chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

​ตอนที่ 14

ท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ หาดทรายสีขาวนวลที่ทอดยาวสุดสายตา เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเป็นทำนองผ่อนคลาย สายลมที่พัดเอื่อยๆ หอบละอองจากน้ำทะเลขึ้นมาทำให้รู้สึกเหนียวตัว ภาพธรรมชาติงดงามทำให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหลงใหลพากันมาเยี่ยมเยือนมากมายตลอดทั้งปีไม่เว้นแม้แต่วันนี้

“ครูซ” แทนเอ่ยเร่งเสียงเรียบเมื่อยืนรอคนข้างกายติดต่อประชาสัมพันธ์ของโรงแรมมาสักพักแล้ว

“ใกล้เสร็จแล้วครับ” ครูซยกมือลูบหลังแทนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มตึงเครียดกับบรรยากาศรอบตัวที่มีผู้คนพลุกพล่าน แทนถอนหายใจมองภาพท้องทะเลที่ฉายชัดเจนอยู่เบื้องหน้า น้ำสีฟ้าใสกับหาดทรายขาวยังคงงดงามและน่ากลัวไม่เคยเปลี่ยน แทนยังจำได้ดีว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาเหยียบทะเลเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกอย่างในวันนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ภายในหัว เขาเคยชอบทะเลมาก...และก็เกลียดมันมากเช่นกัน

“ขออภัยในความล่าช้านะคะ” พนักงานสาวยกมือไหว้กล่าวขอโทษด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อระบบข้อมูลเกิดการผิดพลาดทำให้ห้องที่จองไว้ชั้น VIP มีคนเข้าพักแล้ว ทางโรงแรมจึงย้ายห้องให้โดยลดราคาครึ่งหนึ่ง

“ไม่เป็นไรครับ” ครูซยิ้มส่ายหน้าไม่ถือโทษ ก่อนหันไปสะกิดแทนที่ดูเหม่อลอยตั้งแต่มาถึงภูเก็ต ครูซก้าวนำแทนไปยังห้องพักโดยใช้ตัวบังนักท่องเที่ยวที่เดินสวนไปมาให้

“คุณแทนจะพักผ่อนหรือหาอะไรทานก่อนครับ” ครูซถามแทนที่นั่งหลับตานิ่งอยู่บนโซฟาตัวหรู ท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

“นอน” ครูซพยักหน้าเข้าใจแล้วหยิบกระเป๋าเดินทางของแทนไปจัดเรียงให้เรียบร้อย ทั้งคู่พักอยู่ห้อง VIP ขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวทำให้ห้องดูผ่อนคลายและสว่างตา ภายในมีสองห้องนอนพร้อมห้องน้ำภายใน และมีโซนครัวขนาดกลางที่สามารถทำอาหารทานเองได้ ครูซเป็นคนเลือกจองที่นี่เอง เขาไม่ได้เข้าพักในโรงแรมที่บริษัทจัดให้เพราะที่นั่นมีคนเยอะและวุ่นวายมากกว่า

เมื่อจัดของให้แทนอยู่แล้วเจอเข้ากับมีดพกขนาดเหมาะมือ ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วยุ่งทันที บอกแล้วแท้ๆ ว่าอย่าเอามาไว้ใกล้ตัว ถ้าอีกฝ่ายปกติดีก็พอจะยอมเข้าใจว่าเป็นของสะสม แต่นี่จะหลุดคลั่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยังมาพกของอันตรายแบบนี้อีก มือเรียวตัดสินใจเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมเหมือนที่ผ่านมา

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นเรียกสายตาให้ครูซที่เลือกชุดนอนให้อีกฝ่ายอยู่หันไปมอง แทนพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวโดยเปลือยท่อนบนซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เรียงตัวสวยกำลังพอดี ผมสีดำสนิทเปียกลู่ไปตามโครงหน้า ครูซคิดว่าแทนเป็นคนมีเสน่ห์แบบลึกลับน่าหลงใหลอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คนทั่วไปไม่มีสักคนที่ให้ความรู้สึกแบบนี้ แทนดูอันตรายแต่ก็ดึงดูดเสียจนละสายตาจากไปไม่ได้

