chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 01:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

ตอนที่ 15

“กลับไป” แทนพูดเสียงเข้มเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าครั้งนี้ตนจริงจังหลังจากได้ยินเสียงไอของครูซมาตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มกล่าวเตือนหลายรอบแล้วว่าให้กลับไปพักผ่อนแต่ครูซดึงดันจะอยู่ไม่ยอมทำตามเสียที อาการก็ดูจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

“ผมไหวหยะ.. แค่ก” ครูซยืนไอออกมาหน้าดำหน้าแดงจนตัวสั่น แทนเห็นท่าไม่ดีก็รีบลุกไปพยุงตัวร่างโปร่งให้นั่งลงบนโซฟา อุณหภูมิจากร่างกายครูซทำให้แทนรู้สึกเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

“ตัวร้อน” แทนใช้หลังมือวัดไข้ตามใบหน้าและซอกคอ หน้าของครูซแดงก่ำจากพิษไข้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคลอไปด้วยน้ำตา

“อ๊ะ! อย่าถอดนะครับ เดี๋ยวคุณติดหวัด” ครูซยื้อมือแทนไว้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะจับผ้าปิดปากของตนออก

“หายใจออกหรือไง” แทนรู้ว่าเวลาใส่แมสปิดปากนั้นอึดอัดแค่ไหนเพราะใส่อยู่บ่อยครั้ง

“ไม่เป็นไรครับ” ครูซตอบไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ครูซเป็นคนแข็งแรง นาน ๆ ทีถึงจะไม่สบายแต่หากเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะเป็นหนักจนถึงขั้นนอนซม ครูซถึงพยายามรักษาสุขภาพอยู่เสมอแต่ช่วงหลังมา ทั้งทำงานหนักและอดนอนทำให้ร่างกายอ่อนเพลียง่ายกว่าแต่ก่อน

“กลับ” แทนดึงแขนให้ครูซลุกขึ้นแต่อีกฝ่ายก็รั้งตัวไว้ไม่ยอมทำตาม

“ผมไม่อยากปล่อยให้คุณอยู่คนเดียว แค่กๆ” ครูซเป็นห่วงแทนเพราะหลังจากประชุมใหญ่เมื่อเดือนก่อน คุณหญิงรัศมีได้ประกาศเรื่องงานหมั้นหมายของแทนกับซาร่ากลางงานประชุม ทำเอาคนแตกตื่นกันทั้งบริษัทโดยเฉพาะเจ้าตัวที่ถูกเอ่ยถึง แทนตะโกนปฏิเสธออกไปทันทีเมื่อฟังจบ คุณหญิงคงรู้สึกโกรธที่ถูกหักหน้าอยู่ไม่น้อย พักหลังถึงได้เอางานใหญ่ยากๆ ส่งมาให้พวกเขาทำตลอดจนเวลานอนแทบจะไม่มี

“ไปคอนโดผม” แทนตัดสินใจพาครูซไปคอนโดตนเพื่อตัดปัญหา เพราะรู้ดีว่าครูซเป็นคนหัวแข็งมากกว่าที่ทุกคนเห็น หากเลือกหรือเชื่อในเรื่องอะไรแล้วยากที่จะไปเปลี่ยนแปลง

“ไม่เป็นไรมาก พักผ่อนเยอะ ๆ กินยาเดี๋ยวก็หาย” ไวน์เก็บอุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ใส่ลงในกระเป๋าหลังตรวจร่างกายให้ครูซเสร็จ แทนกอดอกพิงกำแพงมองร่างโปร่งที่นอนหลับด้วยใบหน้าอ่อนเพลีย นึกสงสารอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งที่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายก็เพราะเขา แต่ถ้าจะให้ปล่อยให้ครูซเดินจากไปก็เป็นเรื่องยาก เขาทำไม่ได้จริง ๆ

“...” แทนยื่นเงินปึกหนึ่งให้แล้วเดินออกไปนั่งทำงานต่อที่โซฟาในห้องนั่งเล่น อีกสักพักหมอไวน์ก็เดินตามออกมา คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างแทนแล้วสะกิดเรียกอยู่หลายที ทำให้แทนต้องถามออกไปอย่างนึกรำคาญ

“มีอะไร” ไวน์ยิ้มออกมาแก้มแทบฉีกเมื่อเห็นแทนหันมาสนใจสักที

“สรุปยังไงกัน” น้ำเสียงสงสัยกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนตรงหน้า เป็นภาพคุ้นเคยที่แทนมักเห็นเสมอตั้งแต่เด็ก ไวน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องสงสัยและมีท่าทีร่าเริงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งแทนก็คิดอิจฉาในสิ่งที่ไวน์เป็น เขาเองก็อยากแสดงความรู้สึกให้ทุกคนได้รับรู้ แต่มันก็เป็นเพียงความคิดเพราะสุดท้ายเขาก็คือเขา เขาไม่สามารถเป็นใครได้นอกจากตัวเอง

