทนยอมฟังคำสั่งจากเขา

“ครับ ผมรักคุณ” ครูซยกมือลูบผมสีดำของแทนอย่างปลอบโยน สัมผัสกับอุณหภูมิร่างกายที่คุ้นเคยทำให้แทนค่อยๆ สงบลง หนุ่มลูกครึ่งจึงพูดขออนุญาตเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ซึ่งร่างสูงพยักหน้าตกลงอย่างง่ายดาย แต่ทุกครั้งที่มือเรียวเปลี่ยนตำแหน่งเช็ด ร่างสูงก็จะสั่นเทาขึ้นมาทันที ท่าทีของแทนทำครูซปวดใจ เขาไม่ชอบเลยที่อีกฝ่ายรู้สึกกลัวและต่อต้านเขาในบางครั้ง

“ครูซ!” อยู่ๆ แทนก็ร้องไห้จิกเล็บลงบนแขนของครูซเต็มแรงจนเจ้าตัวสะดุ้งตกใจ

“เดี๋ยว! คุณแทนมีอะไร” ครูซกอดรัดเอวแทนไว้ทันก่อนที่คนหน้านิ่งจะพุ่งตัววิ่งลงจากเตียง

“น้าเบลมาอีกแล้ว ไม่อยากทำ ฮือๆ” ดวงตาสีนิลกวาดมองไปทั่วห้องอย่างหวาดระแวงพลางเบียดตัวเข้าหาครูซ

“คุณแทนฟังผม...ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากเรา” มือเรียวประคองใบหน้าเปื้อนน้ำตาให้หันมาสบตาตน ครูซเกลี่ยแก้มขาวไล่น้ำตาออกให้อย่างเบามือ

“ฮึก มะ มีจริง ๆ เมื่อคืนผมยังเข้าไปอยู่ในตัวเธออยู่เลย!!” แทนแหกปากทุบตีครูซด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเชื่อคำพูดตน ร่างโปร่งที่นั่งโอบเอวคนหน้านิ่งอยู่สติแทบขาดผึงเมื่อได้ยินอะไรที่บาดหู

“หมายความว่ายังไง” ครูซคว้าข้อมือขาวกำไว้แน่นแต่แทนกลับขืนตัวออก ยิ่งเห็นท่าทีต่อต้านยิ่งสร้างความขุ่นเคืองใจ

“ฮือ...สกปรก ผมสกปรก” ครูซฉุดกระชากแขนกับแทนไปมาไม่ให้อีกฝ่ายทำร้ายตัวเองแต่เพียงเสี้ยววิที่ครูซถูกถีบจนเสียหลัก แทนก็กลิ้งตัวไปคว้าของบนโต๊ะข้างเตียงมาถือไว้ทันที

ขวับ ฉึก

“คุณแทนหยุด!”ครูซร้องห้ามเมื่อแทนยกด้ามปากกาปักลงบนแขนตัวเองเต็มแรงจนเลือดสีแดงสดทะลักพุ่งออกมา

“หึๆ” ร่างสูงฉีกยิ้มหลังเห็นเลือดตัวเองหยดลงบนเตียงเป็นวงกว้าง ดีแบบนี้สิดี ต้องเอาออกเยอะ ๆ จะได้สะอาด

มือขาวกำลังจะกรีดแผลใหม่เพิ่ม แต่ถูกกระชากแขนแย่งปากกาปาทิ้งไปเสียก่อน มือเรียวหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่ตกอยู่บนเตียงขึ้นมากดแผลห้ามเลือด

“คิดจะทำอะไร” ครูซเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาแข็งกร้าว ตอนนี้อารมณ์ของหนุ่มลูกครึ่งตีกันวุ่นวายไปหมด ทั้งอยากปกป้องดูแล ทั้งอยากจัดการให้หลาบจำเรื่องทำร้ายตัวเอง ทั้งอยากจับมาเคล้นถามเรื่องที่ถูกทำร้าย เขาอยากทำอะไรหลายๆ อย่างแต่ก็ทำไม่ได้

“สกปรกต้องเอาเลือดออก ขยะแขยง” แทนตอบกลับมาอย่างเหม่อลอย ร่างสูงเกาไปตามร่างกายไม่ยอมหยุดด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ครูซไม่ได้เข้าไปห้ามแค่ยืนมองอย่างพิจารณาอยู่สักพัก แล้วค่อยดึงแขนอีกฝ่ายให้เดินตามเข้าไปในห้องน้ำแทนไม่ได้ดิ้นหรือขัดขืนอะไร ร่างสูงดูจะสงบลงเมื่อเอาเลือดออกจากร่างกายไปแล้วตามที่ต้องการ ครูซพาแทนมาหยุดยืนอยู่ตรงอ่างล้างหน้า มือเรียวหยิบยาสีฟันบีบลงบนแปรงสีฟันแล้วยื่นให้