“นี่ครับ” ครูซยกยิ้มเมื่อแทนเริ่มตาขวางใส่เขาที่จ้องอยู่นาน แทนหยิบชุดนอนจากมือครูซมาใส่เรียบร้อยก็เดินไปทิ้งตัวนอนคว่ำลงบนเตียงทั้งที่ผมยังเปียกชื้นอยู่

“เป่าผมก่อน” ครูซเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วจับปลายผมดูว่าชื้นมากเพียงใด แทนขยับหนี เงยเสี้ยวหน้าขึ้นมองสบตาครูซ

“มันเป็นหน้าที่คุณไม่ใช่เหรอ” ครูซเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจก่อนหลุดขำออกมา คุณแทนอันตรายจริง ๆ นั่นแหละ แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบใบหน้านิ่ง ๆ แต่ทำไมเขากลับมองว่ามันเป็นการเอาแต่ใจที่ดูน่ารักอยู่ไม่น้อย ครูซส่ายหน้ายิ้มๆ เดินไปหยิบไดร์เป่าผมที่โรงแรมมีไว้บริการในห้องน้ำ มาเสียบปลั๊กข้างเตียงและลงมือเป่าผมสีดำขลับ มือนิ่มที่สางผมไปมาทำให้แทนเคลิ้มหลับไป ครูซเป่าไปเรื่อย ๆ จนผมแห้งสนิท

“ฝันดีครับ” ครูซกดจูบลงบนขมับแทน ชายหนุ่มดึงผ้าขึ้นมาห่มร่างสูงแล้วปิดไฟในห้องนอนให้ ครูซเดินออกไปรับลมตรงชานระเบียงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม สองสัปดาห์ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเขากับคนหน้านิ่งถือว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แม้แทนจะยังพูดน้อยและหน้านิ่งเหมือนเคย แต่ครูซก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายแสดงถึงความต้องการออกมามากกว่าแต่ก่อน ยอมให้เขาโดนตัวโดยไม่ขัดขืนหรือแสดงท่าทีรังเกียจ

“น้าเบล” ครูซพูดชื่อที่แทนมักเอ่ยเรียกออกมาทุกครั้งที่สติแตก ชายหนุ่มสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องกับเจ้านายตนอย่างไรกันแน่ แต่จะให้ไปถามเจ้าตัวก็ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ให้ไปถามพัชชาก็เกรงใจ ครูซจึงทำได้เพียงสังเกตและเรียบเรียงปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยตัวเอง ซึ่งที่เขารับรู้ก็คือ แทนเกลียดผู้หญิงคนนี้มาก และคงรักมากเช่นกัน เพราะบางครั้งก็ร้องตะโกนด่าบางครั้งก็เรียกหาไม่ขาดปาก

หลังจากอยู่กับแทนมาหลายเดือนทำให้ครูซเรียนรู้ว่า คนแบบแทนไม่มีตรงกลาง หากอารมณ์พุ่งขึ้นสูงก็สามารถทำลายได้ทุกสิ่ง แต่เมื่อใดอารมณ์ดิ่งลงก็ร้องไห้ทุกข์ทรมานบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้เพียงสัมผัสเบา ๆ ตัวตนหลากหลายของแทนทำให้ครูซหมกมุ่น ชายหนุ่มอยากรู้อยากสัมผัสให้ลึกถึงแก่นแท้ของอีกฝ่าย ยิ่งรู้จักยิ่งดำดิ่ง ยิ่งใกล้ชิดยิ่งเสพติด มันท้าทายจนอดตื่นเต้นไม่ได้ทุกครั้งที่พบเจอ

ครูซรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนดีอย่างที่ใคร ๆ คิด เขามีมุมที่ใครต่อใครก็คาดไม่ถึง ซึ่งแทนรู้ข้อเสียนั้นดี ถึงได้พูดอยู่บ่อยครั้งว่าเกลียดรอยยิ้มเสแสร้ง เกลียดการกระทำจอมปลอม ซึ่งครูซไม่ปฏิเสธ เขาเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่ทำแบบนี้มานานจนมันเป็นตัวตนของเขาไปเสียแล้ว