“...” แทนไม่ตอบนั่งพิมพ์งานต่อไป

“ตอบสิๆ ๆ” ไวน์เขย่าแขนแทนไปมาก่อกวนไม่หยุดไม่หย่อนทำให้คนอารมณ์ร้อนเริ่มหงุดหงิดใจ

“ไวน์!” เสียงตวาดเข้มทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งรีบปล่อยมือออกจากอีกฝ่ายทันที

“ไม่อยากรู้ก็ได้...ทำไมชอบดุจริง คนอุตส่าห์เป็นห่วง” ไวน์เขยิบห่างออกมา บ่นแทนไปเรื่อยพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาคนรัก

“เภามารับกูด่วนๆ เลย ปีศาจจะแดกหัวกูแล้ว” แทนไม่สนใจคำประชดประชัน นั่งทำงานต่อไป ไวน์เองก็นั่งนิ่งๆ ไม่อยากไปกวนอารมณ์แทนอีก ทั้งคู่ต่างคนต่างอยู่ในมุมของตัวเอง มันเป็นเช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่ไวน์จำความได้ แทนที่นิ่งเงียบ สายตาเย็นชา มนุษยสัมพันธ์แย่

เขาทั้งสองเป็นญาติกัน วราวุธกิจ เป็นตระกูลเก่าแก่มีญาติพี่น้องเยอะ แต่คนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาหลานของคุณหญิงย่าก็คือ แทน เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ แต่ไวน์เห็นอีกฝ่ายเป็นไอดอลในใจมาตลอด เพราะแทนเป็นคนหล่อ เรียนเก่ง ฉลาดเป็นกรดและมีบุคลิกภาพเป็นผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก พ่อเขา ทรรศพล เอ็นดูคอยเอ่ยชมไม่ขาดปาก ตอนแรกไวน์รู้สึกหมั่นไส้ ไม่ชอบตามประสาลูกหวงพ่อ แต่พอได้ลองคุยได้ลองเล่นด้วยก็ทำให้รู้ว่า แทนมีอะไรมากกว่าที่เห็น มีแค่เขาคนเดียวในบรรดาญาติทั้งหมดที่แทนยอมเล่นด้วย เขารู้สึกเป็นคนพิเศษ แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ เราก็ห่างกันไป ไวน์หมกมุ่นอยู่กับการเรียนเพราะต้องการเป็นหมอ 

จนเวลาผ่านไปคนไข้คนแรกที่เขาช่วยชีวิตในฐานะแพทย์ ก็คือ แทน คนที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอกันในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนั้น ร่างสูงนอนแน่นิ่งเลือดท่วมเตียงตามข้อมือมีรอยกรีดลึก ไวน์ยังจำภาพนั้นได้ดี เขาช็อกมาก ในหัวลืมไปหมดทุกสิ่งที่สมควรทำ ถ้าพ่อไม่เตือนสติเขาคงเสียแทนไปตลอดกาล หลังจากวันนั้นมาเขากับพ่อได้สัญญากันไว้ว่า จะช่วยเหลือแทนไม่ให้อีกฝ่ายทุกข์ทรมานมากเท่าที่จะทำได้ ไวน์กับทรรศพลไม่รู้ว่าทำไมแทนถึงป่วยเป็นโรคจิตเวช ไม่มีใครรู้สาเหตุและแทนก็ไม่เคยคิดจะเล่าหรือพูดอะไรให้ฟัง แทนไม่ยอมให้ใครสัมผัสร่างกายนอกจากสามคนที่อยู่เคียงข้างและหวังดีจริง ๆ ซึ่งก็คือ ไวน์ ทรรศพล และพัชชา

“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้กินยาเยอะแล้วใช่ไหม” ไวน์ถามออกไปโดยที่สายตายังจับจ้องใบหน้าแทนอย่างพิจารณา

“อืม...” แทนเงยหน้ามองสบตากับไวน์ คนที่เขาพอจะนับเป็นเพื่อนได้

“ดีแล้ว” ไวน์ยิ้มแล้วบีบไหล่หนาให้กำลังใจ เขาไม่เคยอยากเป็นญาติกับแทน เพราะรู้ว่าแทนเกลียดสายเลือดตัวเองขนาดไหน เขาเคยบอกต่อหน้าแทนด้วยซ้ำว่าเราอย่านับญาติกันเลย เป็นเพื่อนกันดีกว่า เขาไม่อยากถูกเกลียด สิ่งที่แทนตอบกลับมาเป็นสิ่งที่ไวน์ยังรู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง รอยยิ้มมุมปากกับน้ำเสียงที่พูดออกมาเบา ๆ ว่า เพื่อน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแทนชอบสถานะนี้มากกว่าการเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเป็นไหน ๆ

RrrrRrrr

“โหล...เออ ๆ รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวลงไปหา” ไวน์รับสายพูดคุยอยู่สองสามประโยคจนเสร็จก็ลุกสะพายกระเป๋าเตรียมตัวกลับ

“แทนฟ้ารับ!”