“ทำความสะอาดร่างกายกัน” แทนได้ยินคำว่าสะอาดก็รีบคว้าแปรงมาถือไว้ด้วยความรีบร้อน มือขาวขัดถูไปมาอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงลิ้นนุ่มเล็กที่สอดเข้าเกี่ยวกระหวัดภายในโพรงปากตน ครูซที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังรั้งข้อมือแทนไว้แล้วดึงแปรงสีฟันออกจากปากอิ่มเมื่อเห็นเลือดเริ่มไหลเยิ้มออกมาจนฟองสีขาวเปลี่ยนเป็นชมพู

“ผมทำให้” ครูซกระซิบบอกชิดปลายหูด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแบบที่แทนชอบฟัง มือเรียวจับร่างสูงพลิกตัวหันหน้ามาทางตนแล้วขยับเข้าไปอยู่ระหว่างขาแทน ใช้มือบีบสันกรามเบาๆ ให้อีกฝ่ายอ้าปากออก แล้วสอดแปรงเข้าไปทำความสะอาดให้อย่างเบามือ แทนจ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งของครูซด้วยความรู้สึกเบลอๆ เขามึนเพราะไข้และฤทธิ์ยาจนประสาทหลอน แยกความจริงกับความคิดจินตนาการไม่ออก ที่อาละวาดไปก่อนหน้านี้ก็เพราะภาพในอดีตที่ฉายแทรกเข้ามาในหัว ทั้งสองคนต่างคนต่างเงียบจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เมื่อแปรงฟันบ้วนปากเสร็จครูซก็จับแทนนั่งลงบนขอบอ่าง ลงมือเปิดน้ำอุ่นใส่สบู่เหลวลงไป

“ผมถนอมของผมมาอย่างดี ดูแลให้ความรัก ปราบพยศจนน่ารักขนาดนั้นแท้ๆ” ครูซพูดพลางกดจูบไปตามรอยบวมช้ำบนใบหน้าแทนอย่างรักใคร่ มือเรียวจับแขนขาวที่มีบาดแผลใหม่ขึ้นกดจูบ ดีที่ปากกาไม่ได้แหลมคมมากปากแผลเลยไม่ลึก

“ครูซ...ครูซ...ครูซ” ในบางครั้งแทนมักเรียกหาซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่แบบนี้ อาจเป็นเพราะความคิดสุดท้ายก่อนจะสติแตกคืออยากเจอครูซเหลือเกิน อยากอยู่ใกล้  อยากเห็นหน้า อยากสัมผัส เขาคิดถึง

“ครับคนดี” ครูซก้มจูบลงบนหน้าผากมนค้างไว้สักครู่แล้วค่อยผละออก

“อย่าทิ้งผมนะ อย่าทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวอีก” แทนซบหน้าเข้ากับหน้าท้องของครูซ มือขาวกอดรัดรอบเอวไว้แน่น

“คุณแทนเป็นคนสั่งให้ผมไปไม่ใช่เหรอครับ”

“ไม่สั่งแล้ว ฮึก ไม่ให้ไปแล้ว ฮือๆ”

“อย่าร้องไห้เลย...ผมไม่ทิ้งหรอกครับ” ครูซยกมือลูบผมสีดำสนิทอย่างปลอบประโลม เขาอุตส่าห์ขุดหลุมพรางไว้ดักรอขนาดนี้แล้ว ใครจะทิ้งลง ม้าพยศสีนิลที่น่าหลงใหลตัวนี้ไม่มีวันที่ใครจะได้ครอบครองอีกนอกจากเขาเพียงผู้เดียว

หลังจากนั้นไม่นานน้ำในอ่างก็เต็ม ครูซจึงลงมือถอดเสื้อผ้าแทนออกให้จนร่างกายเปลือยเปล่า หนุ่มลูกครึ่งประคองให้ร่างสูงขยับเข้าไปนั่งแช่ตัวในน้ำอุ่น โดยที่เขานั่งลงบนขอบอ่างคอยถูสบู่และสระผมให้

“อาบน้ำเสร็จตัวก็สะอาดแล้ว” ครูซบอกยิ้มๆ ไล้นิ้วไปตามโครงหน้าแทนแผ่วเบา ก่อนยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูนิ่ม

“ส่วนสัมผัสจากคนอื่น...ผมจะลบมันออกให้เอง”

TBC.


ความคิดเห็น