จุดเริ่มต้นก็มาจากการที่ไม่อยากให้แอนนี่ และเค้กรู้สึกแย่ ครูซถึงพยายามทำตัวเป็นลูกและพี่ที่ดี คอยยิ้มและให้กำลังใจอยู่เสมอ เมื่อนำไปใช้กับคนรอบข้างก็ทำให้รู้ว่าการที่จะทำให้คนยอมรับและอยู่ใต้อำนาจไม่ใช่แค่มาจากกำลังและมันสมองเท่านั้น ความรู้สึกก็สามารถทำได้ไม่ด้อยไปกว่าสองสิ่งนั้นเลย เผลอๆ อาจจะใช้ได้ผลมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ถ้าเมื่อใดเกิดความผูกพันไว้เนื้อเชื่อใจความสัมพันธ์ก็จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น แต่ใช่ว่าครูซจะเลือกใช้วิธีนี้กับทุกคน เขาเลือกใช้แค่กับคนที่อยากใช้ เพราะถึงภาพลักษณ์จะดูเป็นมิตรและใจดีแต่ที่จริงครูซติดจะรำคาญผู้คนอยู่ไม่น้อย ทำให้เจ้าตัวไม่มีเพื่อนสนิทสักคน มีแค่เพื่อน เพื่อนที่อยู่ในระดับเดียวกันหมด เพื่อนที่ขีดเส้นแบ่งไว้ชัดเจนว่าไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายกับชีวิตของชายหนุ่มได้ ครูซเชื่อว่าตนมีแค่แม่และน้องก็พอแล้ว ไม่ต้องการหาใครเข้ามาเพิ่มในชีวิต

แต่นั้นมันก่อนเจอแทน แทนที่ดึงดูดเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา แทนที่เห็นแล้วอยากได้อยากเอาชนะ ในตอนนั้นครูซเริ่มคิดว่าการที่มีอีกฝ่ายอยู่ข้างกายคงจะดีไม่น้อย มันจะรู้สึกดีแค่ไหนนะถ้าคนที่ไม่เคยยอมลงให้ใคร ยอมแค่เขาเพียงคนเดียว ที่ยอมทนให้อีกฝ่ายทำร้ายขนาดนั้นไม่ใช่ไม่กล้าที่จะขัดขืน แต่ในเมื่อทำแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาได้เข้ามายืนอยู่ในกำแพงสูงของแทนมันก็คุ้มไม่ใช่เหรอ

“แทนฟ้า วราวุธกิจ” ครูซยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คุณแทนน่ารัก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดแบบนั้น ทั้งเอาแต่ใจ ทั้งขี้อ้อนแบบที่ไม่รู้ตัว ยิ่งต่อต้านยิ่งน่าเอ็นดู ที่เขาพูดว่ารักไม่ได้โกหก เขารู้สึกจริง ๆ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใคร ถ้าให้พูดง่าย ๆ ไม่เคยมีใครทำให้ต้องการมาก่อน ต่อให้เป็นผู้หญิงสวยน่ารักมากแค่ไหนก็ไม่เคยสนใจ เขาจึงมีแฟนเพียงแค่คนเดียวช่วงปี 1 และหลังจากเลิกกันไปก็ไม่คิดจะมีอีกเลย ครูซรู้จักเว้นระยะห่างทำให้คนรอบข้างไม่สามารถก้าวเข้ามาในชีวิตส่วนตัวได้ ยกเว้น เขมิกา ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงและพุ่งชนเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิต ครูซเคารพนับถือหญิงสาวในด้านการทำงานแต่ว่าในด้านอื่นเธอติดลบ เธอทำหลาย ๆ อย่างให้เขารู้สึกหน่ายใจ เธอเข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของเขา ครอบครัวที่หวงยิ่งกว่าอะไรในชีวิต และล่าสุดเธอจูบเขาจนทำให้แทนแทบคลั่ง เขาหงุดหงิดใจจนอยากระเบิดอารมณ์ใส่แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะไม่ใช่วิสัย มีเพียงประโยคเดียวที่พูดออกไปเพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง ประโยคเดียวที่เธอก็คงตกใจไม่น้อยที่ได้ฟังถึงตบหน้าเขาเสียเต็มแรง