หมับ

แทนยกมือคว้าวัตถุหลอดใสขนาดเหมาะมือที่ไวน์โยนมาให้

“เอาไว้ใช้” ไวน์ยักคิ้วกวน ๆ แล้วรีบปิดประตูห้องทันทีเมื่อเห็นแทนก้มหน้าอ่านหลอดครีมในมือ

“หล่อลื่น...” แทนนิ่งชะงักไปสักพักก่อนแสยะยิ้มร้ายออกมา ถึงไวน์จะน่ารำคาญอยู่มากแต่ก็รู้ใจเขาอยู่ไม่น้อย

ร่างโปร่งขยับตัวไปมาเมื่อนอนเต็มอิ่มแล้ว เปลือกตากะพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่างภายในห้องนอน

“เป็นไง” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามจากข้างกายทำให้ครูซหันไปมองอย่างมึนงง เมื่อเห็นแทนนั่งถอดเสื้อบนตักมีโน้ตบุ๊กวางอยู่ ครูซขมวดคิ้วยุ่งค่อยๆ ใช้สมองประมวลภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่กว่าจะรู้เรื่องชายหนุ่มก็นอนนิ่งไปหลายนาที

“ครูซ” แทนจับใบหน้าเนียนให้หันมามองตนเมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยไม่ค่อยมีสติ

“ครับ?”

“ยังปวดหัวอยู่ไหม” แทนถามย้ำอีกครั้ง ครูซส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างสูงคอยพยุงและจัดการเอาหมอนรองหลังไว้ให้การกระทำเล็กน้อยที่สื่อให้เห็นถึงความเอาใจใส่ทำให้ครูซอดจะยิ้มไม่ได้

“กี่โมงแล้วครับ”

“สองทุ่มครึ่ง” ไม่น่าล่ะ เขาถึงรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มเหลือเกิน นอนไปเกือบสิบชั่วโมงแบบนั้น คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ทำไมไม่ใส่เสื้อ” ครูซถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะปกติแทนมักใส่เสื้อแขนยาวอยู่เสมอ

“ร้อน” แทนเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ 28 องศาตามคำแนะนำของหมอไวน์ ที่บอกว่าอุณหภูมิห้องแบบนี้เหมาะกับคนที่มีไข้

“เดี๋ยวมา” แทนพับหน้าจอโน้ตบุ๊กวางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียงแล้วลุกออกไปนอกห้องไม่นานก็กลับพร้อมข้าวต้มกับซองยาที่หมอไวน์เตรียมไว้ให้ ครูซรับมาทานอย่างว่าง่าย แต่ทานไปได้ไม่มากก็ต้องหยุดเพราะรู้สึกขมคอพะอืดพะอมจะอ้วก แทนเห็นแบบนั้นจึงไม่ได้บังคับ ชายหนุ่มเก็บชามข้าวต้มมาถือไว้แล้วยื่นยากับน้ำไปให้อีกฝ่ายเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แทนก็เอาไปเก็บล้างข้างนอก ครูซนั่งหลับตาลงเมื่อมองทุกอย่างในห้องเริ่มหมุนไปมา เขาไม่ชอบตอนไม่สบายเลยจริง ๆ มันทั้งทรมานและอึดอัดใจที่ทำอะไรเองไม่ได้

“เป็นอะไร” แทนเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียง ตบแก้มครูซเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วยุ่ง กัดริมฝีปากแน่น

“เริ่มปวดหัวอีกแล้ว” ครูซคว้าตัวหนาของแทนมากอดไว้แน่น เอาใบหน้าซุกไว้ตรงไหล่กว้าง ตัวคุณแทนเย็น...อุณหภูมิแบบนี้ทำให้เขารู้สึกดี

“เช็ดตัวแล้วค่อยนอน” แทนดันตัวครูซออกแล้วลุกไปจัดการเอากะละมังเล็กรองน้ำอุ่น พร้อมผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาเช็ดตัวให้ครูซ มือขาวแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีครีมออกให้แล้วค่อยๆ เช็ดซับความร้อนตามร่างกายครูซ ผิวขาวขึ้นสีชมพูอมแดงเมื่อถูกความอุ่นจากผ้าบิดหมาด แทนเช็ดท่อนบนเสร็จก็ถอดกางเกงออกให้แล้วเริ่มทำความสะอาดส่วนล่าง ครูซที่ตอนแรกนอนนิ่งให้แทนทำความสะอาด เริ่มขยับตัวหนีมือขาวที่ลูบแถวต้นขาตนด้วยความรู้สึกประหลาด