“ผมไม่มีวันรักคุณขิม...เพราะทั้งตัวและหัวใจของผม คุณแทนเอาไปหมดแล้ว”

งานเลี้ยงการกุศลที่ครูซกังวลและเป็นห่วงจนว้าวุ่นใจกลับผ่านไปด้วยดีราวกับเรื่องมหัศจรรย์ เมื่อแทนเก็บอาการได้ดีจนเขาอดทึ่งไม่ได้ ร่างสูงสามารถยื่นมือจับใครต่อใครด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ครูซรู้ว่ามันเป็นเพียงหน้ากากที่อีกฝ่ายใช้เพื่อการทำงาน แต่ก็เป็นเรื่องตลกร้ายที่หลังจากการจับมือทุกครั้งแทนต้องหันมาเช็ดมือกับเสื้อสูทเขาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เดือดร้อนเขาที่ต้องคอยบังคอยกันไม่ให้ใครเห็นเข้า และในงานครั้งนี้ทำให้ครูซได้พบผู้หญิงที่คุณหญิงรัศมีเลือกไว้ให้แทนเป็นครั้งแรก

ซาร่า เธอเป็นลูกครึ่งอิตาลีที่สวยเซ็กซี่ อายุยี่สิบสี่ปีแต่มากด้วยความสามารถและทรงเสน่ห์ หากเป็นชายหนุ่มทั่วไปต้องยินดีอย่างสุขล้นที่ได้ยืนข้างสาวงามตลอดทั้งงาน แต่ในเมื่อคนที่ได้สิทธินั้นเป็นแทน เรื่องราวก็ผิดไปจากปกติมากนัก นอกจากจะไม่สนใจ แทนยังถามคำตอบคำจนเธอคงจนปัญญาที่จะสรรพหาเรื่องราวมาเล่าให้ฟังถึงได้เดินหน้าบึ้งตึงกลับไปก่อนงานเลิกเสียอีก และก็เป็นโชคดีที่คู่เต้นรำของแทนกลับไปแล้ว ทำให้เขาไม่ต้องไปเต้นแร้งเต้นกาให้เสียแรง แทนนั้นเต้นไม่เป็นและไม่เคยคิดจะเรียนเพราะคงขยะแขยงเต็มทนถ้าต้องไปยืนใช้อากาศหายใจร่วมกับใครต่อใครอย่างใกล้ชิด

หลังจากกลับมาจากภูเก็ต งานหนักก็รอพวกเขาอยู่ที่นี่อย่างไม่มีความปรานี เมื่อการประชุมบริษัทจะเริ่มขึ้นอีกสามวันข้างหน้า ทั้งครูซและแทนต่างนั่งทำงานกันหัวหมุนตลอดทั้งวันไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจหายคอกันเลยทีเดียว ครูซวิ่งประสานงานตั้งแต่ฝ่ายการตลาดยันฝ่ายบุคคลเพื่อหาหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ ตามที่เจ้านายตนสั่ง แทนเองก็นั่งจับจ้องอยู่หน้าจอคอมและเอกสารวันละเป็นสิบๆ ชั่วโมงโดยไม่คิดจะหยุดพักเลยด้วยซ้ำหากครูซไม่ห้ามหรือเตือนขึ้นมา

“ครูซ เอกสารที่ผมให้ไปขอที่ฝ่ายขายได้มาหรือยัง” แทนถามเลขาตนที่นั่งทำงานอยู่ตรงข้ามกันโดยที่สายตายังคงมองหน้าจอคอมและรัวนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณห้องทำงาน

“คุณติ๊กบอกจะส่งมาให้ประมาณสี่โมงเย็นครับ” แทนครางรับในลำคอและกลับไปจดจ่อกับงานต่อ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างทำงานในส่วนของตัวเองอย่างเคร่งเครียดเพราะมีเวลาเคลียร์งานเหลืออีกเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้นก่อนนำเสนอผลสรุปยอดขายตลอดปีในที่ประชุมใหญ่ ทั้งสองต่างจมอยู่ในกองเอกสารและตารางสถิติจนลืมมองเวลาว่าได้ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว

“คุณแทน!” ครูซที่เงยหน้าขึ้นมาพักสายตาร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นเลือดไหลออกจากจมูกของแทนหยดเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นวงกว้าง ชายหนุ่มล้วงมือหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อและลุกเดินไปยืนข้างแทน ก่อนกดซับเลือดกำเดาให้

“เรื่องปกติ” แทนบอกปัดไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาเป็นแบบนี้เสมอเวลาเครียดและอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ครูซจับแทนให้เอนใบหน้ามาทางตนแล้วกดบีบปลายจมูกเพื่อห้ามเลือด

“ผมไม่อยากเห็นเลือดออกจากตัวคุณบ่อย ๆ หรอกนะ” ครูซบอกเสียงจริงจัง มือเรียวลูบแก้มแทนแผ่วเบาอย่างปลอบประโลม แทนหลับตาลงแล้วใช้หน้าผากพิงกล้ามหน้าท้องของครูซพักสมอง เขาชอบอุณหภูมิร่างกายอุ่นกำลังดีของครูซ เขาชอบน้ำหนักมือที่สร้างความผ่อนคลาย หลายๆ อย่างในตัวครูซทำให้แทนเสพติดจนรู้สึกขาดไม่ได้ ครูซสามารถดับความคลุ้มคลั่งได้ทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถทำอะไรได้มากกว่ายากดประสาทพวกนั้นที่เขาทานเป็นประจำ นี่เป็นเหตุผลที่ช่วงหลังมาเขายอมทำตามที่อีกฝ่ายขอร้องเรื่องให้ลดปริมาณในการทานยาลง

“เลือดหยุดแล้ว...คุณแทนพักก่อนเถอะครับ” ครูซประคองใบหน้าแทนมองจมูกที่แดงก่ำของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจโล่งอก

“อืม” แทนพยักหน้ารับแล้วนั่งพิงเก้าอี้จ้องมองไปยังกระจกใสที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ในเมืองหลวงได้อย่างสวยงาม ท้องฟ้าสีส้มแกมเหลืองส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ทำให้ตึกรามบ้านช่องเหมือนถูกย้อมเป็นสีเดียวกันไปหมด

“..!” แทนสะดุ้งเมื่อถูกความเย็นประกบเข้าที่ใบหน้าโดยไม่ได้ทันตั้งตัว

“แปบเดียวครับ” ครูซบอกพร้อมนำผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดรอยเลือดออกให้อย่างเบามือจนสะอาด แล้วยื่นเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ให้แทนเปลี่ยน เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยทั้งคู่ก็กลับไปนั่งทำงานต่อ เพราะแทนไม่อยากนั่งพักอยู่เฉย ๆ เขาไม่ชอบความค้างคาจึงอยากทำงานให้เสร็จโดยเร็ว นาฬิกาเดินไปอย่างรวดเร็วจากห้าโมงเย็นเมื่อครู่ที่ครูซมองตอนนี้กลับชี้เลขเก้าบ่งบอกว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว

“เหลืออีกเยอะไหมครับ” ครูซเอ่ยถามแทนที่ยังคงนั่งจับจ้องจอคอมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“...” แทนไม่ได้ตอบกลับมาเพราะเมื่อใดที่ใช้สมาธิจดจ่อชายหนุ่มจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง แทนจะสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว ครูซเห็นดังนั้นเลยไม่อยากกวนจึงเดินไปเก็บและเรียบเรียงเอกสารที่ตั้งสูงอยู่บนโต๊ะทำงาน วันนี้ทั้งวันครูซเข้ามาทำงานกับแทนในห้องไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยด้วยซ้ำ จะมีก็เพียงช่วงพักกลางวันที่ออกไปซื้อข้าวมาทานกับแทน บรรยากาศในบริษัทดูวุ่นวาย ทุกคนเดินขวักไขว่วิ่งสวนกันไปมาเพื่อประสานงาน มันเป็นสิ่งที่แปลกตาและต่างออกไปในความรู้สึกของครูซ ระหว่างบริษัทเก่ากับที่นี่ เขาไม่เคยเห็นการประชุมที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และตรวจสอบความถูกต้องอย่างเปิดเผยแบบนี้มาก่อน แม้ที่เก่าจะมีการตรวจสอบการทุจริตแต่ก็ไม่ได้มีการโต้วาทีหรือนำเสนอรายละเอียดเช่นนี้ ครูซจึงเข้าใจในทันทีว่าทำไมบริษัท วี.เค. กรุ๊ป จำกัด ถึงพัฒนาก้าวไปไกลจนเป็นแนวหน้าและแบบอย่างให้กับบริษัทอื่นๆ