“อยู่นิ่ง ๆ” แทนกดสะโพกครูซลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังขยับหนีไม่ยอมอยู่เฉย ๆ

“อื้ม! พอเถอะครับ” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเพราะแทนไม่แม้แต่จะหยุดฟัง ครูซรีบจับมือแทนที่เริ่มสอดเข้าไปเช็ดภายในบริเวณแกนกลาง

“ไม่ทำอะไรหรอกน่า” แทนปัดมือครูซออกอย่างนึกรำคาญ มือขาวใช้ผ้าเช็ดไปตามแกนกลางของครูซก่อนจับอีกฝ่ายพลิกคว่ำแล้วถอดกางเกงในออกเป็นสิ่งสุดท้าย

“คุณแทน! แค่ก ๆ” ครูซร้องห้ามเสียงดังจนเจ็บคอ แรงที่มีเริ่มหดหาย ชายหนุ่มปวดหัวจนเบลอไปหมดมือเรียวกำจิกผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อสัมผัสของเนื้อผ้าถูซับไปตามก้อนเนื้อนิ่มสองข้าง มือเย็นจับก้อนเนื้อนุ่มแยกออกจากกันก่อนลากผ้าเช็ดไปตามร่องแนวยาวอย่างเชื่องช้า

“อ่ะ! พอเถอะครับ ผมปวดหัว” ครูซเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง เสียงหอบหายใจกับท่าทางดิ้นรนทรมานของอีกฝ่ายกระตุกอารมณ์ของแทนมาก จนชายหนุ่มเริ่มปวดหนึบที่แกนกลาง

“หยุดดิ้น เลิกห้าม...ไม่งั้นผมทำจริง ๆ แน่” แทนก้มกระซิบที่ใบหูก่อนกดจมูกหอมแก้มเนียนอย่างนึกหมั่นเขี้ยว ตามจริงภายในใจเขาอยากจิกกระชากผมนิ่มแล้วกัดคอให้เลือดซิบแต่ก็ต้องสะกดอารมณ์ความต้องการเพราะอีกฝ่ายกำลังป่วยอยู่ ครูซหยุดดิ้นนอนให้แทนเช็ดตัวและแต่งชุดนอนให้จนเสร็จ

“จะไปไหน” ครูซคว้าข้อมือขาวไว้ทันทีเมื่อเห็นแทนลุกขึ้นยืน

“เก็บของ”

“ไม่...อยู่กับผม” ครูซส่ายหน้าดึงดันไม่ยอมปล่อย ใบหน้าติดจะร้องไห้กับท่าทีร้องขอทำให้แทนขบฟันแน่น เห็นแบบนี้แล้วเขาไม่สามารถปฏิเสธอีกฝ่ายได้จริง ๆ

“คุณหายเมื่อไหร่ผมทำแน่” แทนบอกอย่างคาดโทษก่อนวางกะละมังเล็กในมือไว้ที่พื้นแล้วล้มตัวนอนข้างครูซ

หมับ

แรงกอดรัดที่เอวพร้อมใบหน้าเนียนที่ซบลงตรงแขนทำให้แทนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เวลามีใครต้องการเรามันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง วันนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจ

“หายไว ๆ” แทนจูบลงบนผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างหวงแหน ครูซเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่เขาไม่ต้องการเสียไป ต่อให้คนที่ต้องต่อกรด้วยจะเป็นคุณหญิงรัศมี เขาก็พร้อมจะพุ่งชนอย่างไม่เกรงกลัวอีกแล้ว และในเกมครั้งนี้เขาต้องเป็นผู้ชนะ เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตของคนในอ้อมแขนคงต้องถูกทำลายย่อยยับแน่ ๆ และมันเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น

RrrrRrrr

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นบนหัวเตียงปลุกให้แทนตื่นขึ้นมาจากนิทรา ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ให้หายจากอาการง่วงก่อนเอื้อมมือไปหยิบมาดูว่าใครโทรมา

แทนถอนหายใจ แกะท่อนแขนของครูซออกจากตัวแล้วค่อยๆ ลุกออกไปคุยข้างนอกเพราะกลัวทำให้ครูซตื่นแม้อีกฝ่ายจะดูหลับลึกอยู่มากก็ตาม

“ถ้ามีเลขาแล้วเสียงานแบบนี้ ฉันกำจัดทิ้งให้เอาไหม!” เสียงวางอำนาจของคนในสายทำให้แทนเบ้หน้าอย่างนึกรังเกียจ แต่เขาไม่ได้สนใจจะตอบคำถามนับสิบที่คนเป็นย่าพูดมาเลยสักนิด ชายหนุ่มเพียงเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเงียบๆ “แกจะเล่นสงครามประสาทกับฉันใช่ไหมแทนฟ้า”