“ครูซ” เลขาหนุ่มเงยหน้ามองตามเสียงเรียกของเจ้านายตน

“ครับ?” ครูซวางเอกสารในมือลงแล้วลุกเดินไปหาทันทีเมื่อเห็นแทนทำสีหน้าเหยเก

“มานี่” แทนหลับตายกมือนวดระหว่างคิ้วเพื่อลดความปวดหัวที่สะสมความเครียดมาตลอดทั้งวัน เขาปวดหัวมากจนเหมือนสมองใกล้จะระเบิดออกมาเต็มที

“ปวดมากใช่ไหม” ครูซเอ่ยถามกำลังจะนวดคลึงขมับให้แทนเหมือนทุกทีแต่กลับถูกปัดมือทิ้งเสียก่อน ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่งเพราะถูกปฏิเสธแต่เพียงเสี้ยววิ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างขบขันเมื่ออีกฝ่ายหยิบแอลกอฮอล์ล้างมือยื่นมาให้ตน คุณแทนก็คงเป็นคุณแทนอยู่เหมือนเดิม รักสะอาดและเกลียดสิ่งสกปรก ครูซเอื้อมมือไปรับมาบีบทาจนทั่วมือแล้วถึงลงมือนวดให้ นิ้วเรียวที่ให้น้ำหนักที่พอดี ความอุ่นที่เคล้าคลึงไปตามขมับและศีรษะทำให้แทนรู้สึกผ่อนคลาย ความตึงเครียดเริ่มลดน้อยลง

“งานเหลืออีกเยอะหรือเปล่า” ครูซกดจูบลงบนเส้นผมสีนิล เขาห้ามใจตัวเองไม่ไหวเมื่อเห็นแทนเอียงหน้าเข้าหามือตนด้วยท่าทีคล้ายการออดอ้อนแบบนั้น มันดูน่ารักจนเขาอดจะยิ้มกว้างไม่ได้

“เสร็จแล้ว” แทนไม่ว่าอะไรแม้ครูซจะกดจูบลงหลายต่อหลายครั้ง เขารู้สึกดีเกินกว่าจะสั่งห้ามในสิ่งที่ตนก็ต้องการไม่ต่างกัน สัมผัสที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเอาใจใส่

“งั้นกลับกันเถอะครับ เดี๋ยวจะดึกมากกว่านี้” แทนพยักหน้ารับ ชายหนุ่มกดเซฟงานและจัดแยกแฟ้มเอกสารที่จำเป็นแยกไว้ในชั้นวาง ครูซเองก็เดินจัดของและเก็บเศษกระดาษที่วางเกลื่อนอยู่ตามพื้นไปทิ้งลงในถังขยะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งคู่ก็เดินทางกลับ ครูซเป็นคนขับรถไปส่งแทนที่คอนโดเช่นทุกวัน ภายในรถเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยเนื่องจากอาการอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยที่ได้รับ

“ฝันดีครับ” ครูซบอกแทนเมื่อมาถึงที่หมาย แต่หนุ่มหน้านิ่งกลับนั่งเฉยๆ มองครูซอย่างพิจารณาก่อนตัดสินใจพูดอะไรที่ทำให้คนฟังตกใจอยู่ไม่น้อย

“นอนกับผม” แทนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอยู่ในประโยคนี้ เขาเพียงพูดอย่างประหยัดคำก็เท่านั้นเอง และที่พูดชวนก็เพราะสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นดูเหนื่อยอ่อนจนน่าเห็นใจ กว่าครูซจะขับรถถึงบ้านคงได้นอนตอนขึ้นวันใหม่พอดี

“ครับ?!” ครูซเบิกตากว้าง พยายามตั้งสติกับสิ่งที่ได้ยินแต่แทนไม่รออะไรนอกจากออกคำสั่งอีกครั้งติดต่อกันทันที