“คิดว่าไงล่ะ” แทนกดเปิดโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องแล้วส่งข้อความไปให้พัชชาเพื่อดำเนินตามแผนที่วางไว้

แทนฟ้า! แกคงลืมข้อตกลงของเราไปแล้ว”

“หึ...เคยลงไปตรวจสอบอะไรเองนอกจากสั่งการบ้างหรือเปล่าครับ” เขามีสมองพอที่จะไม่โง่เต้นตามเกมบ้าๆ ของคุณหญิงรัศมี ที่ผ่านมายอมทำตามก็เพราะไม่มีเหตุผลมากพอที่จะเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวาย แต่ครั้งนี้มันคุ้มที่จะเสี่ยง แทนถึงกล้าลงมือทำ

“แกหมายความว่าไง” น้ำเสียงสงสัยไม่ไว้ใจของคนเป็นย่าทำให้แทนแสยะยิ้ม

“...” คุณหญิงรัศมีที่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากแทนก็ยิ่งบันดาลโทสะมากยิ่งขึ้น

“แล้วเราจะได้เห็นดีกันว่าเลขาแกจะอยู่อย่างสุขสบายไหม!”

ตุบ

แทนปาโทรศัพท์มือถืออัดกับกำแพงด้วยความฉุนเฉียว เขาไม่ชอบน้ำเสียงข่มขู่ของยายแก่นั้นเลยให้ตายเถอะ นึกว่าเขาโง่มากจนยอมให้เหยียบอยู่ตลอดปีตลอดชาติเลยหรือไง

ติ๊ง

แทนก้มมองข้อความตอบกลับจากพัชชาแล้วยกยิ้มมุมปาก เกมได้เริ่มขึ้นแล้ว คุณหญิงรัศมีที่อยู่ในบทคนล่ามานานลองเป็นคนถูกล่าบ้าง ดูสิว่าคราวนี้จะเป็นอย่างไร

เช้าวันต่อมาอาการของครูซดีขึ้นกว่าเดิม ไข้ลดลง มีแรงช่วยเหลือตัวเองได้ แทนจึงวางใจที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายนอนพักผ่อนอยู่ที่ห้องเพียงคนเดียว แม้ตามจริงเขาจะอยากอยู่เฝ้าแต่วันนี้มีประชุมกับฝ่ายขายที่ต้องไปนำเสนองานให้ลูกค้าอีกสองวันข้างหน้า เขาเลยจำเป็นต้องไปเพราะเป็นงานใหญ่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด*.*

ตุบ!

“คุณคิดว่าลูกค้าจะสนใจการนำเสนองานแบบท่องจำของคุณเหรอ?” แทนโยนแฟ้มรายละเอียดงานลงบนโต๊ะประชุมแล้วนั่งกอดอก ตาคมจ้องใบหน้าพนักงานชายหญิงสามคนที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าโปรเจคเตอร์

“ว่าไงครับ...คุณคิดว่าเขาจะสนใจงานของคุณไหม” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามย้ำออกไปอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบ บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความกดดัน เวลาแบบนี้เท่านั้นที่คนอย่างแทนจะพูดเยอะ ซึ่งเป็นการพูดที่ทำให้คนฟังกลัวจนแทบไม่กล้าขยับตัว

“ผมถามแล้วไม่ตอบได้เหรอครับ!” แทนพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นทำให้พนักงานที่ขวัญเสียอยู่ก่อนแล้วสะดุ้งตกใจทำหน้าตาหวาดผวากับความเข้มงวดของเจ้านาย ถึงพวกเขาจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยรู้สึกชินเลยแม้แต่น้อย

“มะ...ไม่สนใจครับ” ผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มรวบรวมความกล้าตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทา บ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกประหม่าแค่ไหน

“ทำไม” สิ้นคำถามทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศชัดเจน แทนยังคงจับจ้องใบหน้าแต่ละคนด้วยสายตาดุดัน ที่วันนี้คนหน้านิ่งโหดและดุมากกว่าปกติไม่ใช่แค่เพราะการนำเสนองานที่บกพร่องแต่เพราะมีเรื่องของครูซคอยกวนใจอยู่ตลอดเวลาด้วย เขารู้ดีว่าไม่สมควรเอาเรื่องส่วนตัวมายุ่งกับงาน แต่ตอนนี้เขาทำไม่ได้จริง ๆ

“ฮึ่ม!” แทนหลับตาพยายามห้ามอารมณ์ตัวเองที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น งานชิ้นนี้เขามอบหมายให้ไปตั้งแต่สองเดือนก่อนแต่ผลลัพธ์ที่ได้มากลับตรงข้ามกับระยะเวลาที่ให้ไปเหลือเกิน ตัวชิ้นงานกับรายละเอียดนั้นถือว่าทำได้ดี แต่การนำเสนอไม่มีลูกเล่นหรือเทคนิคดึงดูดใจเลยสักนิด ยืนพูดเหมือนท่องจำ ทำให้ความน่าสนใจลดลง จุดที่สมควรเน้นก็ละเลย คำพูดมีแต่น้ำที่ฟังจับใจความสำคัญไม่ได้

“บอกผมมาตามตรง พวกคุณเริ่มซ้อมกันเมื่อไหร่” พนักงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างผลักหน้าที่ให้คนใดคนหนึ่งพูด โดยไม่มีใครกล้าตอบคำถามของแทนสักคน

“ผมให้เวลา 1 นาทีในการอธิบายไม่งั้นก็ออกจากบริษัทไปได้เลย” แทนยืนขึ้นจัดสูทให้เข้าที่เตรียมเดินออกจากห้องประชุม เขาไม่ชอบคนขาดความรับผิดชอบ เพราะถึงจะมีความสามารถ ทำงานงานเก่งสักแค่ไหนแต่ถ้าขาดสิ่งนี้ไป คนคน นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับคนทำงานไม่เป็น ซึ่งคนประเภทนี้ไม่เหมาะกับการทำงานอะไรทั้งสิ้น

“ ระ.. เราซ้อมกันจริงจังเมื่อสองวันก่อนค่ะ ก่อนหน้านั้นรูปแบบงานมีปัญหาเลยต้องตามแก้ เราไม่มีเวลาซ้อมกันเลยค่ะ” พนักงานสาวรีบบอกด้วยความร้อนรนกลัวถูกไล่ออก ใบหน้าทั้งสามคนซีดเผือด มือไม้สั่นไปหมด เพราะรับรู้ว่าเจ้านายหนุ่มพูดจริงทำจริง ตัวอย่างก็มีให้เห็นนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ทำงานกับอีกฝ่ายมา

“แล้วคิดว่าผมให้เวลาคุณไปสองเดือนเพื่ออะไรกัน” สำหรับแทนทุกงานย่อมมีปัญหาเสมอแต่มันอยู่ที่คนทำจะทุ่มเทแค่ไหนเท่านั้นเอง

“ผมให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเองด้วยงานนี้ ถ้าผ่านก็อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่...คงจะรู้นะว่าหมายถึงอะไร” แทนพูดจบก็หันหลังเปิดประตูเดินออกไปทันทีทิ้งให้คนในห้องประชุมแข้งขาอ่อนด้วยความตึงเครียด

“โคตรเย็นชาเลย” เสียงสั่นเทาของพนักงานสาวคนหนึ่งพูดออกมาอย่างสุดทนกับภาวะกดดันที่ได้รับ

“....แต่เราก็ทำงานแย่จริง ๆ นั่นแหละ” หญิงสาวอีกคนพูดแย้งออกไปเพราะที่ผ่านมาพวกเธอมัวแต่ประมาทเนื่องจากเห็นเวลาเหลือเยอะจนไม่ได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ผลเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น

แทนนั่งทำงานจนถึงหกโมงเย็นก็เตรียมตัวกลับไปเฝ้าไข้ครูซต่อ เพราะไวน์ที่วานให้ไปดูแลครูซตั้งแต่ตอนเที่ยงต้องกลับไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล

“โอ๊ย! กว่าจะมาได้” หมอไวน์เด้งตัวลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นแทนเปิดประตูห้องเข้ามา ร่างบางสะพายกระเป๋าเป้แล้วรีบวิ่งไปหยิบรองเท้าผ้าใบมาใส่

“เป็นไง” แทนก้มหน้าถามไวน์ที่นั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงพื้นหน้าห้อง

“ถามถึงใคร? ถ้าผมตอนนี้ก็รีบสุดตีน แต่ถ้าครูซก็ดีขึ้นแล้ว มีไข้อ่อนๆ พักอีกนิดก็หาย”

“ขอบใจ” แทนยื่นเงินให้ตามความเคยชิน ไวน์ยิ้มกว้างรับไปยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วยกมือไหว้ พวกเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะแทนจะไม่รับอะไรจากใครฟรี ๆ เงินจึงเป็นสิ่งที่ไวน์ได้จากแทนเสมอ

“ไปนะลูกพี่ ไว้เจอกันใหม่” พูดจบร่างบางรีบเปิดประตูพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว หลังจากอีกฝ่ายออกไปแทนก็เดินเข้าไปในห้องนอน แต่ชายหนุ่มกลับเจอแต่ห้องว่างเปล่าไม่มีใครอยู่

“ครูซ” แทนส่งเสียงเรียก

“ครับ” เสียงตอบรับดังมาจากในห้องน้ำตามด้วยร่างโปร่งในชุดนอนใหม่ ใบหน้าดูสดใสมากกว่าเมื่อเช้า