“เร็ว…ง่วง” ครูซพยักหน้ารับก่อนวนรถไปจอดในบริเวณจอดรถสำหรับบุคคลภายนอก เขาดับเครื่องลงด้วยความมึนงงก่อนเดินตามแผ่นหลังกว้างไปเรื่อย ๆ ราวกับถูกมนต์สะกดให้ไม่สามารถขัดคำสั่งของอีกฝ่ายได้เลย*!*

เมื่อเข้ามาถึงภายในห้อง แทนก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำทันที ครูซจึงยืนเคว้งคว้างอยู่สักพัก ชายหนุ่มลูบหน้าแรง ๆ ให้หายสับสนกับสถานการณ์แปลกประหลาด ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาแม่เพราะกลัวเธอจะรอเขาอยู่จนดึกดื่น ครูซบอกแอนนี่ไปตามตรงว่ามาค้างที่คอนโดของแทนเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบตื่นเช้ามาเตรียมงานที่บริษัท แอนนี่เข้าใจแม้จะรู้สึกเป็นห่วงลูกชายอยู่ไม่น้อยที่ทำงานหนัก แต่เธอก็ไม่อยากพูดอะไรมากมายเพราะครูซโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว เธอจึงไม่เข้าไปก้าวก่ายในชีวิตการทำงาน เมื่อวางสายลง ครูซก็เดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟานิ่มอย่างเหนื่อยล้า มือเรียวแกะกระดุมเสื้อและปลดเข็มขัดออก เขาหายใจได้สะดวกขึ้นเมื่อไม่ต้องทนอยู่ในชุดทำงานแสนอึดอัด เขาไม่ได้ชอบแต่งตัวทางการสักเท่าไหร่ แม้ใครต่อใครต่างเอ่ยชมว่าเขานั้นดูดีเมื่อแต่งมัน ครูซชอบแต่งตัวสบายๆ ด้วยเสื้อยืดและกางเกงขาสามส่วนมากกว่า ถ้าใครมาเห็นเขาตอนอยู่บ้านคงจะตลกดีพิลึกที่เห็นหนุ่มลูกครึ่งแต่งตัวราวกับคนแก่อายุมากที่ปลงตกไม่สนใจแฟชั่น

“อาบน้ำ”

ครูซคว้าผ้าเช็ดตัวที่ถูกโยนใส่ไว้ได้ทันก่อนจะกระทบเข้ากับใบหน้าตน เขาลุกขึ้นนั่งมองแทนที่ยืนกอดอกอยู่ในชุดนอนแขนยาวสีดำสนิท ตอนนี้แทนมีลักษณะราวกับยมทูตหน้าตาดีซึ่งอยู่ในหนังที่เขาเคยดู ผมสีดำขลับ ตาสีนิลแสนเย็นชากับชุดสีดำและใบหน้าเรียบเฉยเหมือนซะจนอยากคว้ากล้องมาถ่ายเก็บไว้ดูเล่น แต่คิดว่าถ้าตนทำคงโดนอีกฝ่ายจิกกัดด้วยสายตาหรือไม่ก็ทำร้ายร่างกายให้เลือดตกยางออกเป็นแน่

“ไปอาบน้ำ” แทนพูดย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นครูซไม่ยอมขยับตัวเสียที ครูซในตอนแรกที่คิดจะถามอะไรบางอย่าง กลับเพียงส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัวตามที่แทนเร่งเร้า เมื่อครูซหายลับตาไป แทนก็คว้ายานอนหลับบนชั้นวางของแล้วเดินไปหาน้ำดื่มในครัว แต่ก่อนหยิบขึ้นมาทานกลับมีความคิดหนึ่งวิ่งแทรกขึ้นมาเสียก่อนทำให้เขาชะงักมือลง แทนรู้สึกว่าไม่จำเป็น เขามีครูซมานอนด้วยคงไม่จำเป็น  แทนเพียงดื่มน้ำ เอาขวดยาไปเก็บไว้ที่เดิม แล้วกลับเข้าห้องนอนนั่งอ่านหนังสือรออีกฝ่ายอาบน้ำ ไม่นานนักครูซก็เดินออกมาด้วยชุดนอนสีดำสนิทไม่ต่างกับแทนเลยสักนิด ครูซนำผ้าเช็ดตัวไปตากแล้วทิ้งตัวนอนบนที่นอนข้างแทนที่ยังคงอ่านหนังสือนวนิยายสืบสวนสอบสวนในมือ