“อาบน้ำ?” แทนขมวดคิ้วเมื่อเห็นผมที่เปียกชื้นอยู่เล็กน้อย

“ครับ หมอไวน์บอกอาบได้แต่ให้อาบน้ำอุ่น” ครูซพยักหน้ารับกำลังจะเอื้อมมือไปช่วยแทนถือของ แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบขยับหนี

“สกปรก”

“เอ่อ...ขอโทษครับ”

“ผยังไม่ได้อาบน้ำอย่าเพิ่งมาโดน” แทนอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นครูซหน้าเสียกับการกระทำของตน

“เปียก” แทนพูดแล้วชี้นิ้วให้ครูซไปเป่าผมให้แห้ง ครูซยิ้มพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินกลับไปเป่าผมต่อในห้องน้ำ แทนหยิบของใช้และเสื้อผ้าไปอาบน้ำข้างนอก เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแทนจึงเดินไปทานข้าวที่ไวน์ทำไว้ให้ ส่วนครูซทานไปก่อนหน้านั้นแล้วเพราะต้องทานยาให้ตรงเวลา

“ทำไมไม่พัก” แทนที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ เมื่อเห็นร่างโปร่งนั่งเปิดแฟ้มเขียนเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงาน

“ผมหายแล้วครับ” ครูซหันกลับไปตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวกับสีหน้าเย็นชาของแทนเหมือนคนอื่น

หมับ

ครูซสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกกระชากให้ลุกขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว มือขาวทาบไปตามใบหน้าและซอกคอเพื่อวัดไข้ แรงที่อีกฝ่ายใช้ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนผู้หญิงหรือมือเบาเหมือนหมอไวน์ แต่ทำไมครูซถึงชอบความรู้สึกดิบเถื่อนแบบนี้ของคนตรงหน้าก็ไม่รู้ เขารู้สึกว่านับวันตัวเองยิ่งประหลาดมากขึ้นทุกที

“ตัวร้อน” แทนขมวดคิ้วยุ่ง ถึงร่างโปร่งจะไม่ตัวร้อนเท่าเมื่อวานแต่ก็ใช่ว่าจะหายดี

“ผมไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ ครับ วันนี้ก็นอนมาทั้งวันแล้ว เพิ่งตื่นมาตอนเย็นด้วยซ้ำ” ครูซพูดให้แทนฟังพลางเดินตามแรงดึงของอีกฝ่ายไปนั่งลงบนเตียงอย่างว่าง่ายแทนไม่สนใจคำพูดครูซ ชายหนุ่มจับผ้ามาห่มให้แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน โยนรีโมททีวีใส่แล้วหันไปหยิบโน้ตบุ๊กข้างเตียงเปิดงานขึ้นมาทำ

“ทำไมไม่เปิด” แทนถามขึ้นหลังพิมพ์งานไปได้สักพักแต่ครูซก็ยังนั่งนิ่งไม่ได้เปิดทีวีดู

“คุณทำงานอยู่นี่ครับ” ครูซไม่ได้มีเจตนาจะว่าแค่พูดไปตามความจริงเพราะเขาไม่อยากรบกวนสมาธิของแทน

“ไปไหนครับ!” ครูซคว้าเอวแทนไว้ก่อนที่ร่างสูงจะลุกลงจากเตียง

“ข้างนอก”

“แล้วทำไมคุณแทนต้องออกไปด้วย” แทนเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นท่าทีหงุดหงิดใจของอีกฝ่าย เขาแค่อยากให้ครูซดูอะไรเพลิน ๆ จะได้ไม่เบื่อ พอเห็นครูซบอกไม่เปิดเพราะตนทำงานอยู่เลยจะออกไปให้

“...” แทนไม่ได้ตอบกลับไปแค่จ้องหน้าครูซอย่างพิจารณากับพฤติกรรมแปลก ๆ

“ไม่ต้องไป ทำงานที่นี่แหละ” ครูซบีบเอวแทนแรงขึ้น น้ำเสียงที่ใช้ก็ดูติดจะอารมณ์เสียจนแทนที่ฟังอยู่เริ่มไม่พอใจ

“เป็นอะไร” แทนถามออกไปอย่างอดไม่ได้

“...เปล่าครับ” ครูซถอนหายใจแล้วตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติ เมื่อคิดได้ว่าทำตัวไม่ดีใส่แทน เวลาเขาไม่สบายทีไรมักอารมณ์เสียง่าย แทนเห็นสีหน้าสำนึกผิดของครูซก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่นั่งพิมพ์งานต่อ ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีเสียงบทสนทนาดังขึ้นอีกเลยเป็นชั่วโมง

หมับ

แรงกอดที่เอวกับใบหน้าอุ่นของครูซที่ซบลงบนไหล่กว้าง ทำให้แทนชะงักมือที่กำลังพิมพ์งานลงทันที ถึงจะไม่ได้รังเกียจสัมผัสจากครูซแต่แทนก็ไม่ชินกับการถูกจู่โจมแบบนี้จากอีกฝ่ายอยู่ดี

“ผมขอโทษ” เสียงนุ่มที่พูดกระซิบใกล้หูทำให้อีกคนมือไม้อ่อนปล่อยโน้ตบุ๊กที่วางไว้บนตักร่วงตกลงบนพื้นห้องเสียงดัง

โครม

“ขอโทษครับ”

“!!!!” แทนเบิกตากว้างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่ใช่เรื่องโน้ตบุ๊กตกแต่เป็นริมฝีปากนุ่มหยุ่นที่กดลงบนหัวไหล่ ความร้อนที่ส่งผ่านมายังทำให้แทนคิดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

“อย่าโกรธผมนะครับ”

“ไม่ได้โกรธ” แทนขยับตัวออกจากครูซเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกขึ้นมาเมื่อถูกอีกฝ่ายสัมผัส จึงแสร้งตีหน้านิ่งทำทีเป็นไม่สนใจ

“คุณโกรธ” ครูซพูดด้วยเสียงสั่นไหวเมื่อเห็นใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชาของแทน

“ก็บอกว่าไม่!” แทนตอบกลับอย่างหัวเสีย เขาพยายามห้ามความต้องการของตัวเองที่เริ่มอยากทำรุนแรงกับคนตรงหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบทนไม่ไหว

“งั้นจูบสิ จูบผม...แล้วผมจะยอมเชื่อ” สายตาท้าทายกับใบหน้าคาดหวังของครูซทำให้ความอดทนของแทนสิ้นสุดลง มือขาวกระชากผมนิ่มเข้ามาใกล้แล้วบดขยี้กลีบปากสีสดอย่างแรงตามอารมณ์ ฟันคมไล่ขบกัดไปทั่วตามที่ใจต้องการ กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งยิ่งกระตุ้นความต้องการของร่างสูง

แทนส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างจาบจ้วง ดูดกลืนลิ้นนิ่มราวกับหิวกระหาย ทั้งสองเกี่ยวกระหวัดลิ้นเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ครูซพลิกลิ้นหนีการขบกัดจากแทนอย่างรู้ทันนั้นยิ่งทำให้แทนรู้สึกสนุก ชายหนุ่มบีบกรามครูซเชิดขึ้นแล้วกดจูบอย่างดูดดื่มไล้ลิ้นเลียไปทั่วภายในโพรงปากอุ่นจนน้ำหวานสีใสไหลออกตามมุมปากทั้งคู่

“หึ” ครูซหัวเราะในลำคอเมื่อแทนไล่กัดลิ้นเขาไม่ทัน อีกฝ่ายจิกกระชากผมตนให้แนบชิดยิ่งขึ้น มือเรียวยกลูบหลังกว้างให้ใจเย็นก่อนเป็นฝ่ายไล่ลิ้นไปตามคมเขี้ยวอย่างหยอกล้อ การกระทำของครูซทำให้แทนใจเต้นไม่เป็นส่ำ มันทั้งเร้าใจและตื่นเต้น ยิ่งเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายยิ่งอยากขบกัดให้แดงช้ำไปทั้งตัว มือขาวสอดเข้าไปภายในชุดนอนลูบไล้และบีบเคล้นจนขึ้นรอยแดงทั่วลำตัวเนียน แม้แทนจะทำรุนแรงและป่าเถื่อนขนาดไหนแต่ครูซกลับไม่เอ่ยห้ามสักคำจนเป็นแทนเองที่ผละออกมาแล้วสบตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องใบหน้าตนอยู่ตลอดเวลา

“จะไม่ห้ามกันจริง ๆ ใช่ไหม” แทนกัดฟันถาม ข่มอารมณ์ความต้องการที่พลุ่งพล่านจนร่างกายรุ่มร้อนไปหมด ถึงเขาจะเป็นโรคเกลียดสัมผัสแต่อย่างไรก็เป็นผู้ชาย ความต้องการทางเพศย่อมมีมากอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ใกล้กับคนที่ชอบยิ่งอยากครอบครอง

“แล้วคุณแทนอยากหยุดไหมล่ะครับ” ครูซไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามกลับไป

“.......” แทนชะงักลงเมื่อฟังจบ เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดกับสีหน้าแบบนี้จากครูซ สิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ต่างอะไรกับการยั่วให้เขารู้สึกควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาเคยคิดและพูดว่าครูซนิสัยเสียอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่าครั้งไหนก็ไม่อาจเทียบเท่าครั้งนี้เลยสักนิด

“ครูซคุณมันร้าย"

TBC.

ความคิดเห็น