“ชอบเหรอครับ” ครูซรู้ว่าถามไปแทนก็ไม่ตอบอยู่ดี แต่ก็อดถามไม่ได้

“อืม” แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้แทนกลับตอบกลับมาด้วยเวลาอันรวดเร็ว

“ทำไมครับ” ครูซถามต่ออย่างนึกสงสัย

“....ก็แค่ชอบ” ครูซเห็นดวงตาสีนิลสั่นไหวแต่เพียงพริบตาก็กลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม แทนชอบอ่านนิยายสืบสวนก็เพราะทุกตัวละครที่ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์โหดร้ายมักมีนักสืบหรือผู้คนต่างหยิบยื่นความยุติธรรมให้ จะช้าหรือเร็วตอนจบตัวละครเหล่านั้นก็ได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์เสมอ

ตอนจบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเขา

ครูซรับรู้ได้ว่าแทนเริ่มจมดิ่งเข้าไปความคิดด้านลบอีกแล้วจึงนอนตะแคงกอดเอวแทนไว้แน่นแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ แทนขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้รับไออุ่น เขากะพริบตาถี่ๆ แล้วกลับไปตั้งใจจดจ่อที่หนังสืออีกครั้ง แต่ผ่านไปสักพักชายหนุ่มก็ไม่เปลี่ยนหน้ากระดาษเสียที

“สนุกไหม”ครูซถามลองเชิงเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของอีกฝ่าย

“สนุก” คุณแทนเป็นคนที่สนใจอะไรได้เพียงแค่หนึ่งอย่างในเวลาเดียว หากคุณแทนสามารถตอบเขาได้ ก็แสดงว่าจิตใจของอีกฝ่ายคงไม่ได้จดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มหนาในมืออีกแล้ว

“ถ้าง่วงก็นอนกันเถอะครับ” แทนไม่ตอบเพียงแต่ลุกไปวางหนังสือเข้าชั้นแล้วปิดไฟ ก่อนจะทิ้งตัวชิดริมขอบเตียงเหมือนทุกครั้งที่นอนด้วยกัน แล้วก็เป็นครูซที่เอื้อมมือไปคว้าเอวแทนมานอนกอดไว้เหมือนเคย

“ฝันดีครับ” ครูซกดจูบลงบนท้ายทอยของแทน กระชับอ้อมกอดให้แนบชิด แทนเบียดแผ่นหลังเข้ากับอกครูซมากขึ้นเพื่อตอกย้ำให้สบายใจว่าครูซอยู่ข้างๆ ตอกย้ำว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอีกฝ่าย จังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอ ลมหายใจรดต้นคอทำให้แทนรู้สึกดีจนน้ำตาไหลออกมาแม้จะพยายามกลั้นแต่เขาไม่สามารถห้ามได้จริงๆ เขาไม่เคยต้องการ เขาเคยดูถูกผู้คนที่อยากได้อยากถูกรักและเอาใจใส่ แต่วันนี้เขารู้แล้วว่า ตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนพวกนั้น แม้อยากปฏิเสธ แต่ตอนนี้ความรู้สึกสุขใจที่มีอีกคนอยู่เคียงข้างก็บอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาชอบและต้องการสัมผัสจากครูซมากเพียงใด

“ฝันดี” เสียงทุ้มที่กระซิบตอบกลับนั้นแผ่วเบาจนแทบจับใจความไม่ได้ แต่ด้วยระยะที่ใกล้กันทำให้ครูซได้ยินชัดเจน นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับนิ้วขาวของแทนแล้วบีบกระชับเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขารู้สึกยินดีแค่ไหนที่ได้ยิน

“ผมรักคุณ” เสียงสุดท้ายที่ดังเข้ามาในโสตประสาททำให้แทนยิ้มออกมาก่อนหลับใหลไปในห้วงนิทรา

TBC.


ความคิดเห็น